เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
แอร์เอเชีย ‘ชัตดาวน์’ ระบบจองตั๋วทุกช่องทาง วันที่ 19 – 20 ม.ค. แนะเผื่อเวลาเดินทาง 3 ชม. รายงานข่าวจากสายการบินแอร์เอเชียแจ้งว่า ตั้งแต่วันที่ 19 ม.ค. 2562 เวลา 13.00 น. จนถึง 20 ม.ค. 2562 เวลา 02.00 น. สายการบินจะทำการปิดปรับปรุงระบบสำรองที่นั่งทุกช่องทางที่มี ประกอบด้วย เว็บไซต์ airasia.com, แอร์เอเชียโมบายแอพ, สำนักงานขาย ณ สนามบินทุกแห่ง ทั้งในประะเทศ และต่างประเทศ, ตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารสายการบินแอร์เอเชีย, ศูนย์บริการการท่องเที่ยวแอร์เอเชีย (Air Asia Travel & Service Center),ตู้คีออสและคอลเซ็นเตอร์ โดยในส่วนของคอลเซ็นเตอร์ยังสามารถโทรสอบถามข้อมูลทั่วไปได้ แต่ไม่สามารถสำรองที่นั่ง เปลี่ยนแปลงการเดินทางและสั่งจองบริการเสริมได้ ส่วนเหตุผลที่บริษัทต้องปิดระบบจองตั๋วทุกช่องทางเป็นการชั่วคราว เนื่องจากต้องการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการสำรองที่นั่งทุกช่องทาง ให้มีความสะดวกมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ขอให้ผู้โดยสารเร่งเช็กอินออนไลน์ล่วงหน้า และพิมพ์บัตรที่นั่งล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง หรือสามารถเช็กอินได้ที่เคาน์เตอร์สนามบินเท่านั้น โดยควรเผื่อเวลาในการเดินทางล่วงหน้า 3 ชั่วโมงก่อน
ขายยังไงให้มีกำไร “ข้าวมันไก่ – ข้าวกล่อง 10 บาท” อาหารทานง่าย ขวัญใจคนงบน้อย อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าช่วงนี้ราคาข้าวของ เครื่องใช้ หรืออาหารการกินต่างๆ ก็ต้องปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดไปได้ในภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง รวมไปถึงกำลังซื้อของคนก็มีขึ้นลงตามรายได้ที่ได้รับในแต่ละเดือน ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญมากสำหรับพ่อค้าแม่ขาย ร้านค้าบางราย ปรับตัวโดยการขยับราคาสินค้าเพิ่มขึ้นอีกนิด เพื่อให้ร้านอยู่รอดได้ ผิดกับมุมมองและแนวคิดเจ้าของร้าน “นก ข้าวมันไก่ เคาะโต๊ะ” ซึ่ง คุณชุตินิษฐ์ ชิตเจริญ หรือคุณนก เจ้าของร้านวัย 33 ปี กลับมองว่า “ไม่ได้ต้องการขายเอารวย แต่อยากขายเพื่อให้คนที่มีงบน้อย หรือนักเรียน นักศึกษา ให้เขาเหล่านี้มีข้าวกิน ท้องอิ่ม” ขายข้าวมันไก่ 10 บาท 10 ปี ราคาไม่เคยเปลี่ยน คุณนก ขยายความให้ฟังเพิ่มเติมว่า ก่อนจะมาทำข้าวมันไก่ขาย เคยเป็นพนักงานออฟฟิศคนหนึ่ง ทำงานประจำ มีเงินเดือนใช้ มีบัตรเครดิตใช้เหมือนสาวออฟฟิศทั่วๆ ไป เป็นสาวออฟฟิศอยู่เกือบ 4 ปีได้ ก่อนจะตัดสินใจลาออกมาค้าขาย ด้วยเหตุผลที่ว่า ทำงานไปเงินก็ไม่พอใช้ ทั้งยังติดหนี้บัตรเครดิตอีก จึงต้องหันกลับมาคิดใหม่ แต่ก่อนที่
