จีน
สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า หลิวหลิน หญิงสาวชาวจีนจากอำเภอโจวหนิง มณฑลฝูเจี้ยน ทางตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเคยอยู่ในแวดวงธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ได้ซื้อไม้อวบน้ำกระถางแรกโดยบังเอิญเมื่อกว่า 10 ปีก่อน ก่อนจะค่อยๆ หลงใหลและสะสมจนมีไม้อวบน้ำมากกว่า 2,000 กระถาง และเปลี่ยนบ้านของเธอให้กลายเป็น “อาณาจักรไม้อวบน้ำ” ในปี 2020 หลิวหลินเริ่มถ่ายวิดีโอไม้อวบน้ำและเผยแพร่ลงในสื่อออนไลน์ ซึ่งได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี เธอนำไม้อวบน้ำมาทดลองวางจำหน่ายหน้าร้านวัสดุก่อสร้างของตนเอง และสามารถทำรายได้กว่า 1,000 หยวน (ราว 4,500 บาท) ตั้งแต่วันแรก จากนั้นหลิวหลินจึงได้เช่าพื้นที่มากกว่า 300 ตารางเมตร เพื่อศึกษาเกี่ยวกับไม้อวบน้ำโดยเฉพาะ ด้วยแรงสนับสนุนจากนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมไม้ดอกของอำเภอโจวหนิง ภายในปี 2023 หลิวหลินได้เช่าเรือนกระจกที่ไม่ได้ใช้งานขนาดกว่า 10 หมู่ (ราว 4.2 ไร่) ในตำบลผู่หยวน เพื่อจัดตั้งบริษัทที่มุ่งเน้นด้านการวิจัยและพัฒนาเทคนิคการเพาะเลี้ยงไม้อวบน้ำ การผสมพันธุ์ การออกแบบ และจัดกิจกรรมศึกษาดูงาน โดยเฉพาะเลี้ยงไม้อวบน้ำมากกว่า 200 สายพันธุ์ อย่างไรก็ตาม ในช่วง
Trip.com Group ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลก เปิดข้อมูลเชิงลึก เกี่ยวกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในงาน Trip.Best Roadshow : Southeast Asia Travel Trends Unpacked โดยข้อมูลชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของนักท่องเที่ยวไทย ที่หันมาสนใจท่องเที่ยวไปยังเมืองรองของจีนมากขึ้น พร้อมปรับสไตล์การท่องเที่ยวจากการท่องเที่ยวแบบเข้าชมสถานที่ ไปเป็นการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์แทน จากข้อมูลของ Trip.Best ในปี 2568 พบว่า ฉงชิ่ง กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่เติบโตเร็วที่สุดในหมู่นักท่องเที่ยวไทย โดยยอดการเข้าชมบน Trip.Best เพิ่มขึ้นถึง 395% เมื่อเทียบกับปีก่อน และยอดจองพุ่งสูงถึง 828% เมืองบนภูเขาแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องอาหารรสจัดคล้ายอาหารไทย พร้อมสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ จึงกลายเป็นปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไทยที่กำลังมองหาประสบการณ์อย่างแท้จริง นอกเหนือจากจุดหมายปลายทางแบบดั้งเดิม การพัฒนาการท่องเที่ยวของไทย นายเอ็ดมันด์ ออง ผู้อำนวยการอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และผู้จัดการทั่วไป Trip.com ประเทศสิงคโปร์ กล่าวว่า “นักท
จากเมื่อก่อนซีรีส์จีนมักจะมีภาพจำแนวพีเรียด-ย้อนยุค แต่ตอนนี้สิ่งที่ทำให้ซีรีส์จีนกลับมามีกระแส นั่นคือ “ละครสั้นจีน” หรือที่คนจีนเรียกกันว่า Duanju (短剧) ซึ่งเป็นมินิซีรีส์แบบคลิปสั้น ความยาวเฉลี่ยตอนละ 1-5 นาที แต่กลับสามารถดึงดูดผู้ชมให้อยู่หมัดแบบต่อเนื่องหลายสิบตอน โดยเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมามีคนเสิร์ชคำว่า “ละครสั้นจีน” บนติ๊กต็อกเพิ่มขึ้นกว่า 300% ใน 1 ปี และแฮชแท็กจีนอย่าง #短剧 (Duanju) มีผู้ชมรวมมากกว่า 3 