Featured How to เคล็ดลับผู้ประกอบการ

เจาะลึกที่มา-เกณฑ์การให้คะแนน ตราสัญลักษณ์การันตีความอร่อย “Thai SELECT-Michelin-เชลล์ชวนชิม”

“อาหารไทย” เป็นหนึ่งใน Soft Power ที่ช่วยผลักดันวัฒนธรรมไทย ให้กลายเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ซึ่งท่ามกลางร้านอาหารที่เปิดใหม่อย่างมากมาย การเฟ้นหาร้านที่มีรสชาติอร่อยและคุณภาพดี จึงกลายเป็นโจทย์สำคัญของผู้บริโภค

ด้วยเหตุนี้ “ตราสัญลักษณ์” จึงมีบทบาทสำคัญ เป็นเหมือนเข็มทิศที่ช่วยนำทางให้กับนักชิม โดยมีตั้งแต่มาตรฐานสากล อย่าง Michelin Guide หนึ่งในรางวัลที่เชฟหรือร้านอาหารหลายร้านปรารถนาจะได้

หรือ เชลล์ชวนชิม สัญลักษณ์ของไทยที่สร้างตำนานการันตีร้านอร่อยมากว่า 64 ปี ไปจนถึง Thai SELECT ตราสัญลักษณ์ที่รับรองอัตลักษณ์ไทย ซึ่งเป็นการยกระดับอาหารไทยให้เป็นที่ยอมรับในทั่วโลก

โดยสัญลักษณ์เหล่านี้ล้วนมีประวัติความเป็นมาและเกณฑ์การตัดสินที่เข้มข้น เป็นการบ่งบอกถึงคุณภาพและรสชาติที่ดี จนทำให้เกิดความเชื่อมั่นทั้งจากผู้บริโภคและร้านอาหารที่อยากได้รางวัลมาประดับร้านให้มีความน่าเชื่อถือ

วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนเดินทางไปเจาะลึกที่มาของแต่ละสัญลักษณ์ที่ทรงอิทธิพลในวงการอาหาร ตั้งแต่จุดเริ่มต้น ไปจนถึงคุณสมบัติที่หากร้านอาหารไทยอยากได้รางวัลต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง

ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT

Thai SELECT เป็นตราสัญลักษณ์ที่กระทรวงพาณิชย์ มอบให้กับร้านอาหารไทย และผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูป ที่ให้บริการและจำหน่ายอาหารไทยรสชาติไทยแท้ ผ่านกระบวนการและขั้นตอนของการปรุงอาหารด้วยส่วนผสมตามตำรับอาหารไทย การันตีรสชาติ คุณภาพ และบริการ ที่สร้างชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน ภายใต้สโลแกน “อาหารไทยต้อง Thai SELECT”

การมอบตราสัญลักษณ์ Thai SELECT เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2541 โดยมอบให้แก่ร้านอาหารไทยในต่างประเทศ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ของความเป็นไทยที่ได้รับการยอมรับจากคนทั่วโลก

ต่อมาในปี 2561 ได้ต่อยอดการใช้ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ในไทย เพื่อยกระดับธุรกิจร้านอาหารไทยในประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีร้านอาหารที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT กว่า 496 ร้านทั่วประเทศ

ประเภทของตราสัญลักษณ์ 

Thai SELECT ร้านอาหาร แบ่งตามระดับคุณภาพและเอกลักษณ์เป็น 4 ประเภท ตามเกณฑ์รูปแบบของร้าน การตกแต่งร้าน คุณภาพของอาหารและการบริการ ดังนี้

1. Thai SELECT Casual มอบให้กับร้านอาหารไทยรสชาติดี ที่ให้ความรู้สึกเป็นกันเองในการเข้ารับบริการ มีการนำเสนอจานอาหารที่ถูกต้องตามมาตรฐานอาหารไทย โดยร้านอาจมีข้อจำกัดในการบริการ เช่น ร้านที่ไม่มีที่นั่ง รถฟู้ดทรัก แต่ให้ความรู้สึกคุ้มค่า

