แบรนด์ไทย
ในขณะที่อุตสาหกรรมความงามเต็มไปด้วยผู้เล่นยักษ์ใหญ่ ทั้ง K-Beauty จากเกาหลีใต้ที่ครองกระแสมาอย่างยาวนาน, J-Beauty จากญี่ปุ่น หรือแม้แต่ C-Beauty จากจีนที่กำลังเร่งทำคะแนนเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด การแข่งขันใน ‘อุตสาหกรรมความงาม’ จึงทวีความร้อนแรงขึ้นในทุกปี โดยเฉพาะในทิศทางของปี 2025 ที่ผู้บริโภคมีความต้องการที่หลากหลาย ซึ่งท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดนี้ T-Beauty ก็เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นสำคัญที่กำลังผลักดันให้แบรนด์ไทยเป็นที่ยอมรับด้วยคุณภาพของสินค้า เพราะจุดเด่นของเครื่องสำอางไทย ต้องมีความเบาบาง ติดทน ไม่เหนอะหนะ กันน้ำ กันเหงื่อ และราคาที่จับต้องได้ ในคอลัมน์ #MadeinThailand เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปคุยแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ คุณแก๊ป-พงศ์วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล ผู้ก่อตั้ง KARMART (คาร์มาร์ท) อาณาจักรแบรนด์บิวตี้มูลค่าพันล้าน ที่เผยให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ในการผลักดันแบรนด์ไทยไปสู่เวทีโลก ผ่านการปรับตัว สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ และกลยุทธ์ Collaboration ที่จะพาแบรนด์ไทยเติบโตไปพร้อมกัน สู่เป้าหมายยอดขาย 10,000 ล้านบาท ภายในปี 2030 ก่อร่าง สร้างอาณาจักร ‘T-Beauty’ “KARMART เราเกิดมาในยุ
ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดความงามไทย “เจ้านาง” เครื่องสำอางและสกินแคร์แบรนด์ไทย ได้ประกาศแผนรีแบรนด์ครั้งสำคัญในปี 2569 เพื่อพาแบรนด์ไปสู่การเป็นผู้นำในตลาดไทยและเอเชีย โดยเริ่มปักหมุดความสำเร็จจากการเปิดตัว “แป้งพัฟโกลว์สกิน” ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดที่ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีตั้งแต่ปลายปี 2568 ภายใต้จุดยืน “แบรนด์คุณภาพที่ทุกคนเข้าถึงได้” สามารถเติมเต็มช่องว่างระหว่างแบรนด์ Mass ที่ยังไม่อาจมอบคุณภาพตามที่ผู้บริโภคคาดหวัง และแบรนด์ระดับบนที่ยังเข้าไม่ถึงกลุ่ม Gen Z และคนวัยทำงานอายุน้อย นายสิทธา สมควรดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ้านาง (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า “ตลอดเส้นทางกว่า 9 ปีที่ผ่านมา เจ้านาง เติบโตจากธุรกิจขนาดเล็ก มาสู่การเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลัก เราได้เรียนรู้และเติบโตมาพร้อมกับผู้บริโภคชาวไทย จากแบรนด์เมกอัปกลุ่ม Niche ที่โฟกัสความต้องการเฉพาะกลุ่ม เราได้ปรับตัวและพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ตลาดที่กว้างขึ้น ในปี 2569 จะเป็นปีที่เจ้านางก้าวสู่บทใหม่ เราจะเดินหน้าพัฒนาสูตรและนวัตกรรมใหม่ พร้อมสร้างภาพลักษณ์ใหม่ที่สะท้อนความเป็นผู้หญิงยุคใหม่ เป็นแบรนด์บิว
