มิชลิน
ขนมเบื้อง เป็นขนมไทยที่ใครหลายคนชอบทาน จุดเด่นอยู่ที่แป้งบางกรอบ มาพร้อมไส้เค็มและหวาน โดยแต่ละร้านจะมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน อย่างร้าน “ขนมเบื้องหวานผึ้งน้อย” จะมีลักษณะแป้งบาง ไส้แน่น ชิ้นใหญ่ โรยหน้ามะพร้าวอ่อน เดิมเป็นร้านขนมเบื้องเล็กๆ ที่ขายอยู่ตามตลาดนัด แต่ปัจจุบันเปิดมากว่า 41 ปี สามารถขยายสาขาไปได้กว่า 10 แห่ง และการันตีความอร่อยด้วยรางวัล Michelin Bib Gourmand 4 ปีซ้อน (2021-2024) วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับ คุณผึ้ง-ยุพดี กิจทวี ทายาทรุ่นที่ 3 ร้านขนมเบื้องหวานผึ้งน้อย ที่สืบทอดกิจการต่อจากครอบครัว และสามารถพัฒนาร้านจนกลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง จากธุรกิจครอบครัว สู่ความสำเร็จระดับมิชลิน คุณผึ้ง เล่าว่า เธอเข้ามารับช่วงต่อกิจการนี้ตอนประมาณอายุ 26 ปี โดยร้านนี้เป็นร้านที่พ่อกับแม่สร้างขึ้นมาด้วยกัน สูตรและวัตถุดิบต่างๆ อย่าง ไส้ฝอยทองหรือไส้เค็ม ก็นำมาจากคุณย่า “ส่วนตัวผึ้งไม่ได้ประกอบอาชีพอื่นเลยค่ะ เรามารับช่วงต่อร้านหลังจากคุณพ่อเสีย ซึ่งสิ่งที่ทำให้รู้สึกพิเศษคือการได้สืบต่อสิ่งที่ครอบครัวทำไว้ และยังคงรักษาความตั้งใจในการทำขนมให้ดีที่สุดเ
ถ้าจะหาร้านก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่อร่อยๆ ได้กลิ่นควันจากเตาถ่าน มีอยู่ร้านหนึ่งแถวห้าแยกพลับพลาไชย เจ้านี้เขาเป็นร้านเด็ดในตำนานที่ขายมานานร่วม 70 ปี และตำนานความอร่อยที่ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะกล่าวถึงนี้ คือ แอน ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ เจ้าของรางวัลมิชลิน 6 ปีซ้อน คุณแอน-พรหมพร โอภาสจรัสเรือง ทายาทรุ่น 3 ได้เล่าเรื่องราวของการต่อยอดธุรกิจครอบครัวในอดีต ปรับโฉมสตรีตฟู้ดบ้านๆ ให้กลายเป็นหนึ่งในร้านที่ไม่ควรพลาด ตำนาน 70 ปี สูตรลับ “เตาถ่านไม้โกงกาง” ตำนานความอร่อยของก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่เจ้านี้ เดินทางผ่านกาลเวลามานานกว่า 7 ทศวรรษ เริ่มต้นจากรสมือของ “อาม่า” ผู้บุกเบิก ส่งต่อมายังรุ่นคุณพ่อ จนถึงทายาทรุ่นที่ 3 อย่าง คุณแอน แม้จะเป็นลูกสาวคนเล็กที่ต้องรับไม้ต่อพร้อมความคาดหวังมหาศาล แต่คุณแอนก็นำพาธุรกิจผ่านพ้นวิกฤตด้วยเลือดนักสู้ ตอนเด็กๆ เธอได้มีโอกาสไปยืนดูคุณพ่อทำอยู่บ่อยครั้ง จนโตมาเลยบอกกับครอบครัวว่า “แอนอยากทำบ้าง” เลยใช้วิธีการครูพักลักจำ ว่าก๋วยเตี๋ยวชนิดนี้ทำอย่างไร พ่อของเธอก็ถ่ายทอดวิชา สอนแบบจับมือทำในทุกๆ วัน เมื่อก่อนมีลูกค้าติดใจเยอะมากๆ แต่ไม่มีชื่อร้านอย่างเป็นทางการ หลังจากนั้