กรมศุลฯทำลาย สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ 6 คันรถ มูลค่า 39 ล้านบาท สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ / เมื่อวันที่ 16 ม.ค. ที่ กรมศุลกากร แขวงและเขตคลองเตย นายชัยยุทธ คำคุณ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร เป็นประธานในพิธีทำลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และของกลางในคดีที่ถึงที่สุดแล้ว ซึ่งเป็นทั้งกระเป๋าแบรนด์เนม รองเท้า ลูกฟุตบอล แก้วน้ำและอื่นๆ อีกหลายรายการ รวมมูลค่ากว่า 39 ล้านบาท ก่อนให้สื่อมวลชนร่วมเป็นสักขีพยานในการทำลายของกลาง พร้อมปล่อยขบวนรถบรรทุกขนย้ายของกลางจำนวน 6 คัน เพื่อส่งไปเผาและกำจัดซาก โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายที่บริษัทเอกชน จ.สระบุรี นายธาดา ชุมไชโย ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและปราบปราม (สสป.) ขึ้นกล่าวว่า พิธีดังกล่าวนี้จัดขึ้นเพื่อแสดงให้สาธารณชนทั้งในและต่างประเทศ ได้เห็นถึงมาตรการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และการกระทำผิดทางศุลกากร อย่างจริงจังของประเทศไทย และเพื่อให้ตระหนักถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ กรมศุลกากรได้รวบรวมของกลางในคดีความผิดทางศุลกากร ที่พร้อมจะทำลายจากหน่วยงานในสังกัด ได้แก่ สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเท
หลายคนมีความฝันถึงอนาคตว่าต้องการมีชีวิตแบบบ้านไร่ ทำสวน ปลูกต้นไม้ ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับธรรมชาติ และยึดอาชีพเป็นเกษตรกร สามารถเลี้ยงชีพตัวเองได้ สร้างรายได้ยั่งยืนและมีความสุข บนพื้นที่ของตัวเอง คุณสายสุนีย์ สุวรรณดี หรือ ป้าน้อย เจ้าของฟาร์มสายทอง แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่ ของจังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นสวนที่ปลูกมัลเบอร์รี่หรือลูกหม่อนสด ปลอดสารเคมี พร้อมการแปรรูปครบวงจร เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของคนทำตามความฝันจนประสบความสำเร็จ ป้าน้อย เล่าว่า เดิมเป็นคนกรุงเทพฯ ไม่ได้มีความรู้เรื่องการเกษตร อยู่กรุงเทพฯ ก็อาศัยเลี้ยงชีพด้วยธุรกิจค้าขาย แต่ความฝันของป้าน้อยคืออยากเป็นคาวเกิร์ล เพราะชอบดูหนังคาวบอยของตะวันตก เมื่อ 30 ปีก่อน จึงตัดสินใจซื้อที่ดิน แถวจังหวัดสระบุรี ก่อนจะย้ายมาทำเกษตรในพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งก่อนที่จะมาปลูกมัลเบอร์รี่ปลอดสารเคมีแบบนี้ พื้นที่นี้ก็เคยผ่านการปลูกกระถิ่น การเลี้ยงโคนม มาก่อน แต่การเลี้ยงโคนม เป็นอาชีพที่เหนื่อยมากซึ่งก็ทำมาหลายปีกว่าจะหยุดลง แล้วหันมาปลูกมัลเบอร์รี่แทน โดยเริ่มจากมีต้นแม่พันธุ์อยู่แค่เพียง 2 ต้นเท่านั้น ซึ่งลูกสาวซื้อมาให้จากเชียงใหม่ เอามาปลูก
ดวงประจำวันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2562 ราศีใดจะได้เลื่อนหน้าที่สูงขึ้น ราศีใดจะได้รับการชำระหนี้ ราศีเมษ เกิดตั้งแต่ 13 เม.ย.-14 พ.ค. ท่านไม่ควรทำกิจการใดๆ ไม่ว่าจะเป็นการลงมือหรือเจรจากันก็ตาม จะได้ลาภจากคู่หมั้นคู่สมรส คนโสดจะพบคู่ครอง ลาภทางการเงินก็ดีอย่างมาก จะมีเหตุตื่นเต้นเพราะเพื่อนบ้านถูกโจรกรรม ราศีพฤษภ เกิดตั้งแต่ 15 พ.ค.-14 มิ.ย. ท่านจะได้ลาภเป็นสิ่งของเล็กๆ น้อยๆ พี่น้องนำเงินสดให้ก้อนหนึ่ง มีข่าวดีจากญาติมิตรที่เป็นเพศตรงข้าม ร่างกายแข็งแรงพลานามัยสมบูรณ์ ไม่เจ็บไข้ง่าย ได้ลาภอันเป็นสิ่งที่หาได้โดยยาก ราศีมิถุน เกิดตั้งแต่ 15 มิ.ย.-15 ก.ค. ท่านได้ลาภจากญาติมิตรที่ผ่านเหตุการณ์สำคัญๆ มาแล้ว ไม่ควรตัดต้นไม้ใหญ่หรือรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเก่าๆ การอยู่ใกล้สิ่งปลูกสร้างใหม่ๆ เป็นอันตราย ได้รับเงินสดก้อนหนึ่งจากเพื่อนที่เป็นคนต่างภาษา ราศีกรกฎ เกิดตั้งแต่ 16 ก.ค.-16 ส.ค. ท่านมีลาภลอยจะได้รับสิ่งที่ต้องประสงค์เป็นอันมาก ถ้ามีเรื่องที่ยังไม่เข้าใจจะรู้ได้อย่างกระจ่างแจ้งในวันนี้ คู่หมั้นคู่สมรสมีข่าวดีมาแจ้งให้ทราบ มีบริวารเพิ่มขึ้น มีเหตุการณ์สนุกสนานใกล้ๆ บ้าน ราศีสิงห์
ที่บ้านน้อยจอมศรี อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ชาวบ้านส่วนใหญ่ยึดอาชีพทำการเกษตร ทำนา ทำไร่ ส่วนใหญ่ใช้น้ำจาก “เขื่อนน้ำอูน” สำหรับทำการเกษตร ฉะนั้น ผู้ที่เดินทางไปจังหวัดสกลนคร จะพบพื้นที่เขียวชะอุ่มไปด้วยข้าวนาปรัง พืชฤดูแล้ง ตลอดจนบ่อเลี้ยงปลาและเลี้ยงกบ ห่างตัวเมืองสกลนคร ประมาณ 12 กิโลกรัม มีหมู่บ้านเศรษฐกิจอันดับหนึ่งของเมืองสกลนคร คือ บ้านน้อยจอมศรี ต.ฮางโฮง ชาวบ้านที่อาศัยอยู่มีกลุ่มอาชีพหลากหลาย อาทิ กลุ่มทำหมอนขิด กลุ่มเกษตรกรทำนา กลุ่มเลี้ยงปลา และกลุ่มเลี้ยงกบ โดยเฉพาะกลุ่มเลี้ยงกบ ที่มีมากที่สุดของจังหวัดสกลนคร กว่า 10 ราย คุณรัตนา ศรีบุรมย์ และคุณกมลชัย ศรีบุรมย์ อยู่บ้านเลขที่ 218 ตำบลฮางโฮง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร สองสามีภรรยา เป็นหนึ่งในกลุ่มเลี้ยงกบ ที่กบพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ กว่า 3,000 ตัว โดยคุณรัตนา เล่าว่า ก่อนเลี้ยงกบเป็นอาชีพ ได้ทำนาและทำไร่มาก่อน รวมทั้งเป็นลูกจ้างกรรมกรในตัวเมือง “นอกจากทำนาปลูกข้าวแล้ว ชาวบ้านแห่งนี้ยังมีอาชีพเสริมคือการทำเกษตรปลูกพืชฤดูแล้ง เลี้ยงสัตว์ และบางส่วนเลี้ยงกบ ขายพันธุ์กบเป็นส่วนน้อย เน้นขายตัวอ่อนของกบหรือฮวก (ลูกอ๊อด) เป็นส่วนใหญ่