2. Thai SELECT 1-Star Restaurants มอบให้กับร้านอาหารไทยคุณภาพดี บรรยากาศ Fine-Casual Dining มีบริการเต็มรูปแบบ บรรยากาศดี นำเสนออาหารที่มีจุดเด่น 

3. Thai SELECT 2-Star Restaurants มอบให้กับร้านอาหารไทย บรรยากาศสวยงาม มีการบริการอย่างมืออาชีพ นำเสนอและตกแต่งจานโดยมีการใช้ความคิดสร้างสรรค์ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

4. Thai SELECT 3-Star Restaurants มอบให้ร้านอาหารไทยคุณภาพยอดเยี่ยมที่มีบรรยากาศพิเศษ หรูหราเหนือระดับ ตกแต่งร้านประณีตพิถีพิถัน สร้างประสบการณ์การรับประทานอาหารชั้นเลิศ คุ้มค่าแก่การลิ้มลอง ถ่ายทอดเรื่องราว โดดเด่นสะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทย รวมถึงเชฟมีความเชี่ยวชาญสูง รอบรู้เรื่องวัตถุดิบ และเทคนิคการปรุงอาหารไทยเป็นอย่างดี

โดยล่าสุดปี 2025 มีการใช้ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT รูปแบบใหม่ ‘ดาวเกียรติยศรูปดอกกล้วยไม้’ 3 ระดับ

  • Thai SELECT ดาวเกียรติยศ 1 ดาว : รสชาติไทยแท้ มาตรฐานมั่นใจ
  • Thai SELECT ดาวเกียรติยศ 2 ดาว : รสชาติไทยสร้างสรรค์ บริการมืออาชีพ
  • Thai SELECT ดาวเกียรติยศ 3 ดาว : รสชาติไทยสุดประณีต สัมผัสประสบการณ์ชั้นเลิศ

รางวัล Thai SELECT ผลิตภัณฑ์ มีทั้งหมด 1,034 ผลิตภัณฑ์ จาก 121 บริษัท โดยมอบให้กับผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูปที่เป็นสินค้าส่งออก ซึ่งมีคุณภาพมาตรฐานสากลและยังคงอัตลักษณ์ของอาหารไทย

คุณสมบัติและหลักเกณฑ์การพิจารณา

1. ร้านอาหารไทยเปิดให้บริการมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน 

2. เป็นร้านอาหารที่มีที่นั่งรับประทานในบริเวณร้านรองรับลูกค้าพร้อมกันได้ไม่ต่ำกว่า 10 ที่นั่ง มีพนักงานให้บริการพร้อม 

3. มีรายการอาหารไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของรายการอาหารทั้งหมดของร้าน (ไม่รวมของหวานและเครื่องดื่ม)

4. เชฟไทยหรือเชฟต่างชาติที่มีประสบการณ์อาหารไทย

5. ผู้ให้บริการและสถานที่ต้องถูกสุขลักษณะและสวยงาม 

6. ร้านอาหารไทยที่มีมากกว่า 1 สาขา แต่ละสาขาต้องยื่นใบสมัครขอรับตราสัญลักษณ์ฯ แยกจากสาขาอื่น 

7. ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT มีอายุ 3 ปี นับจากวันที่ได้รับตราสัญลักษณ์ฯ

สามารถค้นหาร้านอาหารและผลิตภัณฑ์ Thai SELECT ได้ที่ : www.thaiselect.com/th 

Micheline Guide

มิชลิน ไกด์ เป็นเหมือนเครื่องการันตีของร้านอาหารให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยเริ่มต้นจากบริษัท มิชลิน ในปี ค.ศ. 1889 โดยสองพี่น้องชาวฝรั่งเศส อองแดร และ เอดูอาร์ มิชลิน ซึ่งตอนนั้นเป็นผู้ผลิตยางรถยนต์ แต่ด้วยความที่ทั้งคู่ต้องการส่งเสริมให้คนออกเดินทางมากขึ้น จึงนำไปสู่จุดกำเนิดของ คู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ (MICHELIN Guide) 