ในงานเปิดตัว คู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับประเทศไทย ประจำปี 2569 (THE MICHELIN GUIDE THAILAND 2026) มิชลินได้ประกาศรายชื่อร้านอาหารที่คว้ารางวัล ‘ดาวมิชลิน’ และรางวัลพิเศษอื่นๆ โดยคู่มือฉบับนี้บรรจุรายชื่อร้านอาหารที่ผ่านการคัดสรรรวมทั้งสิ้น 468 แห่ง ร้านอาหารที่ได้รับรางวัลจากคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์ ประเทศไทย 2569’ เกว็นดัล ปูลเล็นเนค (Gwendal Poullennec) ผู้อำนวยการฝ่ายจัดทำคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ทั่วโลก กล่าวว่า “ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่โดดเด่นสำหรับผู้มองหาประสบการณ์ด้านอาหารที่หลากหลายและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับล่าสุดสะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการและความแปลกใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจหลายด้าน คู่มือฉบับนี้ครอบคลุมประเภทอาหารมากขึ้น…สะท้อนถึงความหลากหลายและการเปลี่ยนแปลงไม่หยุดนิ่งในแวดวงอาหารของไทยซึ่งขับเคลื่อนด้วยพลังและความคิดสร้างสรรค์ที่น่าทึ่ง นอกจากนี้ จำนวนร้านระดับดาวมิชลินที่เพิ่มขึ้นยังทำให้ประเทศไทยเป็นหมุดหมายด้านอาหารที่น่าดึงดูดยิ่งขึ้นบนเวทีโลก” ภาพรวมของแนวโน้มและทิศทางวงการอาหารของไทย มร.ปูลเล็นเนค เปิดเผยว่า ผู้ตรวจสอบของ ‘มิชลิน ไกด์’ พบว่า
เปิดตำนานความอร่อย! จาก “บ้านไอซ์” สู่ “ศรณ์” ร้านอาหารไทยร้านแรกที่ได้ มิชลิน 3 ดาว ศรณ์ คือร้านอาหารไทยร้านแรกที่ได้ มิชลิน 3 ดาวปีล่าสุด แต่รู้หรือไม่ว่า จริงๆ แล้วเจ้าของร้าน “ศรณ์” คือ เชฟไอซ์-ศุภักษร จงศิริ เจ้าของและผู้บริหารร้านอาหาร “บ้านไอซ์” ซึ่งเปิดสาขาแรกตรงประชานิเวศน์ 1 เมื่อกว่า 30 ปีมาแล้ว โดยปัจจุบันมีสาขาทั่วกรุงเทพฯ เช่น ทองหล่อ, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, ไอคอนสยาม, เมกาบางนา ฯลฯ ร้านอาหาร “บ้านไอซ์” คือร้านอาหารใต้ที่ก่อตั้งโดย คุณศุภวัฒน์ จงศิริ (คุณพ่อ) ผู้ใช้นามปากกา “ศุภักษร” สร้างผลงานเขียนทั้งนิยายวัยรุ่น สร้างภาพยนตร์วัยรุ่น เป็นออร์แกไนเซอร์จัดงานพิธีเปิดกีฬาระดับประเทศ และในระดับนานาชาติ อย่าง ซีเกมส์ ทั้งคุณพ่อ และ เชฟไอซ์ ต่างไม่เคยศึกษาด้านการทำอาหาร แต่ใช้สูตรอาหารใต้ที่บ้านไอซ์ โดยเริ่มต้นมาจากคุณย่าที่ชอบปรุงอาหาร จึงได้นำสูตรนั้นมาค่อยๆ ปรับจนร้านโด่งดัง บวกกับลีลาการนำเสนอด้วยตามสไตล์ของคุณพ่อศุภวัฒน์ จงศิริ ที่ถ่ายทอดออกมาในแต่ละเมนู จนทำให้ร้านกลายเป็นที่รู้จักนั่นเอง ล่าสุดวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ในงานประกาศรางวัล MICHELIN GUI
