อาชีพเสริม
ข้าวมันไก่ 10 บาท จัดเต็มข้าวนุ่ม-ไก่แน่น-น้ำจิ้มรสเด็ด แถมซุปไม่อั้น พร้อมสีสันบริการสุดประทับใจ “อำนวย เชาว์เฟื่องกิจ” หรือ โกนวย คุณลุงใจดีวัย 73 ปี ผู้ริเริ่มตำนานข้าวมันไก่ 10 บาท ในตรอกเล็กๆ ตรงข้ามโรงพยาบาลเลิดสิน ถนนสีลม กรุงเทพมหานคร โกนวยขายข้าวมันไก่ราคาสวนกระแสเศรษฐกิจแบบนี้มาเป็นเวลากว่า 32 ปีแล้ว และยืนยันว่าจะไม่ปรับราคาขึ้น ไปจนตาย “ผมเริ่มต้นขายตั้งแต่สมัยนู้น 10 บาท มันก็โอเค ประกาศขายราคานี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ผมไม่อยากผิดคำพูด ก็เลยขายมันราคานี้มาตลอด ความจริง 10 บาท นี่ขายยังไงก็กำไรแน่นอน ดีกว่าขายจานละ 30-40 อีก” ลูกค้าประจำของร้านโกนวยมักจะมาสั่งปริมาณเยอะๆ แค่จานเดียวจบ แต่ลูกค้าใหม่ที่อยากมาลองกินส่วนใหญ่จะสั่งจานละ 10 บาท 2-3 จานขึ้นไป โกนวยแอบกระซิบบอกว่า ความจริงสั่งแบบ 10 บาท หลายๆ จานจะได้ไก่เยอะกว่านะ (หัวเราะ) “ตอนนี้ที่ขายอยู่จะมี 10 บาท 20 บาท 30 บาท ใหญ่สุดเลย 40 บาท ลูกค้าประจำที่มาจะขอสั่งแบบ 50 บาทก็มี ซึ่งราคานี้มันไม่มีในเมนู ต้องเป็นลูกค้าที่รู้จักร้านแล้วเคยมาถึงจะสั่งราคานี้” ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์โกนวยจะตื่นตอน 5 ทุ่มครึ่ง เตรียมหุงข้าวพร้อมน้ำซ
บริษัทติดตามหนี้ เผย “มนุษย์เงินเดือน” ไม่มีอาชีพเสริม ค้างชำระ มากที่สุด!! จากการเสวนาเปิดมุมมอง “เล่าความเสี่ยงหนี้นอกระบบ” จัดโดย “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เมื่อไม่กี่วันก่อน คุณชุติเดช ชยุติ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส – คอร์ปอเรท ไฟแนนซ์ “เคทีซี” กล่าวตอนหนึ่งว่า “หนี้นอกระบบ” เกิดขึ้นจากการที่บุคคลขาดโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน จึงมีความจำเป็นต้องหันไปพึ่งพาเจ้าหนี้บุคคลนอกระบบ ซึ่งคิดดอกเบี้ยสูงเป็นรายวันหรือรายเดือน นอกจากนี้ หากลูกหนี้ไม่มีเงินชำระหนี้ เจ้าหนี้ก็อาจใช้วิธีการตามทวงที่รุนแรง ซึ่งต่างจาก “หนี้ในระบบ” ที่เกิดจากการปล่อยสินเชื่อของผู้ประกอบการหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการด้วยความโปร่งใส เป็นธรรมและตรวจสอบได้ ภายใต้กรอบการกำกับที่ชัดเจนขององค์กรกลาง และยังมีสิทธิพิเศษที่ช่วยแบ่งเบาภาระให้กับผู้ขอสินเชื่อ” “ภาครัฐเอง ตระหนักถึงความรุนแรงและความเสี่ยงของปัญหาหนี้นอกระบบ จึงได้หามาตรการดึงลูกหนี้นอกระบบให้เข้ามาอยู่ในระบบถูกต้อง โดยได้ออกสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ หรือ “นาโนไฟแนนซ์” (Nano Finance) เพื่อให้บุคคลธรรมดาที่มีรา
