อภัยภูเบศร
เปิดสูตร กระจับผัดพริกเผา ยาบำรุงจากทุ่งน้ำ แถมช่วยคลายเครียด กระจับ พืชน้ำที่มีลักษณะเป็น กอลอยน้ำ ชอบน้ำนิ่ง มีรากหยั่งยึดดินและมีไหล ส่วนที่เป็นเขาโค้ง 2 ข้าง คือ ผลหรือฝักกระจับมีสีดำขนาดใหญ่ ที่เจริญมาจากกลีบเลี้ยง มีเปลือกหนา แข็งงอโค้งคล้ายกับ เขาควาย เมื่อกะเทาะเปลือกนอกที่แข็งออก จะได้เนื้อในสีขาว มีแป้งมาก จึงนิยมนำฝักกระจับมารับประทาน เนื้อของฝักกระจับ สามารถนำเอามาทำอาหารได้มากมาย ทั้งหวาน-คาว อีกทั้งสรรพคุณของกระจับ ยังช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงครรภ์ บำรุงน้ำนม รวมถึงมีการศึกษาวิจัยเบื้องต้น พบว่า กระจับยังอาจมีคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ เพิ่มภูมิคุ้มกัน บำรุงสมอง รวมถึงช่วยคลายเครียดได้ด้วย ซึ่งในวันนี้ เพจ สมุนไพรอภัยภูเบศร ได้มาแจกสูตร กระจับผัดพริกเผา ให้ทำรับประทานกัน ดังนี้ ส่วนประกอบ 1. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ 2. น้ำพริกเผา 3 ช้อนโต๊ะ 3. เนื้อหมูสับ 100 กรัม 4. กระจับ 100 กรัม 5. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา 6. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ 7. น้ำสะอาด 2-3 ช้อนโต๊ะ 8. พริกชี้ฟ้า 2-3 เม็ด 9. ต้นหอม หั่นซอยสั้น 2 ต้น 10. น้ำมันพืช (ใช้สำหรับการผัด) 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ 1. ใส่น้ำมันพืชลงไปในกระทะ
โควิด คนหวนใช้สมุนไพรรักษา หากพัฒนาต่อเนื่อง คือ ทางรอดมนุษยชาติ เมื่อเร็วๆ นี้ มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ทำพิธีลงเสาเอกอาคารนวัตกรรมสมุนไพรไทยอภัยภูเบศร เพื่อจัดตั้ง “ศูนย์วิจัยและพัฒนาสมุนไพรเปรม ชินวันทนานนท์” โดยใช้พื้นที่ของมูลนิธิบริเวณด้านหลังโรงพยาบาลเป็นสถานที่ตั้ง ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า มูลนิธิฯ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2545 แต่การพัฒนาสมุนไพรได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2526 ตลอด 39 ปี ที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าของสมุนไพรให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ตั้งแต่วัตถุดิบสมุนไพรที่ส่งเสริมการเกษตรอินทรีย์จากแปลงปลูกทั่วประเทศ การผลิตที่ได้รับรองมาตรฐานการผลิตชั้นสูงมาตรฐาน GMP PICs และการตลาดที่มีคุณธรรมส่งเสริมความเข้าใจในการใช้สมุนไพรอย่างถูกต้องแก่ผู้บริโภค มุ่งผลิตสินค้าที่มีความปลอดภัยและประสิทธิผลบนฐานองค์ความรู้ในด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร โดยมุ่งเน้นให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาและพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพ เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับผู้ประกอบการ เกษตรกร และผู้สนใจต่อยอดด้านสมุนไพร รวมทั้งการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรมมาโด
