ทำไรรวย
หมึก หอย ปู ปลา กุ้ง กั้ง เครื่องแน่น ตรงปก โฟรวมรส ร้านเด็ด เมืองตราด เที่ยวเมืองไทยยามนี้ คึกคักหลายจังหวัด เมื่อวันก่อน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสไปเยี่ยมเยือนเมืองตราด จังหวัดสุดเขตชายแดนภาคตะวันออก ที่มีเกาะแก่งในอ่าวไทย เป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อหลายแห่ง ทั้ง เกาะช้าง เกาะกูด เกาะหมาก ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ แต่เช้า ขับรถพอเพลินๆ ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงเศษ ถึงจุดหมายปลายทาง ได้เวลาอาหารกลางวันพอดี เจ้าของบ้าน ไม่รอรี ขับรถนำคณะอาคันตุกะจากเมืองหลวง ไปรับประทานของอร่อย เป็นการต้อนรับ ร้านอร่อยที่คนในพื้นที่ ภูมิใจนำเสนอ หาไม่ยาก หากวิ่งมาจากเส้นสุขุมวิทเข้าเมืองตราด ให้มาทางเส้นคลองใหญ่ พอเลี้ยวซ้ายมาจะเจอห้างแม็คโคร เลยมาอีกหน่อย มองทางขวา ร้านเป้าหมาย อยู่ติดกับร้านติดตั้งศูนย์ถ่วงล้อ มองเห็นง่าย สำรวจบรรยากาศร้านด้วยสายตา เห็นความสะอาดสะอ้าน เรียบง่าย น่านั่ง โต๊ะเก้าอี้ ตั้งไว้ห่างกันไม่อึดอัด ครั้นมองหาเมนูประจำร้าน เห็นป้ายบอกชนิดและราคาแขวนไว้ให้เลือกสั่ง ส่วนใหญ่เป็นก๋วยเตี๋ยว ประเภท เย็นตาโฟ และ ต้มยำน้ำข้น มีเมนูข้าวเพียงอย่างเดียว คือ ข้าวขาหมู “ไฮไลต์ ร้านนี้ ต้องเย
หนุ่มยโสธร ผุดเมนู ยำหอยโข่ง กระตุ้นยอดขายช่วงโควิด ผลตอบรับดี ทำขายวันละ 30 กิโลกรัม เป็นเวลาเกือบปีแล้ว ที่ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย เผชิญหน้ากับสภาวะเศรษฐกิจการค้าขายซบเซา ทำให้เหล่าร้านค้าและร้านอาหารต่างๆ ต้องทำการปรับเปลี่ยนสินค้าให้มีความหลากหลาย ทั้งวิธีการนำเสนอใหม่ๆ รวมถึง เมนูที่ไม่เหมือนใคร เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค ร้านส้มตำประตูเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า ในจังหวัดยโสธร ก็เป็นอีกหนึ่งร้านที่ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ นำเมนูแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร เข้ามาเป็นตัวกระตุ้นยอดขายของร้านในช่วงโควิด-19 ซึ่งเมนูที่ว่านั่นก็คือ ยำหอยโข่ง นั่นเอง โดย คุณฟาร์ม-นัฐธิชานนท์ ถาวร เจ้าของร้านส้มตำประตูเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า วัย 32 ปี ให้สัมภาษณ์กับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า แต่เดิมร้านนี้เป็นร้านขายลาบเป็ด โดยมีตนคอยยืนช่วยมารดาทำขายมาตั้งแต่เด็กๆ จนเวลาผันเปลี่ยน เมนูที่เคยขายดีในวันเก่านั้นเริ่มขายได้ไม่เหมือนเดิม ประกอบกับตนเรียนจบมาทางด้านอาหารและมารับช่วงต่อร้านจากมารดา จึงตัดสินใจเปลี่ยนร้านมาขายส้มตำ และตั้งชื่อร้านว่า ส้มตำประตูเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า ซึ่งปัจจุบันดำเนินกิจการมาได้กว่า 8 ปีแล้ว R