เรียกว่าเป็นมิติใหม่ของวงการขนมไทยเลยก็ว่าได้ สำหรับ “เค้กหน้าขนมไทย” จากร้าน “ติดลิ้น” โดย คุณเอี่ยว-เสน่หา ชูสันติ อายุ 37 ปี และ คุณปุ๋ย-จุฑารัตน์ แสงศิลา แอร์โฮสเตสสาววัย 31 ปี คุณเอี่ยว หนึ่งในเจ้าของร้านและผู้คิดสูตร เล่าให้ฟังถึงที่มาว่า ก่อนหน้านี้เคยทำงานประจำ เป็นแมเนเจอร์ด้านงานประกันโทรศัพท์ มากว่า 10 ปี ระหว่างนั้นได้พยายามหาช่องทางทำธุรกิจอยู่ตลอด เพราะมีแนวคิดอยากมีธุรกิจส่วนตัว สุดท้ายตกผลึกที่ธุรกิจเบเกอรี่ เค้กมะพร้าวไส้แตก “Bakery Mind by Aeiw” ซึ่งเคยถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน “เส้นทางเศรษฐี” ไปแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน อ่านข่าว ทำเก๋ ไม่ซ้ำใคร! เค้กมะพร้าวไส้แตก แหวกตลาด ทำรายได้หกหลักต่อเดือน ล่าสุดในปี 2019 นี้ จากแบรนด์ Bakery Mind by Aeiw ที่ประสบความสำเร็จ ด้วยความคิดก้าวไกล คุณเอี่ยวได้ต่อยอดเปิดแบรนด์ใหม่ ซึ่งยังคงไม่ทิ้งไลน์ธุรกิจเบเกอรี่ไปไหน เธอร่วมกันเปิดร้านกับหุ้นส่วนสาวสวยดีกรีแอร์โฮสเตส คุณปุ๋ย ผลิตและจำหน่าย “เค้กขนมไทย” ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ขณะนี้ “อาชีพเราเดินทางบ่อย ไปประเทศโน้น ประเทศนี้ ได้เห็นขนมหลากหลายชนิด เราเห็นว่าขนมไทยมีเอกลักษณ์ไม่แพ้ไปก
ขายได้แค่วันละจาน! แม่ค้าขนมจีนในโรงเรียนทุกข์หนัก ตั้งกระทู้ปรึกษา ชาวเน็ตแนะ เปลี่ยนเมนูด่วน เป็นเรื่องทุกข์ใจของคนทำมาค้าขาย โดยเฉพาะร้านอาหาร ที่แม่ค้าตั้งใจคัดสรรวัตถุดิบ ปรุงรสด้วยความละเมียดละไม แต่ไหงพอถึงวันเปิดร้านกลับขายไม่ได้เสียอย่างนั้น อย่างแม่ค้าสาวรายนี้ทุกข์ใจถึงขั้นตั้งกระทู้พันทิปขอคำปรึกษา ช่วงเปิดเทอมที่ผ่านมาเธอเปิดร้านขายขนมจีนในโรงอาหารของโรงเรียนแห่งหนึ่ง มีนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 จำนวน 2,000 คน ซึ่งทางโรงเรียนแบ่งเวลาในการให้เด็กมาพักกลางวันแต่ระดับๆ ไล่กันไป โดยอาหารที่แม่ค้าสาวรายนี้ขาย คือ ขนมจีนน้ำยา มีเท้าไก่ มีเนื้อบ้าง เลือดบ้าง ซึ่งเธอมั่นใจว่าฝีมืออร่อย เน้นความสะอาด ถูกต้องตามหลักสุขอนามัย ขายราคาเท่ากันทุกร้านคือ 20 บาท เธออธิบายต่อว่า ในโรงเรียนมีร้านเดิมเจ้าเก่าที่ขายมาก่อนแล้ว คือ ร้านก๋วยเตี๋ยว 4 ร้าน ขนมจีน 1 ร้าน (ร้านตนเป็นร้านใหม่เพิ่งเริ่มขายเมื่อวันที่ 16 พค ที่ผ่านมา รวมเป็น 2 ร้าน) ข้าวราดแกง 2 ร้านน้ำ 1 ร้าน และร้านขนมจิปาถะ 1 ร้าน หลังเปิดร้านขาย แม่ค้าสาวพบปัญหา เปิดเทอมวันแรก เธอเตรียมเส้นขนมจีนไป 10 กิโล พอขายได้บ้าง
สาวฟรีแลนซ์ รับจ๊อบ “หิ้วยำ” เจ้าดังพัทยา รายได้ไม่แน่นอน แต่คุ้มค่าน้ำมัน รับหิ้วยำ – หากเป็นเมื่อก่อน เวลามีร้านอาหารที่ไหนดังๆ คนก็จะดั้นด้นเดินทางไปต่อแถวรอคิวเข้าร้าน เพื่อที่จะได้ลองสัมผัสรสชาติอาหารที่ว่า บางคนรอแล้วได้ทาน บางคนรอเป็นวันก็ยังไม่ได้ทาน หรือบางคนบ้านไกล ไม่สามารถเดินทางไปที่ร้านได้ จะฝากเพื่อนซื้อ ฝากคนรู้จักซื้อบ่อยๆ ก็เกรงใจ แต่ถ้าจะไปกินร้านอื่นแทนก็ไม่เหมือนกันอีก จนมีคนหัวใส ผุดไอเดียทำธุรกิจที่เรียกว่า “รับหิ้ว” ขึ้น การรับหิ้ว หลายๆ คนคงมองว่าไม่ใช่เรื่องแปลก หรือเรื่องใหม่อะไรนัก เพราะปัจจุบัน มีธุรกิจรับหิ้วเยอะแยะไปหมด ทั้งรองเท้า โลชั่น น้ำหอม เครื่องสำอาง หรือ ขนมจากต่างประเทศ แต่น้อยมากที่จะเห็นคนหันมาจับ “ธุรกิจรับหิ้วยำ” กัน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสสัมภาษณ์ คุณมันนี่ – กุลทรัพย์ ตั้งวัฒนะกุล สาวชาวกรุง วัย 27 ปี หนึ่งในคนที่ทำธุรกิจ “รับหิ้วยำ” จากร้าน “อาฟเตอร์ ยำ” เจ้าดังแห่งเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยเธอเล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันทำงาน เป็น “ฟรีแลนซ์” อาศัยอยู่แถวถนนพระราม 2 เขตราษฎร์บูรณะ โดยปกต
หมูทอด เมนูพื้นๆ ที่ทุกคนชอบทาน นอกจากทำทานแล้ว ยังทำขายเป็นอาชีพได้เงินหลายบาทเลยทีเดียว อีกหนึ่งร้านหมูทอดเปิดใหม่ ที่เชื่อว่าหากได้ชิมแล้วต้องติดใจ เพราะร้านนี้ชูคอนเซ็ปต์ “หอม นุ่ม ชุ่มฉ่ำใน” ขายส่งแบบดีลิเวอรี่อย่างเดียว ถึงอย่างนั้นยอดขายก็พุ่งกระฉูดยิ่งกว่าเปิดหน้าร้าน โดย คุณดนย์-ปัณณวิชญ์ ศุภศิริเรืองชัย ชายหนุ่มผู้หลงรักและซึมซับการทำอาหารมาตั้งแต่เด็ก ย้อนไปเมื่อหลายสิบปีก่อน คุณดนย์มักติดตามคุณแม่ที่แต่ก่อนเป็นอาจารย์สอนทำอาหารที่ศูนย์ฝึกอาชีพและธุรกิจ มติชน มาสอนทำอาหารอยู่บ่อยๆ ซึ่งปัจจุบันศูนย์แห่งนี้ได้พัฒนาเป็นมติชน อคาเดมี เมื่อโตขึ้นจึงเลือกเรียนเชฟที่วิทยาลัยดุสิตธานี จากนั้นเข้าทำงานเป็นเชฟที่โรงแรมห้าดาวอยู่นาน 7 ปี ทำงานวันละ 10-12 ชั่วโมง หนักเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน กระทั่งหันกลับมาต่อยอดธุรกิจครอบครัวคือขายส่งหมูปิ้ง ด้วยการเปิดธุรกิจ “หมูทอดชั้นเทพ” “ผมโตมากับศูนย์ฝึกอาชีพและธุรกิจ มติชน ตามแม่ไปสอนทำอาหารพวกติ่มซำ ขนมจีบ ตั้งแต่เด็ก เลยคิดว่าถ้าจะทำธุรกิจสักอย่างต้องทำที่ตนเองถนัดและมีพื้นฐานอยู่แล้ว อย่างหมูทอดชั้นเทพ ผมคิดสูตรหมูทอดขึ้นด้วยตนเอง พยายามทำรสชา