เชื่อว่าหนึ่งในความฝันของผู้ประกอบการร้านอาหารหลายท่าน อยากมีรางวัลการันตี เพื่อเป็นจุดดึงดูดลูกค้าหรือเป็นมุดหมายของนักชิม แต่หนทางและวิธีการที่จะช่วยให้ร้านอาหารคว้ารางวัลและทำความฝันให้สำเร็จได้นั้น ต้องเรียนรู้อะไรอีกหลายอย่าง จากเวทีเสวนา “เส้นทางสู่ความเป็นเลิศของอาหารไทยผ่านคู่มือ มิชลิน ไกด์” โดย เชฟหนุ่ม-วีระวัฒน์ ตริยเสนวรรธน์ เจ้าของร้าน Samuay & Sons (ซาหมวย & ซันส์) ที่การันตีด้วยรางวัลมิชลินไกด์ Bib Gourmand จังหวัดอุดรธานี ได้มาถ่ายทอดถึงเส้นทางอันเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการร้านอาหารอย่างมาก โดยได้ถ่ายทอดเนื้อหาผ่านเวทีเสวนา ดังนี้ จุดเริ่มต้น เชฟหนุ่มมุ่งเน้นการรังสรรค์เมนูอาหารจานเด็ด ด้วยวัตถุดิบไทยดั้งเดิม ผสานเทคนิคการปรุงแบบตะวันตกร่วมสมัย นำเสนอ “อาหารอีสานในมุมมองใหม่” ที่มีมากกว่าส้มตำและไก่ย่าง ด้วยการเลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลจากตลาดพื้นบ้านและฟาร์มออร์แกนิก ถ่ายทอดออกมาในรูปแบบอาหารอีสานสมัยใหม่ ที่ทั้งอร่อย สวยงาม และเปี่ยมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ สัมผัสเสน่ห์ “อาหารอีสานแนวใหม่” อุดรธานี มุมมองวงการอาหารไทย “ผมขอพูดในฐานะเชฟต่างจังหวัด การที่เรามี
ททท. จัดเวทีเสวนา “เส้นทางสู่ความเป็นเลิศของอาหารไทยผ่านคู่มือ มิชลิน ไกด์” ผลักดันไทยเป็น “จุดหมายด้านอาหารระดับโลก” ตอกย้ำ Gastronomy Tourism ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “เส้นทางสู่ความเป็นเลิศของอาหารไทยผ่านคู่มือ มิชลิน ไกด์” ณ ห้องบอลรูม โรงแรม อนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ถนนราชดําริ เขตปทุมวัน ตอกย้ำภาพลักษณ์ด้านอาหารของประเทศที่เติบโตอย่างต่อเนื่องหลังการเข้ามาของคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ในประเทศไทยครบ 8 ปี โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ร่วมเวทีเสวนา พร้อมด้วยนายศุภักษร จงศิริ (เชฟไอซ์ จากร้านศรณ์ รางวัลสามดาวมิชลิน) นายสิทธิกร จันทป (เชฟอู๋ จากร้านอัคคี รางวัลหนึ่งดาวมิชลิน และ MICHELIN Guide Young Chef Award ปี 2568) และนายวีระวัฒน์ ตริยเสนวรรธน์ (เชฟหนุ่ม จากร้านซาหมวยแอนด์ซันส์ รางวัลบิบ กูร์มองด์ จังหวัดอุดรธานี) ร่วมนำเสนอความสำเร็จจากความร่วมมือในการผลักดันศักยภาพของประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านอาหารระดับโลก นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า “ค