ดูแลประดุจลูก เปิดใจ เจ้าของร้านเพราพุงกาง บาย เจ๊ตั๊ก ผู้ยึดคติ ให้เท่ากับได้รับ ร้านเพราพุงกาง บาย เจ๊ตั๊ก เป็นร้านอาหารเล็กๆ ย่านรัชดาที่เปิดขายอาหารตามสั่งมากว่า 20 ปี แม้จะเป็นร้านลับในซอยลึกห่างจากถนนใหญ่ แต่ร้านอาหารแห่งนี้ก็ขายดีเสมอมาไม่เคยเปลี่ยน สิ่งหนึ่งเพราะ คุณตั๊ก-วาสนา มาเหลน วัย 52 ปี เจ้าของร้านแห่งนี้ ที่เน้นการค้าขายด้วยความเอื้ออารีและมิตรไมตรีที่มีให้กับลูกค้าทุกคนเสมอมา เป็นร้านอาหารตามสั่งที่นอกจากจะราคาไม่แพง ใช้วัตถุดิบอย่างดีแล้ว ให้อาหารเยอะแล้ว ยังให้ลูกค้าเติมข้าวฟรี ตักน้ำแข็งได้ฟรี และดูแลลูกค้าทุกคนเหมือนลูกอีกด้วย “ก่อนหน้านั้นตอนแม่ทำงานแล้วเงินเดือนน้อย เวลาไปกินข้าวกลางวัน สั่งข้าวจานหนึ่งได้นิดเดียว ตอนนั้นเราก็คิดในใจว่าถ้าเราทำร้านอาหารนะ เราจะให้จานหนึ่งให้อิ่มไปเลย พอแม่มาเริ่มทำร้านอาหารนี้สมัยปี 2540 ตอนนั้นมีวิกฤตฟองสบู่แตก ด้วยเราก็มองว่าถ้าขายอาหารราคาแพงใครเขาจะมาซื้อ เราก็ต้องขายอาหารไม่แพง แต่คุณภาพดี ของที่ใช้ในร้านเลือกแต่ของดีๆ เพราะอยากเห็นลูกค้ามีความสุข เวลาเห็นคนมาที่ร้านมากิน มายิ้ม มาหัวเราะกัน เราก็มีความสุขไปด้วย อาหารที่นี่
เฮิร์บส สตาร์ทเตอร์-ไฟน์ฟู้ดส์ 2 สตาร์ตอัพเลือดใหม่ ผู้เปิดประตูโอท็อปเกษตร ให้โตในตลาดออนไลน์ เกษตรกรไทยจะไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังอีกต่อไป เพราะในวันนี้นวัตกรรมและแพลตฟอร์มออนไลน์จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีเดิมๆ ของเกษตรกร ให้กลายเป็น Smart Farmer : สมาร์ทฟาร์มเมอร์ หรือการทำการเกษตรที่ใช้นวัตกรรมเข้าไปขับเคลื่อนในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเพิ่มผลผลิต ลดความเสี่ยง เพิ่มมูลค่า เพิ่มช่องทางการขายให้กว้างขวางมากขึ้น เพราะล่าสุด สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ได้จัดโครงการ Agtech4OTOP ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ดึงเอาสตาร์ตอัพด้านเกษตรที่หลากหลาย อีกทั้งยังมีความพร้อม และความจริงใจที่จะเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเต็มที่ โดยวันนี้เรามี 2 สตาร์ตอัพที่พร้อมจะติดเขี้ยวเล็บอันใหม่ให้กับเกษตรกรไทย อย่าง “Herbs Starter” และ “Find Food” เริ่มกันที่ Herbs Starter แพลตฟอร์มที่จะเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกรอย่างครบวงจร โดย คุณอิสรีย์ นิตยสมบูรณ์ Co-Founder Herbs Starter เล่าว่า Herbs Starter เป็นแพลตฟอร์มที่ต่อยอดจาก Hub of Herbs ซึ่งเกิดจากความตั้งใจที่ต้องการจะช่วยเหลือเกษตรกรทั่วประเทศให้สา
