จีน
บริษัท เคอีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ “KEX” ผู้นำด้านการจัดส่งพัสดุด่วนทั่วไทย เดินหน้ายกระดับบริการขนส่งข้ามพรมแดนรับช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ ท่ามกลางบรรยากาศการท่องเที่ยวที่คึกคักและกำลังซื้อที่พุ่งสูงขึ้นจากนักท่องเที่ยวจีน โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าของฝากไทย KEX จึงผนึกกำลังกับบริษัทแม่ SF Express เสริมความแข็งแกร่งบริการส่งพัสดุจากไทยกลับจีน เพื่อตอบโจทย์ดีมานด์นักท่องเที่ยวที่ซื้อสินค้าจำนวนมากและต้องการความสะดวกในการส่งกลับบ้านอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และปลดล็อกข้อจำกัดด้านน้ำหนักสัมภาระ เจาะอินไซต์ “ของฝากไทย” สินค้าคุณภาพที่คนจีนต้องช้อป จากสถิติในสัปดาห์ที่ 11 ของปี 2569 พบว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยถึง 628,451 คน (เพิ่มขึ้น 1.98% จากสัปดาห์ก่อนหน้า) โดยนักท่องเที่ยวจีนยังคงเป็นกลุ่มที่มากที่สุดจำนวน 96,600 คน ซึ่งกิจกรรมยอดนิยมอันดับต้นๆ คือการช้อปปิ้งของฝากและขนมไทย เนื่องจากภาพลักษณ์สินค้าไทยที่เน้นความเป็นธรรมชาติและมีคุณภาพ KEX x SF Express: เชื่อมต่อไทย–จีน ส่งของกลับบ้านง่ายที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยว KEX และ 
จากกิจกรรม “T-Brand to China 2.0” เวิร์กช็อปที่จะพาผู้ประกอบการไทยไปบุกตลาดจีน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะพาไปดูเนื้อหาที่น่าสนใจ ในหัวข้อ Consumer Insight 2026 เจาะลึกพฤติกรรมคนจีน และโอกาสตลาดเมืองรองที่กำลังโต โดย ดร.เฟิร์น-ปณิชา ประทีปะวณิช Co-founder แมงโก้ กรุ๊ป และผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ Social Media China มาร่วมแชร์ความรู้และประสบการณ์ ดร.เฟิร์นแชร์กลยุทธ์การเจาะตลาดจีน ต้องเริ่มต้นจาก “รู้เขารู้เรา” เพราะจีนมีเป็นร้อยๆ เมือง จึงต้องรู้ว่าเมืองไหนสนิทกับไทย เมืองไหนเชื่อว่าสินค้าไทยดีมีคุณภาพ และเมืองไหนที่พูดคำว่าสินค้าไทยไปแล้วรู้จัก ซึ่งมีวิธีการเช็กคือ ให้ดู “Direct Flight” ที่เข้าเมืองไทยเยอะที่สุด อันดับหนึ่ง คือ เซี่ยงไฮ้ รองลงมาคือ กว่างโจว ปักกิ่ง เซินเจิ้น และเฉิงตู เมืองนี้น่าสนใจ ถือว่าเป็นเมืองสโลว์ไลฟ์ มีความ Work Life Balance มากที่สุดในจีน ลึกไปกว่านั้นต้องดูว่า “ผู้คนแต่ละเมืองชอบอะไร” ปักกิ่งชื่นชอบอาหารรสหวาน, เซี่ยงไฮ้ชอบสินค้าหรูหรา เช่น เครื่องหอมต่างๆ และชอบสินค้าฟุ่มเฟือยเป็นหลัก, กวางตุ้งชอบกินน้ำชาไปด้วยคุยการค้าไปด้วย เลยชอบซื้อผลไม้ของไทยเพ
หนึ่งในหัวข้อน่าสนใจในเวิร์กช็อป T-Brand to China 2.0 พาผู้ประกอบการไทยไปบุกตลาดจีน คือ “Smart Supply Chain : OEM & QC Update 2026 รู้แหล่งผลิต เทคนิคหาโรงงาน OEM จีน และเจรจาต้นทุน” ที่ได้ ผศ.ดร.ไอซ์ ธีรศานต์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ มาร่วมแชร์ประสบการณ์ โดย ผศ.ดร.