โอกาสมาแล้ว! Michelin รับสมัครนักชิมอาหาร ตำแหน่ง Michelin Red Guide Food Inspector ชิมอาหารขั้นต่ำ 260 มื้อต่อปี โอกาสของนักชิมลิ้นทองมาแล้ว เพราะ Michelin ประกาศรับสมัครนักชิมในตำแหน่ง Michelin Red Guide Food Inspector คือบุคคลผู้มีบทบาทสำคัญในการจัดอันดับและให้ดาวมิชลินแก่ร้านอาหารต่างๆ ทั่วโลก พวกเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารที่มีความรู้และประสบการณ์สูง โดยมีหน้าที่หลักคือการเดินทางไปชิมอาหารที่ร้านต่างๆ แบบไม่เปิดเผยตัวตน เพื่อประเมินคุณภาพของอาหารและประสบการณ์โดยรวมของร้าน ซึ่งต้องบอกว่า Michelin Red Guide Food Inspector เป็นตำแหน่งงานที่น่าสนใจ โดยทางมิชลินได้กำหนดรายละเอียดงาน บทบาทหน้าที่ และคุณสมบัติของผู้สมัครไว้ดังนี้ บทบาทและความรับผิดชอบ – ดำเนินการตรวจสอบมื้ออาหารอย่างละเอียดและจัดทำรายงานโดยละเอียด – วางแผนการเดินทาง จัดการเวลา และประสานงานกับสมาชิกในทีมอย่างมีประสิทธิภาพ – ตรวจสอบช่องทางสื่อต่างๆ สำหรับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับร้านอาหารภายในตลาดที่ได้รับมอบหมาย – คาดว่าจะมีการตรวจสอบมื้ออาหารขั้นต่ำ 260 มื้อต่อปี – ยินดีที่จะเดินทางไปต่างประเท
จากคนที่ไม่เคยเรียนทำอาหาร แต่กลับปั้นร้านศรณ์ (Sorn) อาหารใต้ Fine Dining จนคว้ามิชลิน 3 ดาว ร้านแรกในไทย ในงานสัมมนา Trust Thailand : เชื่อมั่นประเทศไทย เวที “เชื่อมั่นของดีไทย ดันซอฟต์พาวเวอร์ไกลสู่เวทีโลก” จาก เชฟไอซ์-ศุภักษร จงศิริ เจ้าของร้าน ศรณ์ (Sorn) ร้านอาหารใต้สไตล์ Fine Dining ที่จองยากที่สุดร้านหนึ่งในไทย และเป็นร้านอาหารใต้ร้านแรกที่คว้ามิชลิน 3 ดาว จากจุดเริ่มต้นของคนที่ไม่เคยเรียนทำอาหาร เชฟไอซ์อาศัยการเรียนรู้จากการเดินทางไปยังแหล่งวัตถุดิบท้องถิ่น ล้วงลับสูตรอาหารแบบฉบับคนใต้แท้ๆ จากความทุ่มเทและกระบวนการทำที่พิถีพิถัน จึงเกิดเป็นร้าน ‘ศรณ์’ ที่พาอาหารไทยไปสู่ระดับนานาชาติ กว่าจะมาเป็นร้าน ‘ศรณ์’ “อาชีพทำอาหารทำให้เรามีความสุข” เชฟไอซ์เติบโตมาในร้านอาหารที่ชื่อว่า “บ้านไอซ์” ซึ่งเมื่อเข้ามหา’ลัยก็เกิดวิกฤตฟองสบู่แตก ซึ่งตอนนั้นเขาอยู่ต่างประเทศ ทำให้ต้องทำอาหารเพื่อเอาตัวรอดในต่างแดน แต่ทว่าในยุคสมัยนั้นไม่มีคำว่า “เชฟ” มีแต่คำว่า “กุ๊ก” ถ้าอยากจะเรียนทางด้านเชฟที่บ้านคงไม่ยอมรับแน่นอน เมื่อเขากลับจากต่างประเทศ ทำให้ได้มาสานต่อร้านบ้านไอซ์ต่อจากคุณย่า “พ
