ร้านอาหาร
ท่ามกลางคู่แข่ง สภาพเศรษฐกิจ และตัวเลือกมากมายของผู้บริโภค ร้านที่เคยเติบโต ต้องเผชิญกับยอดขายที่ตกลง “การปรับตัว” จึงเป็นหัวใจสำคัญของการอยู่รอดของธุรกิจร้านอาหารในวันนี้ เช่นเรื่องราวของ ร้าน Ñam Ñam หรือ ยัมยัม พาสต้า ของ เชฟน้ำ-ปุณฑริก พงษ์พานิช แม้จะอยู่ในตลาดมานาน 6 ปี แต่ยังต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ เมื่อยอดขายตก จากหลายปัจจัยทั้งคู่แข่ง และเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้เชฟน้ำต้องเริ่ม “ปรับตัว” ต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่ให้เกิดรายได้เพิ่ม 2 ทาง กลายเป็นแบรนด์น้องใหม่ Chickaletta (ชิกกาเลตต้า) ไก่ทอดกับข้าวผัดรสชาติไทย ที่ขายแบบดีลิเวอรีเพียงอย่างเดียว ถึงวันแรกจะขายได้ไม่ถึง 10 กล่อง แต่ด้วยแพชชันและความฮึดสู้ ทำให้วันนี้ กลับมีออร์เดอร์พีกสุด 300 กล่องต่อวัน ปรับตัว เพื่อไปต่อ เชฟน้ำ เปิดร้านยัมยัม พาสต้า มานาน 6 ปี กับ 6 สาขาที่เปิดให้บริการ เรียกว่าเป็นร้านแรกๆ ที่ทำพาสต้าเส้นสดขาย แต่ช่วงหลังเมนูนี้หาทานง่ายขึ้น จากร้านหน้าใหม่ที่เปิดในรูปแบบคล้ายกัน และการกระจายตัวของฐานลูกค้า ทำให้บางสาขายังขายได้ และบางสาขาขายได้น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เช่น เซ็นทรัลเวิลด์ เ
หลังจากมีโครงการคนละครึ่งพลัส เข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระให้ประชาชน และสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการ LINE MAN Wongnai ได้อัปเดตถึงสถานการณ์ร้านอาหาร ไว้อย่างน่าสนใจ โดย คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai เผยว่า ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ เลือกขายบนแพลตฟอร์มไลน์แมนมากถึง 65% ทำยอดขายคนละครึ่งพลัส มากที่สุดในตลาด 63% เกิดออร์เดอร์รวมกว่า 8 ล้านออร์เดอร์ใน 3 สัปดาห์ และทำให้ยอดขายร้านค้าทั่วประเทศ เติบโตเฉลี่ย 4.2 เท่า นอกจากนี้ ยังช่วย “ร้านเล็ก” (รายได้ต่ำกว่าหมื่นบาทต่อเดือน) ให้เติบโตได้จริง โดยมียอดขายพุ่งถึง 5.9 เท่า เมื่อเทียบกับยอดขายช่วงก่อนโครงการ ส่วนร้านขนาดกลาง (รายได้มากกว่าหมื่นบาทต่อเดือน) เติบโตขึ้น 2 เท่า อานิสงส์ของโครงการนี้ยังส่งไปถึงไรเดอร์ ช่วยสร้างรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 15-25% ตามปริมาณออร์เดอร์ต่อวันที่สูงขึ้น โดยยังพบข้อมูลน่าสนใจ ผลจากคนละครึ่งพลัส ดันยอดขายร้านต่างจังหวัดโตสูง จังหวัดที่ทำผลงานโดดเด่น มียอดขายร้านเติบโตสูงที่สุด เมื่อเทียบกับยอดขายช่วงก่อนโครงการ ได้แก่ จันทบุรี (+9.4 เท่า), หนองบัวลำภู (+9.3 เท่า), อุตรดิตถ์ (+8.9 เท่า),
