เศรษฐกิจ
หนักหน่วงมาก! แม่ค้าเบเกอรี่ โอด เอาร้านลงแอพ สู้ค่า GP ไม่ไหว วอนผู้ใหญ่ แก้ปัญหาเศรษฐกิจที เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้คุยกับ คุณแบม เจ้าของ sadanan.kitchen เจ้าของร้านเบเกอรี่ออนไลน์ ที่เปิดร้านขายมาได้กว่า 2 ปีแล้ว เธอเล่าว่า ที่จริงเปิดร้านขายขนมออนไลน์เล็กๆ น้อยๆ มาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย แต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไร ทำมาเรื่อยๆ จนเรียนจบ ทำงานเป็นพนักงานบริษัทได้สักพัก ก็คิดว่าไม่ใช่ทาง จึงลาออก ในระหว่างนั้นก็เริ่มหันมาเปิดขายผ่านไอจี บ่อยขึ้น นับรวมแล้วก็เป็นเวลาประมาณ 2 ปีได้ โดยเบเกอรี่ของที่ร้านจะเน้นไปทาง เค้ก อย่าง เค้กฝอยทองลาวา เครปโรลครีมสด และน้ำส้มกับน้ำมะพร้าวน้ำหอม แล้วค่อยแตกไลน์มาเรื่อยๆ จนปัจจุบันมีทั้ง เค้กส้มหน้านิ่ม เค้กกล้วยหอม บลูเบอร์รี่ชีสพาย บานอฟฟี่ คอร์นเฟล็กคาราเมล และอื่นๆ ปรับเปลี่ยนกันไป เมื่อเกิดโควิด คุณแบม บอกว่า ในรอบแรก ถือว่าผลตอบรับดีมากๆ เพราะเหมือนคนยังมีกำลังจับจ่ายใช้สอย และก็เริ่มนิ่ง จนกระทั่งโควิดครั้งที่ 3 ก็ได้รับผลกระทบพอตัว แต่ก็ยังอยู่ได้ เพราะเธอทำเป็นอาชีพเสริมจากงานประจำที่ทำอยู่ “ก็ถือว่าเรื่อยๆ เพราะเราทำเป็นอาชีพเสริม ในตอนนี้
ไม่หวั่นวิกฤต! เปิด 7 กลยุทธ์ ช่วยธุรกิจเติบโตทุกสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ภาวะเศรษฐกิจ มักทำให้ธุรกิจอยู่บนความไม่แน่นอน หากต้องพบกับปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ จนขายของไม่ได้ ธุรกิจไม่มีรายรับ จะรับมืออย่างไร? มีกลยุทธ์อะไรบ้าง ที่จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้ โดยไม่ต้องคำนึงถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ? มาดู 8 กลยุทธ์ดังต่อไปนี้กัน กลยุทธ์ที่ 1 : ลงทุนน้อย ให้ได้กำไรมาก การลงทุนน้อยๆ ให้ได้กำไรมากๆ เป็นวิธีการที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเฉพาะเวลาที่ เมืองสองเมืองรบกัน ก็มักจะใช้หลักการ ชนะศัตรูโดยเสียเสบียงไพร่พลให้น้อยที่สุด เมื่อมาถึงยุคปัจจุบันการทำตลาดด้วยการลงทุนน้อยๆ แต่ให้ได้ผลมากๆ อย่าง การทำตลาดผ่าน Social Network ก็เป็นที่นิยมในปัจจุบัน เพราะตัวเลขของลูกค้าที่หันมาใช้โทรศัพท์มือถือ Smart Phone หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ มีมากขึ้นทำให้การทำตลาดที่มีต้นทุนสูง ในระบบเดิมๆ อาจไม่ตอบโจทย์แล้ว ถ้าหากผู้ประกอบการทำได้ ถูกจุด ถูกทาง ก็จะทำให้สามารถเพิ่มยอดสินค้าและบริการได้ แม้ในยามที่เศรษฐกิจฝืดเคือง กลยุทธ์ที่ 2 : ปรับปรุงคุณภาพสินค้าอย่างสม่ำเสมอ ยามเศรษฐกิจดี ค้าขายคล่องมือ ผู้ประกอบการอาจต้องใช้เ
