อีคอมเมิร์ซ
ในปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ส่วนใหญ่นิยมเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ส่งผลให้ตลาดอีคอมเมิร์ซในไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 มีมูลค่ากว่า 9.7 แสนล้านบาท และคาดว่าจะขยายตัวมูลค่าราว 1.8 ล้านล้านบาท ภายในปี 2573 แนวโน้มดังกล่าวยังสะท้อนถึงเทรนด์ “Trade-up” ที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในหมู่นักช้อปไทย สอดคล้องกับอินไซต์ของลาซาด้าในช่วงแคมเปญ 12.12 ที่ผ่านมาที่มียอดขายสินค้าแบรนด์บน LazMall เติบโตขึ้นถึง 51% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และยังมีมูลค่าคำสั่งซื้อเฉลี่ย (Average Order Value – AOV) สูงกว่าวันปกติถึง 2.5 เท่า ลาซาด้า ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ขับเคลื่อนด้วยคุณภาพ เผยอินไซต์ตลาดไทยเดินหน้าสู่ยุค “Confidence Commerce” หลังพบว่านักช้อปยุคใหม่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและแบรนด์ที่น่าเชื่อถือเป็นอันดับแรก พร้อมยินดีจ่ายเพิ่มเพื่อความมั่นใจ สอดคล้องกับ รายงาน The Rise of Authenticity-Driven E-Commerce โดย CUBE INSIGHTS บริษัทชั้นนำด้านการวิเคราะห์ข้อมูลอีคอมเมิร์ซ ที่ระบุว่า ตลาดกำลังเติบโตด้วยมูลค่า (Value-driven Growth) สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของสิน
คุณวาริสฐา เกียรติภิญโญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า ประเทศไทย แถลงเมื่อเร็วๆ นี้ ว่าท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องและนับเป็นตลาดที่มีการขยายตัวเร็วที่สุดในภูมิภาค โดยในปี 2567 มีอัตราการเติบโตถึง 21.7% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 12% อีกทั้งยังคาดการณ์ว่าจะเติบโตแตะ 2 ล้านล้านบาทภายในปี 2573 ดังนั้น เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดและอินไซต์ผู้บริโภคยุคใหม่ ลาซาด้า ในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ จึงพร้อมบุกเบิกทิศทางและสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมด้วยแนวคิด ‘Next-Level eCommerce’ มุ่งสู่การเป็นแพลตฟอร์มที่มอบประสบการณ์การช้อปแบบพรีเมียม ชูจุดแข็งด้านสินค้าแบรนด์และบริการคุณภาพ ซึ่งเป็นนิยามใหม่ของความคุ้มค่าที่นักช้อปไทยมองหา เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและมีคุณภาพอย่างแท้จริง ขณะเดียวกัน เรายังเดินหน้าลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรม AI อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย และผลักดันการเติบโตของอีคอมเมิร์ซไทยเพื่อความแข็งแกร่งในระยะยาว โดย ลาซาด้า จะเดินหน้ายกระดับมาตรฐานวงการอีคอมเมิร์ซ มุ่งหน้าสู่แพ
โลกอีคอมเมิร์ซในยุคดิจิทัล เปิดโอกาสให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างไร้ขีดจำกัด แต่ผู้ขายต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพึ่งพางบโฆษณาจำนวนมากอาจไม่ใช่ทางออกอีกต่อไป ในทางกลับกันผู้ขายที่กล้าเปิดรับนวัตกรรมและใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด เพื่อให้สินค้ามีโอกาสถูกมองเห็นและปิดการขายได้ในจังหวะที่ ‘ใช่’ คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในยุคดิจิทัล รายงานล่าสุดจาก Momentum Works ร่วมกับลาซาด้า เผยว่า หากผู้ขายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถใช้ศักยภาพของ AI ได้อย่างเต็มที่ จะสามารถปลดล็อกมูลค่าทางเศรษฐกิจในระบบนิเวศอีคอมเมิร์ซทั่วภูมิภาคได้สูงถึง 4.5 ล้านล้านบาทต่อปี (หรือราว 131 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ภายในปี 2030 ตัวเลขนี้สะท้อนถึงโอกาสมหาศาลในการขับเคลื่อนธุรกิจอีคอมเมิร์ซให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ในฐานะผู้บุกเบิกแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลาซาด้า เล็งเห็นศักยภาพดังกล่าวตั้งแต่แรกเริ่ม และได้นำ AI มาเป็นพลังสำคัญที่ช่วยเสริมขีดความสามารถ ให้ผู้ขายไทยแข่งขันและเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง เจาะลึกโอกาสและพฤติกรรมการใช้ AI ของผู้บริโภคและผู้ขายไทย จากรายงาน Digital 2025 นักช้อปไทย ม
สมรภูมิใหม่ในสงครามอีคอมเมิร์ซของจีนกำลังเกิดขึ้น ด้วยธุรกิจรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “Instant Commerce” หรือการจัดส่งสินค้าออนไลน์แบบรวดเร็วทันใจ บางเจ้าถึงขั้นเคลมว่า “จัดส่งถึงมือลูกค้าภายใน 30 นาที” ผู้เล่นหลักในสนามนี้คือ 3 ยักษ์ใหญ่แห่งวงการอีคอมเมิร์ซ ได้แก่ Alibaba (อาลีบาบา), JD.com (เจดีดอทคอม) และ Meituan (เหม่ยถวน) ที่แต่เดิมเน้นส่งอาหารเป็นหลัก ขณะที่ 2 เจ้าแรกเป็นอีคอมเมิร์ซโดยตรง ซึ่งทั้ง 3 บริษัทนี้ต่างเทเงินมหาศาลเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด และครองใจผู้บริโภคในยุคที่เร็วกว่าคือชนะ Instant commerce เป็นการยกระดับการจัดส่งแบบเดิม ครอบคลุมสินค้าที่หลากหลาย ตั้งแต่อาหาร-เครื่องดื่ม ไปจนถึงของใช้ในชีวิตประจำวัน โดยธุรกิจอีคอมเมิร์ซแบบส่งด่วนนี้สามารถใช้ได้จริงในเมืองใหญ่ๆ ด้วยเครือข่ายผู้ขับขี่และระบบการขนส่งที่มีขนาดใหญ่ สามารถเชื่อมโยงได้ทั่วประเทศ อีกทั้งยังมีในเรื่องของเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย อาทิ การนำ AI, Big Data และระบบจัดส่งแบบเรียลไทม์มาใช้ในการจัดส่งเพื่อคำนวณเส้นทางที่ดีที่สุด การแข่งขันของทั้ง 3 บริษัททวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อแต่ละเจ้าต่างขยายเครือข่ายจัดส่ง แล
ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยโตแรง! แนะทริกเด็ดเพิ่มยอดขาย การันตียอดปัง ปี 2025 อินไซต์เผยตลาดอีคอมเมิร์ซไทยยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยได้แรงหนุนจากผู้บริโภคไทยที่สนใจเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น และแบรนด์ต่างๆ หันมามุ่งทำตลาดผ่านอีคอมเมิร์ซมากขึ้น เทรนด์การเติบโตนี้จึงเป็นโอกาสครั้งสำคัญสำหรับผู้ขาย แต่จำนวนร้านค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้ตลาดมีการแข่งขันและความท้าทายสูงเช่นกัน เพื่อช่วยผู้ขายคว้ายอดขายให้ได้ตามเป้า ช้อปปี้ จึงได้รวบรวมทริกและเคล็ดลับจากมือโปร “Shopee Seller Guidebook : ความลับขายดี การันตียอดปัง (บนอีคอมเมิร์ซ) 2025” ดังนี้ Shopee Ads เคล็ดลับเรียกลูกค้า กับการดันยอดการมองเห็นสินค้าสูงถึง 4 เท่า เพียงเลือกยิงแอดสินค้าตัวท็อป เช่น สินค้าที่มียอดขาย-กำไรสุดปัง สินค้าใหม่ สินค้ารีวิวดี และมีโปรโมชันเด็ด แนะนำให้ลงโฆษณาต่อเนื่อง 30-60 วัน รับรองยอดขายพุ่งไม่หยุด Shopee University ถอดสูตรขายดี! เก็บเคล็ดลับจาก “ผู้ขาย” สู่ “ผู้ขาย” เปิดคลาสเจาะลึกไอเดียการขาย พร้อมเผยเทคนิคเด็ดสร้างการเติบโตของธุรกิจจากความสำเร็จของเหล่า Shopee Mentor ร้านค้าดังบนช้อปปี้ที่ได้รับการ