บทความโดย : ดร.ยศพิชา คชาชีวะ กูรูวงการอาหาร เจ้าของคอลัมน์ “ตู้จดหมายพลศรี” “ถี่ลอดตาช้าง ห่างลอดตาเล็น” สำนวนโบราณที่หมายถึงทำอะไรไม่ถี่ถ้วน เดิมใช้ว่า “ถี่ลอดตาช้าง ห่างลอดตัวเล็น” ตัวเล็นคือพวกแมลงเล็กๆ แล้วเพี้ยนเป็น “ตาเล็น” แต่เอาเข้าจริงผมพยายามหาและคิดถึงที่มาของสำนวนนี้ก็หาใครอธิบายไม่ได้โดนใจ ผมเลยอธิบายเอาเองว่าช้างตัวโตแต่ตาช้างเล็กเลยมองไม่เห็นตาข่ายถี่ๆ ส่วนตัวเล็นถึงแม้ตัวเล็กแต่ตาโตเมื่อเปรียบเทียบกับหัว เจอตาข่ายห่างๆ กลับมองไม่เห็น ร้านอาหารที่ทำกันเจ๊งๆ เหตุผลใหญ่อันหนึ่งก็เรื่องความไม่ถี่ถ้วนนี่ล่ะครับ ไอ้ที่ควรจะถี่ดันไม่ถี่ ไอ้ที่ไม่ควรถี่ดันถี่ ผมรู้จักอยู่ร้านหนึ่ง ขายอาหารฟิวชันตามสมัยนิยม เจ้าของจัดเป็นคนถี่ถ้วนชนิดตามสำนวนนี้ ร้านต้องสะสมชีสและเนื้อสัตว์หลายชนิดมาใช้ทำอาหาร ซึ่งเป็นของราคาแพง ขณะเดียวกัน ก็มีอาหารไทยๆ ด้วย เลยต้องสะสมพวกผักสด ใบกะเพรา พริก แต่ละวันเจ้าของจะเข้าครัวไปคอยดูแลข้าวของวัตถุดิบ แต่ที่แกใส่ใจมากๆ เป็นพวกของผักสดนี่ล่ะ เห็นผักเหี่ยว ผักแช่น้ำจนดำ พ่อครัวเก็บผักไม่ใส่กล่อง ขยำใส่ถุงก๊อบแก๊บ ข้าวโพดต้มทั้งฝักวางแบในตู้เย็น ไม่เอาพลาสต
นายสรเทพ สตีฟ ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมโฮสเทล ประเทศไทย ติง นายเอกนิติ เรื่องการปรับเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม จาก 7% เป็น 8.5% ในปี 2571 และเป็น 10% ในปี 2573 ซึ่งตนไม่คัดค้าน เพียงแต่ให้ทบทวนการปรับขึ้นในแต่ละภาคธุรกิจ ซึ่งอาจมีผลกระทบกับค่าครองชีพของประชาชนภายในประเทศเป็นวงกว้าง และจะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อสูงได้ เช่น ภาคธุรกิจร้านอาหาร และสินค้าบริโภค จำพวกอาหาร เป็นต้น ในหลายๆ ประเทศ เช่น ยุโรป หรือประเทศญี่ปุ่นก็ตาม รัฐบาลจะเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราที่แตกต่างกันไป เช่น ประเทศในยุโรปภาษีมูลค่าเพิ่มเฉลี่ยอยู่ที่ 20% แต่สำหรับร้านอาหารและอาหารจะอยู่ที่ 9-13% เพื่อไม่ให้กระทบการบริโภคของประชาชนและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะประเทศไทย ซึ่งร้านอาหาร SMEs ที่อยู่ในระบบ จะไม่ค่อยมีภาษีมูลค่าเพิ่มขาซื้อ เพราะวัตถุดิบสินค้าการเกษตรและของสดไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังนั้น ร้านอาหารจะไม่มี VAT นำไปหักลบกับ VAT ขายได้เลย จึงทำให้ทุกวันนี้สภาวะการแบกต้นทุน ภาษีมูลค่าเพิ่มของธุรกิจร้านอาหารสูงมากอยู่แล้ว ซึ่งยังไม่รวมภาษีต่างๆ ในแต่ละปีอีก รวมถึงภาคการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม
จากพนักงานธนาคาร สู่เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ “ปังก้อนทอง” สร้างรายได้หลักล้านต่อเดือน หากพูดถึงขนมปังปิ้งที่มีราคาไม่แพงมาก หาซื้อกินได้ง่าย ชื่อ “ปังก้อนทอง” ต้องอยู่เป็นอันดับต้นๆ เพราะเป็นแบรนด์ขนมปังปิ้งที่ขายในราคาที่ถูก ชิ้นละ 25 บาท และรสชาติอร่อย อีกทั้งยังต่อยอดมาขายแฟรนไชส์จนทำรายได้ต่อเดือนอยู่ที่ล้านกว่าบาท คุณกอล์ฟ-กิตติ์กวิน บุญเชย เจ้าของแบรนด์ปังก้อนทอง ได้เปิดเผยเรื่องราวการเดินทางของแบรนด์ กว่าจะมีอย่างทุกวันนี้ได้ ต้องทำอย่างไรบ้าง จุดเริ่มต้นของคุณกอล์ฟ เดิมทีเป็นพนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง อยู่ได้ประมาณ 1 ปี จึงตัดสินใจลาออกด้วยเหตุผลส่วนตัว หลังจากนั้นก็ได้มาทำอีกหลายอาชีพ และสุดท้ายผันตัวมาทำเบเกอรี่ และต่อยอดมาเป็นร้านปังก้อนทอง “กว่าคนที่จะซื้อเค้กก่อนหนึ่งได้ มันนาน หากเราเปลี่ยนเค้กเป็นผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ที่ใกล้เคียงกัน และคนสามารถบริโภคได้ทุกวัน ขนมปังสังขยาเลยผุดขึ้นมาในหัว แต่ว่าเราจะทำขนมปังสังขยาอย่างไรให้มีรูปลักษณ์ที่แปลกไป ให้มีความน่าสนใจมากขึ้น” คุณกอล์ฟ เล่า จากนั้นเขาจึงเริ่มมีการลองผิดลองถูก นำขนมปังมาสอดไส้ต่างๆ และนำวัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่นมาใช้ จนเกิด
“ผมมีเป้าหมาย ตั้งแต่เรียนจบทำยังไงก็ได้ ภายใน 5 ปี 7 ปี อยากมีเงินล้าน เพราะพนักงานประจำเก็บเงินล้านยากมากในมุมของผม เงินเดือนหมื่นห้า สองหมื่น กว่าจะเก็บได้ ใช้เวลาตั้ง 10 ปี เพราะฉะนั้น ทำยังไงก็ได้ให้ตัวเองมีรายได้เข้ามามากกว่านี้ ผมเป็นคนไม่อายทำกิน เป็นคนกล้า อยากทำนู่นทำนี่ เลยเริ่มขายน้ำเป็นงานเสริม กับมอเตอร์ไซค์ 1 คันหลังเลิกงาน” คุณจี-จีรภัทร ศรีทองคำ เล่าย้อนถึงเป้าหมายชีวิต ก่อนเป็นเจ้าของธุรกิจ “พาสต้า อาม่า” ร้านอาหารที่ตั้งเป้าเติบโต 300 ล้านบาทในปีนี้ จุดเริ่มต้น พาสต้า อาม่า คุณจี เป็นหนุ่มเชียงใหม่ เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ในสายงาน HR Business Development ประจำบริษัทแห่งหนึ่ง ยาวนาน 7-8 ปี สลับกับย้ายไปประจำออฟฟิศที่เชียงใหม่ จังหวัดบ้านเกิดของตัวเอง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นให้เขาเริ่มขายน้ำผลไม้เป็นอาชีพเสริม จนสร้างรายได้หลักแสนบาทต่อเดือน แม้จะสร้างรายได้ดี แต่เขามองว่า การหาปลาในเชียงใหม่ ต่อให้ขยายธุรกิจ ขยายลูกค้าไปมากแค่ไหน ก็มีอยู่แค่นั้น ประกอบกับมีเป้าหมายใหม่ “อยากประสบความสำเร็จในธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนชีวิตให้ดีกว่าเดิม” เขาจึงหอบหิ้วโมเดลร้านน้ำผลไม้เข้