นพ.ยง ชี้ วัคซีนโควิด ได้เร็วเท่าไหร่ เศรษฐกิจฟื้นเร็วเท่านั้น ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า โควิด-19 วัคซีนกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ผลกระทบการฉีดวัคซีนในวงกว้างในหลายประเทศที่ได้ฉีดวัคซีนเป็นจำนวนมากให้กับประชากรเห็นผลกระทบในวงกว้างบ้างแล้ว เช่นการระบาดในอังกฤษและอเมริกา หลังจากที่มีการโหมการให้วัคซีน ในประชากรเป็นจำนวนมาก จำนวนผู้ป่วยต่อวันของทั้งสองประเทศลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน จากที่มียอดสูงสุดในช่วงปีใหม่ ในอิสราเอลเองผู้ที่ฉีดวัคซีนกับผู้ที่ไม่ได้ฉีด มีอัตราการเป็นโรคที่ต่างกัน แสดงให้เห็นว่าวัคซีนไม่ใช่เพียงแต่ลดความรุนแรงของโรคหรือลดอาการตาย แต่ยังลดการแพร่ระบาดของโรคหรือลดการติดต่อของโรคได้ แสดงให้เห็นว่าวัคซีนเป็นอาวุธที่สำคัญในการต่อสู้กับโควิด-19 ตลาดวัคซีนจึงเป็นที่แย่งกันอย่างมาก สำหรับประเทศไทยไม่ควรรอวัคซีนทางตะวันตกแต่เพียงอย่างเดียว ควรใช้ระดับประเทศ เชิงนโยบาย หรือระดับรัฐบาลที่มีความสนิทสนม เจรจา ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนของ จีน รัสเซีย ได้ผ่านการศึกษาระยะที่ 3 ม
ทำได้ ถ้าทุกอย่างมีมาตรฐาน-เท่าเทียม เสียงจาก ผู้ประกอบการทัวร์ต่างประเทศ ต่อ ภูเก็ต โมเดล หลังจากมีข่าวออกมาให้เห็นเป็นระยะๆ สำหรับข่าว ภูเก็ต โมเดล หรือก็คือ การนำนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาในไทย จำนวน 200 คน เข้ามาพำนักระยะยาว (ลองสเตย์) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ หลายคนที่พอทราบข่าว ก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา ทั้งคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีและคิดว่าเป็นเรื่องที่เสี่ยงให้เชื้อโควิด-19 แพร่ระบาดกว่าเดิม เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้พุดคุยกับ เจ้าของธุรกิจทัวร์ต่างประเทศ วัย 53 ปี รายหนึ่ง ที่ตอนนี้ผันตัวมาทำบริการ service care ภายในประเทศ โดยสอบถามความเห็นในฐานะเจ้าของกิจการทัวร์ กับประเด็นดังกล่าวว่ามีความคิดเห็นอย่างไร เขาให้ความเห็นว่า การมีโครงการ ภูเก็ต โมเดล นั้น ในฐานะผู้ประกอบการทัวร์ เห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะประเทศไทย ถือเป็นประเทศที่มีทั้งระบบสาธารณสุขที่ดี มี หมอ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ที่มีศักยภาพและความสามารถเยอะมาก หากมาตรการและระบบการจัดการทุกอย่าง เป็นไปตามมาตรฐานเท่าเทียม ไม่มีอภิสิทธิชนหรือกรณีพิเศษ ตนก็เชื่อมั่นว่า โมเดลนี้จะดำเนินไปได้อย่างด