แสนล้านวิวในจีน และเมื่อปี 2567 ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมละครสั้นมีรายได้พุ่งขึ้น 35% หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 50,440 ล้านหยวน (ประมาณ 227,730 ล้านบาท) และพบว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่าพันล้านคนในจีนกว่า 1 ใน 3 คน มีการดูละครสั้นทุกวัน จุดเริ่มต้น “ละครสั้น” ในปี 2018 หลังจาก TikTok เปิดตัว ละครสั้นจีนได้รับความนิยมมากในประเทศจีน บริษัทต่างๆ เช่น Kuaishou Technology และ Tencent Holdings ได้ดึงดูดผู้ชมหลายสิบล้านคน ที่มักจะเลื่อนหน้าจอเพื่อดูเรื่องราวใหม่ๆ หรือดูคลิปที่กำลังเป็นไวรัล การเติบโตของแพลตฟอร์มเหล่านี้ ทำให้ผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในจีน ที่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมสตรีมมิงภาพยนตร์และทีวี ต้อ
Xiaohongshu (เสี่ยวหงซู) หรือ RedNote แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดนิยมจากจีน ได้ทำการปรับภาพลักษณ์ใหม่ โดยเปลี่ยนสโลแกนจาก “Your Life Guide” หรือคู่มือชีวิตของคุณ เป็น “Your Community of Life Interests” หรือชุมชนความน่าสนใจของชีวิต ซึ่งแต่เดิม Xiaohongshu จะโดดเด่นในเรื่องของการรีวิวอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว หรือการช้อปปิ้ง เป็นต้น โดยในปี 2024 ได้รับความนิยมด้วยวลี “Find Great Things from Abroad” หรือ ค้นหาสิ่งดีๆ จากต่างประเทศ ก่อนจะเปลี่ยนเป็น “A Better Life Around the World” และ “Mark My Life” ปัจจุบันการหาแรงบันดาลใจจาก Xiaohongshu ได้กลายเป็นกิจวัตรประจำวันของใครหลายคนไปแล้ว ทำให้สโลแกนใหม่นี้ไม่ได้เป็นเพียงการปรับกลยุทธ์ แต่ยังเป็นการบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงจากการใช้งาน สู่ “Emotional Connection” หรือการเชื่อมโยงทางอารมณ์ เมื่อเทียบกับสโลแกนก่อนหน้า สโลแกนใหม่นี้เป็นเหมือนการเน้นย้ำถึงปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรู้สึกของชุมชน นอกจากนี้ Xiaohongshu ยังได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ Interest Neighborhoods หรือชุมชนที่น่าสนใจ ซึ่งมีทั้งหมด 8 โซนที่แตกต่างกัน ครอบคลุมตั้งแต่ เกม อนิเมะ ก
ในยุคที่โซเชียลมีเดียขับเคลื่อนพฤติกรรมผู้บริโภค สินค้าบางอย่างที่เคยถูกมองข้ามอาจกลายเป็น “ดาวเด่น” ที่สร้างยอดขายถล่มทลายได้อย่างไม่น่าเชื่อ เช่นเดียวกับปรากฏการณ์ของ “คิวพี มายองเนส” ในประเทศไทย ที่กลายเป็น “ม้านอกสายตา” แต่กลับสามารถกวาดเงินจากกระเป๋านักท่องเที่ยวชาวจีนไปได้อย่างงดงาม คนไทยคุ้นเคยกับแบรนด์ คิวพี (QP) ในฐานะผู้ผลิตเครื่องปรุงรสคุณภาพดี ไม่ว่าจะเป็นน้ำส้มสายชู หรือมายองเนสรสชาติต้นตำรับที่อยู่คู่ครัวไทยมายาวนาน แต่ความจริงแล้ว คิวพีก็มีวางจำหน่ายในประเทศจีนอยู่แล้วในบางรสชาติ ทำให้คนจีนคุ้นเคยกับแบรนด์นี้มาบ้าง ไม่ได้เป็นแบรนด์ใหม่ที่ไม่เคยรู้จักเลย ทว่า สิ่งที่จุดประกายความนิยมอย่างก้าวกระโดดคือ “การเปิดรับรสชาติใหม่ๆ” โดยเฉพาะกลุ่มคนจีนสมัยใหม่ที่เปิดใจรับวัฒนธรรมการบริโภคใหม่ๆ มากขึ้น มายองเนสอาจยังไม่ใช่เครื่องปรุงหลักที่แพร่หลายในจีนนัก จนกระทั่งการมาเยือนประเทศไทย ได้พลิกโฉมความเข้าใจนี้ไปอย่างสิ้นเชิง จุดประกายจากรสชาติที่ไม่เหมือนใคร เมื่อนักท่องเที่ยวจีนได้ลองลิ้มรสมายองเนสของคิวพีในประเทศไทย พวกเขาได้พบก
