รอบโลก
การเริ่มต้นทำธุรกิจไม่จำเป็นต้องรอให้พร้อมที่สุด หรือมีพื้นที่ใหญ่โตเสมอไป ดังเช่นเรื่องราวของ ลีเดีย โฮล์มส์ และ จอห์น คลาร์ก คู่รักจากแคลิฟอร์เนียที่เริ่มต้นธุรกิจในลานจอดรถของ Home Depot ที่มีขนาดเพียง 200 ตารางฟุต แต่กลับทำเงินได้มากกว่า 2.3 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 80 ล้านบาท) จุดเริ่มต้นในลานจอดรถ เส้นทางสายอาหารของลีเดียและจอห์น เริ่มต้นขึ้นในปี 2012 ทั้งคู่พบรักกันขณะทำงานที่ร้านอาหาร Seasons 52 ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะไม่ได้มีใครจบหลักสูตรด้านอาหารมาโดยตรง แต่สิ่งที่เชื่อมโยงพวกเขาเข้าด้วยกันคือ “ความหลงใหลในการกิน” ลีเดียเล่าว่า “สิ่งหนึ่งที่เราเข้ากันได้ดีมากคือความสนุกในการไปลองร้านอาหารใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านเล็กๆ ลับๆ ตามหัวมุมถนน หรือร้านหรูหราอลังการ ขอแค่มีอาหารที่รสชาติดีจริงๆ เราก็มีความสุขแล้ว” ทุกครั้งที่ไปทานอาหารข้างนอก ทั้งคู่มักจะกลับมาลองทำเมนูเหล่านั้นกินเองที่บ้าน โดยใส่ไอเดียของตัวเองลงไป จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของคำถามที่ว่า “หรือเราจะทำสิ่งนี้เป็นธุรกิจดีนะ?” ย้อนกลับไปในปี 2021 ทั้งคู่ตัดสินใจเปิดร้านอาหารแห่งแรกชื่อว่า LJ’s Lil’ Cafe ซึ่งทำเลของร้านตั้งอย
เรื่อง และภาพโดย นันทนา ปรมานุศิษฏ์ ประเทศในแถบอาเซียนนับว่าเป็นสวรรค์ของนักกินเพราะเรามีอาหารการกินที่หลากหลาย หาซื้อกินได้ทั้งวันทั้งคืนแถมยังมีราคาถูก โดยเฉพาะอาหารที่ขายกันริมทางที่สมัยก่อนเป็นหาบเร่ เดินหาบขายกันไปหยุดแวะขายตรงที่มีคนพลุกพล่านหรือเมื่อลูกค้าเรียก ภาพต่างๆ เหล่านี้ปัจจุบันอาจจะหาดูได้ยากขึ้น สมัยนี้จะแปรเปลี่ยนไปเป็นรถเข็น มีที่จอดขายประจำเสียมากกว่า ตรงไหนที่มีหลายเจ้าก็จะคึกคักเป็นพิเศษ “สตรีตฟู้ด” จึงเป็นเสน่ห์แบบชาวตะวันออกที่ชาวต่างชาติตื่นเต้น อย่าว่าแต่ฝรั่งเลย ฉันเองก็ตื่นตาตื่นใจเสมอเวลากินร้านข้างทาง ในประเทศกัมพูชาเราจะเห็นของกินริมทางขายกันโดยทั่วไป มีอาหารชนิดหนึ่งที่ฉันไม่เคยเห็นในประเทศไทย อาหารที่ว่านี้คือ ลอดชา (លតឆា) ซึ่งมีความหมายว่าลอดช่องผัด ตัวลอดช่องนั้นมีรูปร่างเหมือนลอดช่องที่เรากินกันเพียงแต่เป็นเส้นสีขาว เมื่อพินิจพิเคราะห์ดูแล้วก็ถึงบางอ้อว่านี่คือ เจียมบี๋อี้ (คนไทยเพี้ยนเสียงจนกลายเป็นเกี้ยมอี๋) ของชาวจีนนี่เอง เจียมบี๋อี้ตามความหมายแล้วก็คือ ขนม (ภาษาไทยแม้ไม่ใช่ขนมก็เรียกว่ารวมว่าขนม ฉันอยากให้มีการบัญญัติศัพท์ไทยสำ