กลัวที่ไหน! หมดยุคสิ่งพิมพ์ การ์ตูนนิสต์ งานหด หันขายพิซซ่า เฮาส์ เมื่ออาชีพเลี้ยงตัว คือ วาดภาพการ์ตูน ส่งให้ตามสื่อสิ่งพิมพ์ หรือเรียกกันว่า การ์ตูนนิสต์ นั้น เดินมาถึงหนทางตีบตัน เหตุเพราะโลกออนไลน์คืบคลานครอบคลุม ผู้คนเลิกอ่านหนังสือ หันมาเสพสื่อผ่านสมาร์ทโฟนกันทั้งบ้านทั้งเมือง สื่อกระดาษน้อยใหญ่ จึงทยอยล้มหายตายจาก หากจะพึ่งพารายได้จากการทำงานเดิมๆ คงเป็นไปไม่ได้ คุณป้อม –จิรบูล ศิริเมือง การ์ตูนนิสต์ วัยห้าสิบเศษ จึงมองหาอาชีพอื่นเลี้ยงตัว แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง เพราะที่ผ่านมาไม่เคยดิ้นรนทำงานอื่นใด นอกจากวาดการ์ตูน กระทั่งเพื่อนสนิท ซึ่งทำงานดูแลร้านชาแบรนด์ดังแถบภาคอีสาน มาแนะนำให้ลงทุนซื้อแฟรนไชส์ ไปเปิดที่ร้อยเอ็ด จังหวัดบ้านเกิดของเขา เริ่มแรกไม่ค่อยแน่ใจ เพราะเพื่อนบอก ลงทุนหนึ่งแสนบาท เดือนเดียวคืนทุนแล้ว “ไม่ถนัดเรื่องค้าขาย เพราะเขียนแต่การ์ตูนมาตลอด แต่เพื่อนบอก แค่มีพื้นที่หน้าโรงเรียน เดือนเดียวคืนทุนแสนนึง ผมบอกมันใช่เหรอ และคิดว่าไม่ใช่งานที่ถนัดอยู่ดี แต่สุดท้ายก็ลงทุน จ้างลูกน้องมาขาย แรกๆ ขายดีอยู่ แต่ทำไปปีกว่า ยอดเริ่มตก” คุณป้อม เล่าประสบการณ์ เมื่อราว 4-5
ลูกชิ้นปลามันดูน้ำแตก ธุรกิจใหม่ของ บุ๊กโกะ ดีเจอารมณ์ดี เปิดตัว 3 เดือน ขายเกือบหมื่นกิโล ทำเอาสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วโลก กระทบไปทุกภาคอุตสาหกรรม กับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งวงการบันเทิงเอง ก็โดนเอฟเฟกต์นี้ไปด้วย ทำให้เหล่าคนบันเทิงหลายๆ คน ผุดอาชีพเสริมที่ 2 ที่ 3 กันเป็นแถบๆ และ บุ๊กโกะ-ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล ก็เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งธุรกิจ ลูกชิ้นปลามันดูน้ำแตก กลายเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่คุณบุ๊กโกะ ได้ร่วมลงทุนทำกับน้องสาวคนสวยอย่าง คุณเบลเยี่ยม-ภาวินี บูรณาชีวาวิไล ซึ่งก่อนที่จะมีธุรกิจลูกชิ้นปลา คุณบุ๊กโกะเอง ก็มีธุรกิจอาหารเสริมควบคุมน้ำหนักและธุรกิจทัวร์ศัลยกรรมที่ทำมาอยู่ก่อนแล้ว “พอเกิดโควิด ธุรกิจอย่างเอเยนซี่ศัลยกรรมความงาม ในการพาคนไทยไปทำศัลยกรรมที่เกาหลี ที่เบลเยี่ยมทำกับพี่บุ๊กโกะ มันสะดุดเพราะเดินทางไม่ได้ และไม่แน่ใจว่าเมื่อไหร่จะกลับมาเดินทางได้ปกติ แล้วถ้ากลับมาเดินทางได้ปกติ กำลังซื้อจะกลับมาเหมือนเดิมไหม เพราะพิษเศรษฐกิจหลังจากได้รับผลกระทบจากโควิด ไม่รู้จะฟื้นเมื่อไหร่ ก็เลยมาคิดกันว่าจะทำอะไรกัน ก็มาลงตัวที่ลูกชิ้นปลามันดูน้ำแตก” คุณเบลเยี่ย