ต่อมาในปี ค.ศ. 1926 ได้เริ่มมอบ “ดาวมิชลิน” ให้กับร้านอาหารเป็นครั้งแรก เพื่อยกย่องร้านที่มีคุณภาพ เอกลักษณ์โดดเด่น และในปี ค.ศ. 2018 รวมระยะเวลากว่า 90 ปี “มิชลิน ไกด์” ได้เปิดตัวครั้งแรกในไทย เริ่มจากกรุงเทพมหานคร และขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ 

รางวัลมิชลินแต่ละประเภท

ดาวมิชลินเป็นรางวัลที่เชฟทั้งหลายต่างปรารถนา แต่จะมีแค่ร้านอาหารที่โดดเด่นมากที่สุดเท่านั้นที่จะได้คว้าโอกาส รับรางวัลนี้ไปครอบครอง ซึ่งการรับรางวัล 1 ดาวมิชลิน หรือ 3 ดาวมิชลิน จึงสามารถพลิกชะตาของร้านอาหารได้เลยทีเดียว

  • 1 ดาวมิชลิน : ร้านอาหารคุณภาพสูง ที่ควรค่าแก่การหยุดแวะชิม
  • 2 ดาวมิชลิน : ร้านอาหารยอดเยี่ยมที่ควรค่าแก่การขับรถออกนอกเส้นทางเพื่อแวะชิม
  • 3 ดาวมิชลิน : สุดยอดร้านอาหารที่ควรค่าแก่การเดินทางไกล เพื่อไปชิมสักครั้ง

โดยตั้งแต่ปี ค.ศ. 1955 มิชลิน ไกด์ ได้รวบรวมรายชื่อร้านอาหารที่โดดเด่น เสิร์ฟอาหารคุณภาพยอดเยี่ยมในราคาย่อมเยา เรียกว่า บิบ กูร์มองด์ (Bib Gourmand) โดยร้านที่ได้รับรางวัลนี้จะต้องมีราคาไม่เกินมาตรฐานของแต่ละท้องถิ่นนั้นๆ ซึ่งในช่วงแรกจะใช้อักษร R สีแดง เพื่อบ่งบอกถึงร้านอาหารอร่อยในราคาย่อมเยา ต่อมาในปี 1997 ได้เปิดตัวสัญลักษณ์ร้านรางวัลบิบ กูร์มองด์ เป็นรูปมิชลิน แมน เลียริมฝีปาก

นอกจากนี้ รางวัลบิบ กูร์มองด์ เป็นการช่วยผลักดันให้เจ้าของร้านหันมาใส่ใจการนำเสนอรสชาติท้องถิ่น ผ่านอาหารคุณภาพ ราคาจับต้องได้ ภายใต้บรรยากาศเป็นกันเอง

ในปี 2016 ได้มีการเพิ่มรางวัล มิชลิน เพลท (MICHELIN Plates) หรือ L’Assiette เพื่อบ่งบอกถึงร้านที่ “เสิร์ฟอาหารดีมีคุณภาพ”

โดยหลักเกณฑ์ที่ใช้ประเมินแต่ละร้านมีทั้งหมด 5 อย่าง ประกอบด้วย คุณภาพของวัตถุดิบที่ใช้, ความโดดเด่นของรสชาติและเทคนิคการรังสรรค์อาหาร, เอกลักษณ์เฉพาะตัวของเชฟที่นำเสนอผ่านมื้ออาหาร, ความคุ้มค่าสมราคา และความคงที่ของประสบการณ์ในการทาน

สามารถค้นหาร้านอาหารคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ได้ที่ : https://guide.michelin.com/th/th 