จากร้านซาลาเปาเล็กๆ ที่เริ่มต้นผลิตและขายเองในครอบครัว ต่อยอดกลายเป็นแบรนด์ “แก้มใสเปาจี่” ที่มาพลิกประสบการณ์การกินซาลาเปาแบบเดิมๆ ให้สนุก อร่อย และแตกต่าง ด้วยเอกลักษณ์การจี่ซาลาเปาบนกระทะร้อนๆ กรอบนอกนุ่มใน หอมกลิ่นเนยและน้ำมันมะพร้าว โดยการพัฒนาของ คุณดา-จีรนันท์ ทะจันทร์ เจ้าของแบรนด์วัย 51 ปี และลูกสาว แก้มใส–ชุวิชานันท์ ทะจันทร์ ที่คอยเติมไอเดียใหม่ๆ ให้ตอบโจทย์ลูกค้าคนรุ่นใหม่ จนสามารถขายซาลาเปาจี่ได้เดือนละ 150,000 ชิ้น จากร้านเล็กๆ สู่การปั้นแบรนด์ ก่อนมาเป็นแก้มใสเปาจี่ คุณดาผลิตและเปิดหน้าร้านขายซาลาเปามานาน 30 ปี ตั้งแต่ราคาชิ้นละ 5 บาท และได้พัฒนาธุรกิจเล็กๆ นี้ให้เติบโต ทั้งรับผลิต OEM และผลิตซาลาเปา Frozen ส่งร้านขายส่ง แต่ซาลาเปานึ่ง อาจไม่ตอบโจทย์ลูกค้าปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่ชื่นชอบของทอดและของที่มีความกรอบ ลูกสาวที่อยู่ในช่วงวัยรุ่นเลยได้ช่วยกันต่อยอดไอเดีย นำซาลาเปาที่มีอยู่มาทดลองจี่บนกระทะเหล็กร้อนๆ และได้เริ่มนำซาลาเปาจี่ไปทดลองตลาดในห้างแห่งหนึ่ง พร้อมกับยืนแนะนำสินค้าหน้าร้านให้ลูกค้าเปิดใจและรู้จักสินค้าตัวนี้มากขึ้น จนมีลูกค้า
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ปี 2569 ตลาดครีมซองของไทย จะมีมูลค่าราว 12,700 ล้านบาท หรือโตราว 4.0% โดยมีปัจจัยหนุนจากราคาที่ย่อมเยา เข้าถึงง่าย ตอบโจทย์ลูกค้างบจำกัด สามารถหาซื้อได้ง่าย มีขายตามร้านสะดวกซื้อ พกพาสะดวก เหมาะกับคนชอบเดินทาง ต้องการใช้ด่วน รวมถึงตอบโจทย์ลูกค้าที่อยากทดลองใช้ จึงช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ พบว่า ผู้ผลิตแบรนด์ไทย ครองส่วนแบ่งกว่า 82% ของมูลค่าตลาดครีมซอง ขณะที่ 18% เป็นสินค้านำเข้า ในส่วนของช่องทางการขาย ร้านสะดวกซื้อยังเป็นช่องทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุด 90% และอีก 10% คือช่องทางอื่นๆ เช่น Specialty Store และซูเปอร์มาร์เก็ต เทรนด์ตลาดครีมซองที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง ได้แก่ เผยแพร่ครั้งแรก 21 ต.ค. 68
หากเอ่ยถึง จังหวัดกาญจนบุรี นอกจากขึ้นชื่อเรื่องแหล่งท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นจุดกำเนิดของแบรนด์ในตำนาน “ศรีฟ้าเบเกอรี่” ที่เปิดมานานกว่า 38 ปี จากความมุ่งมั่นของ วิเชียร เจนตระกูลโรจน์ ที่ได้ก่อตั้งร้านเล็กๆ นี้ขึ้นมา ก่อนกลายเป็นแบรนด์เบเกอรี่ชื่อดังของเมืองไทย ปัจจุบัน ศรีฟ้าเบเกอรี่ ส่งต่อธุรกิจสู่รุ่นที่ 2 พีรวัส เจนตระกูลโรจน์ ผู้เติบโตมากับธุรกิจนี้ตั้งแต่อายุ 2 ขวบ ในงานสัมมนาประชาชาติ Thailand 2026 ปรับ เปลี่ยน ไปต่อ “พีรวัส” ได้ร่วมเสวนาพิเศษ ถอดบทเรียน…จุดเปลี่ยนธุรกิจ NextGen ไว้อย่างน่าสนใจ พีรวัส เล่าถึงภาพจำสมัยเด็กว่า เติบโตมาในร้านเบเกอรี่เล็กๆ ที่พ่อและแม่ช่วยกันสร้างตั้งแต่เขาอายุ 2 ขวบ เห็นพ่อทำขนม แม่เป็นแคชเชียร์ ช่วยกันทำธุรกิจครอบครัวด้วยความขยันขันแข็งและสู้งานหนัก เพราะครอบครัวลำบาก ส่วนตนจะกลับมาช่วยงานหลังเลิกเรียน ทั้งล้างถาดขนม และเอาเกรียงเหล็กไปขูดพื้นขจัดคราบแป้ง คราบเนยออก ตอนนั้นพีรวัส บอกว่า ทำด้วยความไม่ชอบ เพราะรู้สึกว่าเป็นงานหนัก และถูกบังคับให้ทำมาตลอด จากความไม่อยากทำ พีรวัสเลือกเรียนต่อด้านฟู้ดไซน์ ซึ่งตรงสายกับธุรกิจครอบค