เปลี่ยน พริก วัตถุดิบทำครัวธรรมดาๆ ให้กลายเป็น พริกทอด สร้างรายได้ ทำไม่ยากอย่างที่คิด หากพูดถึง พริก หลายคนคงนึกถึงรสชาติความเผ็ดร้อนที่เพิ่มความอร่อยให้กับอาหารได้หลากหลายเมนู ซึ่งพริก ก็สามารถนำมาแปรรูปโดยการ ทอด ให้กลายเป็นขนมขบเคี้ยว สร้างอาชีพได้เช่นกัน โดย อภัยภูเบศร ได้เผยวิธีการทำ พริกทอด เพื่อให้ประชาชนได้นำไปแปรรูปสร้างอาชีพได้ ดังนี้ ส่วนประกอบ 1. พริกแห้ง 2. น้ำมัน 3. แป้งทอดกรอบ 4. ผงปรุงรส 5. งา วิธีทำ – ผ่าเอาไส้และเมล็ดพริกออก นำไปต้มน้ำเดือด – ล้างเอาความเผ็ดออกไปอย่างน้อย 2 น้ำ ยกขึ้นผึ่งลมให้พอหมาด – นำพริกไปผสมแป้งทอดกรอบกับผงปรุงรส งา (น้ำแป้งทอดควรผสมให้เหลว แล้วคลุกให้เคลือบพริกทั่วทั้งด้านในและด้านนอก) – ตั้งน้ำมันให้ร้อน นำพริกลงไปทอด – คนให้สุกทั่วๆ แล้วตักขึ้นจากกระทะซับน้ำมัน ** ควรซับน้ำมันให้แห้งที่สุด ผึ่งไว้ให้พริกหายร้อน แล้วเก็บใส่ภาชนะปิดสนิท เพื่อรักษาความกรอบ เผยแพร่เมื่อ วันพุธที่ 5 มกราคม พ.ศ.2565
เข้าสู่ฤดูหนาว แนะใช้สมุนไพรใกล้ตัวลดไข้ แก้ระบบทางเดินหายใจมีปัญหา หลังจากกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูหนาวตั้งแต่ 29 ตุลาคม ที่ผ่านมา โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ห่วงใยสุขภาพประชาชน ในภาวะที่สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในช่วงปลายฝนต้นหนาว อาจทำให้คนป่วยด้วยโรคไข้หวัด หรือปัญหาระบบทางเดินหายใจ จึงได้นำเสนอสมุนไพรแก้หนาวมาฝาก ภญ.อาสาฬา เชาวน์เจริญ เภสัชกรชำนาญการ ให้ข้อมูลว่า สมุนไพร ที่สร้างความอบอุ่นให้ร่างกาย ได้แก่ ขิง ข่า ตะไคร้ ใบกะเพรา กระชาย เป็นสมุนไพรที่มีรสร้อน ช่วยไล่ธาตุน้ำที่กำเริบ ไล่หวัด เพิ่มความอบอุ่นร่างกาย สามารถรับประทานเป็นรูปแบบของอาหารในชีวิตประจำวัน เริ่มจาก สูตรสมุนไพรที่มีขิง เป็นส่วนประกอบสำคัญ มีรสเผ็ดอุ่น ฤทธิ์แก้หวัดเย็น ขับเหงื่อ บำรุงกระเพาะ แก้อาการคลื่นไส้อาเจียน ลดระดับไขมันในเลือด ขิงสด ช่วยทำให้ร่างกายปรับสภาพในภาวะที่ร่างกายมีอาการเย็นได้ เช่นเดียวกับขิงแห้ง ที่ช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียน มีการทดลองพบว่า น้ำขิงที่ได้จากการต้ม 30 นาที ช่วยกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวชนิดแมคโครฟาจ มีหน้าที่ในการจับกินเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ได้ดี โดยช่วยลดอา
ออฟฟิศซินโดรม โรคยอดฮิตวัยทำงาน รู้ไหม ไม่ใช่ทุกคน เหมาะกับการ นวด รักษาอาการนะ! ปัจจุบันมนุษย์ออฟฟิศมักจะเป็น ออฟฟิศซินโดรม กันเยอะขึ้น โดยสาเหตุอาการนั้นมีให้สันนิษฐานนับร้อยนับพันสาเหตุ ซึ่งหลายคนอาจคิดว่าเป็นการเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวเฉยๆ จึงไปรักษา-ผ่อนคลายด้วยการ ไปนวด หรือมีการนวดโดยใช้การประคบร้อนด้วยลูกประคบสมุนไพรประกอบ แต่รู้ไหมว่า ไม่ใช่ทุกคนที่ เหมาะกับการนวด เพจ สมุนไพรอภัยภูเบศร ได้เผยข้อมูลว่า นอกจากการนวดรักษาแล้ว ยังมีการจ่ายยาสมุนไพร ที่มีฤทธิ์ช่วยลดการปวด อักเสบ เพิ่มการไหลเวียนเลือด และคลายกล้ามเนื้อ โดยมีผลการวิจัยทางคลินิกของสถาบันวิจัยการแพทย์แผนไทยที่ศึกษาทางคลินิกเปรียบเทียบประสิทธิผล ระหว่างยาแก้ปวดแผนปัจจุบัน กับ การใช้ยาตำรับสมุนไพรสามารถลดปวดได้ไม่แตกต่างกัน แต่มีผลข้างเคียงน้อยกว่ามาก และแนะนำให้งดอาหารแสลงที่อาจจะกระตุ้นให้มีอาการของโรคมากขึ้น ได้แก่ ข้าวเหนียว หน่อไม้ เครื่องในสัตว์ งดเหล้า-เบียร์ ซึ่งอาจจะทำให้ร่างกายมีระดับกรดยูริกในเลือดสูงขึ้นจนเกิดการตกตะกอน เป็นสาเหตุหนึ่งของอาการอักเสบและปวดตามข้อได้ นอกจากนี้ ยังมีข้อห้ามและข้อระวังในการนวด ดังนี้
