ทำไรรวย
ผู้ประกอบการควรรู้ไว้ ! เทรนด์ค้าปลีก 2020 ไฮเทค-ทันใจ-ใส่ใจโซเชียล ธุรกิจค้าปลีก เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เผชิญความท้าทายจากการเข้ามาของเทคโนโลยี ทำให้การซื้อขายสินค้าไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป นอกจากอินเตอร์เน็ต จะทำให้เหล่านักช็อปซื้อขายและชำระเงินผ่านระบบออนไลน์ได้สะดวก รวดเร็ว ก็ยังมีเทคโนโลยีอื่นๆ ที่เข้ามามีบทบาทต่อการตัดสินใจซื้อของผู้คน และนับวันจะมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ “แดเนียล นิวแมน” เผยแพร่บทความเกี่ยวกับเทรนด์ค้าปลีกที่ต้องจับตามองในปี 2563 ซึ่งมีอยู่ 5 เรื่อง เริ่มจาก 1. เทคโนโลยี AR (Augmented Reality) หรือความจริงเสริม ที่จะช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น ไม่จำเป็นต้องสัมผัสกับสินค้าตรงๆ เพื่อความมั่นใจแบบเมื่อก่อน “โตโยต้า” เป็นตัวอย่างหนึ่งของบริษัทที่เล็งเห็นบทบาทของ AR โดยได้ตั้งโครงการใหม่ที่เปิดให้ผู้สนใจสามารถชมรถตัวอย่างได้โดยไม่ต้องบิดกุญแจขับจริงๆ นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายบริษัทที่นำ AR มาใช้ เช่น ห้าง Target, Lowe รวมไปถึง Amazon อีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของสหรัฐ โดยช่วยลดจำนวนสินค้าที่ส่งคืนหลังจากช็อปออนไลน์ มีข้อมูลว่า มูลค่าการค้าออนไลน์น่าจะมีมูลค่าแต
อร่อยไร้เทียมทาน ! “เสี่ยหนู” แนะวิธีทำกับข้าวเตือนความทรงจำ “หมูสับนึ่งปลาเค็ม” เมื่อวันก่อน คุณอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข โพสต์ภาพและเรื่องราวไว้บนเพจอนุทิน ชาญวีรกุล เกี่ยวกับอาหารการกินของคนจีนเชื้อสายกวางตุ้ง ไว้อย่างน่าสนใจ “อาหารสุดคลาสสิกของคนจีนเชื้อสายกวางตุ้ง เช่นผม คือ “ห่ามหยีหยกแป๋ง” แปลเป็นไทยว่า หมูสับนึ่งปลาเค็ม เป็นอาหารจานหลัก วิธีการทำแสนง่าย เพียงแค่นำหมูสับละเอียดเป็นบะช่อ มาวางกระจายให้ทั่วจาน แล้วเอาซีอิ๊วขาวมาราดให้ทั่วจาน ตัดปลาเค็มหนึ่งชิ้นมาวางด้านบนแล้วนำขิงสดซอยเป็นเส้นๆ มาโรยให้ทั่วแล้วนำไปนึ่งจนหมูสุก วิธีง่ายที่สุดคือ วางนึ่งในหม้อหุงข้าวช่วงห้านาทีสุดท้าย หมูสับจะสุกพร้อมข้าวที่หุงพอดี ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนชวนน้ำลายไหล แล้วนำมาคลุกกับข้าวสวยร้อนๆ รับประกันความอร่อยอย่างไร้เทียมทานได้สบายบรื๋อสะดือปลิ้น คนกวางตุ้งจะไม่มีวันลืมอาหารจานนี้เพราะมันเปรียบเสมือนกับข้าวเตือนความจำ คือ ในสมัยอากงอาม่า ยังอยู่ในวัยหนุ่มสาว นายจ้างจะทำหมูสับนึ่งปลาเค็มแบบจานนี้ไว้คอยเลี้ยงลูกจ้าง การที่ใส่ปลาเค็มแถมนำไปนึ่งในน้ำซีอิ๊วขาวก็เพราะมีรสเค็ม คนงานก็จะกิน
