สุขภาพ
หลังโควิด-19 ตลาดอาหารเสริมพุ่งกว่า 2 หมื่นล้านบาท ไม่เฉพาะประเทศไทย แต่การใส่ใจสุขภาพ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และการรับประทานอาหารเสริมที่เพิ่มขึ้น เป็นเทรนด์โลกที่เกิดขึ้นทั่วโลกหลังโควิด-19 บางประเทศ อาทิ ในอินเดีย ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมขายดีจนถึงขนาดรัฐต้องออกกฎหมายควบคุมเลยทีเดียว #ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม #ธุรกิจน่าลงทุน #bangkokbank #bangkokbanksme #sme ตลาดธุรกิจอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ มีแนวโน้มมีอนาคตสดใสและมีอัตราการเติบโตสวนกระแสธุรกิจอื่นๆ หลังประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 เนื่องจากพฤติกรรมของกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยเริ่มเปลี่ยนแปลงสู่วิถีชีวิตใหม่ หรือ New Normal ผู้คนต่างหันมาใส่ใจสุขภาพตัวเองมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้มูลค่าทางการตลาดอาหารเสริมจะเติบโตก้าวกระโดดไม่หยุด โดยธุรกิจดังกล่าวเพียงไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ตรงกันข้ามกลับกลายเป็นปัจจัยสนับสนุนอีกทาง จากผลการสำรวจของสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ระบุว่า ประชาชนชาวไทย 45.39% ได้หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายทั้งกลางแจ้งหรือในร่ม เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคภ
อย. ออกประกาศ แนะ ปชช. ซื้อปลาหมึกแห้ง จากแหล่งน่าเชื่อถือ ลดเสี่ยง แคดเมียม เว็บไซต์ สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผยข่าว มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเผยผลตรวจสอบปลาหมึกแห้งพบการปนเปื้อนของแคดเมียม อย. ร่วมกับ สสจ. เข้าตรวจสอบและเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลตรวจวิเคราะห์ แนะผู้บริโภคซื้อปลาหมึกแห้งจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เพื่อความปลอดภัย นพ.พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้เผยผลการตรวจสอบปลาหมึกแห้ง จำนวน 13 ตัวอย่าง พบ 7 ตัวอย่าง มีการปนเปื้อนของแคดเมียมในปริมาณ 2.003, 2.393, 2.537, 3.006, 3.303, 3.432 และ 3.872 มก./กก. ตามลำดับนั้น อย. ขอชี้แจงว่า แคดเมียมเป็นโลหะหนักที่พบปนเปื้อนได้ทั่วไปในสิ่งแวดล้อมทั้งดิน และน้ำ จึงพบการปนเปื้อนในปลาหมึกซึ่งเป็นสาเหตุของการปนเปื้อนโดยไม่ตั้งใจและหลีกเลี่ยงได้ยาก ด้วยเหตุนี้ อย. จึงออกประกาศ สธ. ว่าด้วยเรื่อง มาตรฐานอาหารที่มีสารปนเปื้อน โดยกำหนดปริมาณการปนเปื้อนสูงสุดของแคดเมียมในปลาหมึกสดได้ไม่เกิน 2 มก./กก. (น้ำหนักเปียก) ซึ่งคำนวณเป็นปริมาณการปนเปื้อนในปลา
กรมอนามัย แนะ ผู้สูงอายุ ควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน ป้องกันภาวะขาดน้ำ เว็บไซต์ กรมอนามัย เผยข่าว นายแพทย์อรรถพล แก้วสัมฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ผู้สูงอายุที่มีพฤติกรรมดื่มน้ำสะอาดน้อยกว่า 8 แก้วต่อวัน อาจส่งผลต่อสุขภาพ นำมาสู่ภาวะขาดน้ำ ซึ่งอาการที่แสดงออกถึงภาวะขาดน้ำในผู้สูงอายุคือ ชีพจรเร็วกว่า 120 ครั้งต่อนาที ความดันโลหิตต่ำขณะเปลี่ยนท่าทำให้วิงเวียนศีรษะ เป็นลมง่าย หมดสติ มีภาวะสับสน