ตลาดโคเปนเฮเกน ถนนเป็นของคนเดิน ไม่พะนอรถยนต์เหมือนเมืองไทย โคเปนเฮเกน เมืองหลวงของเดนมาร์ก เป็นเมืองที่คนเดินถนนจะรักมาก เขาเป็นเมืองที่สร้างเพื่อให้คนเดินถนน หรืออย่างมากที่สุดปั่นจักรยาน ถนนหนทางร้านรวงทางเท้าหรือกระทั่งสวนสาธารณะล้วนออกแบบมาให้เอื้อเฟื้อกับคนเดินถนน มากกว่าจะพะนอเอาใจคนขับรถยนต์เหมือนเมืองไทย เพื่อนฉันคนหนึ่งบอกว่าการสร้างสะพานลอยคนข้ามถนนให้สูงขึ้นไปเท่าตึก 3 ชั้น ขับไสคนเดินขึ้นบันไดไป เพื่อจะไม่ให้กระทบสิทธิรถยนต์ที่แล่นบนถนน เป็นการศิโรราบต่ออิทธิพล “สัตว์ตีนยางตาแก้ว” โดยราบคาบ ให้คนหมอบราบหลบหนีให้พ้นเสียจากเส้นทางสัญจรของรถยนต์ ทั้งที่มันก็ถนนของเขาเหมือนกัน โคเปนเฮเกน หรือเอาเข้าจริงก็เดนมาร์กทั้งประเทศเป็นของคนเดินถนน ดังนั้น เดินตลาด ดูบ้านดูเมืองของเขา จึงมีความสุขยิ่ง ไม่ต้องพะวักพะวงว่าจะเจอรถยนต์ปีนฟุตปาธขึ้นมาชน โคเปนเฮเกนไม่เคยหลุดออกจากรายการเมืองน่าเที่ยวที่สุดของโลก หมายถึงเที่ยวอย่างมีความสุข และปลอดภัย ได้แรงบันดาลใจดีๆ ไม่ใช่น่าเที่ยวเพราะมันถูก โคเปนเฮเกนไม่ถูก ชีวิตของผู้คนของเขาก็ไม่ถูก นักท่องเที่ยวจะมาเอาเปรียบผู้คนเขาบนความถูก เขาไม่ยอม
อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ลั่น หากพบร้านค้ากักตุน หน้ากากอนามัยป้องกัน ฝุ่นละออง เพื่อโก่งราคาเพิ่ม มีโทษจำคุก 7 ปี ปรับ 1.4 แสนบาท ฝุ่นละออง – เมื่อวันที่ 15 ม.ค. นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เผยว่า จากปัญหาฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน ที่ส่งผลต่อสุขภาพของประชาชน ซึ่งหน่วยงานภาครัฐได้พยายามแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องแต่ค่าฝุ่นละอองยังเกินมาตรฐานอยู่ จึงอยากแนะนำให้ประชาชนป้องกันตัวเองจากฝุ่นละอองในเบื้องต้น ตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้แนะนำไว้ มี 5 มาตรการคือ หลีกการสัมผัสฝุ่น โดยเฉพาะ ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ เด็ก ผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจ ภูมิแพ้ ปิดประตู หน้าต่างให้มิดชิด ป้องกันฝุ่นละออง ใช้หน้ากากที่มีประสิทธิภาพในการกรองอนุภาคที่มีขนาดเล็กกว่า 0.3 ไมครอน เลี่ยงการออกกำลังกาย หรือทำงานนานกว่า 12 ชม. ในที่โล่งแจ้ง ลดการใช้รถยนต์ และการเผาขยะ อธิบดี คพ. เผยต่อว่า ได้กำชับให้พาณิชย์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล สอดส่อง หากพบกักตุนเพื่อโก่งราคา หน้ากากอนามัยในช่วงนี้ จะดำเนินการขั้นเด็ดขาด โดยโทษกักตุนสินค้า จำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สวัสดีเพื่อนๆ คุณผู้อ่านเฮล์ทคิทเช่นทุกคน พบกันอีกเช่นเคย ครั้งนี้วินจะมาพูดถึงเครื่องดื่มสมูธตี้ (Smoothies) ที่เราได้มีโอกาสแบ่งปันสูตรไปบ้างแล้วในคราวก่อนๆ แต่ครั้งนี้มีความพิเศษตรงที่วินจะไม่ได้นำสูตรมาแบ่งปันเพื่อนๆ อย่างที่แล้วมา แต่วินจะนำเคล็ดลับดีดีจากกูรู Healthy Food Blogger ชื่อดัง Jessica Sepel ในการที่เพื่อนๆ จะสามารถครีเอตสมูธตี้แก้วโปรดเป็นของเพื่อนๆ เอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนๆ จะได้สารอาหารไม่ครบ หรือได้แต่ความอร่อยเท่านั้น แต่เพื่อนๆ จะสามารถเลือกส่วนผสมที่เพื่อนๆ ชื่นชอบและมีประโยชน์ได้เองค่ะ เพราะสุขภาพที่ดีเริ่มต้นได้ด้วยสมูธตี้แก้วโปรดในยามเช้านะคะ เพราะการดื่มสมูธตี้ที่มีส่วนผสมของวิตามิน เกลือแร่ และไขมันดี มีส่วนช่วยให้เมตาบอลิซึมทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น วินมี 3 ขั้นตอนง่ายๆ ให้เพื่อนๆ ได้คิดค้นสูตรสมูธตี้ที่เพื่อนๆ ชื่นชอบ ใครลองแล้วถูกใจอยากแบ่งปัน อย่าลืมบอกวินดี้ด้วยนะคะ ขั้นตอนที่หนึ่ง: เลือกระหว่างน้ำเปล่า, นมอัลมอนด์, นมถั่วเหลือง, หรือน้ำนมข้าว ในปริมาณอัตราส่วน 1 ถ้วย หรือใครชอบเปรี้ยว หรือติดรับประทานโยเกิร์ต และดื่มนมจากสัตว์ได้ วินแนะนำซุป
“บิ๊กตู่” ขู่สั่งปิดโรงงานอุตสาหกรรมปล่อยฝุ่นพิษ มั่นใจ “เอาอยู่” บ่นใช้ยาแรงก็มีปัญหา วอนทุกฝ่ายร่วมมือรัฐบาลแก้ ระบุต้องระวังปัญหารถติด เพราะทุกอย่างพันกันไปหมด เมื่อเวลา 07.40 น. วันที่ 15 ม.ค. ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ก่อนเป็นประธานการประชุม การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 และการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ถึงการแก้ไขปัญหาค่าฝุ่นละอองสูงเกินมาตรฐานใน กทม. และปริมณฑล ส่งผลให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ว่า ที่ผ่านมาตนได้ติดตามการแก้ปัญหาฝุ่นละอองในต่างประเทศด้วย ซึ่งบางประเทศค่าฝุ่นละอองเกิน 100 แต่บ้านเราก็คือบ้านเราที่มีหลายสาเหตุด้วยกัน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า แต่ตนได้กำชับไปแล้วทั้งในเรื่องของการขนส่ง รถเมล์ รถบรรทุกต่างๆ ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรมก็ได้ตรวจสอบโรงงานในพื้นที่ทั้งหมด รวมถึงการฉีดน้ำเพื่อทำให้บ้านเมืองสะอาดเพื่อทำให้ฝุ่นตกลงมาข้างล่างและไม่ลอยขึ้นไปใหม่ ส่วนการทำฝนหลวงก็ได้มีการเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือไว้แล้วขณะนี้รอเพียงสภาพอากาศให้พร้