พูดถึงการบุกตลาดจีน หนึ่งในสิ่งที่ธุรกิจไทยต้องรู้คือ “การเข้าใจผู้บริโภคจีน” ให้มากขึ้น เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทยที่อยากพาแบรนด์ไปเติบโต “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะมาสรุปความน่าสนใจของ Session Talk : Brand Go China : บุกจีนให้ปัง ธุรกิจไทยต้องรู้ โดย คุณโทมัส-พิชเยนทร์ หงษ์ภักดี และคุณโบว์-ณชา จึงกานต์กุล ดำเนินรายการโดย คุณอธิกร ศรียาสวิน (ก้า อรินธรณ์) ที่งาน #ThaiChineseGoldenFest2025 จุดเริ่มต้น มองจีนให้มากขึ้น “คุณโบว์-ณชา จึงกานต์กุล” เจ้าของแบรนด์ Kunna เริ่มต้นจากความหลงใหลในเสน่ห์ของภาษาจีน เธอเริ่มเรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับประเทศจีน ทั้งภาษา วัฒนธรรม รวมถึงผู้คน และได้พาตัวเองเข้าไปอยู่ในสังคมนั้น ด้วยการไปเรียนและฝึกงานที่สถานทูตไทยในปักกิ่ง จนมองเห็นว่า “คนจีนเป็นมนุษย์พันธุ์พิเศษ เป็นยอดนักสู้ และเป็นแหล่งหาไอเดียธุรกิจ” จากการสังเกตสินค้าที่คนจีนเลือกซื้อในซูเปอร์มาร์เก็ต หนึ่งในนั้นคือ “สินค้าไทย” แต่เป็นสินค้าที่ผลิตในขั้นปฐมภูมิ ไม่มีการเพิ่มมูลค่าอะไรเข้าไป จึงได้เกิดความคิด อยากพัฒนาสินค้าเกษตรจากไทย ที่ไม่ใช่สินค้า 3 ถุง 10
ประเทศจีน ถือเป็นแหล่งผลิตสินค้าขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ของใช้ในชีวิตประจำวัน เสื้อผ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงสินค้าทำกำไรในตลาดอีคอมเมิร์ซมากมาย ล้วนมีต้นทางมาจากจีนแทบทั้งนั้น ด้วยกำลังการผลิตมหาศาล และราคาที่แข่งขันได้ จึงทำให้จีนกลายเป็นจุดหมายสำคัญของผู้ประกอบการในการต่อยอดธุรกิจ แต่การเข้าไป ‘ดีลโรงงานจีน’ เพื่อสั่งผลิต สั่งซื้อสินค้าหรือค้นหาวัตถุดิบต่างๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้ามีกูรูแนะนำทางที่ใช่ บอกขั้นตอนที่ชัด ก็มีโอกาสไปถึงเป้าหมายได้ไม่ยาก วันนี้ ‘เส้นทางเศรษฐีออนไลน์’ จะพาไปพูดคุยกับ ดร.ไอซ์-ธีรศานต์ สหัสสพาศน์ ผู้อำนวยการหลักสูตร DNA by SPU เกี่ยวกับการดีลโรงงานจีน จากประสบการณ์จริงที่เคยลองผิดลองถูกมาก่อน พาไปรู้จัก ดร.ไอซ์ ในอีกบทบาทของ ดร.ไอซ์ คือเจ้าของธุรกิจ ‘SOdA OEM.’ ที่ทำร่วมกับ คุณครีม-ธวัชชัย สหัสสพาศน์ (น้องชาย) รับผลิตและจำหน่ายสินค้าประเภทของขวัญ ด้วยจุดขาย มีชิ้นเดียวในโลก ไม่มีขั้นต่ำ ทั้งภาพพิมพ์แคนวาส ภาพตกแต่งบ้าน สินค้าแฟชั่น อย่าง เสื้อยืด กระเป๋าผ้า และแมสก์ผ้า เป็นต้น สินค้าของ SOdA OEM. เรียกว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก อย่างในช
อำเภอเฉิงม่าย มณฑลไห่หนาน (ไหหลำ) ทางตอนใต้ของจีน มีชื่อเสียงในฐานะ “แหล่งกำเนิดไม้กฤษณาของจีน” โดยโซนเวิร์กช็อปแปรรูปของบริษัทท้องถิ่นแห่งหนึ่งนั้นมีไม้กฤษณาสารพัดขนาดจัดเรียงอย่างประณีต ซึ่งชิ้นส่วนไม้เกือบทั้งหมดถูกนำมาแกะสลักเป็นเครื่องประดับ เศษไม้ถูกนำไปทำเป็นธูปหอม ผงไม้กฤษณาแปรรูปกลายเป็นน้ำมันหอมระเหย และแม้แต่กากไม้ยังถูกนำไปทำปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง เจ้าหน้าที่จากบริษัท ไห่หนาน ฉางซู่ ซีดลิงส์ เดเวลอปเมนต์ จำกัด กล่าวว่า วัสดุจากไม้กฤษณาล้วนมีมูลค่า บริษัทฯ พัฒนารูปแบบธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการปลูกต้นกล้า การเพาะปลูก การแปรรูป และการขาย ซึ่งสามารถผลิตต้นกล้าไม้กฤษณา 5 แสนต้นต่อปี สร้างงานโดยตรง 60 อัตรา ในอดีตนั้น ไม้กฤษณาป่าต้องใช้เวลาหลายสิบหรือหลายร้อยปีจึงจะโตเต็มที่ แต่ปัจจุบันอุตสาหกรรมนี้ขยายตัวได้ด้วยการเพาะพันธุ์แบบเทียม โดยพื้นที่ปลูกไม้กฤษณาของเฉิงม่ายขยายเป็น 30,000 หมู่ (ราว 12,500 ไร่) มีฐานการแปรรูป 42 แห่ง สร้างมูลค่าผลผลิตกว่า 100 ล้านหยวน (ราว 453 ล้านบาท) ต่อปี และมีแผนเพิ่มพื้นที่ปลูกอีก 5,000 หมู่ (ราว 2,000 ไร่) ในปีนี้ จางไท่จี ผู้อำนวยก
สินค้า “ทุเรียนกรอบ” (ฟรีซดราย) สีเหลืองนวลตาดึงดูดผู้คนแวะเวียนพาวิลเลียนไทยภายในงานแสดงสินค้าจีน-เอเชียใต้ ครั้งที่ 9 ในเมืองคุนหมิง มณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ซึ่งสิ้นสุดลงเมื่อวันอังคาร กัญจน์ ศรีวรรณวัฒน์ ผู้จัดแสดงสินค้าของไทย กล่าวว่า เขาเข้าร่วมงานนี้เป็นครั้งแรกและนำผลิตภัณฑ์ทุเรียนกรอบหรือทุเรียนฟรีซดราย รวมถึงมังคุดฟรีซดราย มาจำหน่ายมากกว่าสิบกล่อง ซึ่งได้กระแสตอบรับที่ดีจากเหล่าผู้บริโภคชาวจีน เบื้องหลังรสหวานหอมนี้คือ “ทางรถไฟจีน-ลาว” ที่ขนส่งทุเรียนอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยทางรถไฟฯ ได้ขนส่งสินค้ามากกว่า 60 ล้านตัน เมื่อนับตั้งแต่เปิดบริการจนถึงเดือนพฤษภาคม 2025 ซึ่งเป็นสินค้าข้ามพรมแดนมากกว่า 13 ล้านตัน ระบบขนส่งสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิครบวงจร เส้นทางจีน-ลาว-ไทย ช่วยให้การขนส่งผลไม้จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สู่จีนใช้เวลาไม่เกิน 40 ชั่วโมง ขณะรถไฟสินค้าระหว่างประเทศ เส้นทางล้านช้าง-แม่โขง ใช้เวลา 26 ชั่วโมง และลดต้นทุนโลจิสติกส์ร้อยละ 30-50 หน่วยงานการรถไฟท้องถิ่น ระบุว่า มีการขนส่งผลไม้เขตร้อนอย่างทุเรียนและมังคุดผ
การเข้าใจ พฤติกรรมของผู้บริโภค เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจ เพราะเมื่อรู้ความต้องการและพฤติกรรมเชิงลึกของลูกค้า ผู้ประกอบการจะสามารถตัดสินใจดำเนินธุรกิจได้อย่างแม่นยำและถูกทิศทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการไทย การทำความเข้าใจ พฤติกรรมของผู้บริโภคจีน ถือเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งกว่าทางเลือก เพราะตลาดจีนมีขนาดใหญ่และกำลังซื้อมหาศาล การลงทุนเวลาศึกษาและเจาะลึกพฤติกรรมของชาวจีนจึงเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จในตลาดแดนมังกร คุณเฟิร์น-ดร.ปณิชา ประทีปะวณิช Co-founder Mango Group และผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ Social Media China เล่าถึงจุดเริ่มต้นที่เป็น “สัญญาณ” ให้ตัดสินใจไปค้าขายที่จีนไว้อย่างน่าสนใจ บนเวที สัมมนาพิเศษ “PRACHACHAT EXCLUSIVE FORUM 2025 คน…พลิกวิกฤต” ภายใต้หัวข้อ Think Reiginal การเปิดตัวไปสู่โลกกว้างเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2568 ว่า “ตอนนี้จีนกลายมาเป็นประเทศที่มีอิทธิพล เราจึงอยากไปก่อนที่มี ‘วิกฤต’ ในตอนที่เรามีความสุขอยู่ โดยเริ่มต้นทำสินค้าที่คนจีนคิดอยู่แล้วว่า เรา(ไทย)เก่งอะไร ลองไปทำโฆษณาและลองทำสินค้าด้วยเงินตัวเองแล้วขายเลย กลายมาเป็น ‘รังนก’” ค