แท็กซี่ ชี้ เศรษฐกิจทำท่าดีขึ้น แต่คนไม่ค่อยใช้เงิน เพราะข่าวโควิด ระลอก 2 สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังไม่มีทีท่าว่ามนุษย์โลกจะกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติในเร็ววัน ส่งผลให้สภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกหยุดชะงัก ประเทศไทยเองก็เช่นกัน ในระหว่างทางกลับบ้านในวันหนึ่ง เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับหญิงวัย 63 ปี ที่ยึดอาชีพเป็นคนขับแท็กซี่ เธอให้ข้อมูลว่า เป็นคนขับรถแท็กซี่มาได้ 4-5 ปีแล้ว ช่วงนี้ สถานการณ์ทางเศรษฐกิจไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก “ตอนโควิดมา เศรษฐกิจมันเหมือนแย่ลง แต่หลังจากนั้น พอปรับตัวกันได้ก็เริ่มดีขึ้นตามลำดับ แต่พอมีข่าวว่าโควิดกำลังจะมารอบ 2 ก็เริ่มซาลง ปกติป้าขับรถก็เลิกดึก 5 ทุ่ม เที่ยงคืนนะ แต่ตอนนี้สัก 4 ทุ่มไปแล้วก็เงียบสนิท ไม่ค่อยมีคนเลย ภาระก็เยอะ ดีที่ส่งลูกเรียนจบหมดแล้ว เหลือแต่พวกค่าส่งรถ จะให้ไปขายของ ก็ไม่ใช่งานถนัด เลยยึดอาชีพนี้แหละ ตอนนี้อย่าว่าแต่พันนึงเลย 5 ร้อยยังหายาก ก็น่าจะเพราะทั้งโรคด้วย ทั้งคนไม่ค่อยใช้ตังค์กันด้วย เพราะเงินมันหายากขึ้นน่ะนะ” คุณป้า กล่าว ก่อนจะจ่ายเงินค่าโดยสารและแยกย้ายไปตามทาง ————————————————————–———————————————————–
แท็กซี่โอด “เศรษฐกิจ-โควิด-19” กระทบหนัก บางวันเข้าเนื้อ ขับยังไม่ได้ค่าเช่ารถ เพ้อ “ไม่รู้ว่าจะเป็นแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน” ตั้งแต่ช่วงเศรษฐกิจเริ่มเงียบเหงา ผนวกกับกระแสข่าวไวรัสโควิด-19 วันนี้มีโอกาสกลับมาใช้บริการรถสาธารณะอย่าง “แท็กซี่” ย่านหมอชิต เป็นครั้งแรก เปิดประตูบอกจุดหมายกับพี่คนขับ ที่สวมหน้ากากอนามัยป้องกันตัวเองเรียบร้อย บรรยากาศในรถสะอาดสะอ้าน กลิ่นหอมอ่อนๆ เหมือนวุ้น ด้วยความสงสัยว่ามันคือกลิ่นอะไร บทสนทนาระหว่างทางจึงเกิดขึ้น และได้รู้ว่า กลิ่นที่ว่านั้นคือกลิ่นของเตยหอม ที่พี่คนขับวางเอาไว้หลังรถ บทสนทนาเกี่ยวกับเตยหอมสิ้นสุดลง พร้อมกับเสียงบ่นตัดพ้อเล็กน้อยของพี่คนขับ “ช่วงนี้เจอแต่ลูกค้าเงียบ” ประโยคสนทนาเรื่องใหม่ถูกเอ่ยขึ้นมาจากพี่คนขับ ด้วยความสงสัย จึงถามให้กระจ่าง พี่คนขับจึงขยายความว่า ช่วงนี้ลูกค้าไม่ค่อยใช้บริการรถแท็กซี่กันเท่าใดนัก เนื่องจากเศรษฐกิจย่ำแย่ คนรัดเข็มขัดกันเยอะ อีกทั้งสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบัน ทำคนไม่ค่อยออกจากบ้าน ทำให้ได้รับผลกระทบที่หนักเอาการ “ช่วงนี้แย่หนู จากที่เคยขับได้วันละสองสาม
