ธุรกิจร้านอาหาร
“คนซื้อไม่บ่น คนบ่นไม่ซื้อ” “ถ้าแพง แปลว่าเราไม่ใช่ target” การตัดจบด้วยประโยคเหล่านี้กำลังทำให้ร้านที่ราคา overpriced กลายเป็นเรื่องปกติ และคนที่ซื้อไม่ได้ถูกทิ้งให้ตกขบวน? คุณได้สังเกตหรือไม่ว่า มัตจะแก้วหนึ่งในมือตอนนี้ ราคาแก้วละ 3-4 ร้อยบาท กาแฟกับโดนัทที่ไว้ทานคู่มื้อเช้าอีกเกิน 2-3 ร้อย แต่ค่าแรงขั้นต่ำของคนไทยอยู่ที่ราว 350 บาท นั่นแปลว่าทำงานทั้งวันซื้อได้แค่มัตจะแก้วเดียว แล้วคนที่ไม่สามารถเข้าถึงสินค้าในกระแสตามราคานี้ได้ คือคนที่จะถูกมองว่าไม่อินเทรนด์ ล้าหลัง หรือแม้แต่ใครที่กล้าตั้งคำถามกับ ‘ราคา’ ก็จะถูกผลักให้เป็นคนชายขอบ ที่ไม่มีกำลังซื้อสินค้าระดับพรีเมียมเช่นนี้ Overpriced ในเชิงเศรษฐศาสตร์ คืออะไร ในทางเศรษฐศาสตร์ คำว่า “Overpriced” หมายถึง สินค้าที่ตั้งราคาสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริงหรือสูงกว่าที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่เต็มใจจะจ่ายเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่ได้รับ (Perceived Value และ Willingness to Pay) ซึ่งอาจเกิดจากอำนาจทางการตลาด การสร้างภาพลักษณ์ หรือการปั่นกระแสมากกว่าคุณค่าที่แท้จริงของสินค้าเอง เศรษฐศาสตร์ไม่ได้มีสูตรตายตัวว่าสินค้าชิ้นไหนแพงเกินจริง เพราะรา
นี่คือตัวอย่างกรณีศึกษาของธุรกิจที่ ยอดขายปัง แต่สะดุดเพราะระบบหลังบ้าน ความสำคัญของ Cash Flow และระบบบัญชีต้นทุนที่ผู้ประกอบการห้ามมองข้าม เกิดเป็นกระแสข่าวที่คนกำลังให้ความสนใจอย่างมาก จากข่าวการประสบปัญหากระแสเงินสดตึงตัวจนเกิดการจ่ายเงินเดือนล่าช้าของร้านอาหารชื่อดังอย่าง “เนื้อแท้” ที่มีอดีตนักร้องนำวง Silly Fools (วีรชน ศรัทธายิ่ง หรือบังโต) นั่งแท่นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของบริษัท คอมพานี บี จำกัด กลายเป็นข่าวที่กำลังสร้างความตกใจให้แก่วงการธุรกิจไม่น้อย เพราะภาพลักษณ์ภายนอกคือแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จและมียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากสินค้าไม่ดีหรือไม่มีลูกค้า แต่เกิดจากแผลในบ้าน ที่ผู้ประกอบการทุกคนสามารถนำมาถอดบทเรียนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นกับธุรกิจของตนเองได้ ผลประกอบการย้อนหลัง 3 ปี ของบริษัท คอมพานี บี จำกัด ปี 2565 รายได้รวม 333 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2.3 ล้านบาท ปี 2566 รายได้รวม 504 ล้านบาท กำไรสุทธิ 13 ล้านบาท ปี 2567 รายได้รวม 635 ล้านบาท กำไรสุทธิ 16 ล้านบาท 1. ยอดขายโต ≠ กำไร กับดักของการคำนวณต้นทุนผิดพลาด ผู้บริหารเนื้อแท้ได้ออ
ปูนแดงแกงร้อน แบรนด์ร้านอาหารน้องใหม่จาก “จีรภัทร ศรีทองคำ” ผู้ก่อตั้งพาสต้าอาม่า กับฝันก้าวใหญ่สร้าง ‘อาณาจักรร้านอาหาร’ และก้าวสู่ยอดขาย 1,000 ล้าน ภายใน 3 ปี ในวันที่กำลังซื้อชะลอตัว ต้นทุนเพิ่มขึ้น และผู้บริโภคมีทางเลือกมากกว่าที่เคย ธุรกิจจำนวนมากกำลังเผชิญโจทย์เดียวกัน คือ “จะทำอย่างไรให้ลูกค้าหวนหา” แต่มีแบรนด์หนึ่งท่ามกลางธุรกิจร้านอาหารมากมาย เมื่อลูกค้าได้เดินเข้าไปฝากท้องไว้หนึ่งมื้อ จะกลายเป็นร้านประจำในดวงใจตลอดไป นั่นคือจุดแข็งของร้านอาหารสไตล์ “จีรภัทร ศรีทองคำ” ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์ร้านอาหารที่ได้รับความนิยมและการยอมรับในวงกว้างอย่าง