ไอซ์ ให้ข้อมูลน่าสนใจว่า “จีน” มีวัตนธรรมที่ใกล้เคียงกับ “ไทย” แล้วแพลตฟอร์มที่เราใช้กันทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม หรือยูทูบ นั้นทำมาเพื่อประชาสัมพันธ์ แต่แพลตฟอร์มของจีนทำมาเพื่อ “ค้าขาย” โดยเฉพาะ หลายคนมองว่าจีน “ล้าหลัง” แต่เมื่อเดินทางไปจีน จะพบว่าเป็นประเทศที่ปรับเปลี่ยนทุกเดือนและปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ถ้าจะไป “ตามหาของที่จีน” ผู้ประกอบการต้องมีของที่อยากได้ มีรูปและมีจินตนาการ ไม่อย่างนั้นจะเหนื่อยฟรี โดยมีแหล่งในแต่ละเมือง แบ่งเป็น กว่างโจ เด่นเรื่องผ้าและสิ่งทอ, เซินเจิ้น เด่นเรื่อง Gadget โทรศัพท์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, อี้อู เด่นเรื่องของใช้จิปาถะและใช้ในชีวิตประจำวัน, ซัวเถา เด่นเรื่องของเล่นและพลาสติก และ
อดีตเด็กที่ต้องลาออกจากโรงเรียนกลางคัน ในภาคตะวันออกของจีน ผู้ซึ่งผ่านพ้นจากเหตุการณ์ถูกทำร้ายร่างกายและการล้มละลาย ปัจจุบันกลายเป็นเจ้าของอาณาจักรซาลาเปาที่สามารถทำรายได้มหาศาลถึง 180 ล้านหยวน (ประมาณ 900 ล้านบาท) ต่อปี หลิว ฮุ่ยผิง (Liu Huiping) วัย 49 ปี จากมณฑลอันฮุย ซึ่งเขาต้องออกจากโรงเรียนมัธยมปลายก่อนกำหนด เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินให้พ่อแม่ โดยช่วงแรกเขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำเฟอร์นิเจอร์ ก่อนจะเปลี่ยนมาทุ่มเทให้กับการทำซาลาเปาแบบจีน ในปี 1998 หลิวได้ตัดสินใจกู้เงินจำนวน 4,000 หยวน (ประมาณ 20,000 บาท) เพื่อเดินทางไปเซี่ยงไฮ้เพื่อเปิดร้านขายซาลาเปาร้านแรกของเขา แต่ทว่าเนื่องจากเขาไม่ได้มีประสบการณ์มากนัก ทำให้ธุรกิจกลับล้มเหลวอย่างรวดเร็ว และทำให้ต้องมีหนี้สิน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ย่อท้อ เริ่มรับจ้างทำงานจิปาถะหลายอย่าง ตั้งแต่ขายอาหารทะเล รับจ้างฆ่างูในตลาด และทำงานเป็นพ่อครัว ตลอดช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับอุปสรรคเหล่านี้ จิตวิญญาณของการเป็นผู้ประกอบการในตัวเขาไม่เคยสั่นคลอน เขาเชื่อว่า “ในเซี่ยงไฮ้มีประชากร 25 ล้านคน ถ้าแต่ละคนยอมจ่ายเงินคนละ 4 หยวน (ประมาณ 20 บาท) ในช่ว
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า “จากการติดตามสถานการณ์ส่งออกข้าวคุณภาพสูง พบว่าการส่งออกข้าวอินทรีย์ไทยไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนเริ่มต้นปี 2569 อย่างสดใส หลังตัวเลขเดือนแรกของปีขยายตัวอย่างโดดเด่น โดยมีปริมาณส่งออก 638 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 334.01 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 31.32 ครองส่วนแบ่งตลาดส่งออกข้าวอินทรีย์ไทยอันดับ 1 สะท้อนถึงความต้องการและค่านิยมบริโภคข้าวอินทรีย์ไทยในกลุ่มผู้บริโภคชาวจีนที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและความปลอดภัยอาหาร” อธิบดีฯ กล่าวว่า “ปี 2568 ไทยส่งออกข้าวอินทรีย์รวม 26,110 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.12 คิดเป็นมูลค่าส่งออกรวม 1,210 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.21 และถือเป็นปีที่จีนก้าวขึ้นมามีบทบาทในตลาดข้าวอินทรีย์ของไทย โดยมีปริมาณส่งออกข้าวไปจีนในภาพรวม 3,352 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 727.65 หรือคิดเป็นมูลค่า 155 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 715.79 ปัจจัยสำคัญที่หนุนการเติบโตมาจากกระแสความนิยมบริโภคสินค้าเพื่อสุขภาพในจีนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มชนชั้นกลางและผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อ และพร้อมจ่าย