เด็กอเมริกันติดเหา! ปีหนึ่งหลายล้านคน ร้านเสริมสวย “รับสาง” จนรวย สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่เรียกว่า “เหา” ดูจะเป็นไม้เบื่อไม้เมากับบรรดาพ่อบ้านแม่บ้านทุกยุคสมัย และไม่ใช่แค่เมืองไทย หรือประเทศแถบนี้ที่ต้องปวดตับกับปัญหาคันๆ ในสหรัฐ ก็เผชิญกับกองทัพเหาที่บุกจู่โจมถึงหัวเด็กนักเรียนในหลายรัฐ แต่ในทุกวิกฤต ย่อมมีโอกาส เพราะภารกิจพิชิตเหา ได้สร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับร้านเสริมสวย และทำรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำเสียด้วย วอลล์สตรีต เจอร์นัล หยิบยกเรื่องราวของร้านเสริมสวยในย่านบรูกลินของนครนิวยอร์กที่ธุรกิจกำลังคึกคัก จากภารกิจกำจัดเหาของพนักงานที่แทบไม่ได้หยุดหย่อน โดยเฉพาะในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นช่วงยุ่งสุดๆ ของนักกำจัดเหาทั้งหลาย เหล่านักกำจัดเหาจะใช้ครีมนวดทาลงบนผมของเด็กๆ เพื่อให้มีความลื่น ก่อนจะใช้หวีซี่ถี่ๆ สางเอาตัวเหาและไข่ของพวกมันออกมา บริษัท ไลซ์ บัสเตอร์ส ธุรกิจรับกำจัดเหาโดยเฉพาะที่ “ดัลยา ฮาเรล” ก่อตั้งเมื่อปี 2532 และบริหารงานแบบครอบครัว กำลังปั๊มเงินจากการระบาดอย่างหนักของเจ้าสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก ซึ่งจนถึงตอนนี้ ร้านของเธอมีทั้งหมด 8 สาขา ในนิวยอร์ก ฟลอริดา และอิสราเอล เช่
กลัว “จิ้งจก” เพราะหางขาดแล้วยังดิ้นได้ ไม่ใช่เรื่องตลก! จุดเริ่มต้นสินค้าทำเงิน ยามนี้ หากใครที่กำลัง “มีปัญหา” กับบรรดาสัตว์ลิ้นสองแฉก อย่าง จิ้งจก ตุ๊กแก งู จิ้งเหลน ฯลฯ ลองไปทำความรู้จักกับ “สเปรย์สมุนไพร ไล่จิ้งจก” สินค้าแบรนด์ไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ ดูหน่อยเป็นไรไป เผื่อว่าชีวิตจะอยู่ง่ายขึ้น คุณปอ–พิพัฒน์ เจียกภาพร อายุสามสิบเศษ เจ้าของผลิตภัณฑ์ สเปรย์สมุนไพร ไล่จิ้งจก แบรนด์ No Gecko (โน เกคโค) ซึ่งวางตลาดได้ระยะหนึ่งแล้ว เล่าความเป็นมาให้ฟัง ย้อนหลังไปเมื่อหลายปีก่อน ชีวิตของเขาต้องประสบกับปัญหาใหญ่ จาก “จิ้งจก” อยู่เป็นกิจวัตร เนื่องจากคนใกล้ตัวทั้งเกลียดทั้งกลัว แค่ได้ยินเสียงร้อง “จุ๊ จุ๊ จุ๊” แม้จะดึกดื่นค่อนคืนแค่ไหน เขาเป็นต้องลุกขึ้นมาทำหน้าที่ รื้อม่าน รื้อตู้ รื้อเตียง เพื่อทำการไล่จับเจ้าตัวต้นเสียง บางครั้งเห็นตัวก็ดีไป แต่หลายครั้งหาไม่เจอ ต้องจำใจยอมออกไปนอนนอกห้องอยู่บ่อยๆ เมื่อชีวิตต้องตกอยู่ในภาวะยากลำบากประจำ จึงพยายามค้นหาวิธีแก้ไข เริ่มต้นจากการเสิร์ชข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต พบคำแนะนำหลากหลายในการกำจัดจิ้งจก ให้พ้นไปจากชีวิต อาทิ ใช้ลูกเหม็น ใช้เปล
