แบรนด์ไทย
จาก “ล้มละลาย” วันนี้ คุณหมวย-ศรัณรัศศ์ ศักดาพิสิฐกุล อายุ 39 ปี และ คุณโจ้-วัชรพงษ์ กลางชนีย์ อายุ 42 ปี กลายเป็นเจ้าของแบรนด์กางเกงยีนส์ชื่อดัง “SARAN JEANS ” ที่ขายได้เดือนละ 1 แสนกว่าตัว สร้างรายได้ 280 ล้านในปี 68 พร้อมตั้งเป้ารายได้ 300 ล้านบาท ในปี 2569 โดยหวังทำกำไรมากขึ้นจากปีก่อน แม้ทั้งคู่จะไม่ได้เรียนจบด้านแฟชั่นโดยตรง ฝ่ายหนึ่งจบเภสัชศาสตร์ อีกฝ่ายจบฟู้ดไซน์ แต่ใช้ “ความเข้าใจลูกค้า” และการศึกษาข้อมูลอย่างจริงจัง ค่อยๆ พัฒนาแบรนด์จากการแก้ Pain Point ของผู้หญิงไทย จนทำให้ “ความสำเร็จ” ค่อยๆ เกิดขึ้น “มีวันนี้ได้เพราะลูกค้า” คือประโยคที่สะท้อนเส้นทางของ SARAN JEANS จากวันที่เคยล้ม จนกลายเป็นแบรนด์ยีนส์ที่หลายคนเลือกใส่ในวันนี้ เคยล้มละลาย กลับมาตั้งต้นใหม่ด้วย SARAN JEANS คุณโจ้กับคุณหมวยขายสินค้าออนไลน์มาตั้งแต่ยุคแรก โดยรับกางเกงยีนส์จากประตูน้ำมาขายตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว แต่ด้วยเป็นสินค้าสำเร็จรูป ทำให้มี Pain Point เรื่องรูปทรงที่ยังไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภค จึงหันมาสร้างแบรนด์ของตัวเองในชื่อ “ป้ายหมวย (MUAYY)” ที่เน้น “คุณภาพ” ของเนื้อผ้าและรูปทรงเป็นหลัก ขายตัวละ 890 บาท ส
จากจุดเล็กๆ ที่เกิดขึ้นแบบไม่คาดคิด นำไปสู่การค้นพบเส้นทางธุรกิจของตัวเอง จากอาชีพขายข้าวมันไก่สู่เจ้าของแบรนด์เฉาก๊วย “เต็งหนึ่ง” ที่มีเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นจากโชคช่วย แต่เกิดจากการเรียนรู้ ทดลองและพัฒนาอย่างไม่ย่อท้อ พร้อมกับการใช้กลยุทธ์ Outside In ฟังเสียงของลูกค้าของ “คุณหมู-ทินพันธุ์ วัฒนอัครโภคิน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยาม ดีเสิร์ท จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายขนมหวาน โดยเฉพาะเฉาก๊วย และเครื่องดื่มแบรนด์ “เต็งหนึ่ง” “เฉาก๊วยเต็งหนึ่ง” ธุรกิจที่เริ่มจากปัญหา เขาเล่าว่าธุรกิจนี้เริ่มต้นมาจาก “ปัญหา” เพราะเดิมเปิดร้านขายข้าวมันไก่อยู่หน้ามหาวิทยาลัยศิลปากร จ.นครปฐม มีรายได้แค่พอประคองตัว และยิ่งเป็นช่วงปิดเทอมทำให้รายได้หดหาย สวนทางกับรายจ่ายประจำที่ยังคงมีอยู่ ทำให้เขาต้องมองหาสินค้าอื่นๆ ที่สามารถขายได้ต่อเนื่องและไม่ยึดติดกับฤดูกาลหรือทำเล “ตอนนั้นคิดว่าอยากมีสินค้าที่ขายได้ทั่วประเทศ ไม่ใช่แค่หน้ามหาวิทยาลัยเท่านั้น จนเกิดความบังเอิญ เมื่อเพื่อนยื่นขนมเฉาก๊วยนมสดบรรจุถุงมาให้ทดลองชิม รู้สึกประทับใ
“บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด” ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย “ศรีจันทร์ (SRICHAND)” แบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงามสัญชาติไทยที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 78 ปี และ “ศศิ (sasi)” ประกาศก้าวสำคัญสู่การเป็น Thai Beauty Leader และตอกย้ำความเป็น “องค์กรไทยที่คนไทยภูมิใจ” และสามารถเติบโตได้ในระดับสากล ด้วยการเปิดตัวอัตลักษณ์องค์กรใหม่ภายใต้ New Corporate Logo ที่ชูตัวอักษร “ศ” เป็น Visual Hero สะท้อนความภูมิใจในรากเหง้าไทยที่ร่วมสมัย พร้อมเผย 5 กลยุทธ์เบื้องหลังที่ใช้ “ความเป็นไทยร่วมสมัย” (Modern Thainess) เป็นพลังขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของธุรกิจอย่างยั่งยืน รวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 78 ปีที่ผ่านมา ศรีจันทร์สหโอสถเติบโตและยืนหยัดได้ด้วยความภาคภูมิใจในรากเหง้าของตนเอง การเปลี่ยนโลโก้องค์กรใหม่ในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนงานดีไซน์ตามยุคสมัย แต่คือการประกาศเจตนารมณ์ของศรีจันทร์สหโอสถ ที่อยากเป็นตัวแทนความภูมิใจของคนไทย เพื่อพิสูจน์ศักยภาพขององค์กรไทยบนเวทีโลก เรามุ่งมั่นที่จะยกระดับจากความเชี่ยวชาญในฐานะแบรนด์เครื่องสำอาง สู่การเป็นองค์กรต้นแบบที่เป็น
เอ็มเค เรสโตรองต์ (MK Restaurants) แบรนด์สุกี้ที่ครองใจครอบครัวคนไทยมายาวนานถึง 4 ทศวรรษ ชวนคนไทยร่วมรำลึกความทรงจำผ่านแคมเปญ 40 ปีเอ็มเค ภายใต้แนวคิด “ทุกความสุขยังอุ่นเสมอ” ย้ำความเป็นที่หนึ่งด้วยความแตกต่างที่เชื่อมต่อช่วงเวลาสำคัญของลูกค้า ในแบบฉบับที่เฉพาะตัวของเอ็มเคเท่านั้น ผ่านการสื่อสารแบบ Nostalgia Marketing ที่มุ่งเน้นการเชื่อมต่อความทรงจำ พาย้อนรำลึกถึงช่วงเวลาแห่งความสุข รอยยิ้ม และความอบอุ่นที่เคยมีร่วมกับแบรนด์ตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน พร้อมเปิดตัวเมนูสุดพิเศษและคอนเซ็ปต์สโตร์ที่รอให้ทุกคนกลับมาสัมผัส ในการก้าวเข้าสู่ปีที่ 40 นี้ คุณทานตะวัน ธีระโกเมน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงหัวใจสำคัญของแคมเปญว่า “เราภูมิใจที่สามารถสืบทอดความตั้งใจและคุณค่าของ MK Restaurants จากรุ่นสู่รุ่นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แคมเปญ 40 ปีเอ็มเค ทุกความสุขยังอุ่นเสมอ ไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อฉลองวาระครบรอบของแบรนด์ แต่สะท้อนถึงการที่แบรนด์ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในช่วงเวลาต่างๆ ของคนไทย และร่วมสร้า
“เราอยากทำให้แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่นำอาหารแบรนด์ของคนไทยไปเปิดต่างประเทศได้ มีความตั้งใจสูงมาก อยากเป็นส่วนเล็กๆ เป็นตัวแทนในการนำเสนอรสชาติของอาหาร” ปลา-อัจฉรา บุรารักษ์ หรือ ปลา iberry กล่าวหลังจากพาแบรนด์ “ทองสมิทธ์” ไปเปิดสาขาที่ฮ่องกงมาหมาดๆ ซึ่งได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี “เหมือนได้กลับไปเริ่มต้นเป็นสตาร์ทอัพใหม่อีกครั้ง เพราะว่ามีร้านหนึ่งสาขาและไม่มีกองทัพในการช่วยสนับสนุน ทุกคนต้องทำเองทุกอย่าง รวมทั้งพนักงานที่ต้องรับจำนวนจำกัดเพราะค่าจ้างแพง จะจ้างใครก็ต้องคิดให้ดีๆ เลยเลือกทีมงานตัวเต็งจากเมืองไทยไปเทรนด์ ซึ่งต้องใช้เวลาเหมือนกัน” โดยเธอเลือกแบรนด์ทองสมิทธ์ไปเปิดสาขาแรกในต่างประเทศ เพราะมองว่าแต่ละแบรนด์เหมาะกับแต่ละตลาด และทองสมิทธ์เป็นแบรนด์ที่คนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าถึงได้ง่าย “รสชาติของทองสมิทธ์มีครบรส ทั้งเปรี้ยว เผ็ด เค็ม หวาน มีความหอมของสมุนไพรซึ่งถูกจริตคนเอเชียมากๆ เลยเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมมากในกลุ่มชาวต่างชาติ เห็นได้จากลูกค้าที่อุดหนุนเราในเมืองไทยตั้งแต่สาขาแรก เป็นคนฮ่องกงจำนวนมาก” ส่วนในปี 2569 นี้ ปลาเผยว่ามีแผนเปิดแบรนด์ใหม่อีก 2-3 แบรนด์ ซึ