บทความโดย : ดร.ยศพิชา คชาชีวะ กูรูวงการอาหาร เจ้าของคอลัมน์ “ตู้จดหมายพลศรี” “เงิน” เป็นปัจจัยหลักของร้านอาหาร ทำร้านอาหารก็เพราะอยากได้เงิน แต่จะได้เงินคนอื่นเขามาต้องออกเงินตัวเองไปก่อน การทำร้านอาหารไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่จึงต้องมีแผนธุรกิจ อย่าใช้ตำรา “เข้ากระเป๋าซ้าย ออกกระเป๋าขวา” เพราะไปๆ มาๆ มันควักวุ่นวายซ้ายขวาไปหมด ยิ่งเป็นคนที่มีหลายกิจการต้องใช้จ่ายเสมอ เอาอันโน้นไปใส่อันนี้ เอาอันนี้ไปใส่อันนั้น เลยไม่รู้ว่าอันไหนกำไรขาดทุนยังไง แผนธุรกิจเล็กๆ แค่ตั้งไว้ในใจว่า จะเปิดร้านอาหารหรือแค่แผงลอยจะใช้เงินทุนสักเท่าไหร่ ขายเท่าไหร่ถึงจะคืนทุนหรือมีกำไร “อย่าลงทุนเกินตัว” “อย่าจมไม่ลง” และรู้จักคำว่า “ประหยัด” อะไรที่เราทำเองได้จงทำ อะไรที่ทำไม่ได้ ต้องเสาะแสวงหาแหล่งที่ให้ข้อเสนอดีที่สุดก่อน คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป ถ้าได้จ่ายน้อยแต่ได้ประโยชน์สูงยิ่งดี ตัวอย่างของการใช้จ่ายเกินตัว เกินงบประมาณ จมไม่ลง ไม่รู้จักประหยัดมีเยอะ เพื่อนผมคนหนึ่งก่อนเปิดร้านให้คนครัวทำอาหาร ทดลองอาหาร ชิม เบ็ดเสร็จกว่าจะทดลองเสร็จหมดไป 30,000 บาท ผมรู้เข้าต้องอ้าปากค้าง “หา!” อุแม่เจ้ารายการอาห
ข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมา นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ใช้เวลานอกราชการลงพื้นที่ถนนบรรทัดทอง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พร้อมด้วย นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ คณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้แทนสมาคมผู้ประกอบการถนนบรรทัดทอง ตามนโยบาย “พาณิชย์พึ่งได้” เพื่อตรวจเยี่ยมและรับฟังปัญหา รวมถึงข้อเสนอแนะของผู้ประกอบการร้านอาหารและสตรีตฟู้ดในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์สำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ สำหรับ ถนนบรรทัดทอง เป็นย่านร้านอาหารที่ได้รับการจัดอันดับโดย นิตยสาร Time Out ให้เป็น “ถนนที่เท่ที่สุดในโลก อันดับที่ 14” (World’s Coolest Streets) เมื่อปี 2014 ปัจจุบันมีร้านอาหารทั้งเก่าแก่และรุ่นใหม่กว่า 300 ร้าน สร้างรายได้หมุนเวียนให้เศรษฐกิจหลายพันล้านบาทต่อปี แต่ในระยะหลัง ผู้ประกอบการต้องเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง ค่าเช่าพื้นที่ที่สูงขึ้น และกำลังซื้อของคนไทยที่ชะลอตัว นายจตุพร ก