Pasta Ama ที่เก่งเรื่องเปลี่ยนลูกค้าหน้าใหม่ให้เป็นขาประจำ หวนกลับมาครั้งแล้วครั้งเล่าได้ หลังจากประสบความสำเร็จกับ Pasta Ama ไปแล้ว มีรายได้รวมกว่า 400 ล้านบาท แต่การเติบโตของธุรกิจไม่ได้หยุดที่แบรนด์เดียว จีรภัทรเร่งขยายพอร์ตโฟลิโอไปในธุรกิจของหวาน แตกแบรนด์ใหม่ “Karamizu” ร้านขนมทิรามิสุ ก่อนที่ปี 2569 นี้ จะวนมาที่ความเชี่ยวชาญของตนเองคือร้านอาหาร เมื่อแบรนด์หลักมั่นคงแล้วจึงแตกแบรนด์ใหม่กระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ
เมื่อพูดถึงอาหารอีสาน หลายคนอาจจะนึกถึงเมนูง่ายๆ รสชาติจัดจ้าน ที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้ แต่สำหรับร้าน ‘เผ็ดเผ็ด’ การนำเสนออาหารอีสานกลายเป็นเรื่องราวที่ลึกซึ้งและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน สูตรอาหารที่ผ่านการทดลองและพัฒนาโดย คุณต้อม-ณัฐพงศ์ แซ่หู และ คุณโอม-ณัฐกร จิวะรังสินี เจ้าของร้าน ‘Phed Phed – ร้านเผ็ดเผ็ด’ ซึ่งทั้งคู่ดำเนินธุรกิจด้วยแนวคิดที่เต็มไปด้วยแพชชัน ปัจจุบันขยายสาขาไปกว่า 8 แห่ง ซึ่งแต่ละสาขาจะมีคอนเซ็ปต์และเมนูที่แตกต่างกันตามความต้องการของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ หากใครอยากทานต้อง Walk-In เข้ามาเท่านั้น ซึ่งพีกสุดเคยมีลูกค้ามาต่อคิวมากถึง 120 คิว โดยจากผลประกอบการ บริษัท รสเผ็ดดี จำกัด เมื่อปี 2567 สามารถทำรายได้ 192 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3.8 ล้านบาท จุดเริ่มต้นของเผ็ดเผ็ด คุณต้อม เล่าว่า ก่อนที่จะมาทำร้านอาหาร เขาเคยทำร้านกระเป๋ามาก่อน ซึ่งก็มีการทำกระเป๋าบวกกับการลงรูปอาหารไปด้วย แล้วเหมือนกับว่าลูกค้ามีความสนใจในเรื่องอาหาร ทำให้เขาจุดประกายลองเปิดเป็นร้านอาหารเล็กๆ ที่ชื่อว่า “เผ็ดเผ็ด” “ผมเป็นคนนครพนมโดยกำเนิด แล้วมีความชื่นชอ
LINE for Business ชวนธุรกิจร้านอาหารยุคใหม่ใช้เครื่องมือ LINE Solutions อย่าง ‘LINE OA’ และ ‘LINE Ads’ ทำการตลาด ยิงโฆษณาอย่างมีประสิทธิภาพ ผสานพลัง AI ให้เป็นเพื่อนช่วยคิดแคมเปญให้น่าสนใจ ชี้ธุรกิจรายย่อยแม้ไม่มีทีมใหญ่ การเก็บข้อมูลให้เป็นสร้างความสำเร็จได้ แทนความรู้สึกหรือคาดเดาเองโดยไร้ข้อมูล นางสาวสุวิดา จิรประเสริฐกุล หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจเอสเอ็มอี LINE ประเทศไทย กาง Pain Point พร้อมแก้โจทย์ผู้ประกอบการร้านอาหาร SMEs บนเวที ‘Restech 2025 Taste The Future & ตั้งตัว Franchise and Investment 2025’ ในหัวข้อ ‘พลิกเกมธุรกิจอาหารยุคใหม่ ด้วย LINE Solutions ผสาน AI’ ระบุว่า ร้านอาหารหลายแห่งนิยมใช้ LINE OA เป็นช่องทางถาม-ตอบกับลูกค้า รวมถึงบริการสำรองโต๊ะล่วงหน้า แต่กลับพบว่า ผู้ประกอบการไม่ได้เข้าไปปรับเปลี่ยนฟังก์ชันให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ทำให้การใช้งาน LINE OA ยังไม่เต็มประสิทธิภาพเท่าที่ควร ใช้ศักยภาพ LINE Solutions ให้เต็มขั้น เปลี่ยน ‘ข้อมูล’ เป็นรายได้ บางครั้งผู้ประกอบการอาจต้องเผชิญหน้ากับ Pain Point ในการทำการตลาด เช่น อยากยิงโฆษณาสร้างแคมเปญแต่ไม่รู้ว่าต้องเข้