หมอเตือน “ความดันสูง” เจอได้ในรุ่นเด็กจากหลายสาเหตุ ต้องเช็กให้ดี นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์ชะลอวัย กล่าวว่า ภาวะความดันโลหิตสูงแบบมีต้นเหตุตัวการจากโรคอื่นมาก่อนนั้น เขาเรียกความดันสูงแบบทุติยภูมิ หรือ “Secondary hypertension” ที่อาจพบได้ในผู้ใหญ่หรือเด็กก็ได้ โดยความดันสูงในเด็กนั้นส่วนใหญ่เป็นชนิดนี้ที่พบว่ามีตัวการอันเป็นสาเหตุถึง 70-85% ซึ่งต่างจากความดันสูงในผู้ใหญ่ ดังนั้น เวลาวัดความดันเด็กจึงควรเทียบกับเพศ อายุ และเปอร์เซ็นต์ไทล์ความสูงด้วย สาเหตุตัวการร้ายขั้นปฐมที่ระดมกันให้เกิดความดันสูงแบบทุติยภูมิในเด็กนี้ มีที่พบบ่อยได้แก่ ความผิดปกติของหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ตา, หลอดเลือดแดงไตตีบ, ต่อมไทรอยด์ผิดปกติทำให้มีใจสั่นหรือใจหวิวร่วมด้วยได้, โรคต่อมหมวกไต, ตรวจพบค่าแร่ธาตุโพแทสเซียมต่ำได้, หยุดหายใจขณะหลับ, เนื้องอก, หน้าแดง ปวดศีรษะ ใจสั่น เหงื่อออกมากหายใจขัด ที่สำคัญคือความดันสูง, กลุ่มอาการคุชชิ่งที่เกิดจากฮอร์โมนกลุ่มสเตียรอยด์ผิดปกติ อย่างไรก็ดี นพ.กฤษดา กล่าวว่า ก่อนที่จะดูลึกไปถึงอาการ ควรต้องศึกษาเทคนิควัดความดันที่ถูกต้องเสียก่อน เช่น เลือกวั
“ฟู้ดแพชชั่น” ผนึกพันธมิตรเดินหน้าแก้ปัญหาขยะ ผ่านบริการดีลิเวอรี่อาหารในเครือ บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด ผู้นำธุรกิจร้านอาหารชั้นนำของประเทศ เจ้าของแบรนด์ บาร์บีคิวพลาซ่า, จุ่มแซ่บฮัท, ฌานา (Charna), สเปซ คิว (Space Q) และเรดซัน (Red Sun) ผนึกกำลัง 3 พันธมิตร คือ Duni ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ใส่อาหารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทีพีบีไอ เจ้าของโครงการ “วน” ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการพลาสติกหมุนเวียนให้นำกลับมาใช้ประโยชน์สูงสุด และ GrabFood ผู้นำด้านแพลตฟอร์มการสั่งอาหารผ่านแอพพลิเคชั่น สร้างสรรค์โมเดลฟู้ดดีลิเวอรี่รักษ์โลกของฟู้ดแพชชั่น ภายใต้แนวคิด “Wasteless Delivery” ลดขยะ Single -use plastics ให้เกิดขึ้นจริงบนธุรกิจดีลิเวอรี่เป็นครั้งแรกของประเทศไทย โดยงานแถลงข่าวในวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน 2562 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ที่ร้านบาร์บีคิวพลาซ่า ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ ทางคุณชาตยา สุพรรณพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด จะมาพูดแนวคิด รูปแบบ และเป้าหมายของการให้บริการดีลิเวอรี่ในเครือฟู้ดแพชชั่น เพื่อนำพาธุรกิจไปสู่ความยั่งยืน พร้อมด้วย คุณประวิทย์ เตชะวิจิตร์ ประธานเจ้าห