เจ๊ไฝ มิชลิน ยังแรงดี ไม่มีตก ลูกค้าคอยคิว ตั้งแต่เปิดร้าน วันก่อน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสเข้าไปอุดหนุน เจ๊ไฝ ร้านอาหารริมทาง ระดับมิชลินสตาร์ ย่านประตูผี ถนนมหาไชย แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร ที่ก่อนหน้านี้ ช่วงก่อนการแพร่ระบาดโควิด จัดเป็นร้านท็อปฮิต ใครอยากลองลิ้มชิมรส อาจต้องขอจองล่วงหน้านานนับเดือน ซึ่งล่าสุด ร้านดังแห่งนี้ มีการปรับตัวตามสถานการณ์ ที่มีคำสั่งปิดห้ามนั่งทานที่ร้านเป็นระยะ โดยจากเคยเปิดช่วงบ่ายๆ ไล่ไปจนถึงกลางดึก ปรับมาเป็นเปิดตั้งแต่ 9 โมงเช้า และปิดร้านราว 2 ทุ่มครึ่ง อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะปรับเวลา และรับลูกค้าวอล์กอิน เท่านั้น แต่ไม่ได้เป็นเหตุให้ ร้านเจ๊ไฝ เงียบเหงาแต่อย่างใด “มาถึงร้านตั้งแต่ 9 โมงกว่าๆ ยังพอมีโต๊ะว่าง 2-3 โต๊ะ แต่แค่แป๊บเดียว ไม่ถึง 20 นาที มีลูกค้าทั้งคนไทย-ต่างชาติ มายืนต่อคิวกันแล้ว” ลูกค้ารายหนึ่ง เผยกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ และว่า อยากมาอุดหนุนนานแล้ว แต่ก่อนหน้านี้ ต้องคอยคิวนานเป็นเดือน ช่วงนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติเบาบางลงไปมาก เลยหาโอกาสมาสัมผัสสักครั้ง เพราะขนาดคนที่อยู่คนละซีกโลก ยังข้ามน้ำข้ามทะเลมาชิม มาซื้อประสบการณ์ กันเยอะแยะ
เปิดสูตรผัดซีอิ๊วระดับโลก ร้านแสนยอด รางวัลมิชลิน ความอร่อยระดับโลกมีอยู่จริงกับผัดซีอิ๊ว จาก ร้านแสนยอด (สาขาสาทร-บางรัก) ร้านอาหารรางวัลบิบ กูร์มองด์ ในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับประเทศไทย ประจำปี 2566 ที่ขึ้นชื่อเรื่องเมนูราดหน้าและผัดซีอิ๊วจนขยายสาขาไปกว่า 10 แห่งทั่วกรุงเทพฯ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะมาเผยความอร่อยระดับโลกให้ลิ้มรสกัน ผัดซีอิ๊ว (สำหรับ 1 ที่) วัตถุดิบ – เส้นใหญ่ 120 กรัม – หมูหมัก 100 กรัม – ไข่ไก่ 1 ฟอง – คะน้า 60 กรัม – ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา – น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ – พริกไทย ½ ช้อนชา – นำ้ตาล 1 ช้อนชา – เกลือ ½ ช้อนชา – ซีอิ๊วดำ ½ ช้อนชา วิธีทำ 1. เปิดเตาใช้ไฟกลางอุ่นกระทะให้ร้อน 2. ตั้งหม้อต้มน้ำเปล่าสำหรับลวกผัก 3. กระทะร้อนแล้วใส่น้ำมันพืชพอประมาณ 4. ใส่ไข่ไก่ผัดจนฟู และตามด้วยเส้นใหญ่คั่วจนหอม 5. ลวกหมูและคะน้าให้สุกในหม้อต้ม 6. นำหมูและผักสะเด็ดน้ำให้แห้งลงกระทะผัดรวมกับเส้นใหญ่ 7. ปรุงรสตามสูตรผัดให้เครื่องปรุงเข้ากันและมีกลิ่นหอม 8. จัดจาน พร้อมเสิร์ฟ เคล็ดลับจากร้านแสนยอด : ควรเลือกใช้วัตถุดิบที่ด
