อีคอมเมิร์ซ
“ช้อปปี้” ย้ำผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยรายได้เพิ่มกว่า 130% ผลสำรวจ Sea (Group) จากตัวแทนผู้ขายและร้านค้ารายย่อย 7,000 ราย บนแพลตฟอร์มช้อปปี้ ผลสำรวจอีคอมเมิร์ซครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดโดย Sea (Group) ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน สนับสนุนโดย ช้อปปี้ ผู้ประกอบการรายย่อยที่ดำเนินธุรกิจบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซมีรายได้เติบโตกว่า 130% และมากถึง 370% สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยที่มีช่องทางขายออนไลน์เต็มรูปแบบ ผู้ประกอบการรายย่อยในประเทศไทยมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นมากถึง 130% ในขณะที่อีคอมเมิร์ซช่วยให้รายได้ของครัวเรือนโดยรวมสูงขึ้นถึง 82% จากรายงานการวิจัยล่าสุด ที่จัดทำโดย Sea (Group) ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน ซึ่งสนับสนุนโดย ช้อปปี้ ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน จากผลการวิจัย ‘E-commerce & SMEs: Uncovering Thailand’s Hidden Assets’ ชี้ให้เห็นบทบาทของอีคอมเมิร์ซได้เข้ามาช่วยส่งเสริมชีวิตของคนไทยทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงผลกระทบเชิงบวกทางเศรษฐกิจและสังคม ที่อีคอมเมิร์
สงคราม E-Commerce ปี 2020 จะเป็นอย่างไร? สินค้าอะไรจะมีการซื้อขายมากที่สุด E-Commerce หรือ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือการทำธุรกิจโดยซื้อขายสินค้าผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งประโยชน์ของการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนที่ต่ำ เพราะไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน ไม่มีค่าเช่าพื้นที่ ไม่ต้องใช้กำลังคนมาก แถมยังสามารถนำสินค้าและบริการเข้าถึงคนหมู่มากได้ทุกที่ทุกเวลา ซื้อขายและชำระเงินผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ได้อย่างสะดวกสบายและง่ายดาย จึงทำให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในปัจจุบันกำลังได้รับความนิยม และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นทุกปี ปัจจุบัน ธุรกิจอีคอมเมิร์ซกำลังมาแรง อ้างอิงจากมูลค่าตลาด E-commerce ที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นทุกปีตามรายงานของ ETDA มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซไทย ในปี 2558 มีมูลค่าถึง 2,245,147.02 ล้านบาท มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซไทย ในปี 2559 มีมูลค่าถึง 2,560,103.36 ล้านบาท มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซไทย ในปี 2560 มีมูลค่าถึง 2,812,592.03 ล้านบาท มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซไทย ในปี 2561 มีมูลค่าถึง 3,150,232.96 ล้านบาท และยังคาดการณ์ว่าจากนี้ไปจนถึงปี 2565 ตลาดอีคอมเมิร์ซไทย น่าจะเติบโตขึ้นเฉลี่ย 22% เลยทีเดียว ไม่ใช่แค
