สุกี้
บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MK GROUP ในฐานะผู้นำตลาดสุกี้อันดับ 1 ของไทย ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ปรับแนวทางการสร้างแบรนด์ภายใต้แนวคิด Find The Right STP (Segmentation-Target-Positioning) มุ่งเน้นการวิเคราะห์ 3 ส่วน ทั้งเลือกแบ่งตลาด การเข้าใจลูกค้า และการวางตำแหน่งของแบรนด์ พร้อมตั้งเป้าหมายสร้างรายได้เติบโตกว่า 12% เดินหน้ายกระดับประสบการณ์ใหม่ให้กับแบรนด์ในเครือ ขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และเตรียมเปิด 2 แบรนด์ใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟสไตล์คนไทย คุณทานตะวัน ธีระโกเมน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ตลอดปีที่ผ่านมา เราเก็บข้อมูลเชิงลึกและวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคอย่างละเอียด ทำให้เราเข้าใจกลุ่มลูกค้าแต่ละเซกเมนต์มากขึ้น ช่วยให้สามารถออกแบบและวางตำแหน่งแบรนด์ได้ตรงจุด โดนใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาแบรนด์ MK ในโมเดลต่างๆ รวมไปถึงการเปิดแบรนด์น้องใหม่อย่าง โบนัสสุกี้ ต่อยอดสู่กลยุทธ์ STP ของปีนี้ ทำให้ MK GROUP สามารถตอกย้ำความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ด้วยโมเดลที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพา
MK Restaurants เปิดตัวเมนูใหม่ล่าสุด สะเทือนวงการหม้อแดงอีกครั้ง กับ “MK สุกี้น้ำข้น ซุปข้น นัวไข่” ภายใต้คอนเซ็ปต์ หม้อแดงใบเดิม เพิ่มเติมคือประสบการณ์ การันตีความนัวด้วยน้ำซุปสูตรใหม่ที่เข้มข้น นัวไข่ที่ทุกคนต้องหลงรัก ปรุงสดถึงโต๊ะ เสิร์ฟพร้อมกันกว่า 246 สาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2569 – 31 พฤษภาคม 2569 นี้เท่านั้น เมนูสุกี้น้ำข้น ซุปข้น นัวไข่ เสิร์ฟ น้ำซุปสูตรพิเศษ ปรุงสดถึงโต๊ะ พร้อมน้ำจิ้มแซ่บสูตรใหม่! เสิร์ฟครบเซ็ต 4 ชุดให้ท้าลองความเข้มข้น โดยทั้ง 4 ชุด สามารถเลือกน้ำซุปเข้มข้นสูตรใหม่ เป็นซุปหม้อเดี่ยว หรือ คู่ซุปต้นตำรับ ได้ฟรี! และยังมี 5 เมนู Add-on ที่ช่วยเติมความอร่อยให้ นัวยิ่งขึ้น กับเมนู ไก่แซ่บเข้มข้นนัวไข่, ตับหมูแซ่บเข้มข้นนัวไข่, หมูแซ่บเข้มข้นนัวไข่, เนื้อแซ่บเข้มข้นนัวไข่ และ เนื้อบริสเก็ตภูเขาไฟเข้มข้นนัวไข่ และอีกหนึ่งไฮไลต์ พบเมนูทานเล่นใหม่ MK ครั้นชี่ วาไรตี้ บอกซ์ เมนูทอดของโปรดที่ทุกคนรัก มาในราคาเริ่มต้นเพียง 69 บาท อร่อยยกเซ็ตหรือสั่งแยกก็ได้ คือ เซ็ตรวมกรอบ, เกี๊ยวปลาทอด กุยช่ายทอด และ
