เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมกิจกรรมรณรงค์ความปลอดภัยในการเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ภายใต้แนวคิด “Safe Trip Safe Life with Insurance” หรือ “ปีใหม่อุ่นใจ เดินทางปลอดภัย ประกันภัยคุ้มครอง” ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ณ ลานหน้า ศูนย์การค้า I’m Chinatown และลานอเนกประสงค์ สถานี MRT วัดมังกร ถนนเจริญกรุง กรุงเทพมหานคร เมืองไทยประกันชีวิตให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัย ในช่วงเทศกาลที่มีการเดินทางจำนวนมาก โดยเชื่อว่าการป้องกันควบคู่กับการมีหลักประกันที่เหมาะสม ช่วยลดความเสี่ยงจากเหตุไม่คาดฝัน และเสริมความมั่นใจให้ประชาชนในช่วงปีใหม่ นอกจากนี้ กิจกรรมรณรงค์ครั้งนี้ยังช่วยให้ประชาชนเข้าถึงความคุ้มครองด้านประกันภัยที่จำเป็นได้อย่างทั่วถึง ผ่านกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อรายย่อย หรือไมโครอินชัวรันส์ ทั้งประกันภัยอุบัติเหตุระยะสั้น 30 วัน และประกันภัยที่อยู่อาศัย ด้วยเบี้ยประกันภัยที่เข้าถึงได้ ช่วยเสริมความอุ่นใจทั้งระหว่างการเดินทางและเมื่อกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย สามารถเลือกซื้อได้ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2568 ถึงว
หากช่วงปี 2024–2025 คือเวลาที่ธุรกิจแฟรนไชส์ไทยถูกคลื่นกระแสซัดเข้ามาพร้อมกันหลายระลอก ว่ากันว่า ปี 2026 จะเป็นปีที่น้ำเริ่มลด และ “ภาพจริง” ของตลาดจะค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้น ใครว่ายน้ำเป็น จะยังยืนอยู่ ใครแค่ลอยตามกระแส จะเริ่มเห็นขอบสระ ปีหน้า จึงไม่ใช่ช่วงเวลาของการเติบโตแบบหวือหวา แต่เป็นช่วงเวลาของการ “คัดกรอง” อย่างจริงจัง … อาจารย์อมร อำไพรุ่งเรือง กูรูแห่งวงการแฟรนไชส์ ฉายภาพทิศทางธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไทย ให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เป็นสื่อกลางถ่ายทอดในโอกาสนี้ ว่า ในปี 2026 แฟรนไชส์จากจีน โดยเฉพาะกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มราคาประหยัดอย่าง Mixue หรือแบรนด์ในแนวเดียวกัน จะยังไม่หายไปจากตลาดไทย แต่ภาพที่เห็นชัดขึ้น คือการ “หดตัวอย่างมีรูปแบบ” กล่าวคือ สาขาที่อยู่ในทำเลเกรด C หรือทำเลที่พึ่งพาราคาเป็นหลัก จะเริ่มทยอยปิดตัวลง เพราะโมเดลลักษณะนี้ อยู่ได้จาก “ปริมาณและทราฟฟิก” มากกว่า “ความภักดีของลูกค้า” เมื่อค่าเช่า ค่าแรง และการแข่งขันเพิ่มขึ้น สาขาที่ไม่มีทราฟฟิกจริงจะรับแรงกดดันไม่ไหว สุดท้ายจะเหลือเฉพาะสาขาที่อยู่ในทำเลเกรด A และ B ซึ่งมีทราฟฟิกสม่ำเสมอ และยังสามารถแบกรับต้นทุนไ
คุณแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานยุทธศาสตร์ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ให้ข้อมูลกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เกี่ยวกับสถานการณ์ความท้าทายเศรษฐกิจปี 2568 ที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเนื่องกับเศรษฐกิจไทยปี 2569 ว่า มีหลายเหตุการณ์ที่จะต้องจับตา ไม่ว่าจะเป็น ”สงครามภูมิรัฐศาสตร์” จากความขัดแย้งชายแดนไทยและกัมพูชา ที่ส่อยืดเยื้อและสุ่มเสี่ยงต่อมือที่สามเข้ามาแทรกแซง และสร้างเงื่อนไขทางเศรษฐกิจและความมั่นคงเพิ่มขึ้น “สงครามการค้า” และกำแพงภาษีของสหรัฐอเมริกา กับเงื่อนไขผูกโยงเศรษฐกิจและความมั่นคงซึ่งต้องเร่งการปรับกลยุทธ์ประเทศและภาคเอกชนรองรับการเปลี่ยนแปลงสู่โอกาสตลาดใหม่ “สงครามโลกเดือดระอุ” กับมหาภัยพิบัติทางธรรมชาติ ความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศกับแผนเชิงรุกในการป้องกัน รับมือ เผชิญเหตุและบริหารจัดการสถานการณ์ความเสี่ยงต่างๆ อย่างมีกลยุทธ์ที่ชัดเจน “สงครามเทคโนโลยี AI” Cybersecurity ความทันสมัย ความสะดวกรวดเร็วที่ตอบโจทย์ การเพิ่มโอกาสสำหรับผู้ที่พร้อมปรับตัวที่มาควบคู่กับความท้าทายสำหรับผู้ปรับตัวไม่ได้ ไม่ทัน ไม่เข้าถึง และกลุ่มเปราะบางที่จะขยายความเหลื่อมล้ำออกไป หากขาดกลไกการผลักดันให้เข้าถึงเศ