เคยไหมที่อยากขายของให้ลูกค้าชาวจีน แต่ติดปัญหาเรื่องภาษา ถึงโอกาสทางธุรกิจจะอยู่ตรงหน้า แต่กำแพงภาษาทำให้พลาดไปอย่างน่าเสียดาย แต่วันนี้ปัญหาเหล่านั้นอาจจะหมด เพราะปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย อย่างแอปพลิเคชัน AI เสียงจีน ตัวช่วยให้ผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ขาย ใช้สื่อสารธุรกิจได้อย่างง่ายดาย อย่างที่ทราบกันดีว่า ตลาดจีน คือตลาดที่มีโอกาสสร้างรายได้อย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทย หรือการค้าขายออนไลน์แบบข้ามประเทศ ศักยภาพการใช้จ่ายของคนจีนค่อนข้างสูง การเข้าถึงและเข้าใจความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้จึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ AI เสียงจีน ตัวช่วยผู้ประกอบการไทย ในอดีต หากจะสื่อสารไปยังลูกค้าชาวจีน อาจจะต้องมีการจ้างล่าม ซึ่งมีค่าตอบแทนที่สูงพอสมควร ดังนั้น บางผู้ประกอบการที่มีต้นทุนจำกัด การเลือกใช้แอป AI เสียงจีน จึงตอบโจทย์ในส่วนนี้ได้อย่างดี โดยแอป AI เสียงจีน มีลักษณะพิเศษดังนี้ ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดข้อจำกัดต่างๆ การมี แอป AI เสียงจีน เปรียบเสมือนการปลดล็อกศักยภาพทางธุรกิจ ไม่จำเป็นต้องพูดภาษาจีนได้คล่อง ก็สามารถเชื่อมโยงกับลูกค้ากลุ่มนี้ได้อย่างมี
ในงานสัมมนา Prachachat Exclusive Forum 2025 “คนพลิกวิกฤต” คุณโอห์ม-ดิศรา อุดมเดช Founder CEO Yell Advertising ได้มาแชร์ประสบการณ์การขยายธุรกิจใน SEA-จีน ว่าต้องไปอย่างชาญฉลาด และต่างจากคู่แข่ง ตลอดระยะเวลา 16 ปีที่เปิด Yell Advertising มา เห็นความเป็นไปในอุตสาหกรรมโฆษณามาโดยตลอด เขาบอกว่า จริงๆ แล้วบริษัทไทยเก่งมาก ติดอันดับท็อป ๆ ของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ แต่คนเก่งมักจะไปทำงานกับบริษัทต่างชาติ และไม่มีบริษัทไทยไปโตในระดับภูมิภาคเลย จนเริ่มคิดว่าสักวันหนึ่งจะทำให้ได้ อีกส่วนคือประเทศไทยมีประชากรอยู่ราว 60-70 ล้านคน แล้วงบฯ โฆษณาส่วนใหญ่กระจุกอยู่ที่กรุงเทพฯ ในฐานะ CEO ก็คิดว่าถ้าอยากให้บริษัทเติบโต และทำให้คนทำงานที่อยู่กับองค์กรมานานโตขึ้น ต้องพาบริษัทออกไปต่างประเทศแล้ว โดย Yell เริ่มไปเปิดออฟฟิศที่ต่างประเทศในสิงคโปร์ และค่อย ๆ ขยายไปที่จาการ์ตา กัวลาลัมเปอร์ จนกระทั่งไปที่จีน ซึ่งเป็น “ภาพจบ” ของแผนการขยายธุรกิจในเอเชีย เพราะต้องการเชื่อมความต้องการของ 2 ภูมิภาคเข้าด้วยกัน “ธุรกิจเป็นเรื่องของ Timing เราเห็นแล้วว่าจีนพยายามให้ผู้ประกอบการไปต่างประเทศ นี่แหละเวลาที่ดีที่สุดที่เร
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) สำรวจตลาดสัตว์เลี้ยงและธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงในจีน พบมีแนวโน้มขยายตัวสูงตามความต้องการเลี้ยงสัตว์ที่เพิ่มขึ้น เผยแม้อุตสาหกรรมการผลิตของจีนจะขยายตัว ทั้งการมีแบรนด์ของตัวเอง มุ่งสู่อัจฉริยะ รวมกลุ่มเป็นคลัสเตอร์ และเริ่มส่งออก แต่สินค้าไทยมีโอกาสเจาะเข้าสู่ตลาด เหตุได้รับการยอมรับในคุณภาพ และมาตรฐานที่จะทำให้ยังคงเจาะเข้าตลาดจีนได้ นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่างๆ ทำการสำรวจลู่ทางการค้า และโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศที่ประจำอยู่ ตามนโยบายกระทรวงพาณิชย์ ล่าสุดได้รับรายงานจากนายนิติ ปทุมวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองหนานหนิง สาธารณรัฐประชาชนจีน ถึงการสำรวจตลาดสัตว์เลี้ยง และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงในจีน รวมถึงโอกาสในการส่งออกสินค้าสัตว์เลี้ยงของไทยเข้าสู่ตลาดจีน เพื่อป้อนความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากการที่ชาวจีนนิยมเลี้ยงสัตว์เพิ่มมากขึ้น โดยทูตพาณิชย์ได้รายงานผลสำรวจว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา
“โรงงานจีน” คือเบื้องหลังสินค้านับไม่ถ้วนที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ของจิปาถะราคาหลักสิบ ไปจนถึงอุปกรณ์เทคโนโลยีระดับโลก ด้วยจุดแข็งด้านกำลังการผลิตมหาศาล ความรวดเร็ว และต้นทุนต่ำ จนได้รับสมญานามว่าเป็น “โรงงานของโลก” แต่ในความง่ายของการสั่งผลิต กลับซ่อนความยากของการ “เข้าไปดีล” เพราะการเดินเข้าประตูโรงงานจีน ไม่ได้หมายความว่าเราจะได้สินค้าตามที่คิด หรือดีลตามที่ฝันไว้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอพาไปดูเทคนิคการดีลโรงงานจีน โดย ผศ.ดร.ไอซ์-ธีรศานต์ สหัสสพาศน์ ผู้อำนวยการหลักสูตร DNA by SPU ซึ่งได้กล่าวไว้ในเวิร์กช็อป T-brand to China คลาสเรียนรุ่นที่ 1 ว่า โรงงานจีน ถือเป็นโรงงานของโลก ด้วยขนาดอุตสาหกรรขนาดใหญ่และหลากหลาย ซึ่งแต่ละเมืองมีความเชี่ยวชาญแตกต่างกันออกไป อย่าง กว่างโจว เด่นด้านสิ่งทอ อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องจักร, เซินเจิ้น คือศูนย์กลางเทคโนโลยี ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิสก์ และไฮเทค, อี้อู เด่นด้านสินค้าจิปาถะ และของใช้ประจำวัน และ ซัวเถา เด่นด้านของเล่น และพลาสติก จากความหลากหลายของสินค้า อาจทำให้ผู้ประกอบการตัดสินใจได้ยาก ว่าจะนำสินค้าประเภทไหนมาจำหน่าย ผศ.ดร.ไอซ์
แน่นอนว่านอกจากการไหว้เจ้าขอพรให้ปีใหม่ที่จะมาถึง โดยฤกษ์ไหว้ตรุษจีน 2569 ตรงกับวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือไอเทมที่มีสีแดง เพราะเป็นสีมงคลของชาวจีน ที่เชื่อว่าจะช่วยเสริมโชคลาภ เงินทองไหลมาเทมา ทำไมตรุษจีนต้องสีแดง? เหตุผลที่ชาวจีนนิยมใช้สีแดงในวันมงคล เพราะคนจีนมีความเชื่อว่า สีแดงเป็นสัญลักษณ์ของการเฉลิมฉลองความโชคดี สีแดง คือหยาง อันหมายถึง ดวงอาทิตย์ สัญลักษณ์ของพลังแห่งบุรุษเพศ การเคลื่อนไหว ความกระตือรือร้น การเคลื่อนขึ้นไปด้านบน การเจริญเติบโต ความเจริญรุ่งเรือง ความร้อนแรง ความโชคดี ความเคารพ การป้องกัน และการยอมรับนับถือ (ตรงข้ามกับ หยิน) และเนื่องจากสีแดงเป็นสี มงคล ในงานแต่งงาน ในวันตรุษจีน (ปีใหม่) และโอกาสพิเศษที่น่ายินดีล้วนต้องเป็นสีแดง โดยความเชื่อเรื่องสีแดงไม่ได้เป็นแค่สัญลักษณ์ของความมงคลอย่างเดียว สีแดงในความเชื่อของผู้คนนานาชาติ มีความหมายแตกต่างกันออกไป เช่น ชาวอินเดีย เชื่อว่า สีแดง คือความบริสุทธิ์ ราคะ และจิตวิญาณ นอกจากนี้ยังเป็นสีกายของพระอาทิตย์ เทพชั้นสูงตามความเชื่อของชาวฮินดู ชาวญี่ปุ่น ถือว่า สีแดงค