หลายคนมองว่าการถูกเลิกจ้างคือความล้มเหลวแต่สำหรับ Zeeshan Bakhrani (ซีชาน บาครานี) วัย 34 ปี อดีต Product Management ที่ทำงานมากว่า 10 ปี แต่ถูกเลิกจ้างถึง 2 ครั้ง ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับเขา เพราะว่าในขณะเดียวกันนั้นเขาได้ทำร้านอาหารควบคู่ไปกับการทำงานประจำ ซึ่งเมื่อถูกเลิกจ้างครั้งที่ 2 เขาจึงตัดสินใจทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับร้าน Nishaan (นิชาน) ที่เป็นอาหารแนวสตรีตฟู้ดสไตล์ปากีสถาน-อเมริกัน เขาบอกว่า ถึงแม้ตอนนี้จะต้องทำงานหนักมากขึ้นกว่าเดิม บางครั้งต้องทำงานมากกว่า 14 ชั่วโมงต่อวัน แต่มันกลับทำให้รู้สึกถึงความเป็นอิสระมากกว่าเมื่อก่อนที่ต้องเข้าประชุมอย่างยาวนาน หรือการที่ต้องคอยคุยเจรจากับเจ้านาย การผสมผสานรสชาติแบบปากีสถานและอเมริกัน “ผมเป็นทั้งคนปากีสถานและคนอเมริกัน ผมตั้งใจจะเปิดรับตัวตนจากทั้งสองวัฒนธรรม สำหรับอาหารสไตล์ฟิวชัน ผมจะคิดว่าจะทำยังไงให้รสชาติเหล่านี้เข้ากันได้ โดยที่ยังคงเอกลักษณ์ของอาหารทั้งสองสัญชาติไว้” ก่อนจะเล่าต่อว่า ร้าน Nishaan นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการผสมผสานรสชาติอาหารที่ได้รับประทานทั้งที่บ้านและในละแวกแถวบ้าน เพราะว่าแม่ของเขามักจะชอบปรับรสชาติให้กับวัตถ
หากพูดถึงการใช้ชีวิตของผู้คนในยุคนี้ ทั้งเต็มไปด้วยความเร่งรีบและกดดัน อย่างในประเทศไทยเองพบว่า ผู้คนมีความเครียดสูงถึง 15.48% (ข้อมูล ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2566-22 เมษายน 2567) หลายคนจึงเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิตมากขึ้น และเริ่มมองหาวิธีขจัดความเครียด เพื่อไม่ให้เกิดเป็นความเครียดสะสม ทั้งนี้ การจัดการกับความเครียดในแต่ละคนอาจมีวิธีที่แตกต่างกันออกไป อาจจะผ่อนคลายด้วยการนวด ทำสปา หรือการทำโยคะ แต่สำหรับผู้ที่มองหาวิธีผ่อนคลายที่แตกต่างและไม่ธรรมดา ธุรกิจเกาหลัง แขน ศีรษะ กำลังกลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยมีลูกค้าจำนวนไม่น้อยยอมจ่ายเงินหลายร้อยดอลลาร์เพื่อสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษนี้ ตามรายงานจาก The Wall Street Journal บริการเกาจากผู้เชี่ยวชาญ โทนี จอร์จ หญิงวัย 55 ปี เจ้าของร้าน The Scratcher Girls ในไมอามี เธอคิดค่าบริการ 130 ดอลลาร์ (ประมาณ 4,000 บาท) ต่อการเกา 1 ชั่วโมง เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ “การเกา” ด้วยเล็บที่ดูแลเป็นพิเศษยาว 3 นิ้ว เธอจะใช้เทคนิคการเกาลงบนหลัง แขน ศีรษะ และแม้กระทั่งในหูของลูกค้า ส่ง