ท่ามกลางวิกฤตพลังงานจากสงครามตะวันออกกลางที่ดันให้ต้นทุนต่างๆ ดีดตัวสูงขึ้น ทำให้ค่าครองชีพของประชาชนสูงตามไปด้วยเช่นกัน แต่ในวิกฤตเรายังได้เห็นแบรนด์ต่างๆ ออกมาประกาศ “ตรึงราคาสินค้า” เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระผู้บริโภค แม้จะต้องแบกต้นทุนไว้เอง จะมีแบรนด์ไหนบ้างนั้น “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” รวบรวมมาให้แล้ว ศรีจันทร์ คุณรวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายศรีจันทร์ (SRICHAND) แบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงามสัญชาติไทยที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 76 ปี และ ศศิ (sasi) ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ขอใช้พื้นที่ตรงนี้นิดหนึ่งครับ ช่วงนี้ต้นทุนวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ ค่าขนส่ง ขึ้นกันแทบทุกตัว ผมเข้าใจดีว่าทุกคนรู้สึกกังวลถึงเรื่องค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น สิ่งที่ศรีจันทร์ตัดสินใจคือ เราจะตรึงราคาสินค้าทุกตัวไว้ก่อนครับ ไม่ใช่เพราะต้นทุนเราไม่ขึ้นนะครับ ขึ้นเหมือนกัน แต่เรากำลังทำงานหนักร่วมกับผู้ผลิต Supplier และ Partner ทุกราย เพื่อหาทางบริหารจัดการต้นทุนให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการปรับ Efficiency ภายใน การเจรจาเงื่อนไขใหม่ หรือหาวิธีที่สร้างสรรค์กว่าเดิม ในเวลานี้เราขอเลือกรับ
ในวันที่พ่อแม่ไม่ได้มองหาแค่ “เสื้อผ้าเด็ก” แต่กำลังมองหาความสบายใจ ความปลอดภัย และคุณค่าที่อยากส่งต่อให้ลูกตั้งแต่วันแรกของการเติบโต ตลาดเสื้อผ้าเด็กจึงเปลี่ยนจากสมรภูมิราคาไปสู่การแข่งขันด้านมาตรฐาน คุณภาพ และประสบการณ์ที่แบรนด์สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ตั้งแต่ก่อนตัดสินใจซื้อ ไปจนถึงวันที่ลูกสวมใส่ พฤติกรรมของพ่อแม่ยุคใหม่สะท้อนชัดว่า “คุณภาพ” กลายเป็นปัจจัยแรกที่ถูกนำมาพิจารณา สอดรับกับเทรนด์ Premiumization โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ปกครอง Gen Y ที่พร้อมจ่ายมากขึ้น เพื่อแลกกับสินค้าที่มั่นใจได้ว่าดีที่สุดสำหรับลูกน้อย หนึ่งในแบรนด์เสื้อผ้าเด็กไทยที่ก้าวขึ้นมาโดดเด่นอย่างชัดเจนท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้น และสามารถตอบโจทย์พ่อแม่ยุคใหม่ที่มองหาเสื้อผ้าคุณภาพ ดีไซน์น่ารัก คือ “BabyLovett” (เบบี้โลเว็ต) แบรนด์ที่สร้างปรากฏการณ์คอลเลกชันลิมิเต็ดซึ่งขายหมดหลายพันชิ้นภายในไม่กี่นาที และยังครองแบรนด์อันดับ 1 ในหมวดเสื้อผ้าเด็กบนแพลตฟอร์มลาซาด้า จากแนวคิดการทำแบรนด์ที่ชัดเจน และการใช้ Storytelling เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความผูกพันกับคุณพ่อคุณแม่อย่างยั่งยืน BabyLovett แบรนด์เสื้อผ้าเด็กคุณภาพ ที่
การสร้างธุรกิจ อาจไม่ได้เริ่มจากความฝันที่ยิ่งใหญ่ แต่เริ่มจากการมองเห็นคุณค่าในสิ่งเล็กๆ รอบตัว เช่นเดียวกับจุดเริ่มต้นของ แบรนด์คูก้า ที่หยิบผลผลิตทางการเกษตรอย่าง กล้วย มะม่วง และมะพร้าว มาเพิ่มมูลค่าเป็นลูกอม ด้วยกรรมวิธีการผลิตแบบดั้งเดิมง่ายๆ ในครัวเรือน ตั้งแต่การกวนในกระทะ รีดเป็นแผ่น ตัดเป็นชิ้น ไปจนถึงการห่อด้วยกระดาษแก้วอย่างประณีต ก่อนจะพัฒนาและต่อยอด จนกลายเป็นลูกอมในตำนานที่ครองใจผู้บริโภคมายาวนานกว่า 40 ปี ปัจจุบันมีกำลังการผลิตนับล้านเม็ดต่อวัน ด้วยเครื่องจักรทันสมัยในโรงงานมาตรฐานระดับสากลทุกขั้นตอน คุณฐณัตพล กาญจโนฬาร