มิชลิน ไกด์
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรมเสวนาหัวข้อ “เสน่ห์รสชาติ สร้างสรรค์การท่องเที่ยวไทย ผ่าน มิชลิน ไกด์” ณ โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ เพื่อตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วยวัฒนธรรมอาหารผ่านคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พักระดับโลก “มิชลิน ไกด์” โดยได้เชิญบุคลากรจากร้านอาหารในคู่มือมิชลิน ไกด์ ฉบับประเทศไทยประจำปี 2569 มาร่วมพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นบนเวทีเสวนา นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า “จากสถานการณ์โลกที่มีความไม่แน่นอนและการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวที่มีความเข้มข้น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมุ่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” ส่งมอบประสบการณ์ที่สร้างคุณค่าและช่วยฟื้นฟูทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ โดย “วัฒนธรรมอาหารไทย” ถือเป็นหนึ่งในจุดแข็งสำคัญที่สะท้อนอัตลักษณ์ ความพิถีพิถัน และภูมิปัญญาท้องถิ่น และสามารถต่อยอดเป็นกลไกสำคัญในการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ” จากรายงาน ‘Beyond the MICHELIN Stars’ ที่จัดทำขึ้นเมื่อปี 2568 โดยเอิร์นส์
หากพูดถึงวงการอาหารไทย ในปี 2568 มีร้านอาหารในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ จำนวนมากถึง 462 ร้าน และหนึ่งในนั้น คือ ร้าน AKKEE (อัคคี) ของ ‘เชฟอู๋-สิทธิกร จันทป’ ผู้ได้รับรางวัล 1 ดาวมิชลิน และ MICHELIN Guide Young Chef Award ปี 2568 “สำหรับผมมิชลินไม่ใช่แค่รางวัล แต่คือโอกาสให้ทั้งระบบพัฒนา” คำบอกเล่าของเชฟอู๋ เชฟรุ่นใหม่ผู้มีความสนใจในการเฟ้นหาวัตถุดิบจากเกษตรกรในแต่ละท้องถิ่นที่มีอยู่ทั่วประเทศไทย เพื่อนำมาปรุงด้วยสูตรโบราณ ที่เขาหยิบยกมาเล่าให้คนทั่วโลกได้เห็นวัฒนธรรมอาหารไทย ก่อนเปิดร้านอัคคี ย่านปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เชฟอู๋เริ่มต้นเปิดร้านคราฟต์เบียร์เล็กๆ ก่อนกระโดดมาเปิดร้านนี้ที่ขายคราฟต์เบียร์ควบคู่กัน ความโดดเด่นของร้านอัคคี คือการเป็นร้านอาหารตามฤดูกาล รวมถึงการหยิบตำราอาหารโบราณ มาประยุกต์ใช้ให้ร่วมสมัยมากขึ้น “ผมทำอาหารจากหนังสือเก่า แต่ไม่ได้อยากสร้างพิพิธภัณฑ์จากอาหาร ผมเอาเทคนิคภูมิปัญญาที่เขาสืบทอดกันมานานมาปรับใช้กับโลกปัจจุบันให้ได้ และเอาวัตถุดิบแปลกๆ เช่น แมลง หนอน ที่ดูไม่ค่อยน่าทาน แต่ผมหยิบมาทำเพราะมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อร่อย แต่เกษตรกรใช้ต้นทุนในการเลี้ย
“อาหารไทย” เป็นหนึ่งใน Soft Power ที่ช่วยผลักดันวัฒนธรรมไทย ให้กลายเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ซึ่งท่ามกลางร้านอาหารที่เปิดใหม่อย่างมากมาย การเฟ้นหาร้านที่มีรสชาติอร่อยและคุณภาพดี จึงกลายเป็นโจทย์สำคัญของผู้บริโภค ด้วยเหตุนี้ “ตราสัญลักษณ์” จึงมีบทบาทสำคัญ เป็นเหมือนเข็มทิศที่ช่วยนำทางให้กับนักชิม โดยมีตั้งแต่มาตรฐานสากล อย่าง Michelin Guide หนึ่งในรางวัลที่เชฟหรือร้านอาหารหลายร้านปรารถนาจะได้ หรือ เชลล์ชวนชิม สัญลักษณ์ของไทยที่สร้างตำนานการันตีร้านอร่อยมากว่า 64 ปี ไปจนถึง Thai SELECT ตราสัญลักษณ์ที่รับรองอัตลักษณ์ไทย ซึ่งเป็นการยกระดับอาหารไทยให้เป็นที่ยอมรับในทั่วโลก โดยสัญลักษณ์เหล่านี้ล้วนมีประวัติความเป็นมาและเกณฑ์การตัดสินที่เข้มข้น เป็นการบ่งบอกถึงคุณภาพและรสชาติที่ดี จนทำให้เกิดความเชื่อมั่นทั้งจากผู้บริโภคและร้านอาหารที่อยากได้รางวัลมาประดับร้านให้มีความน่าเชื่อถือ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนเดินทางไปเจาะลึกที่มาของแต่ละสัญลักษณ์ที่ทรงอิทธิพลในวงการอาหาร ตั้งแต่จุดเริ่มต้น ไปจนถึงคุณสมบัติที่หากร้านอาหารไทยอยากได้รางวัลต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT
เรื่องราวของ “มิชลิน ไกด์” เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1889 กับการก่อตั้งบริษัท มิชลิน โดยสองพี่น้องชาวฝรั่งเศส อองแดร และ เอดูอาร์ มิชลิน ซึ่งในยุคนั้นยังเป็นเพียงผู้ผลิตยางรถยนต์ แต่ทั้งคู่มีความต้องการอยากส่งเสริมให้คนออกเดินทางมากขึ้น เพราะเมื่อคนเดินทาง รถก็จะวิ่ง และยางก็จะสึกบ่อยขึ้น จากแนวคิดนั้นเอง นำไปสู่การถือกำเนิดของ “คู่มือมิชลิน” (MICHELIN Guide) ในปี ค.ศ. 1900 หนังสือเล่มเล็กปกแดงที่แจกฟรีให้ผู้ขับขี่รถยนต์ ใช้เป็นคู่มือแนะนำเส้นทาง ร้านอาหาร โรงแรม ปั๊มน้ำมัน และอู่ซ่อมรถทั่วฝรั่งเศส เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักเดินทาง ต่อมาในปี ค.ศ. 1926 “มิชลิน ไกด์” ได้เริ่มมอบ “ดาวมิชลิน” ให้กับร้านอาหารเป็นครั้งแรก เพื่อยกย่องร้านที่มีคุณภาพโดดเด่น กระทั่งปี ค.ศ. 1933 ได้กำเนิดผู้ตรวจสอบ มิชลิน ไกด์ (MICHELIN Guide Inspector) ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารและโรงแรมที่มีประสบการณ์สูง ซึ่งกลายเป็นจุดเด่นและเอกลักษณ์ของ “มิชลิน ไกด์” ในปัจจุบัน กว่า 90 ปีต่อมา ในปี ค.ศ. 2018 “มิชลิน ไกด์” ได้เปิดตัวในประเทศไทยเป็นครั้งแรก โดยเริ่มต้นที่กรุงเทพมหานคร ก่อนจะขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ เช่น ภูเก็ต พัง
ร้านรางวัล ‘บิบ กูร์มองด์’ ที่ติดอันดับในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับประเทศไทย ครั้งแรกทั้ง 13 ร้าน เป็นร้านที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 4 ร้าน, พระนครศรีอยุธยา 1 ร้าน, เชียงใหม่ 3 ร้าน, นครราชสีมา 1 ร้าน, อุดรธานี 1 ร้าน, สุราษฎร์ธานี 2 ร้าน และพังงา 1 ร้าน ข้อมูลร้านอาหารซึ่งได้รับรางวัล ‘บิบ กูร์มองด์’ ล่าสุด ไม่เพียงตอกย้ำความหลากหลายของอาหารไทย โดยครอบคลุมประเภทอาหารถึง 16 ประเภท แต่ยังสะท้อนแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของร้านอาหารสไตล์เรียบง่ายที่บ่งบอกตัวตนเชฟอย่างชัดเจน (Chef-Driven Casual) ความท้าทายทางเศรษฐกิจทั่วโลกเน้นให้เห็นบทบาทที่มีความหมายของรางวัล ‘บิบ กูร์มองด์’ ในการแนะนำร้านอาหารคุณภาพดีราคาย่อมเยาให้กับนักชิมที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ตลอดจนช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ ชื่อเสียง และการรับรู้ ให้กับร้านอาหารที่ได้มาตรฐานตามเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อเป็นสัญญาณเริ่มนับถอยหลังสู่การประกาศผลรางวัลดาวมิชลินในวันที่ 27 พฤศจิกายน ศกนี้ มิชลินได้เผยรายชื่อร้านอาหารคุณภาพดีราคาย่อมเยาที่ผ่านการคัดเลือกให้ได้รับรางวัล ‘บิบ กูร์มองด์’ (Bib Gourmand) ประจำปี 2569 รวมทั้งสิ้น 137 ร้าน ในจำ