หากพูดถึง ย่านจูเชียต (Joo Chiat) มักจะนึกถึงคาเฟ่ ร้านอาหารที่ทันสมัย และเป็นแหล่งรวมตัวของเหล่าฮิปเตอร์ แต่ว่าจะมีบ้านหลังหนึ่งที่ดูธรรมดาๆ กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก บ้านหลังนี้ตั้งอยู่บนถนนเติมเบอลิง (Tembeling Road) โดยเปิดเป็นร้าน Kopikhoo ร้านกาแฟแบบซื้อกลับบ้านขายผ่านช่องหน้าต่างเล็กๆ ถ้าเดินผ่านมาอาจจะมองข้ามร้านนี้ไปได้ง่ายๆ แต่พอหยุดดู จะสังเกตเห็นได้ว่า ในร้านมีบาริสต้าวัย 73 ปี ยืนชงเครื่องดื่มให้กับลูกค้า เธอชื่อว่า พอลิน คู (Paulin Khoo) เริ่มต้นร้านกาแฟเล็กๆ ในตอนอายุ 73 ปี พอลิน คู อาศัยอยู่กับนิโคลัส ลูกชายของเธอและครอบครัว ในบ้าน 2 ชั้น เมื่อถามว่าทำไมพวกเขาถึงตัดสินใจเริ่มกิจการนี้ ลูกชายเขากล่าวว่า เขาต้องการให้คุณแม่มีอะไรทำที่เติมเต็มความสุขในช่วงเกษียณ พอลิน คู เกษียณอายุในปี 2005 หลังจากการทำงานเป็นครูสอนเด็กเล็กมาเป็นเวลานาน เธอได้ใช้เวลาหลายปีหลังจากนั้นในการดูแลหลานทั้ง 5 คนของเธอ เมื่อหลานๆ โตขึ้น นิโคลัสจึงเกิดความคิดให้แม่ของเขาเปิดร้าน Kopikhoo โดยได้รับแรงบันดาลใจจากคาเฟ่อื่นๆ ในย่านนั้น นิโคลัส กล่าวว่า “เราคิดว่า การเริ่มร้าน Kopikhoo เป็นวิธี
มีใครเคยอยากดื่มน้ำสมุนไพรเพียงเพราะ “อยากดื่ม” จริงๆ คำถามนี้คือจุดเริ่มต้นของ Amacha (อาม่าช่า) แบรนด์ชานมสมุนไพรจีนร่วมสมัยที่กำลังเป็นกระแสในสิงคโปร์ ผลงานของสองนักธุรกิจหนุ่ม อย่าง เซบาสเตียน อัง (Sebastian Ang) วัย 34 ปี และ อเล็กซ์ อึ้ง (Alex Ng) วัย 33 ปี ที่ร่วมกันเปลี่ยนภาพลักษณ์ “เนียงเชีย” น้ำเก๊กฮวยหรือน้ำสมุนไพรแก้ร้อนในแบบเดิมๆ ให้กลายเป็นเครื่องดื่มสุดฮิปที่วัยรุ่นต้องยอมต่อคิว จุดเริ่มต้นจาก “รสมืออาม่า” และความทรงจำวัยเด็ก เซบาสเตียน เล่าว่าไอเดียของ Amacha มาจากความผูกพันกับอาม่าที่เลี้ยงเขามาตั้งแต่เด็ก ในตอนนั้นน้ำสมุนไพรคือสัญลักษณ์ของความห่วงใยที่อาม่ามักจะต้มให้ดื่มเสมอ แม้ตอนเด็กเขาจะแอบบ้วนทิ้งเพราะเกลียดรสขมก็ตาม แต่เมื่อเติบโตขึ้นและคลุกคลีกับร้านขายยาสมุนไพรจีน เขากลับเริ่มหลงใหลในศาสตร์แห่งการดูแลสุขภาพ เขาไม่อยากทำร้านน้ำสมุนไพรแบบเก่าที่เน้นความขมเหมือนยา แต่เขาต้องการสร้างเครื่องดื่มที่คนหยิบดื่มเพราะความอร่อยและได้สุขภาพไปพร้อมกัน เขาจึงร่วมมือกับ อเล็กซ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรุงเครื่องดื่ม ที่ยอมบินไปเรียนคอร์สสมุนไพรจีนที่กวางโจวและหูหนาน ประเทศจีน เพ