เคทีซี หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จัดงานเสวนา “เสิร์ฟแผนรอด : สูตรลับร้านอาหารไทยฝ่าวิกฤต” รวบรวมแนวคิดและกลยุทธ์จากพันธมิตรผู้ประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมร้านอาหาร มุ่งขับเคลื่อนผู้ประกอบการให้สามารถปรับตัวและเติบโตอย่างยั่งยืนในสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมเสริมความแข็งแกร่งด้วยแนวทางเอาชนะความท้าทายทางเศรษฐกิจแก่ธุรกิจร้านอาหารไทย ซึ่งกำลังเผชิญภาวะค่าครองชีพสูงและกำลังซื้อผู้บริโภคที่ผันผวน เศรษฐกิจผันผวน กำลังซื้อแผ่ว กดดันธุรกิจร้านอาหาร ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ข้อมูลจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพฤษภาคม 2568 อยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี สะท้อนความระมัดระวังในการใช้จ่าย ขณะที่ข้อมูลจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พบว่า ยอดขายร้านอาหาร Dine-in ลดลงเฉลี่ย 15–20% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกจากนี้ ธุรกิจร้านอาหารยังเผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น ขณะที่ตลาดกลับมีการแข่งขันดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ โดยมีร้านอาหารเปิดใหม่กว่า 2,500 แห่งในไตรมาสแรกของปีนี้ แต่ม
ต้องยอมรับว่า ปีนี้ เป็นปีแห่งความยากลำบากของภาคธุรกิจ ที่ต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ทรุดหนัก รวมถึงภาคการท่องเที่ยวไม่สู้ดีนัก จากสารพัดปัจจัยทั้งภายในและภายนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจร้านอาหาร ที่กำลังฝ่ามรสุมเศรษฐกิจอันหนักอึ้งนี้เช่นกัน เพราะหากดูจากการประเมินของ “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” พบว่า ในปี 2568 ธุรกิจร้านอาหารและร้านเครื่องดื่มจะเติบโตอย่างชะลอตัว จนคาดว่า จะมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 646,000 ล้านบาท หรือเติบโต 2.8% ซึ่งปรับลดจากคาดการณ์เดิมที่ว่าจะเติบโต 4.6% ขณะที่จำนวนร้านอาหารในปี 2568 อยู่ที่ 700,000 ร้าน ไม่รวมสตรีตฟู้ด ร้านสะดวกซื้อ! จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้เกิดเวทีเสวนา “สร้างโอกาสในวิกฤติ พลิกวิธีคิดสู่ทางรอดธุรกิจร้านอาหาร” ที่ โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) จัดขึ้น เพื่อหวังให้ผู้ประกอบการร้านอาหารและธุรกิจโฮเรก้า มองเห็น “โอกาส!!!” ในการผ่านช่วงเวลาพายุฝนฟ้าคะนองทางเศรษฐกิจไปให้ได้ งานนี้จัดขึ้นภายใต้กิจกรรม “HoReCa GO MORE โปรแรง ขายง่าย กำไรงาม” ณ โก โฮลเซลล์ สาขาศรีนครินทร์ซึ่งเชิญผู้คนในแวดวงธุรกิจอาหารตลอดห่วงโซ่มาพูดคุย ทั้ง “เสาวกิจ ปรีเปรม” นายกสมาคม
ช่วงนี้ข่าวการปิดกิจการของร้านอาหารมีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นร้านเล็ก ร้านใหญ่ หรือแม้แต่ร้านที่มีชื่อเสียง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงในธุรกิจร้านอาหารของประเทศไทย ว่าจะเสี่ยงเกิดฟองสบู่ร้านอาหารแตกหรือไม่ ด้านคุณสรเทพ สตีฟ ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมโฮสเทล (ประเทศไทย) ได้ออกมาสรุปสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งเข้ามาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะหากไม่ได้รับการจัดการอย่างทันท่วงที อาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม โดยรายละเอียดที่ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารได้สรุปมาดังนี้ ทำไมถึงสาหัสกว่ามาดูกัน – ช่วงโควิด รัฐบาลตอนนั้นออกมาตรการต่างๆ มาช่วยพยุง ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ประกันสังคม มาตรการภาษีที่ให้คนเก็บใบกำกับภาษีจากร้านอาหารไปลดหย่อนภาษีได้ – การอัดเงินเข้าระบบแบบตรงจุดตรงเป้า ด้วยโครงการคนละครึ่ง ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชนทั่วไปแถมรักษากำลังซื้อไว้ได้ประมาณหนึ่ง – มาตรการเราเที่ยวด้วยกัน ที่ออกมาอย่างทันเวลาสามารถกระตุ้นการท่องเที่ยวภา
จากเรื่องราวที่ผู้เขียนได้ไปพูดคุยกับเจ้าของร้านเครื่องเขียนแห่งหนึ่งในจังหวัดราชบุรี ที่ได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป จากเดิมใช้ดินสอปากกากันมาก แต่ปัจจุบันหันไปใช้ไอแพด เทคโนโลยีกันเกือบหมด จนทำให้ต้องวางมือและปิดตัวลง จากเรื่องราวที่สะท้อนใจนี้ ทำให้มองเห็นถึงประเด็นต่างๆ ที่ไม่ว่าจะอยู่ในแวดวงธุรกิจอะไรก็ตาม มีสิ่งหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญ และควรที่จะทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เพื่อจะสามารถก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้ สิ่งที่กำลังจะบอกต่อไปนี้ คือการทำความเข้าใจในเรื่องของการบริหารจัดการต้นทุนต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจที่ไม่ว่าใครก็มักจะผันตัวเองมาทำกันมากที่สุด คือ การขายอาหาร เพราะมองว่าง่ายและน่าจะทำได้ แต่การเปิดร้านอาหารไม่ว่าจะเป็นร้านเล็กๆ เสิร์ฟอาหารจานเดียว สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการจะต้องให้ความใส่ใจอย่างมาก คือการสร้างรสชาติที่อร่อยถูกปาก เลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ และบริหารจัดการต้นทุนต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ร้านสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่นและสร้างผลกำไรได้ การทำความเข้าใจเรื่องต้นทุนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ต้นทุนวัตถุดิบ (Food Costs)
ฟองสบู่ ‘ร้านอาหาร’ แตก! วิกฤตที่คนทำร้านต้องจับตา เอาตัวรอดอย่างไร? ในยุคที่มีแต่ความท้าทายและยุคเศรษฐกิจผันผวน “ฟองสบู่ร้านอาหาร” เป็นคำเปรียบเทียบที่ใช้อธิบายสถานการณ์ที่ธุรกิจร้านอาหารเติบโตอย่างรวดเร็วเกินไป โดยมีจำนวนร้านอาหารเปิดใหม่มากเกินกว่าความต้องการที่แท้จริงของตลาด จนทำให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรง นำไปสู่เหตุการณ์ที่เรียกว่า “ฟองสบู่ร้านอาหารแตก” ที่เมื่อธุรกิจอาหารมีมากเกินความต้องการของตลาด จนเกิดการแข่งขันที่สูง และร้านอาหารจำนวนมากต้องปิดตัวลง โดยมีสาเหตุหลักๆ ดังนี้ การเติบโตที่รวดเร็วเกินไป ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะร้านอาหารประเภทที่กำลังเป็นที่นิยม เช่น ร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านหม่าล่า ร้านคาเฟ่ และร้านอาหารเกาหลี ทำให้มีการเปิดร้านอาหารใหม่ๆ เป็นจำนวนมาก เมื่อมีร้านอาหารจำนวนมากเปิดให้บริการ ทำให้เกิดการแข่งขันที่สูง ทั้งในด้านราคา คุณภาพ และการบริการ ทำให้ร้านอาหารที่ไม่สามารถปรับตัว หรือไม่มีจุดเด่นที่ชัดเจนต้องปิดตัวลง ภาวะเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และค่าครองชีพที่สูงขึ้