คอมบูชา เครื่องดื่มชาหมัก 2,000 ปี อร่อย ดี มีประโยชน์คาดไม่ถึง พท.ป.ปรางทิพย์ เทียนทอง หรือ หมอปุ๊ก แพทย์แผนไทยปฏิบัติการ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เล่าให้ฟังว่า คอมบูชา (Kombucha) มีต้นกำเนิดมาจากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน เมื่อราว 220 ปีก่อนคริสตกาล และบริโภคอย่างกว้างขวางในสมัยราชวงศ์ฉิน ต่อมาเครื่องดื่มชาหมักที่คล้ายกัน ก็ได้รับความนิยมในรัสเซีย ยุโรปตะวันออก และแพร่หลายไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก ในกระบวนการหมักจะไม่เกิดสารพิษใดๆ อีกทั้งจุลชีพที่ใช้ในกระบวนการหมักเป็นเชื้อกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหารทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นยีสต์และแบคทีเรีย ล้วนแล้วแต่เป็นจุลชีพที่ดี ซึ่งในการหมักคอมบูชาแบบดั้งเดิม เตรียมโดยการหมักชาดำหรือชาเขียวรสหวาน และจุลินทรีย์ โดยใช้อากาศในการเพาะเลี้ยง ส่งผลให้ได้เครื่องดื่มที่มีสีเหมือนชามะนาว มีความเป็นกรด รสหวานอมเปรี้ยวเหมือนน้ำส้มสายชู ดื่มแล้วสดชื่นเหมือนน้ำอัดลม จึงได้รับความสนใจจากผู้คนค่อนข้างมาก หมอปุ๊ก ยังบอกด้วยว่า จากการศึกษาพบว่า ในเครื่องดื่มคอมบูชา มีปริมาณแร่ธาตุ เช่น เหล็ก สังกะสี แมงกานีส ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และปริมาณโพลีฟีนอล
ไข่เน่า อร่อยดีมีประโยชน์ เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินดี บุรุษ สตรี กินแล้วย้อนวัย ไข่เน่า ผลไม้โบราณ ที่เชื่อว่า เด็กรุ่นใหม่หลายคนคงไม่รู้จักแล้ว วันนี้ พท.ป.ปรางทิพย์ เทียนทอง หรือ หมอปุ๊ก แพทย์แผนไทยปฏิบัติการ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จะพาไปรู้จักและเรียนรู้สรรพคุณสมุนไพรที่ชื่อดูไม่ค่อยน่าจะเข้าใกล้สักเท่าไร หมอปุ๊ก บอกว่า ไข่เน่า ถือเป็นลูกไม้เพื่อสุขภาพของทุกคนในครอบครัว เพราะสรรพคุณทางยาช่วยดูแลสุขภาพร่างกายทั้งผู้หญิง ผู้ชาย เด็กจนถึงวัยปู่ย่าตายายกันเลยทีเดียว ในเด็ก ผลไข่เน่า ช่วยรักษาโรคซาง พุงโรก้นปอด ไม่เจริญอาหาร พบว่ายาซางเกือบทุกตำรับ จะมีไข่เน่าอยู่ด้วยเสมอ โดยใช้ได้ทั้งผลและเปลือก สำหรับในผู้ชาย ไข่เน่า เป็นยาบำรุงกำลังชั้นดี เนื่องจากในไข่เน่ามีสารกลุ่มซัลเฟอร์ ที่มีประโยชน์ต่อหัวใจและหลอดเลือด กระดูกและข้อ ทำให้มีกำลังวังชา คนโบราณเชื่อว่า พืชที่มีกลิ่นฉุนล้วนแต่เป็นยากระตุ้นกำหนัด “มีงานวิจัยพบว่า ไข่เน่า มีสารไนตริกออกไซด์ ทำให้หลอดเลือดขยายตัว มีผลในการบำรุงสมรรถภาพทางเพศชายด้วย” ส่วนในผู้หญิง หมอปุ๊ก บอกว่า ไข่เน่าช่วยปรับสมดุลแม่เรือน มีสรรพคุณคล้ายยอ ทำให้เลือด