เชลล์ชวนชิม

จุดเริ่มต้นของ เชลล์ชวนชิม เกิดขึ้นมาในปี พ.ศ. 2504 โดย ม.จ.ภีศเดช รัชนี และ ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ ที่อยากส่งเสริมการขายแก๊สหุงต้มของเชลล์ จึงเกิดเป็นแนวคิดที่จะชูเรื่องอาหาร โดยการแนะนำอาหารอร่อยในประเทศไทย 

สำหรับโลโก้แรก จะเป็นรูปหอยเชลล์และมีเปลวแก๊สอยู่ข้างๆ เพื่อเป็นการโปรโมตการใช้เชลล์แก๊ส เพราะแรกๆ คนไทยยังไม่ชินกับการใช้แก๊สเพราะกลัวระเบิด จึงใช้สัญลักษณ์แก๊สในการโปรโมต

และปัจจุบันกับโลโก้ชามลายคราม ที่ทุกคนคุ้นตา เป็นเครื่องกังไสลายผักกาดที่นิยมเล่นกันมาก ในสมัย ร.5 หมายถึงสัญลักษณ์แห่งการกินดีกินเป็น

ต่อมาในปี 2562 ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ บุตรชาย ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ เข้ามาสืบทอดตำนานนักชิมของเชลล์ชวนชิม ในรูปแบบใหม่ที่เน้นโซเชียลมีเดีย ให้อัปเดตความอร่อยได้ง่ายๆ ในทุกการเดินทาง

โดยช่องทางการได้ตราเชลล์ชวนชิม ร้านอาหารติดต่อมาทางเชลล์ชวนชิมโดยตรง และบอกผ่านทางคณะกรรมการ

ด้าน เกณฑ์การให้คะแนนมาตรฐาน ความอร่อย, เอกลักษณ์, ควรค่าแก่การไปชิม, ความคุ้มค่าของราคาเมื่อเทียบกับคุณภาพอาหาร, ความสะอาด ซึ่งมีสัดส่วนเปอร์เซ็นต์คะแนนแตกต่างกันไป ตามลำดับ

โดยร้านที่ได้ตราเชลล์ชวนชิม ต้องผ่านโหวตจากคณะกรรมการ 3 โหวตขึ้นไป และได้คะแนนอย่างน้อย 80% ขึ้นไป ทั้งนี้ ร้านที่เข้ารับคัดเลือกสามารถปรับปรุงและเข้ามาอยู่ในเกณฑ์การพิจารณาใหม่ได้เสมอ แม้ไม่ผ่านการตัดสินครั้งแรก

ปัจจุบันมีสถานีบริการน้ำมันเชลล์กว่า 700 สาขาทั่วประเทศ มีผู้ใช้บริการกว่า 13 ล้านคนต่อปี มีร้านเชลล์ชวนชิมกว่า 3,000 แห่งทั่วประเทศ มีร้านในหลากหลายประเภท อาทิ ร้านอาหารไทย ร้านอาหารนานาชาติ ร้านอาหารจีน คาเฟ่ขนมหวาน เป็นต้น

สามารถค้นหาร้านอาหาร ‘เชลล์ชวนชิม’ ได้ที่ : https://shellshuanshim.com/search 

Related Posts

“ทฤษฎีโกงความรู้สึก” เทคนิคไลฟ์สด ของ “เชน-ธนา” CEO นักไลฟ์ ทำยอดขายแตะหลักร้อยล้านบาทต่อปี
ล้มเหลวมาแล้วถึงรู้! เจ้าของ “ซิงซิง หม่าล่า” เปิดสูตรปั้นแบรนด์ให้โตหลายสาขา เรียนรู้จากคู่แข่ง - ใช้โซเชียลเรียกลูกค้า
หากระเป๋าที่เข้ากับชุดไม่ได้ เลยเริ่มสร้างแบรนด์ “Freja” ด้วยเงินเก็บ ก่อนสร้างรายได้ ก่อนสร้างรายได้ กว่า 700 ล้าน