รู้หรือไม่ว่าสินค้ามือสองที่อาจจะดูไร้ค่าในสายตาใครหลายคน อาจจะกลายเป็นขุมทรัพย์มหาศาลสร้างรายได้หลักล้าน วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ โจเซลิน เอลิซาเบธ คุณแม่มือใหม่ที่เคยทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยการตลาด สู่การผันตัวมาเป็นเจ้าของธุรกิจ โดยมีจุดเริ่มต้นจากการซื้อของมือสองมาขายต่อ จนสามารถทำเงินได้มากกว่า 13 เท่า จุดเริ่มต้น เธอเล่าว่า ในปี 2011 พ่อของเธอซื้อโคมไฟมาจากตลาดมือสองในราคา 5 ดอลลาร์ หรือ (ประมาณ 160 บาท) แต่ถึงแม้ว่าโคมไฟดวงนี้ไม่ได้ดูหรูหราหรือเป็นของใหม่ แต่พ่อของเธอมั่นใจว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด บวกกับตอนนั้นเธอบังเอิญไปเจอโคมไฟรุ่นเดียวกันในสภาพดี ที่วางขายบน eBay ในราคา 70 ดอลลาร์ (ประมาณ 2,200 บาท) ในเวลาต่อมา เธอจึงตัดสินใจไปเลือกซื้อของมือสองทันที โดยตั้งใจว่าจะนำมาขายทำกำไรต่อผ่านช่องทางออนไลน์ ตอนที่เธอเริ่มนำมาของมือสองมาขายต่อ ตอนนั้นเธอทำงานพาร์ทไทม์ด้านการตลาดในบริษัทแห่งหนึ่ง และมีรายได้เพียง 14 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 450 บาท) หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็เริ่มออกเดินทางไปตามงานแสดงของเก่า ของวินเทจ และของสะสมมือสอง จนเริ่
จาก Pain Point ของเด็กมัธยมที่อยากออกกำลังกายแต่รู้สึกเบื่อที่ต้องกรอกจำนวนแคลอรีอาหารทุกอย่างลงในแอปทำให้เขาสร้าง Cal AI แอปที่สามารถคำนวณแคลอรีเพียงแค่ถ่ายรูปอาหาร โดยใช้ AI ในการประมวลผลลัพธ์ เรื่องราวของ Zach Yadegari เด็กหนุ่มที่เรียนรู้การเขียนโค้ดตั้งแต่อายุ 7 ขวบ โดยได้แรงบันดาลใจจากความชื่นชอบเล่นเกมออนไลน์อย่าง Minecreaft จนแม่ของเขาส่งไปเรียนภาคฤดูร้อน และได้กลับมาเรียนรู้การเขียนโค้ดเพิ่มเติมผ่านคลิปในยูทูบ พร้อมกับทักแชตไปหานักพัฒนาโปรแกรมคนอื่นๆ เพื่อขอคำแนะนำ จากความพยายามนี้ ทำให้ปัจจุบันเขากลายเป็น CEO ในวัย 18 ปี โดยใช้เวลาในช่วงเตรียมสอบเข้ามหา’ลัย สร้างธุรกิจ Cal AI แอปคำนวณปริมาณแคลอรีจากภาพถ่าย สามารถสร้างรายได้ 44 ล้านบาทต่อเดือน เขียนโค้ดตั้งแต่อายุ 7 ขวบ จากแรงบันดาลใจในการเล่นเกมออนไลน์อย่าง Minecraft ทำให้คุณแม่ของ Zach Yadegari ส่งไปเข้าค่ายฤดูร้อนเพื่อเรียนรู้การเขียนโค้ดตอนอายุ 7 ขวบ จากนั้นเขาก็เริ่มดูวิดีโอสอนเขียนโปรแกรมบน YouTube พร้อมทั้งส่งข้อความส่วนตัวไปหาโปรแกรมเมอร์และผู้สร้างคอนเทนต์คนอื่นๆ ที่เขาเห็นในออนไลน์เพื่อขอคำแนะนำ ต่อมา ตอนมัธยมเขาได้ส