เยื่อบุปากแห้ง ความยืดหยุ่นของผิวหนังลดลงมาก แต่มีปริมาณปัสสาวะปกติ เพราะไตไม่สามารถเก็บกักน้ำได้ในภาวะขาดน้ำ ทำให้ปริมาณปัสสาวะในระยะแรกของภาวะขาดน้ำไม่ลดลง จนกระทั่งเข้าสู่ระยะสุดท้าย ทำให้หัวใจล้มเหลวและไตวาย ทั้งนี้ ภาวะขาดน้ำในผู้สูงอายุมักพบได้ง่าย เนื่องจากมวลกล้ามเนื้อที่ลดลงทำให้น้ำในร่างกายผู้สูงอายุลดลง การตอบสนองต่อความกระหายน้ำลดลง ทำให้ดื่มน้ำน้อยลง ร่างกายจึงไม่ได้น้ำชดเชย ประกอบกับความเสื่อมของร่างกาย เช่น กลั้นปัสสาวะไม่ได้ สมองเสื่อม ทำให้ดื่มน้ำน้อยลงและไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย “ผู้สูงอายุกว่าร้อยละ 40 เป็นโรคเรื้อรัง อาทิ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง
กรมอนามัย แนะ ประชาชนพื้นที่น้ำท่วม หลังขับถ่ายในถุงดำ โรยปูนขาว-ปิดปากถุงให้แน่น ลดการแพร่เชื้อโรคจากอุจจาระ เว็บไซต์ AnamaiMedia เผยข่าว แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า หลายจังหวัดที่กำลังประสบภัยน้ำท่วม ในขณะนี้ สิ่งที่ประชาชนในพื้นที่ต้องเฝ้าระวังคือโรคระบบทางเดินอาหาร เช่น โรคอุจจาระร่วง ดังนั้นเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคจากอุจจาระ กรณีที่ไม่สามารถใช้ห้องส้วมได้ ขอให้ขับถ่ายอุจจาระใส่ในถุงดำ จากนั้นโรยปูนขาว ขี้เถ้า หรือน้ำยาฆ่าเชื้อลงในถุงอุจจาระก่อนปิดปากถุงให้แน่น กรณีไม่มีปูนขาว ขี้เถ้า หรือน้ำยาฆ่าเชื้อ หลังถ่ายอุจจาระเสร็จให้รัดปากถุงให้แน่น แล้วรวบรวมส่งหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบในพื้นที่ นำไปกำจัด ส่วนขยะภายในบ้าน ให้เก็บรวบรวมใส่ถุงแล้วผูกปากถุงให้แน่น รวบรวมส่งหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบในพื้นที่ นำไปกำจัดต่อไป ประชาชนทุกคนจึงต้องให้ความร่วมมือไม่ขับถ่ายอุจจาระ และไม่ทิ้งขยะลงน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดของโรคอุจจาระร่วง หากจำเป็นต้องนำน้ำมาใช้อุปโภคบริโภค ก่อนใช้ควรตักใส่ภาชนะ ใช้สารส้มชนิดก้อน กวนในน้ำ สังเกตตะกอนในน้ำเริ่มจับตัว นำส
ว่าด้วยเรื่อง “น้ำมัน” เลือกอย่างไร ให้ปลอดภัยต่อการบริโภค? น้ำมัน จัดอยู่ในหมวดของไขมันที่เป็นแหล่งพลังงานและยังมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ถือเป็นส่วนประกอบสำคัญอีกอย่างหนึ่งในการประกอบอาหาร ปัจจุบันมีน้ำมันหลากหลายประเภทให้เลือกบริโภค แม้ว่าจะมีความสำคัญต่อร่างกาย แต่หากรับประทานหรือเลือกใช้ไม่ถูกวิธี อาจก่อให้เกิดผลเสียให้กับร่างกายได้ ดังนั้น เราจึงมีความจำเป็นที่จะต้องศึกษาหาข้อมูลของน้ำมันแต่ละอย่าง เพื่อเปรียบเทียบเและเลือกชนิดของน้ำมัน จะได้นำมาปรุงอาหารได้อย่างถูกต้อง โดย กระทรวงสาธารณสุข ได้เผยแพร่อินโฟกราฟิกให้ความรู้ในการเลือกน้ำมันไว้ง่ายๆ ดังนี้ 1.หากต้องการทำอาหารโดยการทอดหรือผัด น้ำมันที่ควรเลือกใช้คือ น้ำมันถั่วเหลือง, น้ำมันรำข้าว, น้ำมันเมล็ดทานตะวัน, น้ำมันคาโนลา (น้ำมันเพื่อสุขภาพที่ได้จากเมล็ดของต้นคาโนลา) และ น้ำมันเมล็ดชา 2.หากต้องการทำอาหารโดยการทอดแบบใช้น้ำมันเยอะหรือท่วมอาหาร และใช้อุณหภูมิสูงในการทอดนานๆ ควรเลือกใช้น้ำมันปาล์ม, น้ำมันมะพร้าว หรือ น้ำมันหมู และไม่ควรใช้น้ำมันทอดเยอะๆ นานๆ ซ้ำเกิน 2 รอบ 3. อาหารประเภทสลัด ควรใช้น้ำมันมะกอกในการป