SMEs ชี้ “เศรษฐกิจเข้าขั้นวิกฤต!” คนใช้เงินน้อย ต้องจัดโปร-ลดราคา เรียกลูกค้า วิกฤตเศรษฐกิจ – หันซ้ายแลขวา เห็นมีแต่คนบ่นกันให้หนาหู โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ขายที่บ่นกันว่า “ขายของไม่ค่อยได้” ไม่ก็ “เศรษฐกิจแย่” แม้แต่ในโลกโซเชียล ก็มีคนออกมาตั้งคำถามว่า “ตอนนี้เรียกว่าอยู่ในวิกฤตเศรษฐกิจแล้วยัง?” ถือเป็นคำถามชวนสะกิดใจที่ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้นำไปสอบถามเหล่าผู้ประกอบการต่างๆ คุณภาพ- สุภาพ แนบกลาง วัย 49 ปี เจ้าของร้าน “ครูภาพ ตำยำนัว” ให้สัมภาษณ์ว่า โดยส่วนตัวเธอคิดว่า เศรษฐกิจไม่ดี คนลดการกินการใช้ลงมาก หลายคนตกงานออกมาค้าขาย มีแต่คนขาย คนซื้อไม่มี ทุกร้านในบริเวณเดียวกันก็เงียบเหงาไม่ค่อยมีลูกค้า ร้านเธอเองจากที่เคยขายดีลูกค้าเต็มร้าน ตอนนี้ต้องลุ้นกันวันต่อวันว่าจะขายทุนหรือเปล่า มีเงินจ่ายลูกน้องไหม เพราะตั้งแต่ต้นปีมาขายของยาก ยอดขายตกลงมาก เธอจึงต้องประคองตัวด้วยวิธี จัดโปรโมชั่นอาหารบางรายการที่สามารถลดราคาได้ แต่ยังคงจำนวนและคุณภาพของอาหารเหมือนเดิม และเพิ่มการขายผ่านออนไลน์ในทุกแอพพลิเคชั่น เช่น ไลน์แมน แกร็บฟู้
ส่อแววเจ๊ง! หนุ่มตั้งกระทู้โอด “รับซื้อของเก่า” อีกหนึ่งธุรกิจใกล้ตาย วอนรัฐบาลช่วยด้วย! รับซื้อของเก่า – ช่วงนี้ไม่ว่าจะหันไปทางไหน ก็จะได้ยินเสียงบ่นจากพ่อค้าแม่ค้ากันหนาหูว่า “ค้าขายไม่ค่อยดี” บางคนก็ออกมาแย้งว่ายังพอขายได้ แค่ต้องปรับตัวตามยุคตามสมัยกันไป บ้างก็ว่าเศรษฐกิจอยู่ในสภาพฝืดเคืองกันทั่วโลก “ธุรกิจรับซื้อของเก่า”เอง ก็ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจซบเซาเช่นกัน สมาชิกพันทิปหมายเลข 4348314 ได้ตั้งกระทู้ระบายความในใจเกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจที่กระทบกับกิจการครอบครัว ที่เขากำลังเผชิญอยู่ โดยหนุ่มคนนี้เล่าว่า ที่บ้านของเขาเปิดร้านรับซื้อของเก่า ก็มีการซื้อขายกันคล่องมาตลอด จนเมื่อตั้งแต่ต้นปี 62 ราคาขยะทุกชนิดปรับลดลงมาตลอด มีอยู่วันหนึ่งได้ทำการรับซื้อกระดาษลัง 2 บาท จะเอาไปขายต่อในวันรุ่งขึ้น ราคากลับปรับลดลงมาเหลือเพียง 1.50 บาท เท่ากับว่า เขาขาดทุนตั้งแต่รับซื้อกระดาษลังมาแล้ว ไหนจะค่าแรงงาน ค่าน้ำมัน ค่าภาษี ค่าใบค้าของเก่า ที่ต้องเคลียร์ จนตอนนี้ รับซื้อกระดาษลังหน้าร้านในราคา 0.50 บาทต่อ กก. ก็ยังไม่มีคนเอามาขายเลยด้วยซ้ำ แถมเศษเหล็กต่าง