ถ้าใครชอบเล่นโซเชียลหรือไถฟีดติ๊กต็อกบ่อยๆ อาจจะเคยตกเป็นทาสการตลาดกดสินค้าลงตะกร้าอยู่บ่อยครั้ง หรือแม้แต่บางคนก็กลายเป็นครีเอเตอร์ปักตะกร้ารับค่าคอมมิชชันจากการทำคลิปป้ายยา โดยในช่วงปีที่ผ่านมา พบว่า มีผลิตภัณฑ์แบรนด์บิวตี้แท้กว่า 1,000 แบรนด์เข้าร่วม TikTok Shop Mall และคอมมูนิตี้สายบิวตี้บน TikTok เติบโตอย่างต่อเนื่อง ดันคลิปวิดีโอสั้น #รีวิวบิวตี้ (#BeautyReview) ทะลุ 8 ล้านคลิป และมี ‘ครีเอเตอร์’ ติดตะกร้าในไทยมากถึง 5 ล้านราย ในคอลัมน์ #KhowHow “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสเข้าร่วมงาน #TikTokShopThaiRisers Beauty Trendsetter ที่จัดขึ้นเพื่อชูพลังคอมมูนิตี้ โดยมีการเชิญเหล่า Beauty Creator, เจ้าของเครื่องสำอางแบรนด์ไทย, เจ้าของแบรนด์ Health & Wellness และ TikTok Expert มาร่วมพูดคุยแชร์ประสบการณ์ แชร์ความรู้ ขับเคลื่อนเทรนด์ TikTok Shop คุณอาย-ณัฐธิดา สิงห์โท เจ้าของเครื่องสำอางแบรนด์ไทย Sureeporn Cosmetics เล่าว่า “เราอยากให้สุรีพรย์เป็นแบรนด์ที่ผู้หญิงไทยใช้แล้วมั่นใจในทุกๆ วัน และเราเลือกที่จะแข่งกับตัวเอง คิดว่าจะทำยังไงให้ดีที่สุด ทำให้ดีกว่าเมื่อวาน ไม่เคยเอาตัวเองไปวัด
คุณฌอน–ชวนล ไคสิริ ดีไซเนอร์และเจ้าของร้าน เคยให้ข้อมูลแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า จุดเริ่มต้นของแบรนด์เรียกได้ว่าเริ่มจากศูนย์อย่างแท้จริง เพราะครอบครัวเป็นลูกหลานชาวจีน คุณแม่มีอาชีพเป็นช่างเสื้อ จึงคลุกคลีกับการทำเสื้อผ้ามาตั้งแต่เด็ก แต่เมื่อโตขึ้นเขาเลือกเรียนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพราะชื่นชอบบรรยากาศการทำงาน และอยากเจริญรอยตามญาติที่เป็นสถาปนิก “จุดที่ทำให้เริ่มหันมาสนใจเรื่องการทำเสื้อผ้าอย่างจริงจัง มาจากการทำละครเวที ที่จะมีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบกัน และผมจะได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องเสื้อผ้านักแสดง มาตั้งแต่ปี 1 ด้วยเหตุผลเดียวเลยคือ ที่บ้านเรามีร้านตัดเสื้อ เพราะคุณแม่เป็นช่างตัดเสื้อ ชุดต่างๆ ต้องออกแบบชุดให้ตรงกับคาแร็กเตอร์ของตัวละครนั้นๆ ฝ่ายออกแบบจะวาดรูปมาให้ แล้วเอาไปตัดที่ร้านแม่ ผมเลยได้ลองจับๆ ทำๆ จนซึมซับความรู้ด้านการตัดเย็บทุกอย่างมาจากแม่ และกลายเป็นความสนใจในด้านนี้” คุณฌอน กล่าวพร้อมด้วยรอยยิ้ม และเล่าต่อ คุณแม่ของเขาไม่คิดด้วยซ้ำว่าลูกโตมาจะมาทำเสื้อผ้าขาย เพราะสำหรับแม่ การเป็นช่างเสื้อกับการเป็นแฟชั่นดีไซเนอร์นั้น
คุณธนภูมิ สถิตสุขสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่การตลาด OSUKA (โอซูกะ) แบรนด์เครื่องมือช่างและสวนไร้สายคุณภาพสูง สัญชาติไทย โดย บริษัท ไอแม็กซ์ เพาเวอร์ทูล จำกัด แบรนด์ OSUKA เกิดขึ้นมาจากผู้ประกอบการไทยที่อยู่ในวงการเครื่องมือช่างมากว่า 30 ปี จึงเข้าใจ Pain Point ของผู้ใช้เชิงลึก และเห็นช่องว่างระหว่างเครื่องมือคุณภาพแต่ราคาสูงเกินเอื้อม กับสินค้าราคาถูกแต่ไม่ทนต่อการใช้งานจริง จึงเกิดแนวคิดสร้างแบรนด์ “เครื่องมือที่คุ้มค่า ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน ใช้งานง่าย คุณภาพดี และบริการหลังการขายที่มั่นใจได้” จากแนวคิดนั้น OSUKA วางจุดยืนชัดเจนในตลาดว่าเป็น “แบรนด์เครื่องมือช่างไร้สายสำหรับคนทำงานจริง” มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องมือช่างและสวนไร้สายให้มีคุณภาพเทียบเท่าแบรนด์ระดับโลก แต่ปรับให้เหมาะกับการใช้งานจริงของผู้ใช้ไทย ทั้งความง่ายในการใช้งาน ความทนทาน และอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ โดยทุกผลิตภัณฑ์ของ OSUKA ถูกพัฒนาโดยทีม R&D ภายในประเทศ ยึดผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง (Customer – Centric Concept) จากการรับฟังเสียงจากผู้ใช้จริง นำมาพัฒนาให้เครื่องมือทุกชิ้นตอบโจทย์การใช้งานอย่างแท้จริง ทั้งในด้านปร
จากปรากฏการณ์ไลฟ์ของ เจนนี่-รัชนก สุวรรณเกตุ ที่ทำสถิติผู้เข้าชมไลฟ์ในเวลาเดียวกันสูงสุด 1.2 ล้านวิว ย้ำให้เห็นว่า แพลตฟอร์ม TikTok Shop สามารถส่งเสริมแบรนด์ไทยให้เกิดและเติบโตได้อย่างเห็นผล เจนนี่ กล่าวถึงแรงจูงใจในการทำไลฟ์สตรีมขายของครั้งนี้ว่า “มองเห็นโอกาสที่จะช่วยสนับสนุนสินค้าไทยและช่วยธุรกิจรายย่อยไทยให้ได้รับการมองเห็น มีโอกาสเข้าถึงกลุ่มผู้ชมที่กว้างขึ้น โดยใช้แพลตฟอร์มของตัวเองเชื่อมโยงผู้ติดตามเข้ากับแบรนด์ไทยดีๆ ส่วนเคล็ดลับสำหรับครีเอเตอร์นายหน้าที่อยากประสบความสำเร็จคือ ต้องจริงใจ เป็นตัวของตัวเอง รู้จักสินค้าตัวเองอย่างลึกซึ้ง และที่สำคัญ ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ความเชื่อใจจากคอมมูนิตี้จะมาจากจุดนี้” โดยไลฟ์ของเจนนี่ สามารถสร้างยอดขายให้ธุรกิจกว่า 270 แบรนด์ อาทิ Kathy Cosmetics, BioActive+, Madame Fin, LYO, Cho Cosmetics, CHAME’ Thailand, Whitelab Essentials, Sureeporn Cosmetics, Taokaenoi, บีลีฟ เนเชอรัล, Yerpall Thailand, RAD Cosmetics, KACHA BRAND, PROMTHONG, Manyrarebkk และ Cicelle แสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศที่แข็งแกร่งของครีเอเตอร์และคนดังสามารถส่งเสริม
บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายศรีจันทร์ (SRICHAND) แบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงามสัญชาติไทยที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 76 ปี และ ศศิ (sasi) ตอกย้ำความเป็นผู้นำ T-Beauty ล่าสุดขึ้นแท่นแบรนด์ไทยอันดับ 1 ในหมวดมอยส์เจอไรเซอร์สำหรับผิวหน้า (Moisturizer for Face) ด้วย “ศรีจันทร์ สกิน มอยส์เจอร์ เบิร์ส เจล ครีม แบบซอง 10 มล.” ที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดด้วย Market Share 3.36% (ข้อมูลจาก NIELSENIQ THAILAND ม.ค. 2025 – มิ.ย. 2025) รวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด กล่าวว่า ศรีจันทร์เข้าสู่ตลาดสกินแคร์ตั้งแต่ปี 2021 โดยขยายพอร์ตโฟลิโอเป็น SRICHAND IN-SKIN รวม 12 ผลิตภัณฑ์ และเติบโตแบบก้าวกระโดดในปี 2024 ข้อมูลจาก NIELSENIQ THAILAND ม.ค. 2024 – ธ.ค. 2024 ชี้ว่าศรีจันทร์สกินแคร์เติบโตถึง 148% เมื่อเทียบกับปี 2023 โดยตั้งเป้ายอดขายเพิ่มขึ้น 45