5 ช่องทาง ตรวจสอบสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สิทธิบัตรทอง) ด้วยตัวเอง อ้างอิงจากเพจ ไทยคู่ฟ้า เผยแพร่ข้อมูล รู้หรือไม่? คุณสามารถตรวจสอบสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สิทธิบัตรทอง) ด้วยตนเอง” ได้แล้ว ผ่านทาง 5 ช่องทาง! ไปดูกันครับ มีอะไรบ้าง? ช่องทางที่ 1 : ไปติดต่อด้วยตนเองได้ที่ สำนักงานเขต กทม. (19 เขต)/สปสช. เขตพื้นที่ 1-13/โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/โรงพยาบาลของรัฐ ช่องทางที่ 2 : โทรสายด่วน สปสช. 1330 กด 2 ตามด้วยหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก และเครื่องหมาย # (สำหรับคนชอบโทรศัพท์ ช่องทางนี้สะดวกมากๆ) ช่องทางที่ 3 : ทางแอพพลิเคชั่น “สปสช.” สามารถดาวน์โหลดฟรี ได้ทั้งระบบ Andriod และ iOS (สแกน QR Code เพื่อดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น) (หมายเหตุ : เมื่อลงทะเบียนติดตั้งแอพพลิเคชั่นเรียบร้อย สามารถเข้าใช้งานฟังก์ชั่น ตรวจสอบสิทธิตนเอง และตรวจสอบสิทธิคนในครอบครัวได้ทันที) ช่องทางที่ 4 : ผ่าน LINE Official Account สปสช. – แอดเป็นเพื่อนง่ายๆ พิมพ์ค้นหา Line ID @nhso หรือ สแกนคิวอาร์โค้ด/คลิกลิงก์ https://lin.ee/zzn3pU6 (หมายเหตุ : ใช้งานง่ายๆ เพียงเลือกฟังก์ชั่น “ต
อย่ากลัว ‘โควิด’ ระบาดระลอก 2 “หมอศิริราช” แนะรับมือเข้ม อย่าเพิ่งผ่อน เมื่อวันที่ 17 ก.ค. ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ไลฟ์วิเคราะห์สถานการณ์โรคโควิด-19 แนวทางดำเนินการกับการระบาดระลอก 2 ผ่านเฟซบุ๊ก Siriraj Channel ว่า เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลกแจ้งว่า โลกกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาใหม่และอันตรายของเชื้อโควิด-19 สาเหตุมาจากองค์การอนามัยโลกเฝ้าติดตามการเกิดของผู้ป่วยใหม่ของทั่วโลก พบว่า เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา เดิมตัวเลขผู้ป่วยจะผ่านหลักล้านคน จะใช้เวลาเกือบ 10 วัน แต่ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 5-16 ก.ค. 2563 พบว่าใช้เวลา 4-5 วัน จะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 1 ล้านคน ส่วนผู้เสียชีวิตต่อวัน ขณะนี้เกือบๆ 4-5 พันคน ซึ่งการที่อัตราป่วยเพิ่มสูงมาก แต่อัตราเสียชีวิตไม่มาก น่าจะมีปัจจัย 2-3 อย่าง เช่น ความรุนแรงของไวรัสน้อยลงไปหรือไม่ แต่ส่วนตัวเชื่อว่าหลายประเทศมีการปรับตัว ในการเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงรุนแรงและเสียชีวิตให้ห่างไกลจากเชื้อโควิด-19 อย่างสหรัฐอเมริกา เรียกว่า ทำลายสถิติแทบทุกสัปดาห์ อัตราป่ว
กรมอนามัย ย้ำ ผู้ประกอบการคุมเข้มจุดคัดกรอง-สแกน ‘ไทยชนะ’ ทุกครั้งที่ใช้บริการ โดยขอความร่วมมือประชาชน ยังคงมาตรการสวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง และล้างมืออย่างสม่ำเสมอ แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ในช่วงเวลานี้หลายๆ สถานประกอบการได้เปิดให้บริการตามปกติกันมากขึ้น ขณะที่ประชาชนได้เริ่มทำกิจกรรมนอกบ้านและใช้บริการสถานที่สาธารณะกันมากขึ้นเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะกิจการประเภทศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า โรงแรม โรงภาพยนตร์ และสถานบันเทิง ที่ได้รับการผ่อนคลายล่าสุด ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยในการดำเนินชีวิตในพื้นที่สาธารณะ ควรสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา โดยเฉพาะการเข้าไปในพื้นที่ปิด การเว้นระยะห่างจากบุคคลอื่นๆ และหมั่นล้างมือบ่อยๆ รวมทั้ง เช็กอิน และ เช็กเอาต์ ผ่านแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” ซึ่งจะเป็นข้อมูลสนับสนุนในการติดตามกลุ่มเสี่ยงหากมีการระบาดของโรคอีกครั้งหนึ่ง “สำหรับทุกสถานประกอบการและผู้ให้บริการ ขอเน้นย้ำปฏิบัติตามมาตรการหลัก ดูแลผู้ให้บริการให้สวมหน้ากากตลอดเวลา เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดจุดสัมผัสโดยเฉพาะห้องส้วม และต้องมีการสื่อสารให้คำแนะนำกับผู้ใช
เปิด 5 แนวทางปฏิบัติตน สำหรับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ในช่วงโควิด-19 ในช่วงโควิด-19 แพร่ระบาดแบบนี้ กลุ่มผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องของระบบทางเดินหายใจ ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายกว่าคนทั่วไปเป็นอย่างมาก เพจ The Thai Red Cross Society ได้แนะนำข้อปฏิบัติตนสำหรับผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจ เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อจากการแพร่ระบาดไว้ 5 ข้อ ซึ่งเป็นวิธีปฏิบัติง่ายๆ ที่นอกจากกลุ่มผู้ป่วยแล้ว คนทั่วไปก็ควรปฏิบัติด้วยเช่นกัน โดยวิธีมีดังนี้ 1. หลีกเลี่ยงการเดินไปในที่ชุมชน หากมีความจำเป็นต้องเข้าไปในที่ชุมชนหรือสถานที่แออัด ให้ยึดหลักการเว้นระยะห่างทางสังคมอย่างเคร่งครัด 2. สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้งที่ออกจากบ้าน แม้จะก่อให้เกิดความอึดอัดบ้าง แต่ควรสวมให้ชิน 3. รักษาความสะอาดอยู่เสมอ ไม่ว่าจะล้างมือด้วยสบู่ ฟอกล้างเป็นเวลา 20 วินาที หรือล้างมือด้วยเจลล้างมือ เพราะมือเป็นอวัยวะที่สัมผัสกับสิ่งต่างๆ อยู่ตลอดเวลา ทำให้ง่ายต่อการรับเชื้อเข้าร่างกายโดยไม่รู้ตัว 4. ลดการสัมผัสวัตถุต่างๆ ที่อาจเป็นแหล่งสะสมเชื้อ เช่น ประตู อาจใช้ศอกหรือหลังดันเพื่อเปิด-ปิดประตู เป็นต้น 5. รับประทานยาแ
“หมอยง” เผยโควิดในไทยตอนนี้เป็นสายพันธุ์ G มาจากประเทศฝั่งตะวันตก ถ้าระบาดระลอก 2 จะแพร่กระจายเร็วมาก เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า จากการติดตามผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและพักอยู่ในสถานกักกันโรคของรัฐ (State Quarantine) พบว่า ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 เป็น สายพันธุ์ G ที่มาจากประเทศฝั่งตะวันตก แม้เชื้อดังกล่าวจะไม่รุนแรงไปกว่าเดิม แต่หากมีการระบาดระลอกที่ 2 คาดว่าเชื้อดังกล่าวจะแพร่กระจายไปเร็วมาก เนื่องจากเชื้อจะอยู่ที่ลำคอค่อนข้างมาก ทำให้ติดต่อกันได้ง่าย ดังนั้น ขณะนี้สายพันธุ์ที่แพร่ระบาดใหญ่ทั่วโลก จึงเป็นสายพันธุ์ G มากที่สุด และการระบาดระลอกที่ 2 จะต้องป้องกันให้เต็มที่ ศ.นพ.ยง ระบุอีกว่า ขณะนี้ทางศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา ได้รับความร่วมมือจากสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) ดำเนินการศึกษาสายพันธุ์ที่พบอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะที่อยู่ในสถานกักกันโรคของรัฐเพื่อเก็บไว้เป็นข้อมูลพื้นฐาน และถ้าม
