อีคอมเมิร์ซ
ห้ามพลาด! งานสัมมนายกระดับวงการอีคอมเมิร์ซแห่งปี ECOM THAILAND CONFERENCE 2023 : THE NEXT LEVEL 17 กันยายนนี้ ECOM Thailand จับมือ GDK GROUP, VERSE และ 2T Multimedia and Marketing เตรียมพร้อมจัดงาน ECOM THAILAND CONFERENCE 2023 : THE NEXT LEVEL งานสัมมนาสุดยิ่งใหญ่แห่งปี เพื่อยกระดับและผลักดันวงการอีคอมเมิร์ซไทยให้มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด พบกับบูธกิจกรรมที่พร้อมสนับสนุนธุรกิจออนไลน์อีกกว่า 50 บูธ งานจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 17 กันยายน 2566 เวลา 08.00-18.00 น. ณ เพลนารีฮอลล์ 1-4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โค้งสุดท้ายเปิดจำหน่ายบัตรผ่านทาง zipeventapp.com ถึง 17 กันยายน 2566 ภายในงานจัดเต็มด้วยไฮไลต์ 3 เวทีหลักที่จะช่วยคุณพัฒนาและต่อยอดธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทย ได้แก่ 1. E-Commerce Trend การอัปเดตเทรนด์ความรู้ใหม่ๆ วิเคราะห์ก้าวต่อไปของโลกอีคอมเมิร์ซจากผู้คนหลากหลายธุรกิจ และแพลตฟอร์มต่างๆ ทั้งจากโซเชียลมีเดียและอีมาร์เก็ตเพลส ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, TikTok, LINE, Lazada และ Shopee พบคำตอบจากกูรูระดับ Top ของประเทศ อาทิ ป้อม-ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ เจ้าพ่อแห่งวงการ E-commerce, อ๋อ
เปิด 3 กลยุทธ์ ขายของบน TikTok แค่ทิชชูธรรมดาๆ ให้มียอดขายกว่า 2 แสนบาทต่อเดือน ตลาดอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 สืบเนื่องจากจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่มีมากขึ้นจาก 360 ล้านคนในปี 2019 และเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่องกว่า 460 ล้านคนในปี 2022 จากจำนวนประชากรทั่วทั้งภูมิภาค 600 ล้านคน ซึ่งผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตเหล่านี้ นอกจากการใช้งานเพื่อความบันเทิงแล้ว ยังมีการใช้งานอีคอมเมิร์ซถึงแม้ว่าจะมีการใช้จ่ายต่อครั้งเป็นจำนวนเงินไม่มาก โดยเฉลี่ยต่อครั้งอยู่ที่ 10-15 เหรียญสหรัฐฯ แต่ด้วยขนาดของผู้บริโภคที่มีจำนวนมาก ก็ทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัลในกลุ่มอีคอมเมิร์ซเป็นอย่างดี และจะผลักดันให้คนกว่า 20 ล้านคนเข้าสู่การทำงานในธุรกิจอีคอมเมิร์ซการซื้อขายรายย่อยจะเกิดการเปลี่ยนแปลง ผู้ค้าจำเป็นต้องมีการพัฒนาทักษะเพื่อส่งเสริมการขายในแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ เช่น เรียนรู้การทำคอนเทนต์วิดีโอ การพูดคุยผ่านการไลฟ์ เพื่อให้ทันต่อกระแสเศรษฐกิจดิจิทัล นอกจากการเติบโตในระดับภูมิภาคแล้ว ตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยก็นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่าง
TikTok Shop เร่งลงทุนหลักพันล้านดอลลาร์ ดัน SMEs ในอาเซียน หลังแซงแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ Shopee และ Lazada TikTok เป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมสำหรับครีเอเตอร์หลายคน ไม่เพียงแค่นั้น ยังเป็นพื้นที่การขายชั้นยอดสำหรับผู้ประกอบการไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ล้วนให้ความสำคัญในการขยายธุรกิจ สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ TikTok Shop เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ก้าวกระโดดในหลายด้าน