เชื่อว่าหนึ่งในความฝันของผู้ประกอบการร้านอาหารหลายท่าน อยากมีรางวัลการันตี เพื่อเป็นจุดดึงดูดลูกค้าหรือเป็นมุดหมายของนักชิม แต่หนทางและวิธีการที่จะช่วยให้ร้านอาหารคว้ารางวัลและทำความฝันให้สำเร็จได้นั้น ต้องเรียนรู้อะไรอีกหลายอย่าง จากเวทีเสวนา “เส้นทางสู่ความเป็นเลิศของอาหารไทยผ่านคู่มือ มิชลิน ไกด์” โดย เชฟหนุ่ม-วีระวัฒน์ ตริยเสนวรรธน์ เจ้าของร้าน Samuay & Sons (ซาหมวย & ซันส์) ที่การันตีด้วยรางวัลมิชลินไกด์ Bib Gourmand จังหวัดอุดรธานี ได้มาถ่ายทอดถึงเส้นทางอันเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการร้านอาหารอย่างมาก โดยได้ถ่ายทอดเนื้อหาผ่านเวทีเสวนา ดังนี้ จุดเริ่มต้น เชฟหนุ่มมุ่งเน้นการรังสรรค์เมนูอาหารจานเด็ด ด้วยวัตถุดิบไทยดั้งเดิม ผสานเทคนิคการปรุงแบบตะวันตกร่วมสมัย นำเสนอ “อาหารอีสานในมุมมองใหม่” ที่มีมากกว่าส้มตำและไก่ย่าง ด้วยการเลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลจากตลาดพื้นบ้านและฟาร์มออร์แกนิก ถ่ายทอดออกมาในรูปแบบอาหารอีสานสมัยใหม่ ที่ทั้งอร่อย สวยงาม และเปี่ยมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ สัมผัสเสน่ห์ “อาหารอีสานแนวใหม่” อุดรธานี มุมมองวงการอาหารไทย “ผมขอพูดในฐานะเชฟต่างจังหวัด การที่เรามี
‘มิชลิน ไกด์’ ประเทศไทย เปิดรายชื่อ 20 ร้านใหม่ คว้ารางวัล ‘บิบ กูร์มองด์’ ประจำปี 2568 ‘มิชลิน ไกด์’ ประเทศไทย เปิดรายชื่อร้านอาหารหน้าใหม่คว้าสัญลักษณ์ “บิบ กูร์มองด์” ในคู่มือ “มิชลิน ไกด์” ประเทศไทย ประจำปี 2568! โดยมีร้านอาหารจำนวน 156 แห่งที่คว้าสัญลักษณ์ บิบ กูร์มองด์ ประจำปี 2568 โดยในจำนวนนี้มี 20 ร้านใหม่ที่ได้รับรางวัล บิบ กูร์มองด์ โดยในรายชื่อร้านอาหารใหม่ มี 5 ร้าน จากจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ในการขยายขอบเขตเข้าดำเนินการสำรวจ คัดเลือก และจัดอันดับร้านอาหารเป็นครั้งแรกเพื่อเผยแพร่ในคู่มือ มิชลิน ไกด์ ฉบับปี 2568 สำหรับรายชื่อร้านอาหาร 20 ร้านใหม่ที่ได้รับรางวัล บิบ กูร์มองด์ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ร้านจันทน์หอม ร้านไทยทำ ร้านลัคกี้ ซีฟู้ด ร้านอุไร ห่านพะโล้ ร้านโนเนม นู้ดเดิ้ล ชลบุรี ร้านข้าวหลามแม่ไข่ทูลเกล้า ร้านครัวแล้วแต่ R-Rom ร้านครัวลุงแฉ่ว ร้านล่าวัวพัทยา ร้านปลาดิษฐ์ ขอนแก่น ร้านศรีเรือนผัดไทย (สาขาถนนรื่นจิตร) นครราชสีมา ร้านบ้านไม้ชายน้ำ ร้านโซ้ยเจ็ก ร้านป้าเปลื้องหมี่กระโทก ปทุมธานี ร้านข้าวมันไก่หน้าโจร ร้านครัวมรกต ภูเ
โรงแรม 58 แห่งในไทยคว้ารางวัล ‘กุญแจมิชลิน’ จากการมอบรางวัลปีแรก ในฐานะโรงแรมที่โดดเด่นเป็นพิเศษ – โรงแรมเหล่านี้ล้วนผ่านการคัดสรรโดยผู้ตรวจสอบของ ‘มิชลิน ไกด์’ แล้วถึงการมอบประสบการณ์การเข้าพักสุดพิเศษที่โดดเด่นเฉพาะตัวในระดับโลก ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสำรองห้องพักผ่านช่องทางสื่อสารในระบบดิจิทัลของคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ – มิชลิน ไกด์ มุ่งมั่นเดินหน้าสู่การเป็นแพลตฟอร์อิสระอันดับ 1 ของโลกสำหรับการจองบริการร้านอาหารและโรงแรมชั้นนำในนานาประเทศ มิชลินประกาศรายชื่อโรงแรมที่พักทั่วไทยที่คว้ารางวัล ‘กุญแจมิชลิน’ หรือ ‘MICHELIN Key’ จากการคัดสรรและจัดอันดับในประเทศไทยเป็นครั้งแรก รวมทั้งสิ้น 58 แห่ง โดยมีโรงแรมที่พักได้รับรางวัล ‘3 กุญแจมิชลิน’ 8 แห่ง, รางวัล ‘2 กุญแจมิชลิน’ 19 แห่ง และ รางวัล ‘1 กุญแจมิชลิน’ 31 แห่ง โรงแรมเหล่านี้ล้วนผ่านการคัดสรรโดยผู้ตรวจสอบของ ‘มิชลิน ไกด์’ แล้วถึงการมอบประสบการณ์การเข้าพักสุดพิเศษที่โดดเด่นเฉพาะตัวในระดับโลก ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสำรองห้องพักผ่านช่องทางสื่อสารในระบบดิจิทัลของคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ได้อย่างสะดวกตามเป้าหมายของ ‘มิชลิน ไกด์’ ที่มุ่งทะย