สองมูลนิธิ จับมือ “เปิดพื้นที่” ให้เยาวชนโชว์ทักษะอาชีพและไอเดียธุรกิจ หลังจากจับมือร่วมกันดำเนินโครงการ “เสริมศักยภาพเยาวชนเพื่อเตรียมความพร้อมสู่วัยทำงาน” มาตลอดระยะเวลา 3 ปี ล่าสุด มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ร่วมกับ มูลนิธิซิตี้ จัดงาน “ลานกิจกรรมอาชีพเยาวชน ปี 3” (Market Place) เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองที่การดำเนินโครงการในปีที่ 3 ได้เสร็จสิ้นลงพร้อมกับความสำเร็จที่สามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ และธุรกิจ ให้กับเยาวชนกลุ่มเปราะบาง โดยเปิดพื้นที่บริเวณชั้น 6 ศูนย์ฝึกอบรมมูลนิธิศุภนิมิตฯ เป็นลานกิจกรรมให้เยาวชนที่ได้รับการฝึกทักษะอาชีพ และอบรมแผนธุรกิจ SMEs จากการเข้าร่วมโครงการดังกล่าว ได้มีโอกาสโชว์ทักษะฝีมือและไอเดียการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจอาหารว่างไทยโบราณดีลิเวอรี่ ธุรกิจเสื้อผ้าแฟชั่นพ่อแม่ลูก ช่างแต่งหน้าแฟนซี ช่างเพ้นต์เล็บ ช่างตัดผมสไตล์วินเทจ ผู้ช่วยทันตกรรม ผู้ช่วยพยาบาล เป็นต้น ดร.สราวุธ ราชศรีเมือง ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้ดำเนินโครงการ “เสริมศักยภาพเยาวชนเพื่อเตรียมความพร้อมสู่วัยทำงาน” มาเป็นปีที่ 3 โดยได้รับการสน
รู้หรือไม่ ธุรกิจใดสร้างรายได้สูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท ในปี 62 ? ธุรกิจ – วันที่ 26 พ.ย.2562 ที่เพจ สำนักงานสถิติแห่งชาติ เผยผลสำรวจมูลค่าขาย/ รายรับของธุรกิจการขายปลีกสินค้าและบริการทั่วประเทศ ในไตรมาส 2/2562 พบว่า ธุรกิจที่สร้างรายได้มากที่สุด ติดโพลอยู่ด้วยกัน 7 ธุรกิจ สร้างมูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 1.95 ล้านล้านบาท! โดยธุรกิจการขายปลีก มีมูลค่ารายรับส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท หรือร้อยละ 72.2 รองลงมาคือ ธุรกิจการบริการอาหารและเครื่องดื่ม มีมูลค่ารายรับประมาณ 3.4 แสนล้านบาท หรือร้อยละ 17.6 สำหรับธุรกิจการให้เช่าของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือน และกิจกรรมการคัดเลือกนักแสดงภาพยนตร์ โทรทัศน์และการแสดงอื่นๆ มีมูลค่ารายรับน้อยที่สุด คือประมาณ 3,678.7 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.2