ท่ามกลางตลาดสุกี้ที่ดุเดือด ในปี 2569 “สุกี้ตี๋น้อย” ยังเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ภายใต้การบริหารงานของ นัทธมน พิศาลกิจวนิช (เฟิร์น) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหาร “สุกี้ตี๋น้อย” (Suki Teenoi) โดยเร่งเครื่องขยายสาขา-แตกแบรนด์ พร้อมตั้งเป้ารายได้เติบโต 42% หรือ 13,000 ล้านบาท นัทธมนกล่าวถึงภาพรวมปี 2568 เทียบกับปี 2567 ยอดขายเติบโตขึ้น 31% จาก 7,028 ล้านบาท เป็น 9,147 ล้านบาท ส่วนกำไรลดลง 26% จาก 1,169 ล้านบาท เหลือ 864 ล้านบาท เนื่องจากในไตรมาส 4 กำไรลดลงเหลือ 57 ล้านบาท นัทธมนเปิดเผยว่าเกิดขึ้นจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ 1. โปรโมชันฟรีรีฟิลทั้งเดือนธันวาคม ใช้งบประมาณ 240 ล้านบาท 2. โปรโมชันฟรีหมูกรอบ กุ้งแก้ว เป็ดย่าง ใช้งบประมาณ 100 กว่าล้าน และ 3. การบริจาคช่วยเหลืออุทกภัย งบประมาณกว่า 20 ล้านบาท รวมทั้งหมด 388 ล้านบาท “มาร์จิ้นต่ำลง แต่การขึ้นราคาจะเป็นตัวเลือกสุดท้ายของเรา” นัทธมนกล่าว ในส่วนของจำนวนลูกค้ามีผู้เข้าใช้บริการเพิ่มขึ้น 34% จาก 26.86 ล้านคน เป็น 36.04 ล้านคน แม้จะมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามา แต่ก็เป็นกา
ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปี 2568 “ตลาดสุกี้” คือหนึ่งในสนามธุรกิจที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด มีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาชิงเค้กก้อนใหญ่ และแบรนด์ยักษ์ใหญ่ที่ครองตลาดอยู่แล้ว ซึ่งแบรนด์ที่ลงสนามท้าชนในตลาดนี้ มีทั้ง MK, สุกี้ตี๋น้อย และลัคกี้ สุกี้ ต่างสลับกันปล่อยหมัดเด็ด แข่งกันด้วยโปรโมชัน สู้กันด้วยราคา รวมทั้งออกเมนูที่หลากหลาย เพื่อหวังครองใจผู้บริโภคไทยที่ชื่นชอบการกินบุฟเฟต์ ใน SMEs Survivor “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไม่พลาดที่จะหยิบยกเรื่องราวของแบรนด์ดังกล่าวขึ้นมาเล่า ก่อนปิดฉากปี 2568 “MK Restaurants” ตำนาน 39 ปี เริ่มกันที่แบรนด์ในตำนาน “MK Restaurants” ชื่อนี้คนไทยคุ้นหูกันมาตั้งแต่เด็ก เพราะเปิดมายาวนาน 39 ปี แต่ความเป็นตำนานไม่ได้ช่วยให้แบรนด์คงความนิยมได้ตลอด เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน ทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากขึ้น MK Restaurants “ปรับตัว” ครั้งใหญ่ จากอะลาคาร์ต สู่ “บุฟเฟต์” โมเดลที่เปลี่ยนเพื่อตอบโจทย์เทรนด์ Value for Money ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความคุ้มค่า และประสบการณ์การรับประทานที่หลากหลาย เราจึงได้เห็นบุฟเฟต์ “MK คุ้มเกินคุ้ม 299 บาท” และ “MK Premium Buffet 49