ไปไงต่อ! สื่อกระดาษหาย รายได้หด นักเขียนการ์ตูน คิดไม่ตก ซื้อแฟรนไชส์ก็ไม่รุ่ง คุณป้อม-จิรบูล ศิริเมือง ปัจจุบันอายุ 52 ปี พื้นเพเป็นคนร้อยเอ็ด จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร คณะครุศาสตร์ เอกประถมฯ แต่ด้วยมีใจรักด้านศิลปะขีดเขียน หลังจากเรียนจบออกมาแล้ว ยึดอาชีพเป็น นักเขียนการ์ตูน มาตลอด “ชอบวาดการ์ตูนมาตั้งแต่เด็ก ตอนแรกจะเรียนสถาปัตย์ แต่มีเหตุผิดพลาด ประกอบพ่อ อยากให้เป็นครู เลยเรียนให้ท่าน ผมเป็นผู้ชายคนเดียวในห้อง หลังเรียนจบ เคยไปสอบเป็นข้าราชการครู สอบติดนะแต่ไม่สละสิทธิ์ และหาเลี้ยงตัวด้วยการวาดการ์ตูนเรื่อยมา” คุณป้อม ย้อนความทรงจำ ก่อนคุยให้ฟังต่อ การยึดอาชีพ นักเขียนการ์ตูน ของเขานั้น เป็นลักษณะ ฟรีแลนซ์ คือ ได้ค่าตอบแทนจากสื่อสิ่งพิมพ์สำนักต่างๆ เป็นรายชิ้นไป “อาชีพนักเขียนการ์ตูน สมัยก่อนพอเลี้ยงตัวได้ ที่ผ่านมาไม่เคยสมัครงานบริษัทเลย ช่วงปี 2535-2536 เคยมีคนเสนอให้เป็นบรรณาธิการหนังสือเด็ก ให้เงินเดือน 8 พันบาท ก็มานั่งคิด ไม่คุ้ม เพราะช่วงนั้น เขียนการ์ตูน เริ่มต้น ได้ชิ้นละ 250 บาท หน้าสี ชิ้นละ 400-450 บาท ถ้าเป็นการ์ตูนการเมือง จะได้เยอะขึ้นอีกหน่
กรินนี่ ขนมอบกรอบไส้ทะลัก นวัตกรรมจากข้าวกล้องหอมมะลิ ผลผลิตเกษตรกรไทย สร้างรายได้หลักสิบล้านต่อปี หากเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ จะมีอยู่หนึ่งโซนที่ถือว่าเป็นโซนที่กินพื้นที่ร้านมากที่สุด นั่นคือ โซนขนม ที่มีมากกว่า 2 เชลฟ์เลยทีเดียว ซึ่งถ้ามานั่งมองกันดีๆ จะเห็นว่า บนเชลฟ์มีขนมขบเคี้ยววางขายอยู่หลากหลายยี่ห้อ ซึ่ง กรินนี่ ก็เป็นหนึ่งในนั้น คุณเมนี่-สุวิมล สิระนาท วัย 26 ปี กรรมการบริหาร บริษัท เติมเนเจอร์ อินดัสตรี้ จำกัด หรือ เจ้าของแบรนด์ขนมดังกล่าว ให้สัมภาษณ์กับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ถึงที่มาที่ไปของแบรนด์ขนมนี้ว่า กรินนี่ คือ ขนมขบเคี้ยวที่ปราศจากกลูเต็น เพราะทำจากข้าวกล้องหอมมะลิ ซึ่งเป็นผลผลิตจากเกษตรกรไทย มีคุณค่าทางอาหารสูง ซึ่งที่มาที่ไปของขนมดังกล่าว มาจากการที่เธอได้ทุนให้เปล่าจากในหลวง ร.9 ซึ่งถือเป็นภาษีจากประชาชนคนไทยด้วย ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ และรู้สึกอยากตอบแทนในหลวงและเงินจากภาษีของคนไทย จึงอยากนำความรู้ที่ได้มา ทำอะไรสักอย่างเพื่อหาเงินเข้าประเทศ “ก็รู้สึกว่า ทุนนี้ในหลวงให้เรา ซึ่งมันก็เป็นเงินภาษีของคนไทยเหมือนกัน มาเรียนนะ พอจบมาก็ทำงานในบริษัทต่างชาติ มัน
