Featured ข่าววันนี้

โควิด คนหวนใช้สมุนไพรรักษา หากพัฒนาต่อเนื่อง คือ ทางรอดมนุษยชาติ

โควิด คนหวนใช้สมุนไพรรักษา หากพัฒนาต่อเนื่อง คือ ทางรอดมนุษยชาติ

เมื่อเร็วๆ นี้ มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ทำพิธีลงเสาเอกอาคารนวัตกรรมสมุนไพรไทยอภัยภูเบศร เพื่อจัดตั้ง “ศูนย์วิจัยและพัฒนาสมุนไพรเปรม ชินวันทนานนท์” โดยใช้พื้นที่ของมูลนิธิบริเวณด้านหลังโรงพยาบาลเป็นสถานที่ตั้ง

ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า มูลนิธิฯ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2545 แต่การพัฒนาสมุนไพรได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2526 ตลอด 39 ปี ที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าของสมุนไพรให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ตั้งแต่วัตถุดิบสมุนไพรที่ส่งเสริมการเกษตรอินทรีย์จากแปลงปลูกทั่วประเทศ การผลิตที่ได้รับรองมาตรฐานการผลิตชั้นสูงมาตรฐาน GMP PICs

และการตลาดที่มีคุณธรรมส่งเสริมความเข้าใจในการใช้สมุนไพรอย่างถูกต้องแก่ผู้บริโภค มุ่งผลิตสินค้าที่มีความปลอดภัยและประสิทธิผลบนฐานองค์ความรู้ในด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร โดยมุ่งเน้นให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาและพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพ เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับผู้ประกอบการ เกษตรกร และผู้สนใจต่อยอดด้านสมุนไพร รวมทั้งการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรมมาโดยตลอด

ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร

ทั้งในด้านการผลิตและผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันสมุนไพรมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วและมีจำนวนมาก มีผลิตภัณฑ์สมุนไพรทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าสู่ตลาดมากขึ้น เราต้องพัฒนาตัวเองไม่หยุดนิ่งไม่เฉพาะการอยู่รอดของธุรกิจ แต่เพื่อให้สมุนไพรไทยยืนหนึ่งในตลาดโลก

ภญ.ดร.สุภาภรณ์ กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์ดังกล่าว จึงถึงเวลาที่มูลนิธิรพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จะจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาขึ้นมา โดยใช้ชื่อของ นพ.เปรม ชินวันทนานนท์ ประธานมูลนิธิฯ เนื่องจากท่านมีคุณูปการในฐานะผู้จุดประกายให้มีการพัฒนาสมุนไพรเป็นคนแรก โดย ศูนย์ฯ นี้จะทำหน้าที่ในการวิจัยและพัฒนางานด้านสมุนไพร เพื่อให้เกิดความยั่งยืนร่วมกันระหว่างเกษตรกรและเอกชน

วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ตอบสนองความต้องการของประชาชนในเรื่องสุขภาพอย่างครบวงจร สร้างนวัตกรรมใหม่สู่ตลาด สร้างงาน สร้างโอกาสให้กับกลุ่มเกษตรกรที่ปลูกสมุนไพร สร้างความเข้มแข็งทางเทคโนโลยีและเพิ่มขีดความสามารถของสมุนไพรไทยในการแข่งขันระดับนานาชาติ ทำงานร่วมกับหน่วยงานภายนอก เช่น มหาวิทยาลัย หน่วยงานวิจัยภาครัฐและเอกชน

สักขีพยาน

ร่วมหลักสูตรผลิตนักศึกษามหาวิทยาลัยของภาครัฐ หรือเอกชน ตลอดจนเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงประวัติความเป็นมาในการวิจัยและพัฒนาขององค์กร อาทิ ตำรายาโบราณ เครื่องมือวิจัยและพัฒนา เป็นต้น

“ศูนย์ฯ นี้ จะทำให้เกิดงานด้านสมุนไพรที่เป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง และจะส่งผลกระทบเชิงสังคมและเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และยังก่อให้เกิดความมั่นคงทางยาและสมุนไพร ในภาวะที่สถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน ไวรัส เชื้อโรคปรับตัวตลอดเวลา จากวิกฤตโควิดที่ผ่านมา มีการหวนมาใช้สมุนไพรในการรักษากันเป็นจำนวนมาก ซึ่งหากมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าสมุนไพรไทยคือทางรอดของมวลมนุษยชาติ” ภญ.ดร.สุภากรณ์ กล่าว

Related Posts

"ละลายช้า อร่อยถึงคำสุดท้าย" จุดแข็งที่พา "Blendies"เจลาโต้สัญชาติไทยโตเร็ว จนไปเข้าตาฮ่องกงขอซื้อแฟรนไชส์ไปเปิด
“ทำไป เรียนรู้ไป” วิธีคิดของ “บาส Go Went Go” ที่พาคอนเทนต์ และร้านข้าวมันไก่เติบโต
“อย่าหมิ่นเงินน้อย กำไรหลักสิบ รวมกันก็เป็นร้อยเป็นพัน” ป้าตือ ถอดสูตรสร้างธุรกิจให้โตยาว