ย้อนไปเกือบปี เส้นทางเศรษฐีได้มีโอกาสได้นั่งฟังเรื่องราวของ เชฟอั้ม-พีชญา สุขวิบูลย์ เจ้าของร้าน สุกี้พรศิริ ถึงจุดเริ่มต้นและการตัดสินใจเปิดร้านสุกี้ ทั้งๆ ที่ตนเปิดร้านอาหารไฟน์ไดนิงร่วมกับเพื่อนๆ ที่ชื่อว่า Flat Marble แล้วเปลี่ยนหรือพลิกแนวทางของตัวเอง จะเรียกว่า พลิกหน้ามือเป็นหลังมือก็ว่าได้ จากไฟน์ไดนิงมาเป็นสตรีตฟู้ด ซึ่งเชฟอั้มได้ถ่ายทอดเรื่องราวให้เราฟังในครั้งนั้น สามารถอ่านเต็มๆ ได้จากบทความนี้ อยากขายซอส แต่สุกี้ดันปัง” สุกี้พรศิริ ไวรัลโซเชียล เปิด 3 ทุ่มถึงเที่ยงคืน แต่ขายได้ 300 กว่าจาน แต่การกลับมาสัมภาษณ์เชฟอั้มในครั้งนี้ ได้นั่งฟังแล้วก็รู้สึกทึ่งกับเส้นทางของเธอ ที่เริ่มต้นจากร้านเล็กๆ ในซอยอารีย์ จนกลายเป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างน่าสนใจภายใน 1 ปี สิ่งที่ทำให้เราประทับใจไม่ใช่แค่ความสำเร็จ แต่เป็นแนวคิดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังของเชฟ ความลับที่ต้อง “คิดถึง” เชฟอั้มเปิดบทสนทนาด้วยสิ่งที่เขาเรียกว่า “ความลับ” ของผลิตภัณฑ์ นั่นก็คือความตั้งใจที่จะทำสุกี้ที่เมื่อลูกค้าได้ลองกินแล้ว ต้องรู้สึก “อยากกินอีก” เธอบอกกับเราว่า วันที่กลุ่มเพื่อนประมาณ 7 คนมาลองกินวันแรก หลังจากพวกเข
“อยากขายซอส แต่สุกี้ดันปัง” สุกี้พรศิริ ไวรัลโซเชียล เปิด 3 ทุ่มถึงเที่ยงคืน แต่ขายได้ 300 กว่าจาน สุกี้พรศิริ ร้านสุกี้สุดไวรัลบนติ๊กต็อก เปิดแค่วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 3 ทุ่ม ถึงเที่ยงคืน แต่ก็ยังขายดีมากๆ ในเวลา 3 ชั่วโมง มีลูกค้าต่อคิวยาว ถึง 80 คิว และสามารถขายได้สูงสุด 300 กว่าจาน จุดเริ่มต้นของร้านนี้เป็นมาอย่างไร ทำไมสุกี้พรศิริถึงอร่อยเด็ด เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับเจ้าของร้าน ร้าน Flat Marble เชฟอั้ม-พีชญา สุขวิบูลย์ เป็นหนึ่งในเจ้าของร้าน Flat Marble ธุรกิจที่เธอรวมตัวกับเพื่อนและแฟนช่วยกันสร้าง ซึ่งเปิดมานานถึง 9 ปี ร้าน Flat Marble ก่อตั้งภายใต้คอนเซ็ปต์ “โรงเรียนของเรา” เพราะทุกคนอยากเรียนรู้การทำธุรกิจไปพร้อมๆ กับลูกค้า จึงเกิดเป็นร้านเคาน์เตอร์บาร์ 9 ที่นั่ง เสิร์ฟอาหารอะลาคาร์ต ชูโรงด้วยเมนูสเต๊ก พร้อมใช้วัตถุดิบพรีเมียมปรุงเมนูฟิวชัน โดยมีนิยามว่า “Fine Casual Dining เสิร์ฟอาหารคุณภาพดี ใช้วัตถุดิบดี แต่ไม่จำเป็นต้องใส่สูทมาทาน ใส่ร้องเท้าแตะ ใส่เสื้อยืดมาทานได้สบายๆ” กระทั่งในช่วงโควิด Flat Marble ต้องเผชิญวิกฤตนี้เหมือนกับร้านอื่นๆ ทุกคนต่างป