โจวโซ่วจือ (Shou Zi Chew) ซีอีโอของ TikTok เผยในงานสัมมนาที่จาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ว่า บริษัทเตรียมลงทุนเป็นวงเงินหลายพันล้านดอลลาร์ในอีกหลายปีข้างหน้า ทั้งในอินโดนีเซียและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งประเทศไทยก็นับว่าเป็นหนึ่งในนั้น เนื่องจากจำนวนผู้ใช้งานของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นับเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของ TikTok ทั้งนี้ TikTok ลงทุนทั้งด้านการฝึกอบรม โฆษณา และโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการรายเล็ก ให้เข้าร่วมแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ TikTok Shop เฉพาะอินโดนีเซียมีมากกว่า 2 ล้านร้านค้าที่อยู่ในแพลตฟอร์ม สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซสูง ตัวเลขในปีที่ผ่านมาแตะ 1 แสนล้านดอลลาร์ มีผู้เล่นรายหล
ปลดล็อกสกิลการขายบน TikTok Shop ให้ปัง! ด้วย Shopping Center ผู้ช่วยร้านค้าปั้นยอดทะลุเป้า เมื่อเอ่ยถึง TikTok นอกจากเป็นแพลตฟอร์มความบันเทิงชั้นนำระดับโลก ที่จุดประกายความคิดสร้างสรรค์และมอบความสุขให้กับผู้คนแล้ว ยังเป็นแพลตฟอร์มสร้างโอกาสให้พ่อค้าแม่ค้าตัวเล็กๆ ได้เติบโตเป็นร้านที่แข็งแกร่งแบบก้าวกระโดด ผ่านช่องทางการขายบน TikTok Shop และเพื่อช่วยร้านค้าออนไลน์ให้ขายดีกว่าเดิม TikTok Shop ได้เปิดตัว Shopping Center ที่เป็นพื้นที่ให้ลูกค้าได้ช้อปปิ้งแบบจุใจครบจบในที่เดียว สะดวกกับลูกค้าขนาดนี้ แล้วผู้ขายอย่างเราจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง ขายดีกว่าเดิมหรือเปล่า ถ้าอยากใช้งานต้องทำอย่างไร เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ รวบรวมรายละเอียดมาให้แล้ว Shopping Center คืออะไร พ่อค้าแม่ค้าได้ประโยชน์อะไรนะ Shopping Center ของ TikTok Shop ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าปลดล็อกโอกาสของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เป็นศูนย์รวมร้านค้าชั้นนำมากมายที่ผู้ใช้สามารถค้นพบโปรโมชัน สินค้าหลากหลาย ตลอดจนการจัดการคำสั่งซื้อทั้งหมดอย่างง่ายดายในที่เดียว โดยปุ่ม ‘ช้อป’ ของ Shopping Center จะอยู่ด้านข้างปุ่ม Home เพื่อเพิ่มความสะดวก
10 อันดับ ตลาดอีคอมเมิร์ซทั่วโลก คนขายออนไลน์ ต้องรู้ ถ้าคิดขยายธุรกิจ ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของ โควิด-19 เกิดขึ้น ทำให้พฤติกรรมของผู้คนนั้นเปลี่ยนไป โดยเฉพาะการจับจ่ายใช้สอย ที่ส่งผลให้การซื้อ “ขายออนไลน์” เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (E-commerce) เติบโตอย่างรวดเร็ว เว็บไซต์ POSTFAMILY เผยว่า The 10 Largest E-commerce Markets in the World by Country ใน www.business.com เว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูลความรู้ธุรกิจ ได้รวบรวมจัดอันดับตลาดไว้อย่างน่าสนใจดังนี้ 1. สาธารณรัฐประชาชนจีน ทุกวันนี้จีนเป็นยักษ์ใหญ่แห่งวงการอีคอมเมิร์ซและเป็นประเทศที่มีตลาดอีคอมเมิร์ซใหญ่ที่สุดในโลก สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมาจากการสร้างอาณาจักรของบริษัทยักษ์ใหญ่ชื่อดังอย่าง Alibaba และมีแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชื่อดังอย่างTaobao, Alibaba.com, Tmall โดยมีอัตราการเติบโตของอีคอมเมิร์ซสูงถึงปีละ 35% และมีมูลค่าการซื้อขายสินค้าออนไลน์รวม 672 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และอีคอมเมิร์ซ คิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาด ของอุตสาหกรรมค้าปลีก 15.9% นอกจากเป็นประเทศที่เป็นตลาดที่ใหญ่แล้ว จีนยังถือเป็นประเทศที่มีการเติบโตของตลาดอีคอมเม