TEMU ยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลในไทย เขย่าตลาดวงการอีคอมเมิร์ซ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2567 นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมและยกระดับ SME ไทยและแก้ไขปัญหาสินค้าที่ไม่มีคุณภาพจากต่างประเทศ ครั้งที่ 1 หารือในประเด็นกังวลเรื่องสินค้าไม่มีคุณภาพและมาตรฐานต่ำที่ไหลเข้าประเทศไทย ซึ่งแบ่งออกเป็นกลุ่มสินค้าเกษตร กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม และแบ่งเป็นแผน 3 ระยะ ได้แก่ ระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว โดยระยะสั้นจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน ส่วนระยะกลางและระยะยาวจะทำการวิเคราะห์ปัญหาและจัดทำแผนงานใหม่ๆ ซึ่งได้ให้แต่ละหน่วยงานไปตรวจสอบและทำแผนงานมาเสนอในการประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 27 พฤศจิกายนนี้ จากนั้นจะสรุปทุกรายละเอียดเสนอที่ประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน ก่อนเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป ขณะที่คณะอนุกรรมการก็จะยังทำหน้าที่เร่งรัดและติดตามต่อเนื่อง โดยจะประชุมทุก 1 เดือน หรือไม่เกิน 3 เดือนครั้ง นายนภินทร กล่าวว่า ในแนวคิดแก้ไขปัญหาสินค้าที่
อีคอมเมิร์ซ แข่งเดือดปลายปี ลาซาด้า ชูแคมเปญ “ใครๆ ก็อยู่ข้างคนถูก” ลาซาด้า เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ใหม่กับ “ลาซาด้า 11.11 เซลใหญ่ ลดสะใจแห่งปี” ตอกย้ำความเป็นผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ทุ่มงบเอาใจนักช้อป ขยายเวลาแคมเปญยิ่งใหญ่กว่าเดิม ด้วยคอนเซ็ปต์ “ใครๆ ก็อยู่ข้างคนถูก” ชูราคาถูกสะใจ และประสบการณ์ช้อปสนุกถูกใจ เดินหน้าขยายฐานนักช้อปขาประจำผ่าน Gamification คุณวาริสฐา เกียรติภิญโญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวว่า ลาซาด้า เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซผู้บุกเบิกแคมเปญ 11.11 และได้ยกระดับแคมเปญนี้ให้กลายเป็นเทศกาลช้อปปิ้งแห่งปีที่นักช้อปรอคอย ในขณะที่แบรนด์ต่างๆ ก็ให้ความสำคัญในการใช้โอกาสนี้ในการกระตุ้นยอดขายช่วงโค้งสุดท้ายของปี ด้วยการขยายเวลาเอาใจนักช้อป รวมถึงงบประมาณที่เราลงทุนเพิ่มสำหรับแคมเปญใหญ่ครั้งนี้โดยเฉพาะ เราหวังว่าลาซาด้า 11.11 จะต่อยอดความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในไทย ที่มอบทั้งความคุ้มค่า ความน่าเชื่อถือ และประสบการณ์ที่แตกต่าง ตอบโจทย์นักช้อป ทั้งกลุ่มที่เป็นผู้ใช้งานของลาซาด้า รวมถึงนักช้อปที่เป็นแฟนของแบรนด์ต่างๆ ให้กลับมาช้อปที่แพลตฟอร์ม
คุยกับ CEO หญิงคนใหม่ “ลาซาด้า” ปักธงใช้ AI สู้สงครามอีคอมเมิร์ซ หนุน SMEs ดึงดูดนักช้อป คุณวาริสฐา เกียรติภิญโญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 12 ปี ลาซาด้า ได้ขับเคลื่อนนวัตกรรมและเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ควบคู่ไปกับการพัฒนาธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่แข็งแกร่ง สะท้อนได้จากสถานะ EBITDA จากการดำเนินธุรกิจใน 6 ประเทศของลาซาด้า กรุ๊ป ที่มีผลเป็นบวกเป็นครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา ความสำเร็จดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงการก้าวสู่ยุคใหม่ของอีคอมเมิร์ซ ซึ่งให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพและความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจ มากกว่าการบรรลุเป้าหมายในระยะสั้น เพื่อมุ่งสู่การเติบโตระยะยาวอย่างยั่งยืน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวต่อว่า อุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซไทย มีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2566 ไทยเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับที่ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยอัตราการเติบโต 20% เทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาค ลาซาด้า จึงเดินหน้าลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ 3 ด้าน ได้แก่ การยกระดับป
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า คาดปี 68 ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยโตกว่า 7.5 แสนล้าน เร่งติดอาวุธผู้ประกอบการ รับการเติบโต วันที่ 11 กันยายน 2567 นายสถาพร ร่วมนาพะยา รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในพิธีมอบรางวัล “สุดยอดนักการค้าออนไลน์มืออาชีพ” ว่า ปัจจุบันตลาดอีคอมเมิร์ซไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว จาก 6.34 แสนล้านบาท ในปี 2566 เป็น 6.94 แสนล้านบาท ในปี 2567 เติบโตเฉลี่ยปีละ 6% และคาดการณ์ว่าจะเติบโตถึง 7.5 แสนล้านบาทในปี 2568 ซึ่งการเติบโตอย่างรวดเร็ว เป็นได้ทั้งโอกาสและความท้าทายสำหรับผู้ประกอบการที่ปรับตัวได้เร็ว รู้จักใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี จะมีโอกาสเข้าถึงกลุ่มลูกค้าจำนวนมาก เพิ่มยอดขายได้ไว และสร้างการเติบโตให้ธุรกิจได้ง่ายขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการที่ปรับตัวตามไม่ทัน อาจเสียโอกาสและต้องเผชิญกับความยากลำบากในการแข่งขัน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จึงได้ดำเนินโครงการเพื่อเสริมทักษะและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้เติบโต ปรับตัวทันการเปลี่ยนแปลง และพร้อมรองรับการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซ หนึ่งในนั้นคือกิจกรรม “สร้างนักการค้าออนไลน์มืออาชีพ Smart Trader Online” ซึ่งเป็นหลักสูตรฝึกอบรมที่
เข้าให้ถึง Insight คนเจนใหม่ ขาย ‘อีคอมเมิร์ซ’ ให้ลูกค้าเอฟพร้อมโอน ‘แม้เทคโนโลยีจะก้าวไกลไปแค่ไหน แต่สุดท้ายแล้ว ศูนย์กลางของการตลาดคือ ผู้บริโภค’ บทสรุปสั้นๆ ที่ สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย เผยถึงเทรนด์และกลยุทธ์การตลาดมาแรงในปี 2023 ที่ผู้ประกอบการ SMEs และผู้ที่ทำธุรกิจควรรู้ พร้อมทั้งระบุเพิ่มเติมว่า เมื่อองค์กรนั้นมีทั้งความจริงใจ เข้าใจ และใส่ใจ ผลที่จะสะท้อนกลับมา ย่อมเป็นผลเชิงบวกที่จะนำไปสู่ผลบวกทางธุรกิจ เมื่อ ’ผู้บริโภค’ คือศูนย์กลาง สิ่งที่ตามมา คือโจทย์สำคัญของผู้ประกอบการ SMEs ว่าจะมีการวางแผนการตลาด เพื่อรองรับกับความต้องการของลูกค้า หรือผู้บริโภคที่แท้จริง…ได้อย่างไร? โดยเฉพาะบนตลาดใหญ่ที่ไร้ขอบเขตอย่าง e-Commerce ที่ปัจจุบันกลายเป็นทางเลือกในการจับจ่ายสินค้าให้กับผู้บริโภค นิยมช้อปปิ้งผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น ส่งผลให้การแข่งขัน นับวันจะดุเดือดด้วยจำนวนผู้เล่นซึ่งเป็นร้านค้าทั้งแบรนด์ดัง รายใหญ่ และรายย่อยอย่างผู้ประกอบการ SMEs หันมาเพิ่มช่องทางการขาย และพัฒนาสินค้าให้รองรับกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ จับใจให้ลูกค้า “เอฟ” พร้อม “โอน” บนช่องทาง e-Commerce มากยิ่งขึ้น