ธนาคารกรุงเทพ จัดสัมมนา “รุกตลาดไทย บุกตลาดจีน ด้วยอีคอมเมิร์ซ” ติวเข้มเทรนด์ค้าออนไลน์ คุณวีระศักดิ์ สุตัณฑวิบูลย์ (กลาง) รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และผู้บริหารธนาคารกรุงเทพ ให้การต้อนรับ คุณธนาวัฒน์ มาลาบุปผา (ที่ 2 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ไพรซ์ซ่า จำกัด นายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Thai e-Commerce Association) และ คุณณัฐพร วุ่นกลิ่นหอม (ที่ 2 จากขวา) นายกสมาคมดิจิทัลไทย (Thai Digital Trade Association) และผู้ช่วยผู้อำนวยการ ETDA นักพัฒนาโครงการระบบแพลตฟอร์มการศึกษาในพื้นที่ห่างไกลเพื่อการค้าและการพัฒนา มูลนิธิแจ็คหม่า โอกาสให้เกียรติเป็นวิทยากร ในงามสัมมนา “รุกตลาดไทย บุกตลาดจีน ด้วยอีคอมเมิร์ซ” ที่จัดโดยธนาคารกรุงเทพ เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้ก้าวทันเทรนด์พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ รวมทั้งขยายโอกาสและลู่ทางการบุกตลาดจีนด้วยอีคอมเมิร์ซ เพื่อให้ธุรกิจสามารถเติบโต และต่อยอดการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่โรงแรม เลอ เมริเดียน เชียงราย รีสอร์ต จังหวัดเชียงราย เมื่อเร็วๆ นี้
KTC (เคทีซี) หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ 5 พันธมิตรธุรกิจอีคอมเมิร์ซและช้อปปิ้งออน ไลน์ยักษ์ใหญ่ ลาซาด้า, ทีวี ไดเร็ค, ซิลิงโก้, ลอรีอัล และ พอลพ่า บาย ดามาคัน เปิดเวทีเสวนาขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนท่ามกลางกระแสดิจิทัล พร้อมเผยมุมมองการนำพาธุรกิจสู่ความสำเร็จ และชี้นำบริการออนไลน์ที่สะดวกสบายให้กับคนยุคใหม่ คุณพิทยา วรปัญญาสกุล – รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจบัตรเครดิต “เคทีซี” กล่าวถึงภาพรวมของการทำธุรกิจออนไลน์ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาว่า มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมทั้งช่วยสร้างรายได้ทางอาชีพและขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจให้หมุนเวียน ด้วยเทคโนโลยีและสื่อสังคมออนไลน์ที่ทันสมัยส่งผลให้เกิดโอกาสดีในการติดต่อสื่อสารแบบไร้ขีดจำกัด ทางเคทีซีได้เพิ่มช่องทางธุรกิจสู่ออนไลน์ ซึ่งกระแสตอบรับดี มียอดชำระเงินบัตรเครดิตผ่านช่องทางออนไลน์เติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีสมาชิกใหม่เข้ามาใช้จ่ายออนไลน์ในปี 2561 เพิ่มขึ้น 13% จากปี 2560 อีกด้วย เคทีซีจึงสรรหาสิทธิประโยชน์มาตอบโจทย์ความต้องการไม่น้อยไปกว่าการใช้บัตร ณ เคาน์เตอร์ ถือได้ว่าเป็นแหล่งรวมโค้ดส่วนลดจาก
ดัน“อีคอมเมิร์ซ” ช่วยต่อยอด เพิ่มรายได้เอสเอ็มอีบึงกาฬ นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามตามธรรมชาติของจังหวัด อย่าง หินสามวาฬ น้ำตกถ้ำพระ บัวริมบึง และภูทอก ที่เป็นแหล่งดึงดูดให้นักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชม ทำให้เศรษฐกิจการท่องเที่ยวโตขึ้น สร้างรายได้ให้จังหวัดบึงกาฬแล้ว สินค้าชุมชน หรือ สินค้าโอท็อปต่างๆ ก็เป็นแหล่งทำเงิน สร้างอาชีพให้แก่พี่น้องเกษตรกรชาวสวนชาวนาได้อีกทางหนึ่ง หากแต่เป็นที่รู้จักแพร่หลายและโดดเด่นไม่มากเท่าใดนัก คุณกุสุมาลย์ พงษ์สิทธิถาวร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ เผยว่า บทบาทของนายกเหล่ากาชาดในการส่งเสริมและพัฒนาจังหวัดบึงกาฬ จะเป็นการช่วยเหลือในเรื่องของการช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ให้ชาวบึงกาฬ อาทิ การให้ความรู้ มอบสิ่งของ และดูแลสุขอนามัยของชาวบ้าน แต่อีกหน้าที่หนึ่ง คือ การเป็นประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดบึงกาฬ สามารถให้ความช่วยเหลือ แนะนำ สนับสนุนธุรกิจของชาวบ้านได้อย่างเต็มที่มากกว่า ทางคุณกุสุมาลย์เอง ได้ทำหน้าที่ตรงนี้โดยการเข้าไปให้คำแนะนำโดยตรง ด้วยการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และสร้างความหลากหลายให้กับสินค้าของชาวบ้าน ให้แปลกใหม่ มีความแตกต่างและทันสมัยมา
นายมาร์คัส เบอร์เทนชอว์ กรรมการบริหารและผู้อำนวยการฝ่ายตัวแทนนายหน้า บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมตลาดโลจิสติกส์ปี 2559 ในด้านความต้องการด้านพื้นที่คลังสินค้ายังเติบโต เนื่องจากอีคอมเมิร์ซเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในภาคการค้าปลีกในประเทศไทย โดยผลวิจัยของไนท์แฟรงค์พบว่าช่วงครึ่งปีแรก ซัพพลายคลังสินค้ามีจำนวนรวมทั้งหมด 3,732,147 ตร.ม. เพิ่มขึ้นจากช่วงครึ่งปีหลังของปี 2558 ประมาณ 145,737 ตร.ม. ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากการเปิดตัวของโครงการขนาดใหญ่ในปี 2557 คาดว่าแนวโน้มตลาดหลังในไตรมาส 4/2559 และทิศทางโลจิสติกส์ในปี 2560 จะมีซัพพลายคลังสินค้าเพิ่มขึ้นประมาณ 300,000 ตร.ม. โดยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลโดยเฉพาะพื้นที่สุวรรณภูมิ-บางปะกงจะมีอัตราการครอบครองพื้นที่สินค้ามากที่สุดประมาณ 250,000 ตร.ม. ในขณะที่พื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี ที่อยู่ระหว่างพัฒนาจะมีอัตราเพิ่มขึ้นของคลังสินค้ามากที่สุด และพื้นที่ปทุมธานี-อยุธยา จะมีอัตราเพิ่มขึ้นของคลังสินค้าน้อยที่สุด เนื่องจากเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และการเพิ่มขึ้นของคลังสินค้าในพื้นที่อื่นทำให้พื้นที่โซนนี้ลดลง นา
ตัวเลขยอดขายของบรรดาแบรนด์หรูเผชิญหลายปัจจัยรุมเร้า อย่างตลาดจีนได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจและค่าเงินผันผวนส่งผลให้นักท่องเที่ยวชะลอจับจ่ายลง รวมถึงการก่อการร้ายในยุโรปยิ่งฉุดรายได้ของแบรนด์เหล่านี้ให้ลดน้อยลงไปอีก ทำให้แบรนด์แฟชั่นหรูสัญชาติอิตาลีอย่าง “ปราด้า” ต้องออกมาประกาศปรับกลยุทธ์เพื่อรับมืออย่างเร่งด่วน โดยสำนักข่าว “อินไซต์รีเทล” รายงานว่า “ปราด้า” เตรียมปรับกลยุทธ์การทำตลาดในภูมิภาคเอเชีย หลังรายได้ในช่วงครึ่งปีแรกในตลาดนี้ลดลงถึง 18% เป็นผลจากสภาพเศรษฐกิจตกสะเก็ดกระทบต่อเนื่องไปยังยอดขายของร้านสาขาในฮ่องกงและมาเก๊า ขณะที่การแข็งค่าของเงินเยน ทำให้นักท่องเที่ยวชะลอการใช้จ่าย มีผลให้ยอดขายของสาขาญี่ปุ่นลดลง 9% ตามไปด้วย ส่วนในยุโรปเองก็ได้รับผลกระทบจากเหตุก่อการร้ายต่อเนื่องทำให้ยอดขายโดยรวมทั่วโลกลดลง 13% หรือปิดยอดขายที่ 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์เอาไว้ว่าจะมีรายได้ 1.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ แม้ว่าในจีนแผ่นดินใหญ่จะเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวบ้างในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้ส่งผลบวกต่อภาพรวมธุรกิจอย่า