How To รักษา-ดึงดูด ลูกค้า ให้มาซื้อของที่เราซ้ำๆ เมื่อร้านขายออนไลน์แข่งขันกันเดือด การค้าในรูปแบบ e-Commerce นั้น จะช่วยให้การดําเนินธุรกิจเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ลดต้นทุนและกระบวนการดำเนินงานให้น้อยลง เพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้าได้อย่างทั่วถึง ขยายตลาดได้กว้าง สามารถซื้อขายได้ ทุกที่ ทุกเวลา แล้วเคยคิดหรือถามลูกค้าหรือไม่ว่า…ทําไมลูกค้าต้องซื้อของเรา? ส่วนใหญ่ก็คงตอบว่า เพราะอยากได้ หรือ มีความต้องการจะใช้สินค้านั้นๆ สินค้าดีมีคุณภาพ ราคาถูกกว่าร้านอื่น สินค้าไม่เหมือนใคร คนขาย บริการดี มีความน่าเชื่อถือ ส่งของเร็ว หรือเหตุผลอื่นๆ เหล่านี้ ล้วนเป็นปัจจัยสําคัญที่ต้องคํานึงถึงในการขายสินค้าด้วย เพื่อเป็นการดึงดูดให้ลูกค้า อยากซื้อสินค้ากับเรา และรักษาลูกค้า ให้กลับมาซื้อสินค้ากับเราอีก นอกจากนั้น สิ่งที่ผู้ขายควรปฏิบัติในการขายสินค้า เพื่อดึงดูดและทำให้ลูกค้าอยากกลับมาซื้อสินค้าอีก เว็บไซต์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พอสรุปได้ ดังนี้ 1. รู้จักสินค้าที่ขายอย่างดี สามารถแนะนํารายละเอียดของตัวสินค้าได้ 2. เข้าใจความต้องการของลูกค้า สามารถแนะนําสินค้าได้ตรงจุด 3. สร้างความเชื่อมั่
ยุคทองอีคอมเมิร์ซ ห้ามพลาดเรื่อง “ภาษี” ผู้ค้าออนไลน์ต้องรู้ จะได้ไม่วุ่น(วาย) เป็นที่ทราบกันดีว่าหลายปีให้หลังมานี้ เรียกว่าเป็น ยุคทองของการขายของออนไลน์ เลยทีเดียว เพราะนอกจากเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทต่อการทำธุรกิจแล้ว วิกฤตการณ์ไวรัส ทำให้คนไม่ออกจากบ้านไปซื้อของ เหล่าพ่อค้าแม่ค้าจึงต้องหันมาพึ่งแพลตฟอร์มออนไลน์ในการขายแทน ซึ่งรายได้จากการขายของออนไลน์ก็ต้อง เสียภาษี และยื่นภาษีให้ถูกต้องตามเกณฑ์ที่สรรพากรกำหนดไว้เหมือนกันนะ โดย เพจ K SME เผยว่า รายได้จากการขายของออนไลน์ ถือว่าเป็นเงินได้ประเภทที่ 8 คือ เงินได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม รวมไปถึงการขายของออนไลน์ เป็นต้น โดยจะต้องเสียภาษีตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มาตรา 40 ซึ่งหมายความว่า สำหรับบุคคลธรรมดาที่ไม่ได้จดทะเบียนการค้าเป็นนิติบุคคล จะต้องทำการยื่นภาษี เพื่อแสดงให้ สรรพากรเห็นถึงการมีรายได้และค่าใช้จ่ายต่างๆ ว่าอยู่ในระดับที่ควรยกเว้นภาษี หรือต้องเสียภาษีหรือไม่ ในกรณี บุคคลธรรมดาผู้ที่มีรายได้จากการขายของออนไลน์ เมื่อมีรายได้เกิน 60,000 บาท (กรณีโสด) หรือมีรายได้เกิน 120,000 บาท (กรณีสมรส)