เปิดตำนานบทใหม่! MK Restaurants ผู้นำตลาดสุกี้ของไทยที่ครองใจผู้บริโภคมายาวนานกว่า 39 ปี จับมือ เชฟแมน หรือ เชฟ ไว ยิน มาน เชฟชาวฮ่องกง ผู้ก่อตั้งภัตตาคารอาหารจีน ร้าน ‘เชฟแมน’ และผู้เชี่ยวชาญในอาหารจีนสไตล์กวางตุ้ง มานานกว่า 30 ปี ร่วมรังสรรค์ 5 เมนูพิเศษ ที่ชูวัตถุดิบ ‘เป็ดย่างซิกเนเจอร์จาก MK’ และ ‘ซอสเป๋าฮื้อ’ สไตล์เชฟแมน เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่แบบอร่อยเหนือระดับ ชวนสัมผัสรสชาติระดับตำนาน ที่ผสมผสานความพิถีพิถัน และความพรีเมียม ในราคาที่เข้าถึงได้ เริ่มต้นเพียง 89 บาท คุณทานตะวัน ธีระโกเมน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การจับมือกับเชฟแมนในครั้งนี้ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ที่มาพร้อมความพรีเมียมในราคาที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ สะท้อนจุดยืนของ MK Restaurants แบรนด์ที่ตอบโจทย์คนไทย และสร้างประสบการณ์มื้ออาหารที่ครบทั้งรสชาติ คุณภาพ เสมือนยกภัตตาคารจีนชั้น นำมาให้แฟน MK ได้สัมผัสรสชาติที่พิเศษกว่าใคร ทั้งนี้ หลังจากเปิดตัวแคมเปญไปเพียง 2 วัน กลุ่มลูกค้าประจำที่เป็นสมาชิกให้การตอบรับแคมเปญนี้ดีกว่ากลุ่มอื่น 2 เท่า ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังห
คุณจิรกิตติ์ กว้างสุขสถิตย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจดีลิเวอรี แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า สงครามการแข่งขันในตลาดบุฟเฟต์หม้อไฟมูลค่ากว่า 25,000 ล้านบาท ไม่เพียงแต่สร้างสีสันและความคึกคักให้กับธุรกิจร้านอาหาร แต่ยังส่งผลถึงพฤติกรรมการสั่งอาหารผ่านบริการฟู้ดดีลิเวอรีด้วย โดยในช่วง2 เดือนที่ผ่านมา (มิถุนายน–กรกฎาคม 2568) พบมีจำนวนการค้นหาเมนูสุกี้บนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว และมียอดสั่งเมนูสุกี้เติบโตขึ้นกว่า 65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกัน โดยผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ กว่า 80% เลือกสั่งสุกี้จานเดี่ยว ไม่ว่าจะเป็น สุกี้แห้งหรือสุกี้น้ำ สุกี้สไตล์ไทย ถือเป็นหนึ่งในเมนูอาหารจานเดียวที่ได้รับความนิยม เนื่องจากเป็นเมนูที่กินง่าย มีรสชาติเข้มข้น และมีวัตถุดิบที่หลากหลาย ทั้งเนื้อสัตว์ วุ้นเส้น และผัก ทำให้ถูกใจคนกินอาหารจานเดียวที่ต้องการได้สารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ โดยในปีที่ผ่านมา มีผู้ใช้บริการ GrabFood สั่งเมนูสุกี้มากกว่า 270,000 ออร์เดอร์ ซึ่งเมนูยอดฮิต คือ สุกี้แห้งหมู ตามมาด้วย สุกี้แห้งเนื้อ และสุกี้แห้งทะเล โดย 3 แบรนด์สุกี้จานเดี่ยวที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ สุกี้ช้างเผือก
