จีน
“ตลาดสัตว์เลี้ยง” ไม่เพียงเติบโตในประเทศไทย แต่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ “ประเทศจีน” ที่กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งตลาดใหญ่และเต็มไปด้วยโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทย คุณโอห์ม – ดิศรา อุดมเดช Founder & CEO ของ Yell Advertising แชร์ข้อมูลผ่านเฟซบุ๊ก Dissara Ohm Udomdej ไว้อย่างน่าสนใจว่า ตลาดสัตว์เลี้ยงในเขตเมืองของจีน มีมูลค่า 1.52 ล้านล้านบาท หรือราว 3.12 แสนล้านหยวน แปลว่ายังมีอีกเยอะที่ไม่อยู่ในระบบ แต่ที่น่าสนใจคือตัวเลขนี้แค่ 22% ของครัวเรือนจีนที่มีสัตว์เลี้ยง เทียบกับยุโรป 46% และสหรัฐอเมริกา 70% ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่ายังสามารถเติบโตได้อีกเยอะ ผมมางาน Pet Fair Asia 2026 ที่เซี่ยงไฮ้ เลยค้นคว้าและสังเกตการณ์ จนสรุปออกมาเป็นข้อคิดเห็น ดังนี้ Precision Nutrition ไม่ใช่แค่อาหารแต่คือการดูแลสุขภาพให้เหมาะกับเงื่อนไขเฉพาะตัว เช่น อาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงสูงวัยอายุเกิน 7 ปี โปรตีนทางเลือกจากเนื้อ กระต่าย พิราบ นกกระทา ลดอาการแพ้ สายอาหารเสริม วิตามินบำรุง ช่วยเรื่องข้อต่อสำหรับบางสายพันธุ์ ลดคราบน้ำตา ช่วยหัวใจ ปรับสมดุลลำไส้ ที่สำคัญมีสาย TCM (การแพทย์แผนจีน) เอาตำรั
ถ้าพูดถึงเมืองท่องเที่ยวจีน หลายคนอาจนึกถึงปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ หรือเฉิงตู แต่จีนยังมีอีกหนึ่งเมืองที่กำลังได้รับความสนใจไม่แพ้กัน นั่นคือ “ชิงเต่า (Qingdao)” เมืองชายทะเลในมณฑลซานตงที่มีทั้งสถาปัตยกรรมกลิ่นอายยุโรป ทะเล และวัฒนธรรมเบียร์เป็นเอกลักษณ์ และวัฒนธรรมเบียร์นี้ ก็เป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่น่าสนใจเพราะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ผ่านการสร้าง City Brand ของเมือง แบรนด์ และชุมชน คุณโอห์ม-ดิศรา อุดมเดช Founder & CEO ของ Yell Advertising แชร์ประสบการณ์ผ่านเฟซบุ๊ก Dissara Ohm Udomdej หลังมีโอกาสบินไปทำงานที่เมืองชิงเต่าไว้อย่างน่าสนใจว่า เมืองนี้มีประชากรอาศัยอยู่ราว 10 ล้านคน ถือเป็นเมือง New First-Tier City ด้วย GDP ที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลซานตง แม้ไม่ใช่เมืองหลวงของมณฑลนี้ก็ตาม ความน่าสนใจของเมืองนี้คือการสร้าง City Brand ผ่านความร่วมมือของเมือง แบรนด์ และชุมชน จนน่านำไปเป็นกรณีศึกษา เมืองสร้างแบรนด์ อดีตของเมืองนี้เคยเป็นเขตเช่าให้กับเยอรมันในช่วงยุคปลายราชวงศ์ชิง ทำให้เยอรมันเข้ามามีอิทธิพลราวปี 1897 คนเยอรมันอยู่แบบไม่มีเครื่องดื่มเย็นๆ ไม่ได้ เลยร่วมกับ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ธุรกิจค้าปลีกแบบลดราคา (discount retail) ในประเทศจีนได้กลายเป็นหนึ่งในภาคธุรกิจที่มีการแข่งขันดุเดือดที่สุด และหนึ่งในผู้เล่นที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดในอุตสาหกรรมนี้คือ HotMaxx แบรนด์ค้าปลีกสัญชาติจีนที่เติบโตจากร้านค้าเดียวในเซี่ยงไฮ้ สู่เครือข่ายร้านค้าเกือบพันสาขาภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี จากวิกฤตสต๊อกสินค้าส่วนเกินสู่โมเดลธุรกิจพันล้าน HotMaxx ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2020 โดยผู้ร่วมก่อตั้งสองคนคือ กู่ เสี่ยวเจี้ยน ผู้มีพื้นฐานด้านธุรกิจค้าส่ง และ ฟ่าน จื้อเฟิง ผู้เชี่ยวชาญด้านห่วงโซ่อุปทานอาหาร ทั้งคู่เผชิญปัญหาสต๊อกสินค้าส่วนเกินจำนวนมากในช่วงที่ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกหยุดชะงักจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เดิมทีทั้งสองตั้งใจเพียงเปิดร้านเคลียร์สต๊อกชั่วคราวเพื่อระบายสินค้าแล้วปิดกิจการ แต่กระแสตอบรับจากผู้บริโภคกลับดีเกินคาด จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ร้านสาขาแรกเปิดตัวในศูนย์การค้าระดับไฮเอนด์ของเซี่ยงไฮ้ โดยจำหน่ายขนมและเครื่องดื่มที่ใกล้หมดอายุในราคาลดพิเศษ ก่อนจะขยายกลุ่มสินค้าครอบคลุมทั้งสินค้าใกล้หมดอายุ สิน
หากย้อนไปไม่กี่ปีก่อน ภาพจำของคนจีนทั้งกลุ่มวัยรุ่น Gen Z และ Millennials คือการประโคมใส่สินค้าแบรนด์เนมที่มีโลโก้เด่นชัดแบบตะโกน เพื่อแสดงถึงความมั่งคั่ง แต่มาวันนี้ พฤติกรรมเหล่านั้นกำลังเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้าและอัตราการว่างงานของคนรุ่นใหม่ที่พุ่งสูง วัยรุ่นจีนตระหนักดีว่าความมั่นคงในชีวิตเริ่มหายาก พวกเขาจึงหันมาใช้จ่ายกับ “Emotional Value” หรือคุณค่าทางอารมณ์ เพื่อเป็นเกราะกำบังความเครียด จนเกิดเป็นกระแสที่เรียกว่า “Xuanxue Economy” (เศรษฐกิจซวนเสวี่ย) หรือเศรษฐกิจสายมูเตลูหรือความเชื่อนั่นเอง แม้ว่าภาพรวมของตลาดสินค้าหรูในจีนจะหดตัวลง แต่สินค้าแบรนด์เนมที่ถูกนำมาเชื่อมโยงกับ “ความเชื่อและโชคลาภ” กลับขายดีเป็นเทน้ำเทท่า บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดฮิตอย่าง Xiaohongshu แฮชแท็ก #xuanxue มียอดเข้าชมมากกว่า 5 พันล้านครั้ง โดยชาวเน็ตจีนได้ร่วมกันสร้างคู่มือ “เครื่องประดับสายมู” ขึ้นมาอย่างจริงจัง ตัวอย่างเช่น ไม่เพียงแต่แบรนด์หรูเท่านั้น เพราะตลาดเครื่องประดับราคาย่อมเยา อย่าง กำไลหินคริสตัลเสริมพลังงาน ก็มียอดขายออนไลน์พุ่งสูงขึ้นถึง 320% ในปีที่
หากสังเกตการเติบโตของชุมชนชาวจีน จะพบว่าไม่ได้มีแค่เยาวราช หรือห้วยขวางที่มักถูกขนานนามว่าเป็นไชน่าทาวน์แห่งที่ 2 ของกรุงเทพฯ แต่ยังขยายตัวไปถึง บ่อวิน จังหวัดชลบุรี แหล่งนิคมอุตสาหกรรม และถ้ามองภาพกว้างไชน่าทาวน์ขยายตัวไปหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ฮาวานาแห่งคิวบา, Little Bourke Street ในเมลเบิร์น ออสเตรเลีย, โซโหของลอนดอน อังกฤษ, ซานฟรานซิสโก อเมริกา, โยโกฮาม่าในญี่ปุ่น หรือแม้กระทั่งอินเดียก็มีไชน่าทาวน์ในเมืองโกลกาตาเช่นกัน ทำให้เกิดคำถามน่าสนใจว่า เหตุใดชุมชนชาวจีนในหลายประเทศจึงสามารถก่อตัวเป็นคอมมูนิตี้ขนาดใหญ่ มีการค้าขายสร้างธุรกิจจนกลายเป็นชุมชนที่เติบโตอย่างรวดเร็ว จีนประเทศที่ให้ความสำคัญกับคอนเน็กชัน คุณโอห์ม-ดิศรา อุดมเดช Founder และ CEO ของ Yell Advertising เอเจนซีโฆษณาอิสระสัญชาติไทยที่เติบโตสู่ระดับ Network ในต่างประเทศ สะท้อนมุมมองให้ฟังว่า หากลองสังเกต ประเทศไหนที่มีชาวจีนอาศัยอยู่จำนวนมาก จะมี “ไชน่าทาวน์” หรือชุมชนชาวจีนเกิดขึ้นเสมอ เหตุผลเพราะจีนเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับ “คอนเน็กชัน” พวกเขาจึงอยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อน และคอยส่งต่อข่าวสาร ทำให้