ซัคเซสมอร์ ผุดแอพพลิเคชั่น SCM Connext สร้างนักธุรกิจเป็น Smart Shopper ง่าย เพียงปลายนิ้ว ซัคเซสมอร์ เปิดตัวแอพพลิเคชั่น “SCM Connext” สร้างคอมมูนิตี้บนแพลตฟอร์มออนไลน์ให้เป็นผลกำไร ขยายการดำเนินธุรกิจซัคเซสมอร์บนโลก Social Commerce ให้นักธุรกิจซัคเซสมอร์ทุกท่านเป็น Smart Shopper ได้ง่ายเพียงปลายนิ้วมือ ผ่านแอพพลิเคชั่น “SCM Connext” ทุกความสำเร็จอยู่ในมือคุณอย่างครบวงจร 2 ผู้บริหาร นายแพทย์สิทธวีร์ เกียรติชวนันต์ ประธานกรรมการบริหาร และ CEO นพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCM เผยว่า ซัคเซสมอร์จึงทุ่มงบประมาณในการสร้าง Digital Ecosystem ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของแบรนด์และเป็นการขยายธุรกิจของนักธุรกิจซัคเซสมอร์ เปิดตัวแอพพลิเคชั่น “SCM Connext” เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจซัคเซสมอร์ สมาชิก และผู้บริโภคทั่วไป ด้วยการพัฒนาและออกแบบช่องทางการซื้อขายสินค้าผ่าน Social Commerce ให้มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ง่ายขึ้นกับทุกคน เพื่อให้ทันสมัยตอบโจทย์ลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่ต้องการมีธุรกิจเป็นของตนเอง เรามั่นใจ
แนะ SMEs รุก B2B E-Commerce เข้าถึงลูกค้าใหม่ๆ การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะกิจการน้อยหรือใหญ่ต้องได้รับผลกระทบทั้งสิ้น เพียงแต่ว่ากิจการขนาดเล็กมักจะปรับตัวเข้าสู่ E–Commerce หนึ่งในทางรอดที่สำคัญของทุกธุรกิจทั่วโลกได้ไวกว่า ขณะที่ธุรกิจแบบ B2B หรือการค้าระหว่าง 2 ธุรกิจ (Business to Business) ที่พวกเรามักจะคุ้นเคยกับรูปแบบออฟไลน์มากกว่า กลับก้าวไปข้างหน้าในยุคโควิด-19 ได้ยากขึ้น เราจึงอยากแนะนำให้คุณได้ทำความรู้จัก B2B E-Commerce กลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง และเป็นโอกาสสำหรับคนที่กำลังมองหาตลาดใหม่ๆ ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme เหตุผลที่คุณควรเจาะตลาด B2B E-Commerce ถึงแม้ว่าที่เกริ่นไปในข้างต้นจะเปิดด้วยเรื่องโควิด-19 แต่ความจริงแล้วกระแส B2B E-Commerce ได้เติบโตมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ในปี 2559 ที่แม้ว่าจะมีเปอร์เซ็นต์การเติบโตของรูปแบบธุรกิจนี้น้อยกว่ารูปแบบ B2C แต่หากนับมูลค่ารวมแล้ว ตลาด B2B กลับมีมูลค่ารวมสูงกว่า B2C ประมาณเท่าตัวมาตลอด สำหรับมูลค่าอีคอมเมิร์ซทั้งแบบธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) และธุรกิจกับผู้บริโภค (
โควิด ตัวเร่งตลาดอีคอมเมิร์ซ โตกระฉูด-แข่งขันเดือด พ่อค้าแม่ขาย ต้องรับมือยังไง? ต้องยอมรับว่าปัจจุบันนี้ โควิด-19 ถือเป็นตัวเร่งให้มูลค่าตลาด B2C e-Commerce ปี 2564 มีมูลค่าสูงถึงประมาณ 300,000 ล้านบาท หรือมีการขยายตัวสูงถึง 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังคงใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง ปัญหาที่ตามมา คือ การแข่งขันที่มีความยากและรุนแรงขึ้นสำหรับพ่อค้าแม่ขาย นั่นเอง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงมองว่า ท่ามกลางการแข่งขันที่สูง ผู้ประกอบการจึงต้องปรับตัว เพื่อสู้กับคู่แข่งขันให้ได้ โดยได้แนะนำ How To ปรับตัวรับการแข่งขันไว้ ดังนี้ 1. ทำการตลาดแบบ Omni-channel ต้องมีการวางแผนและปรับตัวในแต่ละช่องทางการขาย เชื่อมแพลตฟอร์มออนไลน์-ออฟไลน์ เข้าด้วยกัน เพื่อรับมือกับพฤติกรรมการซื้อสินค้าที่เปลี่ยนไป 2. สร้างฐานข้อมูลไว้ใช้วางแผนธุรกิจ ด้วยการลงทุนเรื่อง Big data เพราะเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งผลที่จะได้รับจากการลงทุนเรื่อง Big data นั้นจะทำให้เราเห็นภาพธุรกิจชัดเจนมากขึ้น 3. ขยายคลังสินค้าหรือศูนย์กระจายสินค้าไปยังพื้นที่ศักยภาพใหม่ เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคได้เพิ่มขึ้น 4. รักษาความเชื่อม