ในหมู่บ้านเงียบสงบของตำบลบ้านใหม่ อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บนผืนดินบ้านเกิดของพระเอกตลอดกาล สรพงษ์ ชาตรี ล่าสุดได้ถือกำเนิดร้านอาหารเล็กๆ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของพริกแกง น้ำปลาดี และรอยยิ้มของคนในครอบครัว ร้านที่ชื่อว่า “ครัวชั้นเอก” เบื้องหลังครัวแห่งนี้ ไม่ใช่แค่สูตรอาหารโบราณ หรือฝีมือแม่ครัวที่เก่งกาจ แต่คือ ความรัก ความผูกพัน และความทรงจำที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ก่อนที่ “ครัวชั้นเอก” จะเปิดประตูต้อนรับลูกค้าเมื่อไม่นานมานี้ คุณขวัญ–พิมพ์อัปสร เทียมเศวต ลูกสาวคนเดียวของ สรพงษ์ ชาตรี กับนักแสดงอาวุโส ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา ได้เปิดเพจ Mom & Me Story มาตั้งแต่ปี 2019 ช่วงที่เกิดสถานการณ์ โควิด โดยใช้เป็นช่องทาง เล่าเรื่องครอบครัว ความสัมพันธ์ของแม่กับลูก และ “ป้าชั้น” พี่สาวแท้ๆ ของคุณพ่อของเธอ ซึ่งเลี้ยงเธอมาตั้งแต่แบเบาะ “ขวัญ โตมากับ ไข่พะโล้ แกงส้ม ปลาสลิด กากหมู และอาหารพื้นบ้านรสมือป้าชั้น พร้อมความคุ้นชิน จากชีวิตในวัยเด็ก ที่ทุกปิดเทอมจะมาใช้ชีวิตอยู่ที่ อ.มหาราช กินกับข้าวบ้านๆ กินน้ำฝนจากตุ่มใบใหญ่ กระโดดน้ำ หัดว่ายน้ำด้วยต้นกล้วย” ทายาทคนดัง เผยเรื่องรา
‘พริกแกงต้องตำสด’ รสมือที่มาจากความตั้งใจ ในยุคที่อาหารไทยส่วนใหญ่ หันไปใช้พริกแกงสำเร็จรูป เพื่อความสะดวกรวดเร็ว เชฟต้น-ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร แห่งร้าน แกงสด กลับหยิบ “ครก” ขึ้นมาเป็นหัวใจสำคัญของร้านอาหารไทยแห่งใหม่ที่ชื่อว่า “แกงสด” พร้อมชูจุดเด่นด้วยการโขลกพริกแกงสดๆ ให้ลูกค้าได้สัมผัสกับความพิถีพิถันแบบครัวไทย กว่าจะเป็น “เชฟต้น” เรื่องราวของเชฟต้น เริ่มต้นจากการไป Work & Travel ที่สหรัฐอเมริกา ทำงานในร้านอาหารแห่งหนึ่งที่รัฐเนวาดา ในตอนนั้นเขายังไม่คิดเป็นเชฟ แต่เมื่อได้ลองทำงานในครัว กลับรู้สึกชอบความเป็นระบบ ความกดดัน และความท้าทายในงานครัว ที่ไม่ใช่แค่การทำงานแลกเงิน แต่เป็นเส้นทางที่เขาหลงใหล เมื่อกลับมาไทย เชฟต้นเริ่มแน่ใจว่าอยากเปลี่ยนเส้นทางชีวิตจากสายเศรษฐศาสตร์ สู่สายอาหาร เขาจึงตัดสินใจลาออกจากงานที่ทำอยู่ไม่ถึงเดือน แล้วเดินทางไปเรียนที่ Culinary Institute of America (CIA) นิวยอร์ก ซึ่งเป็นสถาบันสอนทำอาหารชั้นนำของโลก และเลือกที่จะทุ่มเทจนกลายเป็นเชฟไทยรุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนวงการอาหารไทย และเป็นหนึ่งในกรรมการรายการ Top Chef Thailand ซึ่งเป็นร