ตกงานฟ้าผ่า 230 คน! หลังบริษัทผลิตเสื้อผ้าส่งออกประกาศปิดตัวกะทันหัน วันที่ 9 พ.ย. 2562 เพจ 1 2 3 คนดีมีน้ำใจ ได้โพสต์ภาพของพนักงานโรงงานจำนวนมาก มีการรวมตัวกันที่หน้าบริษัทผลิตเสื้อผ้าส่งออกต่างประเทศ แบรนด์ดัง ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.เมือง จ.นครปฐม พร้อมระบุข้อความว่า #123คนดีมีน้ำใจ #ปิดโรงงาน #ตกงาน บริษัทผลิตเสื้อผ้าส่งออกแบรนด์ดัง ประกาศปิดโรงงาน..ลอยแพพนักงานกว่า 230 คน เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 บริษัทผลิตเสื้อผ้าส่งออกต่างประเทศ แบรนด์ดัง ส่งออกต่างประเทศ ประกาศปิดโรงงานผลิต ลอยแพพนักงานกว่า 230 คน ที่ศาลากลางจังหวัดนครปฐม ได้มีคนงาน พนักงาน บริษัทนิตพอยด์ จำกัด กว่า 230 คนมาร้องขอความเป็นธรรมจากหน่วยงานราชการที่ทำงานไม่ได้รับค่าจ้าง 4 วิกจำนวน 2 เดือนกว่า 4 ล้าน 4 แสนบาท และมารวมตัวกันที่บริษัทนิตพอร์ย จำกัด เลขที่ 96 ม.3 ต.ถนนขาด อ.เมือง จ.นครปฐม เพราะคนงานกลัวนายจ้าง เพราะพนักงานไม่มีเงินจะกินจะใช้ จะอดกันแล้ว บริษัทได้ประกาศปิดกิจการและเลิกจ้างพนักงาน บริษัทมีความจำเป็นที่จะต้องปิดกิจการและเลิกจ้างพนักงาน สืบเนื่องมาจากปัญหาเศรษฐกิจและผลการดำเนินงานของบริษัท ประสบภาวะขาด
คำถามน่าคิดจากแม่ค้าออนไลน์ “เศรษฐกิจจะเป็นแบบนี้อีกนานแค่ไหน?” คำถามน่าคิด – สมาชิกผู้ใช้นามว่า เอ๋อสับปะเหรอเหอเต้อ ได้ตั้งกระทู้คำถามขึ้นมาในเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง พันทิป ถึงกรณีเศรษฐกิจของประเทศ ว่าจะเป็นแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน โดยในกระทู้กล่าวว่า เจ้าของกระทู้รายนี้ ทำธุรกิจส่วนตัว จำหน่ายสินค้าอุปโภค รองเท้า เสื้อผ้า กีฬาต่างๆ มีสาขาขายในห้างและขายออนไลน์ในเพจร้านตัวเอง เธอระบุอีกว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ยอดขายค่อนข้างดีมาโดยตลอด โดยเดือน พ.ค. มียอดขายดีมากที่สุด แต่หลังจากนั้น ยอดก็ลดลงมาเรื่อยๆ จนเดือนนี้ ยอดขายตกมากกกกกก จากที่เคยขายได้หลายหมื่น มาวันนี้แค่หลักพัน ยอดขายออนไลน์เดือนที่แล้วยังพอไหว แต่เดือนนี้ตกลงมา แทบไม่มีลูกค้าทักมาสอบถาม หรือสั่งซื้อ จากที่เคยขายได้เป็นหมื่นๆ แสนๆ เหลือแค่หลักพัน ในขณะที่รายจ่ายรออยู่หลักแสน ตาม Shopee หรือ Lazada เธอก็ขายสินค้าแบบเดียวกัน แต่ขายตัดราคามาตรฐานสุดๆ เอากำไร 50-100 บาท เธอเครียดมาก จนไม่รู้จะทำอย่างไรดี อยากขายได้ จัดโปรโมชั่นก็แล้ว ลดราคาก็แล้ว แต่ทุกวันนี้แทบไม่มีคนเดินห้าง ทางออนไลน์ก็ไม่มีคนทักมา ขนาดส่งฟรี ย