เช็กลิสต์ มิชลิน ไกด์ ร้านอาหาร-สตรีตฟู้ด จัดเต็ม ที่ได้ ‘บิบ กูร์มองด์’ ปี 2566 มร.เกว็นดัล ปูลเล็นเนค (Gwendal Poullennec) ผู้อำนวยการฝ่ายจัดทำคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ทั่วโลก เปิดเผยว่า มิชลินเตรียมประกาศผลรางวัลดาวมิชลิน พร้อมเปิดตัวคู่มือมิชลิน ไกด์ ประเทศไทย ฉบับประจำปี 2566 (The MICHELIN Guide Thailand 2023) ในวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้ โดยมีร้านอาหารและสตรีตฟู้ดที่ผ่านการคัดเลือกให้ได้รับสัญลักษณ์ ‘บิบ กูร์มองด์’ (Bib Gourmand) ประจำปี 2566 รวมทั้งสิ้น 189 ร้าน ซึ่งในจำนวนนี้มี 53 ร้านได้รับการจัดอันดับครั้งแรก และ 6 ร้านได้รับการเลื่อนระดับจากปีก่อน “สัดส่วนของร้านประเภทสตรีตฟู้ดที่ได้รับสัญลักษณ์ ‘บิบ กูร์มองด์’ สะท้อนให้เห็นถึงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมอาหารของไทยที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘ดินแดนสวรรค์ด้านสตรีตฟู้ด’ สำหรับนักชิมที่ใส่ใจในราคา เรียกได้ว่าในไทย สตรีตฟู้ดเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต โดยสามารถพบเห็นร้านอาหารประเภทนี้ได้แทบทุกหนแห่งทั่วประเทศ ทั้งยังนำเสนออาหารที่อร่อยและมีความหลากหลายอย่างเหลือเชื่อ ดังนั้น สตรีตฟู้ดจึงไม่เพียงมอบประสบการณ์การทานอาหารในรูปแบบเฉพาะตัวแบบไทยขนานแท้ แต่ยัง
มิชลิน ไกด์ รุกก้าวสู่ปีที่ 6 ขยายขอบเขตการคัดสรรร้านอาหาร ครอบคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ “ภาคอีสาน” ของไทย นครราชสีมา, อุบลราชธานี, อุดรธานี และ ขอนแก่น ได้รับคัดเลือกเป็น 4 เมืองตัวแทนภาคอีสาน ที่คู่มือมิชลิน ไกด์ ประเทศไทย ปี 2566 จะเข้าดำเนินการสำรวจ คัดเลือก และจัดอันดับร้านอาหาร ‘มิชลิน ไกด์’ และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมแถลงข่าวการขยายขอบเขตคัดสรรร้านอาหารเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ “ภาคอีสาน” ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดของไทยครอบคลุม 20 จังหวัด โดยคู่มือมิชลิน ไกด์ ประเทศไทย ประจำปี 2566 ซึ่งเป็นฉบับที่ 6 ของไทยและมีกำหนดเผยแพร่ปลายปี 2565 นี้ ได้เลือก นครราชสีมา, อุบลราชธานี, อุดรธานี และ ขอนแก่น เป็น 4 เมืองตัวแทนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จะสะท้อนอัตลักษณ์อาหารอีสานที่โดดเด่นและมีรสชาติจัดจ้าน ตลอดจนแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่หลากหลาย อาหารอีสานมีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ โดยได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากอาณาจักรสุโขทัยและอาณาจักรเขมรโบราณ รวมทั้งจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว เวียดนาม กัมพูชา และจีน ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือประกอบด้วย