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในประเทศจีน ประกอบกับนโยบายของรัฐบาลในการควบคุมสงครามราคาในอุตสาหกรรมต่างๆ ได้ส่งผลให้ทรัพย์สินรวมของมหาเศรษฐีจีนพุ่งทะยานเกือบทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ในปี 2026 ประเทศจีนมีมหาเศรษฐีระดับพันล้านดอลลาร์ (Billionaires) รวมทั้งสิ้น 539 ราย โดยมีกลุ่มธุรกิจ AI เป็นผู้สร้างมหาเศรษฐีหน้าใหม่ที่น่าจับตา ทั้งนี้ จีนยังคงเป็นประเทศที่มีมหาเศรษฐีมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา อันดับ 1 จาง อี้หมิง (Zhang Yiming) อายุ 43 ปี มูลค่าทรัพย์สิน : 6.93 หมื่นล้านดอลลาร์ (2.3 ล้านล้านบาท) ผู้ก่อตั้ง ByteDance ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของแอปพลิเคชันวิดีโอสั้นระดับโลกอย่าง TikTok นอกจากนี้แชตบอต Doubao (โต่วเปา) ของบริษัทยังขึ้นแท่นผู้ช่วย AI ยอดนิยมอันดับหนึ่งในจีน และโมเดล AI สร้างวิดีโอตัวใหม่อย่าง Seedance 2.0 ก็เพิ่งสร้างความฮือฮาไปทั่วโลก อันดับ 2 จง ซานซาน (Zhong Shanshan) อายุ 71 ปี มูลค่าทรัพย์สิน : 5.97 หมื่นล้านดอลลาร์ (1.97 ล้านล้านบาท) เจ้าพ่อธุรกิจน้ำดื่มบรรจุขวดแบรนด์ Nongfu Spring ที่กำลังฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งหลังจากผ่านพ้นว
Yell Worldwide เดินหน้าสานต่อบทบาทการเป็นสะพานเชื่อมระหว่าง China–SEA ผ่านการจัดงาน “Exploring the ASEAN Advantage 2026” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยปีนี้เริ่มต้นที่ 2 เมืองศักยภาพของจีน ได้แก่ นครหนานหนิง ในวันที่ 12 พฤษภาคม และนครคุนหมิง ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม เอเจนซีโฆษณาและการตลาด รวมถึงพันธมิตรทางการค้าระหว่างไทยและจีน ท่ามกลางการเติบโตของนครหนานหนิงและนครคุนหมิงในฐานะเมืองเศรษฐกิจสำคัญของจีน ทั้งสองเมืองกำลังก้าวขึ้นเป็นประตูเชื่อมความร่วมมือระดับภูมิภาค ด้วยจุดแข็งด้านภูมิศาสตร์ โลจิสติกส์ และความเชื่อมโยงกับประเทศอาเซียน จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญสำหรับแบรนด์ไทย-จีนที่ต้องการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ คุณดิศรา อุดมเดช CEO & Founder แห่ง Yell Worldwide ในฐานะผู้จัดงาน กล่าวเสริมว่า “วันนี้โอกาสของแบรนด์ไทยในตลาดจีนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเมืองหลักอีกต่อไป แต่เมืองศักยภาพอย่างหนานหนิงและคุนหมิงกำลังก้าวขึ้นมาเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญระหว่างจีนและอาเซียน ซึ่งเปิดโอกาสให้ธุรกิจไทย-จีน สามารถเข้าถึงตล
ในช่วง “ฤดูทุเรียน” ทำให้เราได้เห็นปรากฏการณ์ “อิสรภาพของการรับประทานทุเรียน” (durian freedom) ที่กลายเป็นประเด็นฮิตบนโลกออนไลน์จีน โดยชาวเน็ตได้พากันแบ่งปันเคล็ดลับการเลือกทุเรียนไปจนถึงการเดินทางไปเก็บและชิมทุเรียนถึงสวน โดยเฉพาะ “ทุเรียนไทย” ที่ครองใจผู้บริโภคชาวจีนจำนวนมากด้วยรสชาติอันยอดเยี่ยม รวมถึงผู้คนในเขตปกครองตนเอง “กว่างซีจ้วง” ทางตอนใต้ของจีน โดยเฉพาะในตลาดค้าส่งผลไม้ไห่จี๋ซิงในเมืองหนานหนิงของกว่างซี ที่มีทุเรียนหมอนทองกองพะเนินคอยดึงดูดผู้บริโภคและผู้ค้าจากทั่วทุกสารทิศต่างพากันมาเลือกทุเรียนที่มีคุณภาพ และเจรจาต่อรองราคาซื้อขายกันอย่างคึกคัก เจ้าของร้านผลไม้รายหนึ่งกล่าวว่า ทุเรียนไทยมีฐานแฟนคลับเหนียวแน่น โดยเฉพาะทุเรียนหมอนทองที่ทยอยเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องและราคายังไม่พุ่งสูง ทำให้มีคนแวะเวียนมาเลือกซื้อทุกวัน ด้านกลุ่มคนในอุตสาหกรรมทุเรียนมองว่า กระแสความนิยมทุเรียนไทยในจีนไม่ได้เกิดขึ้นแค่เพราะความต้องการซื้อขายในตลาดเท่านั้น แต่ยังเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนของการกระชับความร่วมมือทางการค้าระหว่างจีนกับไทยที่แน่นแฟ้นขึ้น โดยกว่างซีถือเป็นประตูสู่อาเซียนและเ
บริษัท เคอีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ “KEX” ผู้นำด้านการจัดส่งพัสดุด่วนทั่วไทย เดินหน้ายกระดับบริการขนส่งข้ามพรมแดนรับช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ ท่ามกลางบรรยากาศการท่องเที่ยวที่คึกคักและกำลังซื้อที่พุ่งสูงขึ้นจากนักท่องเที่ยวจีน โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าของฝากไทย KEX จึงผนึกกำลังกับบริษัทแม่ SF Express เสริมความแข็งแกร่งบริการส่งพัสดุจากไทยกลับจีน เพื่อตอบโจทย์ดีมานด์นักท่องเที่ยวที่ซื้อสินค้าจำนวนมากและต้องการความสะดวกในการส่งกลับบ้านอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และปลดล็อกข้อจำกัดด้านน้ำหนักสัมภาระ เจาะอินไซต์ “ของฝากไทย” สินค้าคุณภาพที่คนจีนต้องช้อป จากสถิติในสัปดาห์ที่ 11 ของปี 2569 พบว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยถึง 628,451 คน (เพิ่มขึ้น 1.98% จากสัปดาห์ก่อนหน้า) โดยนักท่องเที่ยวจีนยังคงเป็นกลุ่มที่มากที่สุดจำนวน 96,600 คน ซึ่งกิจกรรมยอดนิยมอันดับต้นๆ คือการช้อปปิ้งของฝากและขนมไทย เนื่องจากภาพลักษณ์สินค้าไทยที่เน้นความเป็นธรรมชาติและมีคุณภาพ KEX x SF Express: เชื่อมต่อไทย–จีน ส่งของกลับบ้านง่ายที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยว KEX และ 
จากกิจกรรม “T-Brand to China 2.0” เวิร์กช็อปที่จะพาผู้ประกอบการไทยไปบุกตลาดจีน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะพาไปดูเนื้อหาที่น่าสนใจ ในหัวข้อ Consumer Insight 2026 เจาะลึกพฤติกรรมคนจีน และโอกาสตลาดเมืองรองที่กำลังโต โดย ดร.เฟิร์น-ปณิชา ประทีปะวณิช Co-founder แมงโก้ กรุ๊ป และผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ Social Media China มาร่วมแชร์ความรู้และประสบการณ์ ดร.เฟิร์นแชร์กลยุทธ์การเจาะตลาดจีน ต้องเริ่มต้นจาก “รู้เขารู้เรา” เพราะจีนมีเป็นร้อยๆ เมือง จึงต้องรู้ว่าเมืองไหนสนิทกับไทย เมืองไหนเชื่อว่าสินค้าไทยดีมีคุณภาพ และเมืองไหนที่พูดคำว่าสินค้าไทยไปแล้วรู้จัก ซึ่งมีวิธีการเช็กคือ ให้ดู “Direct Flight” ที่เข้าเมืองไทยเยอะที่สุด อันดับหนึ่ง คือ เซี่ยงไฮ้ รองลงมาคือ กว่างโจว ปักกิ่ง เซินเจิ้น และเฉิงตู เมืองนี้น่าสนใจ ถือว่าเป็นเมืองสโลว์ไลฟ์ มีความ Work Life Balance มากที่สุดในจีน ลึกไปกว่านั้นต้องดูว่า “ผู้คนแต่ละเมืองชอบอะไร” ปักกิ่งชื่นชอบอาหารรสหวาน, เซี่ยงไฮ้ชอบสินค้าหรูหรา เช่น เครื่องหอมต่างๆ และชอบสินค้าฟุ่มเฟือยเป็นหลัก, กวางตุ้งชอบกินน้ำชาไปด้วยคุยการค้าไปด้วย เลยชอบซื้อผลไม้ของไทยเพ
