แบรนด์ไทย
ถ้าใครชอบเล่นโซเชียลหรือไถฟีดติ๊กต็อกบ่อยๆ อาจจะเคยตกเป็นทาสการตลาดกดสินค้าลงตะกร้าอยู่บ่อยครั้ง หรือแม้แต่บางคนก็กลายเป็นครีเอเตอร์ปักตะกร้ารับค่าคอมมิชชันจากการทำคลิปป้ายยา โดยในช่วงปีที่ผ่านมา พบว่า มีผลิตภัณฑ์แบรนด์บิวตี้แท้กว่า 1,000 แบรนด์เข้าร่วม TikTok Shop Mall และคอมมูนิตี้สายบิวตี้บน TikTok เติบโตอย่างต่อเนื่อง ดันคลิปวิดีโอสั้น #รีวิวบิวตี้ (#BeautyReview) ทะลุ 8 ล้านคลิป และมี ‘ครีเอเตอร์’ ติดตะกร้าในไทยมากถึง 5 ล้านราย ในคอลัมน์ #KhowHow “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสเข้าร่วมงาน #TikTokShopThaiRisers Beauty Trendsetter ที่จัดขึ้นเพื่อชูพลังคอมมูนิตี้ โดยมีการเชิญเหล่า Beauty Creator, เจ้าของเครื่องสำอางแบรนด์ไทย, เจ้าของแบรนด์ Health & Wellness และ TikTok Expert มาร่วมพูดคุยแชร์ประสบการณ์ แชร์ความรู้ ขับเคลื่อนเทรนด์ TikTok Shop คุณอาย-ณัฐธิดา สิงห์โท เจ้าของเครื่องสำอางแบรนด์ไทย Sureeporn Cosmetics เล่าว่า “เราอยากให้สุรีพรย์เป็นแบรนด์ที่ผู้หญิงไทยใช้แล้วมั่นใจในทุกๆ วัน และเราเลือกที่จะแข่งกับตัวเอง คิดว่าจะทำยังไงให้ดีที่สุด ทำให้ดีกว่าเมื่อวาน ไม่เคยเอาตัวเองไปวัด
คุณฌอน–ชวนล ไคสิริ ดีไซเนอร์และเจ้าของร้าน เคยให้ข้อมูลแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า จุดเริ่มต้นของแบรนด์เรียกได้ว่าเริ่มจากศูนย์อย่างแท้จริง เพราะครอบครัวเป็นลูกหลานชาวจีน คุณแม่มีอาชีพเป็นช่างเสื้อ จึงคลุกคลีกับการทำเสื้อผ้ามาตั้งแต่เด็ก แต่เมื่อโตขึ้นเขาเลือกเรียนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพราะชื่นชอบบรรยากาศการทำงาน และอยากเจริญรอยตามญาติที่เป็นสถาปนิก “จุดที่ทำให้เริ่มหันมาสนใจเรื่องการทำเสื้อผ้าอย่างจริงจัง มาจากการทำละครเวที ที่จะมีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบกัน และผมจะได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องเสื้อผ้านักแสดง มาตั้งแต่ปี 1 ด้วยเหตุผลเดียวเลยคือ ที่บ้านเรามีร้านตัดเสื้อ เพราะคุณแม่เป็นช่างตัดเสื้อ ชุดต่างๆ ต้องออกแบบชุดให้ตรงกับคาแร็กเตอร์ของตัวละครนั้นๆ ฝ่ายออกแบบจะวาดรูปมาให้ แล้วเอาไปตัดที่ร้านแม่ ผมเลยได้ลองจับๆ ทำๆ จนซึมซับความรู้ด้านการตัดเย็บทุกอย่างมาจากแม่ และกลายเป็นความสนใจในด้านนี้” คุณฌอน กล่าวพร้อมด้วยรอยยิ้ม และเล่าต่อ คุณแม่ของเขาไม่คิดด้วยซ้ำว่าลูกโตมาจะมาทำเสื้อผ้าขาย เพราะสำหรับแม่ การเป็นช่างเสื้อกับการเป็นแฟชั่นดีไซเนอร์นั้น
คุณธนภูมิ สถิตสุขสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่การตลาด OSUKA (โอซูกะ) แบรนด์เครื่องมือช่างและสวนไร้สายคุณภาพสูง สัญชาติไทย โดย บริษัท ไอแม็กซ์ เพาเวอร์ทูล จำกัด แบรนด์ OSUKA เกิดขึ้นมาจากผู้ประกอบการไทยที่อยู่ในวงการเครื่องมือช่างมากว่า 30 ปี จึงเข้าใจ Pain Point ของผู้ใช้เชิงลึก และเห็นช่องว่างระหว่างเครื่องมือคุณภาพแต่ราคาสูงเกินเอื้อม กับสินค้าราคาถูกแต่ไม่ทนต่อการใช้งานจริง จึงเกิดแนวคิดสร้างแบรนด์ “เครื่องมือที่คุ้มค่า ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน ใช้งานง่าย คุณภาพดี และบริการหลังการขายที่มั่นใจได้” จากแนวคิดนั้น OSUKA วางจุดยืนชัดเจนในตลาดว่าเป็น “แบรนด์เครื่องมือช่างไร้สายสำหรับคนทำงานจริง” มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องมือช่างและสวนไร้สายให้มีคุณภาพเทียบเท่าแบรนด์ระดับโลก แต่ปรับให้เหมาะกับการใช้งานจริงของผู้ใช้ไทย ทั้งความง่ายในการใช้งาน ความทนทาน และอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ โดยทุกผลิตภัณฑ์ของ OSUKA ถูกพัฒนาโดยทีม R&D ภายในประเทศ ยึดผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง (Customer – Centric Concept) จากการรับฟังเสียงจากผู้ใช้จริง นำมาพัฒนาให้เครื่องมือทุกชิ้นตอบโจทย์การใช้งานอย่างแท้จริง ทั้งในด้านปร
จากปรากฏการณ์ไลฟ์ของ เจนนี่-รัชนก สุวรรณเกตุ ที่ทำสถิติผู้เข้าชมไลฟ์ในเวลาเดียวกันสูงสุด 1.2 ล้านวิว ย้ำให้เห็นว่า แพลตฟอร์ม TikTok Shop สามารถส่งเสริมแบรนด์ไทยให้เกิดและเติบโตได้อย่างเห็นผล เจนนี่ กล่าวถึงแรงจูงใจในการทำไลฟ์สตรีมขายของครั้งนี้ว่า “มองเห็นโอกาสที่จะช่วยสนับสนุนสินค้าไทยและช่วยธุรกิจรายย่อยไทยให้ได้รับการมองเห็น มีโอกาสเข้าถึงกลุ่มผู้ชมที่กว้างขึ้น โดยใช้แพลตฟอร์มของตัวเองเชื่อมโยงผู้ติดตามเข้ากับแบรนด์ไทยดีๆ ส่วนเคล็ดลับสำหรับครีเอเตอร์นายหน้าที่อยากประสบความสำเร็จคือ ต้องจริงใจ เป็นตัวของตัวเอง รู้จักสินค้าตัวเองอย่างลึกซึ้ง และที่สำคัญ ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ความเชื่อใจจากคอมมูนิตี้จะมาจากจุดนี้” โดยไลฟ์ของเจนนี่ สามารถสร้างยอดขายให้ธุรกิจกว่า 270 แบรนด์ อาทิ Kathy Cosmetics, BioActive+, Madame Fin, LYO, Cho Cosmetics, CHAME’ Thailand, Whitelab Essentials, Sureeporn Cosmetics, Taokaenoi, บีลีฟ เนเชอรัล, Yerpall Thailand, RAD Cosmetics, KACHA BRAND, PROMTHONG, Manyrarebkk และ Cicelle แสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศที่แข็งแกร่งของครีเอเตอร์และคนดังสามารถส่งเสริม
บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายศรีจันทร์ (SRICHAND) แบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงามสัญชาติไทยที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 76 ปี และ ศศิ (sasi) ตอกย้ำความเป็นผู้นำ T-Beauty ล่าสุดขึ้นแท่นแบรนด์ไทยอันดับ 1 ในหมวดมอยส์เจอไรเซอร์สำหรับผิวหน้า (Moisturizer for Face) ด้วย “ศรีจันทร์ สกิน มอยส์เจอร์ เบิร์ส เจล ครีม แบบซอง 10 มล.” ที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดด้วย Market Share 3.36% (ข้อมูลจาก NIELSENIQ THAILAND ม.ค. 2025 – มิ.ย. 2025) รวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด กล่าวว่า ศรีจันทร์เข้าสู่ตลาดสกินแคร์ตั้งแต่ปี 2021 โดยขยายพอร์ตโฟลิโอเป็น SRICHAND IN-SKIN รวม 12 ผลิตภัณฑ์ และเติบโตแบบก้าวกระโดดในปี 2024 ข้อมูลจาก NIELSENIQ THAILAND ม.ค. 2024 – ธ.ค. 2024 ชี้ว่าศรีจันทร์สกินแคร์เติบโตถึง 148% เมื่อเทียบกับปี 2023 โดยตั้งเป้ายอดขายเพิ่มขึ้น 45