ด.ช.วัย12 ยอดกตัญญู ช่วยแม่เร่ขายขนม หลังเลิกเรียน พ่อป่วยอัมพฤกษ์ วันที่ 27 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด.ช.นันทิพัฒน์ มาลาศรี อายุ 12 ปี ปัจจุบันเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเทศบาล 5 เทศบาลนครเชียงราย อ.เมือง จ.เชียงราย ออกเร่ขายขนมดอกจอกบรรจุถุงเป็นประจำทุกเย็นหลังเลิกเรียนและวันอาทิตย์ตลอดทั้งวัน ไปตามถนนสายต่างๆ ภายในเขตเทศบาล โดยเด็กคนดังกล่าวอาศัยอยู่กับบิดา มารดา และน้องสาวที่อยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 รวมทั้งหมด 4 คน ที่บ้านเลขที่ 212 หมู่บ้านริมกก หมู่ 12 ต.แม่ยาว ทุกวันหลังเลิกเรียนก็จะไปหาแม่ที่ขายผักในตลาดสดบ้านใหม่ แล้วออกปั่นจักรยานที่มีขนมอยู่ในตะกร้ารถซึ่งแม่ได้จัดเตรียมเอาไว้ให้ไปตามจุดต่างๆ ดังกล่าว โดยขายถุงละ 10 บาท ด.ช.นันทิพัฒน์ กล่าวว่า เดิมตนก็ไปโรงเรียนตามปกติ ไม่ได้ออกขายขนม แต่เมื่อถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 พ่อป่วยเป็นอัมพฤกษ์เดินไม่ได้ ทำให้แม่ต้องหาเลี้ยงครอบครัวด้วยการขายผักในตลาดตามลำพัง ตนจึงบอกแม่ว่าอยากจะช่วยเหลือ โดยเฉพาะค่าน้ำและค่าไฟ แม่จึงทำขนมเองที่บ้านแล้วนำบรรจุถุงก่อนจะอนุญาตให้ตนนำออกไปเร่ขายในตัวเมืองเชียงรายได้ เมื่อขายเสร็จตั้งแต
เปิดเมนูเด็ด “ไข่ย่าง ไข่ยิ้ม ไข่หลุม ไข่ตกมัน” อร่อย ยั่วๆ จ้า ไข่เค็ม คือวิธีการถนอมอาหารอย่างหนึ่งจนเกิดเป็นรสชาติอร่อย ที่คนไทยนิยมทานกับข้าวต้ม หรือข้าวสวยร้อนๆ อิ่มได้อีกมื้อ แต่ที่เด็ดกว่านั้นคือ การนำไข่เค็มครีเอตเป็นทั้งเมนูคาวและหวาน ไปที่ไหนก็เจอแต่ไข่เค็ม เรียกว่าเป็นยุคไข่เค็มครองเมืองเลยก็ว่าได้ ทั้ง มาม่าไข่เค็ม ยำไข่เค็ม โดนัทไข่เค็ม ขนมเปี๊ยะไข่เค็ม และอีกหลายอย่าง “ไข่ย่าง ไข่ยิ้ม ไข่หลุม ไข่ตกมัน” 4 เมนูเด็ดต่อยอดจากไข่เค็ม ที่ คุณสุ-ยุภา เทียมกุล อายุ 50 ปี ผู้ประกอบการจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี นำไข่เค็มไชยามาสร้างรูปลักษณ์ใหม่แต่ยังคงรสชาติความอร่อยไว้เช่นเดิม เจ้าของไอเดียวัย 50 เล่าว่า 4 เมนูไข่เค็มนี้ ได้แนวคิดมาจากไข่เค็มไชยา ของฝากขึ้นชื่อจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่นักท่องเที่ยวมาต้องซื้อติดไม้ติดมือกลับไปทุกครั้ง ช่วงหลังเศรษฐกิจย่ำแย่ ขายไม่ดีเหมือนแต่ก่อน ไม่ใช่แค่ไข่เค็ม แต่รวมไปถึงสินค้าขึ้นชื่อชนิดอื่นด้วย “ขายไม่ดี ไข่เค็มล้นตลาด ทางกลุ่มเครือข่ายไข่เค็มเลยต้องคิดหาไอเดียใหม่ๆ เพื่อระบายสินค้า สินค้าแรกที่ทำคือ น้ำพริกไข่เค็ม แต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบรับเท่
“ห่อหมกในกระบอกไม้ไผ่” ดีไซน์น่ารัก เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสุดๆ เป็นอีกหนึ่งไอเดียรักษ์โลก เมื่อ คุณอุ๊-นงลักษณ์ ภูคะโร อายุ 47 ปี ผู้ประกอบการร้านอาหารจากจังหวัดพัทลุง นำวัสดุจากธรรมชาติอย่างไม้ไผ่ มาดัดแปลงเป็นบรรจุภัณฑ์ ใส่ห่อหมก ใส่ข้าว กลายเป็น “ห่อหมกแม่อุ๊” ที่เพิ่งเริ่มทำเมื่อต้นปี 2561 คุณอุ๊ เล่าว่า ก่อนหน้านี้ยึดอาชีพทำสวน กรีดยาง ด้วยเศรษฐกิจไม่ดี จึงเปลี่ยนอาชีพ หันมาทำห่อหมกขาย เพราะเป็นอาหารที่ลูกกับสามีชอบกินจึงมีสูตรที่ทำกินประจำอยู่แล้ว แต่จะให้ทำขายแบบร้านอาหารทั่วไปคงจะซ้ำ เลยช่วยกันหาไอเดียว่าทำอย่างไรให้ห่อหมกอาหารหน้าตาธรรมดาๆ ดูแปลกขึ้นมาได้บ้าง “สามีเป็นคนคิด นำไม้ไผ่มาดัดแปลงเป็นบรรจุภัณฑ์ ไม้ไผ่พวกนี้ได้จากสวนหลังบ้าน ทดลองทำไม่นานก็ได้ ห่อหมกในกระบอกไม้ไผ่ รสชาติอร่อย” หลังได้เป็นรูปเป็นร่าง คุณอุ๊ บอกว่า ผู้ใหญ่บ้านเข้ามาชิมเห็นว่าแปลกจึงให้ทำไปต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมหมู่บ้าน OTOP นวัตวิถีบ้านทุ่งโต๊ะย๊ะ ได้ต้อนรับทั้งหน่วยงานราชการและบุคคลทั่วไปมากหน้าหลายตา ทำให้ห่อหมกแม่อุ๊เป็นที่รู้จัก “หลายคนเห็นบรรจุภัณฑ์แล้วชอบ เขาว่ามันแปลกดี
ชวนมางีบที่ “ฟามสุขเล็กๆ” คาเฟ่น่านอน ของ “ทราย” เจ้าแม่คอสเพลย์ชื่อดัง คาเฟ่นอนได้ – ปัจจุบันประเทศไทย มี ร้านคาเฟ่ ผุดขึ้นมามากมาย แต่ละร้านต่างก็มีคอนเซ็ปต์ร้านแตกต่างกันไป ทั้งมินิมอล สายหวาน หรือ แนวสดใส แต่หนึ่งในคอนเซ็ปต์สุดฮิตในปัจจุบัน ที่ผู้ประกอบการร้านคาเฟ่นิยมทำกัน ต้องยกให้กับคอนเซ็ปต์ นอนได้ ที่สามารถเรียกลูกค้าได้ดีเลยทีเดียว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้เห็นร้านคาเฟ่แห่งหนึ่งในโซเชียล เป็นคาเฟ่นอนได้เล็กๆ ในจังหวัดราชบุรี ที่มีเจ้าของคือ คุณทราย-เบญจพร เจษฎากานต์ วัย 23 ปี หรือที่หลายๆ คนคุ้นชื่อเธอ จากการแต่งคอสเพลย์เป็นดาราดังๆ ด้วยของกินนั่นเอง คุณทราย เล่าให้ฟังว่า ตอนนี้เธอเรียนอยู่ด้วย ทั้งแต่งคอสเพลย์ และทำงานไปพร้อมๆ กัน สาเหตุที่ทำให้มาเปิดคาเฟ่ เป็นเพราะเธออยากมีสถานที่ที่สามารถนั่งทำงานได้ เพราะเมื่อก่อน เวลาที่เธอต้องทำงาน ต้องอาศัยนั่งทำงานตามร้านกาแฟหลายๆ ร้าน เพราะร้านกาแฟส่วนใหญ่จะนั่งนานๆ ไม่ได้ เมื่อไปหลายร้าน ก็ต้องสั่งอาหารหรือเครื่องดื่มทุกร้านที่เข้าไป ทำให้ค่อนข้างเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เยอะ เธอจึงตัดสินใจเป