ศึกตลาดสุกี้ในไทยมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด ล่าสุด บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด ผู้นำตลาดสุกี้ในประเทศไทยที่ครองส่วนแบ่งกว่า 60% จากมูลค่าตลาดรวมกว่า 23,000–25,000 ล้านบาท ได้มีการส่งแบรนด์น้องใหม่ ที่ชื่อว่า “BONUS SUKI (โบนัสสุกี้) ” เป็นบุฟเฟต์คุณภาพ สั่งได้ไม่อั้นกว่า 60 เมนู เปิดเที่ยงวันยันตีห้า ราคารวมเครื่องดื่มรีฟิล 39 บาท และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% จะอยู่ที่ 276 บาท ซึ่งเท่ากับราคารวมปกติของ ‘สุกี้ตี๋น้อย’ และ ‘ลัคกี้ สุกี้’ โดยจะประเดิมสาขาแรกที่โรบินสันไลฟ์สไตล์สระบุรี วันที่ 16 กรกฎาคมนี้ หากกระแสตอบรับดีอาจมีแผนเปิดสาขาอื่นๆ เพิ่มเติม ซึ่งดำเนินธุรกิจในชื่อบริษัท คุ้มคุ้ม จำกัด ทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท ทางด้าน “สุกี้ตี๋น้อย” ไม่รอช้า ปล่อยหมัดเด็ด โปรลดราคา 50% จำนวน 10 สาขา เหลือเพียง 117 บาท Net รวมเครื่องดื่มรีฟิล เฉพาะช่วงเวลา 00.01-05.00 น. ของวันที่ 17-18 กรกฎาคม 2568 ส่วนแบรนด์ “ลัคกี้ สุกี้” ล่าสุดขอเสิร์ฟ เป็ดย่าง ฟรีไม่อั้นทุกสาขา ราคาบุฟเฟ่ต์อยู่ที่ 276 บาท Net ในขณะที่แบรนด์ยักษ์ใหญ่ต่างมีงบ มีระบบหลังบ้าน มีทุนหมุนเวียนและเครือข่ายซัพพลา
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 27 มิ.ย. ที่ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ในงานแฟร์สุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ Thailand Healthcare 2025 ภายใต้ธีม ‘A Better Life : สร้างสุขทุกช่วงวัย’ บนเวทีช่วง Food Therapy : “สุกียากี้รสดีเด็ด” การกลับมาอีกครั้งของเมนูสูตรลับของทางร้าน ที่สูญหายไปกว่า 70 ปี โดย “เฮียนพ รสดีเด็ด” หรือ คุณนพ-สิทธิฉันท์ วุฒิพรกุล คุณนพ กล่าวตอนหนึ่งว่า กิจการก๋วยเตี๋ยวรสดีเด็ดรุ่นคุณพ่อของเขา เปิดมาได้ราว 60-70 ปี โดยประสบความสำเร็จจากเมนู อย่าง ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ข้าวราดหน้าไก่ ฯลฯ แต่ความเป็นจริงก่อนหน้านั้น คุณพ่อของเขา เคยขายสุกียากี้ มาก่อน มีร้านอยู่ที่ท่าพระจันทร์ “สูตรน้ำจิ้มสุกี้ ที่คุณพ่อทำขายเมื่อ 70 ปีก่อน คุณแม่ผมยังไม่รู้เลย ซึ่งวันนี้ผมจะเอามาเผยให้ฟังแบบไม่กั๊ก ทุกท่านมาอยู่ในที่นี้ถือว่าโชคดีกว่าแม่ผมอีกนะ” คุณนพ กล่าวบนเวที เรียกเสียงครื้นเครงได้เป็นอย่างดี ก่อนจะเผยสูตรน้ำจิ้มในแบบของเจ้าตำรับรสดีเด็ดให้ฟังว่า วัตถุดิบหลักของน้ำจิ้มสุกี้สไตล์แต้จิ๋ว สูตร 70 ปี แบ่งออกเป็น 3 หมวด หมวดหนึ่งของสด พวกพริก กระเทียม หมวดสองคือ ซอส หมวดสามคือ กลิ่น โด