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ดีพร้อม) กระทรวงอุตสาหกรรม เผยผลสำเร็จกิจกรรมการพัฒนาภาพลักษณ์แบรนด์และผลิตภัณฑ์สู่ Fashion Hero Brand สาขาอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและความงามไทย ปั้น 25 ผู้ประกอบการด้านความงาม ยกระดับอัตลักษณ์ภูมิปัญญาไทยสู่ตลาดโลก กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ดำเนินการตามนโยบาย “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” ของ นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในการสนับสนุนพลัง Soft Power ของประเทศไทย โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาด และการสร้างภาพลักษณ์ในอุตสาหกรรมแฟชั่น สาขาอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและความงามไทย ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ทักษะ คำปรึกษาแนะนำ การวิเคราะห์ทดสอบในห้องปฏิบัติการ เพื่อยกระดับและสร้างการรับรู้ พร้อมผลักดันให้เกิด Hero Brand นางดวงดาว ขาวเจริญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมเครื่องสำอางและความงาม เป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูงและเติบโตอย่างต่อเนื่อง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เดินหน้าผลักดันให้อุตสาหกรรมเครื่องสำอางและความงามเกิดเป็น Soft Power ของไทย สร้างเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ที่มีอัตลักษณ์ ดึงดูดใจ และยกระดับแบรนด์ไทยให้เต
วันที่ 19 กันยายน 2568 – กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ดีพร้อม) กระทรวงอุตสาหกรรม เผยผลสำเร็จกิจกรรมการพัฒนาภาพลักษณ์แบรนด์และผลิตภัณฑ์สู่ Fashion Hero Brand สาขาอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและความงามไทย ปั้น 25 ผู้ประกอบการด้านความงาม ยกระดับอัตลักษณ์ภูมิปัญญาไทยสู่ตลาดโลก กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ดำเนินการตามนโยบาย “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” ของ นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในการสนับสนุนพลัง Soft Power ของประเทศไทย โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาด และการสร้างภาพลักษณ์ในอุตสาหกรรมแฟชั่น สาขาอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและความงามไทย ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ทักษะ คำปรึกษาแนะนำ การวิเคราะห์ทดสอบในห้องปฏิบัติการ เพื่อยกระดับและสร้างการรับรู้ พร้อมผลักดันให้เกิด Hero Brand นางดวงดาว ขาวเจริญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมเครื่องสำอางและความงาม เป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูงและเติบโตอย่างต่อเนื่อง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เดินหน้าผลักดันให้อุตสาหกรรมเครื่องสำอางและความงามเกิดเป็น Soft Power ของไทย สร้างเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ที่มีอัตลักษณ์ ดึงดูดใจ
กระแส T-Beauty หรือผลิตภัณฑ์ความงามแบรนด์ไทย กำลังเป็นดาวรุ่งที่เติบโตอย่างร้อนแรง และถูกจับตามองว่าจะขึ้นแท่นซอฟต์พาวเวอร์ใหม่ที่พร้อมก้าวสู่เวทีสากล ด้วยมูลค่าตลาดสูงถึงกว่า 2.58 แสนล้านบาท โดยพบว่า ราวครึ่งหนึ่งของหญิงไทย (47.1%) เลือกซื้อสินค้าความงามผ่านช่องทางออนไลน์ และกว่า 70% กลับมาซื้อซ้ำ สะท้อนถึงศักยภาพของตลาดความงามออนไลน์ที่ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก การขยายตัวของตลาดส่งผลให้การแข่งขันทวีความดุเดือดไม่แพ้กัน และบนสังเวียนนี้เองที่แบรนด์ไทยอย่าง JOURNAL ได้พิสูจน์ความสำเร็จ ก้าวขึ้นเป็นแถวหน้าของวงการบิวตี้ไทย โดยมีหัวใจสำคัญคือการเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคอย่างแท้จริง ผสานกับกลยุทธ์ออนไลน์ที่ใช้ศักยภาพของเทคโนโลยีอีคอมเมิร์ซ เพื่อเสริมแกร่งและยกระดับการตลาดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในสมรภูมิ “เรดโอเชียน” แห่งตลาดความงาม การได้เป็นหัวแถวไม่ใช่เรื่องง่าย แต่แบรนด์บิวตี้อย่าง JOURNAL ที่แม้เพิ่งก่อตั้งได้เพียง 7 ปี แต่กลายเป็นดาวรุ่งที่สร้างความแตกต่างด้วยแนวคิด ‘Scent with Story’ เล่าเรื่องราวผ่านกลิ่นหอมที่หยิบแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมไทย มาผสมผสานกับประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์อย่างลงต
จากกระแสความนิยม “ชาชีส” ของคนไทย ทำให้มีหลายแบรนด์กระโดดลงมาแข่งขันในสนามนี้ แต่หนึ่งในแบรนด์ที่โดดเด่น เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และครองใจผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง ก็คือ “Nose Tea” หรือ ชาจมูกเขียว ธุรกิจที่ก่อตั้งโดย คุณกฤต–ธนกฤต ศรีพฤกษมาศ และ คุณไผ่–กชณิชา ฐิติชนาโชติ เริ่มต้นจากความชอบ ก่อนหน้านี้ คุณไผ่เคยทำธุรกิจขายเสื้อผ้าแฟชั่นทำให้เธอต้องบินไปต่างประเทศอยู่บ่อยๆ เพื่อดีลโรงงานผลิต ประกอบกับเป็นคนชอบหาของอร่อยๆ ทาน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือชานมและชาผลไม้ที่หลงใหลในรสชาติ แต่เมื่อกลับมาเมืองไทยกลับหารสชาติในแบบที่ชอบไม่ได้ และจากการสำรวจตลาดในประเทศไทยและต่างประเทศ พบว่า มีโอกาสและช่องว่างในการพัฒนาธุรกิจเครื่องดื่มชาผลไม้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เธอและคุณกฤตหันไปเรียนชงชา และนำมาพัฒนาจนได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ จนเกิดเป็นแบรนด์ Nose Tea เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2565 โดยมีโลโก้ จมูกเขียว สุดโดดเด่น มองแวบแรกก็ชวนให้สงสัยและยังสร้างความน่าจดจำ ซึ่งนำโลโก้มาจากผลิตภัณฑ์ลอกสิวเสี้ยน Lively Nose ของแบรนด์ Nakiz อีกธุรกิจของคุณไผ่ อัดแน่นคุณภาพ และความคุ้มค่า โปรดักต์หลักของ
รู้หรือไม่ แบรนด์แป้งพัฟสัญชาติไทย อย่าง ‘เจ้านาง’ มียอดขายสูงถึง 1 ล้านตลับต่อปี เป็นแบรนด์ร้อยล้าน ที่ตั้งเป้าเติบโต 600 ล้านบาท ในปี 2568 เบื้องหลังความสำเร็จนี้ เริ่มต้นมาจากนักศึกษาวัยเพียง 22 ปี ‘คุณจัง–ธัญญ์ฐิตา ทรัพยศิรินารากุล’ ผู้มีความตั้งใจแน่วแน่ ‘อยากสร้างรายได้เพื่อดูแลคนในครอบครัวให้มีชีวิตที่ดีขึ้น’ เธอจึงเริ่มต้นหารายได้ ทำงานพาร์ตไทม์ เก็บเงินสะสมทีละเล็กละน้อย ก่อนนำเงินก้อนแรกมาต่อยอดทำแบรนด์ ‘เจ้านาง’ แป้งพัฟที่อยากแก้ Pain Point หน้าหยือหน้าหยา ปัญหาเรื่องผิวให้ผู้หญิงไทยและผู้ใช้ทุกคนสวยขึ้นและแตกต่างตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ เงินก้อนแรก ลงทุนปั้นแบรนด์ ซีอีโอแบรนด์เจ้านาง เล่าให้ฟังว่า เธอเก็บเงินได้ก้อนใหญ่ จากการขยันทำงานตั้งแต่เรียน ม.4 ทั้งพาร์ตไทม์หลายต่อหลายงาน ไม่ยอมแม้แต่ซื้อเสื้อผ้าตัวใหม่ใส่ หรือซื้อของที่อยากได้ เพราะอยากเก็บเงินไว้พัฒนาตัวเอง “เรารู้สึกว่า อย่างน้อยๆ ต้องมีเงินเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้ พ่อแม่เราเหนื่อยแล้ว ในมุมมองเรา คิดว่าเป็นลูกที่ไม่ดี เวลาอยากได้อะไรแล้วต้องไปขอเงินพ่อแม่” เธอนำเงินเก็บที่สะสมมาเริ่ม