ความฝันของด้อน! อยากเป็นนักกายภาพฯ ส่งต่อความรู้ ผู้ป่วย-ผู้สูงอายุ ดูแลตัวเองได้ ด้อน-รอมมาฎอน สองเมือง นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะกายภาพบําบัดและเวชศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยรังสิต ในฐานะเป็นผู้ได้รับทุนพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประจําปีการศึกษา 2562 และได้รับรางวัลด้านคุณธรรมจริยธรรมดีเด่น ประจำปีการศึกษา 2562 จากสภาสถาบันการศึกษากายภาพบำบัดแห่งประเทศไทย เผยว่า ตัวเขาเองมักช่วยงานอาจารย์ที่โรงเรียนทำงานในสภานักเรียน และช่วงมัธยมศึกษาปีที่ 4 ได้เข้าเป็นแกนนำเยาวชน To Be Number 1 ของจังหวัดภูเก็ต “การทำกิจกรรมจิตอาสา เปลี่ยนทัศนคติและบุคลิกของผมไปในทางที่ดี จากเมื่อก่อนที่เป็นคนเก็บตัว ขี้อาย เข้าสังคมไม่เก่ง งานจิตอาสาทำให้ได้เปิดพื้นที่ใหม่ และกล้าที่จะเข้าสังคมมากขึ้น เพราะการทำงานจิตอาสานั้นต้องเจอผู้คนมากมาย จึงทำให้ต้องกล้าแสดงออก ไม่ปิดกั้นตัวเองอยู่ในกรอบ พอเข้ามาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยรังสิต ผมยังคงสานต่อการทำกิจกรรมจิตอาสา พร้อมกับการทำกิจกรรมทั้งของคณะและมหาวิทยาลัย เช่น ผู้นำเชียร์ลีดเดอร์ ผู้รับผิดชอ
แลกเปลี่ยน เรียนรู้ ที่ เพลาเพลิน ซึมซับวิถีชีวิตพื้นถิ่น สร้างคุณค่าคืนสู่สังคม เมื่อเร็วๆ นี้ อุทยานการเรียนรู้เพลาเพลิน จ.บุรีรัมย์ เปิดบ้านต้อนรับคณะผู้บริหาร และผู้เข้าร่วมโครงการ IMET MAX รุ่นที่ 3 โดยมูลนิธิเพื่อสถาบันการศึกษาวิชาการจัดการแห่งประเทศไทย (IMET: Institute for Management Education for Thailand Foundation) ซึ่งประกอบไปด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้บริหารระดับสูง จากหลากหลายธุรกิจ ร่วมกิจกรรม Outing ณ จ.บุรีรัมย์ เพื่อแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และซึมซับวิถีชีวิตพื้นถิ่น เพื่อขับเคลื่อนแนวคิดการเป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ที่มีความมุ่งมั่นในการสร้างคุณค่าให้กับตนเองและผู้อื่น ภายใต้คอนเซ็ปต์ Wisdom for Life and Social Values ในโอกาสนี้ คณะผู้เข้าร่วมกิจกรรม IMET MAX รุ่นที่ 3 นี้ได้มีการแลกเปลี่ยนแนวคิดและร่วมพูดคุยกับวิทยากร คุณพรทิพย์ อัษฏาธร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพลาเพลิน บูติค รีสอร์ท จำกัด และผู้ทรงคุณวุฒิวิสาหกิจศูนย์กลางการพัฒนาสมุนไพรเพลาเพลินเพื่อชุมชน ผู้พัฒนาบ้านเกิด สู่อุทยานการเรียนรู้ ครูบาคำเดื่อง ภาษี ประธานเครือข่ายปราชญ์ฯ จ.บุรีรัมย์ ผู้ขับเคลื่อนบุรีรัมย์ สู่เมืองน