รณรงค์ลดมลพิษ! วอน เซเว่นฯ เลิกใช้ถุงพลาสติกใส่กล้วย แนะติดบาร์โค้ดแทน เมื่อเร็วๆ นี้ องค์กรเอกชน Change.org ออกแคมเปญล่าสุด รณรงค์ให้ ร้านสะดวกซื้อ 7-ELEVEN เลิกนำกล้วยใส่ถุงพลาสติก แต่ให้มีการติดบาร์โค้ดแทน เพื่อเป็นการลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง โดยระบุว่า ร้านค้า เซเว่นอีเลฟเว่น (7-ELEVEN) หนึ่งในธุรกิจหลักของ บริษัทเครือ ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) มีส่วนแบ่งทางการตลาดประเภทร้านค้าสะดวกซื้อในประเทศไทยถึง 70% จนถึงปัจจุบัน 7-ELEVEN นั้น มีถึงประมาณ 10,300 สาขาทั่วประเทศ และคาดการณ์ว่าจะขยายจนครบ 13,000 สาขาในปี 2563 ร้าน 7–ELEVEN ใช้พลาสติกทั้งในรูปแบบของหลอด ถุงและบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ง่ายต่อการพกพา แม้กระทั่งการบรรจุกล้วย 1 ลูก ในถุงพลาสติก เพื่อตอบสนองรูปแบบการใช้ชีวิตเน้นความสะดวกและรวดเร็ว ในขณะที่ประเทศไทยถูกจัดให้เป็นอันดับที่ 6 ของประเทศที่ผลิตมลพิษขยะพลาสติกสู่ทะเลมากที่สุดในโลก Change.org ระบุต่อ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา 7-ELEVEN รณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติกได้ถึง 776,523,444 ใบ และบริจาคให้กับโรงพยาบาลในชนบท และ ถิ่นทุรกันดาร อีกทั้งยังประกาศงดแจกถุงพลาสติก เริ่มวันที่ 1 มกราค
“นกดูพินแดต๊อก” แพนเค้กแดนโสม ทำกินเองได้ ไม่ต้องไปถึงเกาหลี เสียงฝนตกทำให้ฉันนึกถึงอาหารเกาหลี จำพวกจอน 전 ซึ่งเป็นแป้งทอดใส่เครื่องต่างๆ หรืออาจจะเรียกว่าเป็นแพนเค้กของเกาหลี จอนชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า “นกดูพินแดต๊อก” 녹두빈대떡 หรือ “นกดูจอน” 녹두전 เป็นแป้งทอดที่มีความพิเศษแตกต่างจากแพนเค้กชนิดอื่นๆ เพราะใช้ถั่วเขียวซีกมาบดแทนการใช้แป้งสาลี จึงมีชื่อว่า “นกดู” 녹두 ที่แปลว่าถั่วเขียว แล้วฝนตกมาเกี่ยวอะไรกับเจ้าแพนเค้กถั่วเขียวล่ะ อาจุมมาขอเล่าให้ฟังว่า คนเกาหลีเมื่อได้ยินเสียงฝนตก จะทำให้นึกไปถึงเสียงน้ำมันเดือดในกระทะขณะที่กำลังทอดแป้งดังฉี่ฉ่า ฉี่ฉ่า ทำให้เวลาฝนตกคนเกาหลีจะอยากกินแพนเค้กเป็นพิเศษ สำหรับ นกดูพินแดต๊อก นั้น ทำได้ไม่ยาก ก่อนอื่นก็นำถั่วเขียวเลาะเปลือกไปแช่น้ำจนนิ่ม แล้วนำไปโม่ด้วยเครื่องโม่หิน แต่สำหรับครัวในบ้านก็ใช้ในเครื่องบดผสมอาหารได้เลย ฉันชอบปั่นหยาบๆ พอให้เคี้ยวเจอถั่ว ผสมหมูสับกับผักอย่างละนิดละหน่อยตามชอบใจ ได้แก่ ถั่วงอก กิมจิ ต้นหอม เฟิร์น แล้วปรุงรสด้วยเกลือและน้ำมันงา คนส่วนผสมให้เข้ากัน แล้วตักใส่กระทะทำเป็นแผ่นกลมแบนทอดให้สุกทีละด้าน กินตอนร้อนๆ โดยจิ้มกับน้ำจิ้ม