อบรม ทำยาสมุนไพรใช้เอง หวังยกระดับคุณภาพชีวิต คนไร้บ้าน-คนจนเมือง เมื่อเร็วๆ นี้ มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการดูแลสุขภาพทางเลือกโดยการใช้แพทย์วิถีไทย ให้กับชุมชนในเครือข่ายสลัมสี่ภาค ในเขตกรุงเทพฯ กว่า 30 คน โดยเชิญวิทยากรจากมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร นำโดย พท.ป.ณิชนันท์ ปุ่มเพชร และ พท.ป.ปนัดดา จรัสรัตนโชติ แพทย์แผนไทยประยุกต์ ร่วมบรรยายและให้ความรู้สมุนไพรขั้นพื้นฐาน เพื่อดูแล รักษาเบื้องต้นในระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ เป็นหวัด ก็จะใช้สมุนไพร เช่น มะขามป้อม ฟ้าทะลายโจร มะนาว มะแว้ง ขมิ้นชัน กระชาย หูเสือ ฯลฯ ซึ่งเป็นกลุ่มสมุนไพรเสริมภูมิคุ้มกัน ระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องผูก ท้องเสีย เบื่ออาหาร ปวดฟัน ก็จะใช้ สมุนไพร ขมิ้นชัน กล้วย ชุมเห็ดเทศ ขี้เหล็ก แมงลัก ฝรั่ง มังคุด ขิง ยอ ฯลฯ ระบบกล้ามเนื้อกระดูก เช่น ปวดเมื่อย ปวดข้อ กระดูก จะใช้สมุนไพร เถาวัลย์เปรียง กระดูกไก่ดำ ไพล เพชรสังฆาต พลับพลึง ระบบผิวหนัง เช่น ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ภูมิแพ้ ผื่นคัน ก็จะใช้สมุนไพร พญายอ พลู กระเทียม ว่านหา
ความเครียดมันเยอะ! ชวนกิน สมูทตี้บัวบก+กล้วย ช่วยให้อารมณ์ดี แถมหลับสบายด้วย มีการศึกษาพบว่า การกิน สมูทตี้กล้วย และ บัวบก จะช่วยให้อารมณ์ดี คลายเครียดได้ เนื่องจากใบบัวบกมีฤทธิ์เพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงสมอง และกล้วยมีกรดอะมิโนทริปโตเฟน ที่จะเปลี่ยนแปลงเป็นซีโรโทนิน เป็นสารที่ช่วยผ่อนคลาย และช่วยให้หลับสบาย เพจ สมุนไพรภัยภูเบศร ได้แจกสูตรการทำเครื่องดื่มสมูทตี้บัวบก+กล้วย ไว้ทานแก้เครียด ดังนี้ ส่วนประกอบ กล้วยหอม 1 ลูก (100 กรัม) บัวบก 20 กรัม สับปะรด 50 กรัม น้ำผึ้ง 20 มิลลิลิตร น้ำสะอาด 100 มิลลิตร วิธีทำ ล้างบัวบก หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ในโถปั่น ปอกกล้วยหอมและสับปะรด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ตามลงไปในโถปั่น นำน้ำผึ้ง ผสมน้ำสะอาดคนให้ละลาย เทลงในโถปั่น ปั่นให้เข้ากัน ดื่มวันละครั้ง หรือหากใครอยากใส่ธัญพืชลงไป เพื่อเพิ่มความอร่อยก็ได้เหมือนกันนะ
ลองโควิด เบื่ออาหาร เหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม นอนไม่หลับ แพทย์แผนไทยช่วยได้ พญ.โศรยา ธรรมรักษ์ ผู้อำนวยการ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร โดยงานการแพทย์แผนไทย ได้พัฒนาบริการเปิดคอร์สปรับสมดุล แพ็กเกจฟื้นฟูสุขภาพหลังติดเชื้อโควิด ด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยและการใช้ยาสมุนไพร โดยบริการเป็นรูปแบบเฉพาะบุคคล เพื่อมุ่งเน้นให้ผู้เข้ารับบริการได้ฟื้นฟูสุขภาพอย่างองค์รวม และสร้างการเรียนรู้ ให้เกิดการนำไปใช้ดูแลสุขภาพต่อที่บ้านได้อย่างยั่งยืน เนื่องจากการฟื้นฟูสุขภาพหลังติดเชื้อโควิด บางรายจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการฟื้นฟู พญ.โศรยา กล่าวว่า จากประสบการณ์และข้อมูลจากการให้บริการคลินิกหลังโควิดด้านการแพทย์แผนไทยของรพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร พบว่า ในจำนวนผู้ที่เข้ารับการรักษาภาวะลองโควิดทุกราย มาด้วยอาการ เบื่ออาหาร ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ เหนื่อยง่าย หายใจไม่เต็มอิ่ม รองลงมาคือ อาการนอนไม่หลับ เครียด วิตกกังวล มีปัญหาการรับรสและกลิ่น “ผลการรักษา พบว่า ผู้ป่วยกว่า 95% ดีขึ้นหลังเข้ารับการรักษาด้วยยาสมุนไพรและคำแนะนำอย่างต่อเนื่อง 1 เดือน และไม่พบผลข้างเคียง ช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น โดยก