เชื่อว่าหลายคนคงเคยตกอยู่ในสภาวะ Quarter-life crisis หรือ วิกฤตหนึ่งส่วนสี่ชีวิต คือภาวะความไม่มั่นคงทางอารมณ์ ความสงสัย และความผิดหวังในชีวิตที่มักเกิดขึ้นในช่วงวัย 20-30 ปี ที่มักจะตั้งคำถามกับชีวิตในวัยยี่สิบกลางๆ เช่นเดียวกับ คอลลีน แมคคาร์ธี (Colleen McCarthy) สาววัย 27 ปี ที่ตัดสินใจทิ้งโต๊ะทำงานในออฟฟิศ เพื่อมาจับกรรไกรตัดดอกไม้ จนกลายเป็นเจ้าของธุรกิจ Colleen Rose Florals ที่กวาดรายได้กว่า 6 ล้านบาท (175,000 ดอลลาร์) ในปีแรก และได้รับเลือกให้จัดช่อดอกไม้ต้อนรับศิลปินระดับโลกอย่าง Sabrina Carpenter และ Katy Perry มาแล้ว จุดเริ่มต้นจาก “ความชอบ” สู่ “ทางที่ใช่” หลังจบด้านสิ่งแวดล้อมและการสื่อสารในปี 2020 คอลลีนต้องเผชิญกับความยากลำบากในการหางานช่วงโควิด เธอลงเอยด้วยการทำงานในเอเจนซี่ PR แห่งหนึ่ง ซึ่งเธอมองว่าเป็นเพียงที่พักพิงชั่วคราว จนกระทั่งความอึดอัดในสายอาชีพทำให้เธอต้องกลับมาถามตัวเองว่า “จริงๆ แล้วเราชอบอะไร เราเก่งเรื่องไหน” คำตอบนั้นอยู่ไม่ไกลตัว คอลลีนคือคนที่ชอบซื้อดอกไม้จากซูเปอร์มาร์เก็ตมาจัดใส่แจกันในอพาร์ตเมนต์อยู่เสมอ เธอจึงตัดสินใจลองลงเรียนคอร์สจัดดอกไม้พื้นฐาน
นักศึกษาวัย 18 ปี เผลอส่งอีเมลไปหาเพื่อนร่วมสถาบันนับพันคนโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่นั่นกลับทำให้ธุรกิจรับฝากดูแลสัตว์เลี้ยงของเขา กลายเป็นรายได้เสริมที่ทำกำไรมหาศาล Hector Gutierrez (เฮคเตอร์ กูเตียร์เรซ) กลายเป็นคนดังในชั่วข้ามคืน จากเหตุการณ์ระหว่างที่เขากำลังสมัครเข้าสมาคมเชิดชูเกียรติของโรงเรียน เขาได้เผลอส่งจดหมายแนะนำจากอาจารย์คณะบริหารธุรกิจ ไปที่กลุ่มอีเมลของวิทยาลัยที่มีผู้รับหลายพันคน จนทำให้เขากลายเป็นจุดสนใจของทุกคน “ผมโดนกระหน่ำทั้งคนโทรศัพท์เข้ามา และข้อความที่ทักมาถามว่า “ส่งอีเมลมาหาฉันทำไม” ซึ่งหลังจากนั้น Outlook ของผมแทบจะระเบิด เพราะมีแจ้งเตือนเด้งรัวๆ” แม้ในตอนแรกเขาจะรู้สึกอับอายจนทำตัวไม่ถูกกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น แต่กลายเป็นว่าการที่ผู้คนให้ความสนใจในครั้งนี้กลับกลายเป็นผลดีต่อธุรกิจเล็กๆ ของเขาเป็นอย่างมาก เพราะมันทำให้เขากลายเป็นคนดังในโซเชียล จนได้เข้าพบอธิการบดีของมหาวิทยาลัย และยังได้รับการตีพิมพ์เรื่องราวลงในหนังสือพิมพ์ของโรงเรียนด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับธุรกิจของเขาได้เป็นอย่างดี เฮคเตอร์ กูเตียร์เรซ ในวัย 18 ปี เริ่มต้นทำธุรกิจรับเลี้ย