เติบโตมากับภาพของพ่อที่ทุ่มเทและตั้งใจสร้างธุรกิจนี้มาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่การพัฒนาสูตรไปจนถึงความใส่ใจทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิต จนทำให้กิจการเล็กๆ ในครอบครัวเติบโตอย่างต่อเนื่อง เมื่อได้เข้ามาสานต่อกิจการในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัท บุญฟู้ดส์ จำกัด เขาจึงมุ่งมั่นพัฒนาลูกอมคูก้าให้มีคุณภาพ ปลอดภัยและถูกใจผู้บริโภค ด้วยการพัฒนาสูตรต่างๆ รวมถึงการนำเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยมาปรับใช้ในกรรมวิธีการผลิต เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้ผลิตลูกอมชั้นนำของประเทศไทย ที่ครองใ
จากอดีตพยาบาลที่เบนเข็มหันมาขายของออนไลน์ แต่เส้นทางที่ผ่านมานั้นกลับต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ความคาดหวังจากครอบครัวที่อยากให้ทำงานข้าราชการ หรือวิกฤตที่ทำให้สินค้าขายไม่ได้ แต่เธอก็ไม่ย่อท้อ ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ และเลือกที่จะไม่แข่งกับใคร ในคอลัมน์ #MadeinThailand เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับ คุณอาย-ณัฐธิดา สิงห์โท เจ้าของ Sureeporn Cosmetics (สุรีย์พร คอสเมติกส์) เครื่องสำอางแบรนด์ไทยที่มี “แป้งพัฟและคุชชัน” เป็นสินค้าขายดี สร้างยอดขาย 1-2 แสนชิ้น ด้วยกลยุทธ์การทำคอนเทนต์อย่างสม่ำเสมอ สร้างจุดยืนที่ชัดเจนคือ “ลูกค้าและสินค้า” จุดเริ่มต้น คุณอาย เล่าว่า เธอเกิดและโตที่จังหวัดอุดรธานี โดยเลือกเรียนสาธารณสุข ซึ่งคล้ายกับงานพยาบาลที่พ่ออยากให้ทำ ซึ่งระหว่างที่เรียนก็มีการขายของไปด้วย กระทั่งได้มาทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานี ก็ยังขายของอยู่บวกกับสร้างตัวตนผ่านช่องทางออนไลน์ ที่ชื่อว่า “มินิอาย ตันจัง” แต่ด้วยความที่คอนเทนต์ของเธอเป็นกระแส ทำให้พบกับอุปสรรคที่คาดไม่ถึง เพราะหัวหน้าบังเอิญไปเจอกับคลิปที่เป็นไวรัล เธอจึงโดนเรียกเข้าไปพบและให้เลื
Pantip.com คอมมูนิตี้อันดับ 1 ของไทย ผนึกกำลัง ShopSCAPE ผู้นำด้านเทคโนโลยี Enterprise E-Commerce เปิดตัวโครงการ“Pantip Mall” E-Marketplace แห่งใหม่เพื่อคนไทย ผลักดันแพลตฟอร์มซื้อ-ขายทันสมัย น่าเชื่อถือ เข้าใจในพฤติกรรมและวัฒนธรรมของคนไทยอย่างแท้จริง เปิดพื้นที่โอกาสให้กับสินค้าไทยที่มีคุณภาพ โดยโครงการ Pantip Mall ถือกำเนิดขึ้นจากความตระหนักร่วมกันถึงความสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล และความต้องการที่จะเห็นแพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นจากความเข้าใจในพฤติกรรมและวัฒนธรรมของคนไทยอย่างแท้จริง Pantip.com ในฐานะพื้นที่กลางของสังคมไทยมากว่า 2 ทศวรรษ ได้เล็งเห็นถึงพลังของ Community ที่สามารถต่อยอดไปสู่การค้าขายที่เปี่ยมด้วยความน่าเชื่อถือ จึงได้ร่วมมือกับ ShopSCAPE ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี AI และระบบ E-Commerce ที่ทันสมัย เพื่อสร้างสรรค์แพลตฟอร์มที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ความตั้งใจหลักของโครงการนี้ คือการสร้างพื้นที่ที่เป็นธรรม และส่งเสริมธุรกิจไทยทุกขนาดให้สามารถเติบโตได้ โดยไม่ต้องพึ่งพิงแพลตฟอร์มจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียว พร้อมผลักดันผู้ประกอบการคนตัวเล็ก และวิสาหกิจชุมชน