กระทรวงแรงงาน จับมือ Outsourcing Service เดินหน้ายกระดับ ‘e-WorkPermit 2569’ สู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ เพื่อรองรับผู้ใช้บริการที่มีอยู่มากกว่า 10 ล้านรายพร้อมให้บริการลงทะเบียนแรงงานต่างด้าว ด้วยความสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพสูงสุด นายชัยรัตน์ แสงจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) กิจการร่วมค้า ฟิวร์เจอร์สกาย เปิดเผยว่า โครงการจ้างเหมาเอกชนผลิตใบอนุญาตทำงาน ให้บริการรับคำขอ และรับแจ้งการทำงานของคนต่างด้าว (Outsourcing Service) ภายใต้ระบบ e-WorkPermit สำหรับนายจ้าง สถานประกอบการ บริษัทนำเข้าแรงงาน และแรงงานต่างด้าวทุกสัญชาติ ที่เริ่มเปิดใช้งานมาตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค. 2568 จนถึงวันที่ 25 ธ.ค. 2568 นั้น มีผู้ลงทะเบียนรวมทั้งสิ้น 363,561 ราย โดยแบ่งเป็นการลงทะเบียนของคนต่างด้าว (แรงงานต่างด้าว) 218,489 ราย นายจ้าง 121,410 ราย บริษัทนำเข้าแรงงานต่างด้าว (บน.จ.) 336 ราย ผู้ดำเนินการแทน 21,900 ราย หน่วยงานรัฐและมูลนิธิ 1,426 ราย รวมทั้งคนต่างด้าว (แรงงานต่างด้าว) ที่แจ้งเข้าระบบโดยอัตโนมัติ อีก 3,045,895 ราย ทำให้จนขณะนี้ มีข้อมูลแรงงานต่างด้าวอยู่ในระบบ e-WorkPermit ของกระทรวง
Viatris จับมือสถาบันการศึกษาชั้นนำ เดินหน้าสร้างสุขภาพเข่าให้คนไทย ผ่านกิจกรรม “เรื่องเข่าต้องไว” ประจำปี 2568 ขยายองค์ความรู้จากส่วนกลางสู่ภูมิภาค ตอกย้ำบทบาทพาร์ตเนอร์ด้านสุขภาพของคนไทยทุกช่วงวัย บริษัท เวียร์ทริศ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Viatris ร่วมกับ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล จัดกิจกรรม “เรื่องเข่าต้องไว” ประจำปี 2568 อย่างต่อเนื่อง 2 ครั้ง เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพข้อเข่าและกล้ามเนื้อให้กับประชาชนไทย กิจกรรมครั้งแรกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2568 ณ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา และครั้งที่สองเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี มีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมรวมกว่า 200 คน โดยมุ่งเน้นการเพิ่มความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคข้อเข่าเสื่อมในกลุ่มประชากรสูงอายุ โดยมีรากฐานมาจากความเชื่อที่ว่า การจัดการโรค สามารถช่วยชะลอความเสื่อมของข้อเข่าได้อย่างมาก แคมเปญนี้รวมถึงกิจกรรมให้ความรู้ที่ผู้เชี่ยวชาญได้มอบความรู้ที่ครอบคลุมเกี่ยวกับการดูแลข้อเข่า รวมถึงการออกกำลังกายและโภชนาการที่เหมาะสม และยังมีการตรวจเช็กข้อเข่าฟรีในงานด้วย Viatris ประเท
Lunio แบรนด์ที่นอนคุณภาพของไทย คว้ารางวัล Superbrands Thailand เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน รางวัลที่มอบให้แก่แบรนด์ที่มีความเป็นเลิศด้านคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในสายตาผู้บริโภค โดย คุณวิภพ ฟอง CEO & Founder พาทีม Lunio ขึ้นรับรางวัล เดินหน้าตอกย้ำความแข็งแกร่งในตลาดที่นอนอีกครั้ง Lunio แบรนด์ Startup ที่เริ่มต้นขึ้นจากความตั้งใจในการออกแบบที่นอนให้ได้คุณภาพสูงในราคาที่จับต้องได้ เพราะมีความมุ่งหวังอยากให้คนไทยได้มีที่นอนดี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและการพักผ่อนให้ดียิ่งขึ้น หัวใจสำคัญที่ทำให้แบรนด์แตกต่างคือการมีทีมวิจัย (R&D) ของตัวเอง ที่มุ่งเน้นการศึกษาพฤติกรรมการนอนและสรีระของคนไทยโดยเฉพาะ เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานจริง นวัตกรรม “แพ็กคู่” เพื่อการพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบ คือหนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่ผลักดันให้ Lunio ก้าวสู่ปีที่ 4 อย่างภาคภูมิ คือการยกระดับประสบการณ์การนอนแบบ “แพ็กคู่” ด้วยที่นอน Lunio Gen4 และเตียงปรับระดับไฟฟ้า Lunio Smart Rise ซึ่งเป็นการผสานกันระหว่างนวัตกรรมวัสดุยุคใหม่และเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพที่ผู้ใช้งานเห็นผลได้จร
“ตอนนี้ขอยึดงานประจำไว้ก่อน แต่อนาคตไม่แน่” ประโยคเรียบง่ายจากชายวัย 35 ปี ผู้คลุกคลีอยู่ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทำงานประจำเป็นเจ้าหน้าที่ประเมินราคา แต่ในวันหยุดเขาคือเจ้าของร้านพิซซ่าโฮมเมด ในยุคที่เศรษฐกิจเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การมีงานประจำที่มั่นคงคือเรื่องโชคดี แต่การมีรายได้ทางเดียวอาจไม่พออีกต่อไป เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปรู้จักกับ คุณแบนโจ-ภัทรพันธ์ ศิริไสย เจ้าของร้านแบนโจ พิซซ่า หนึ่งใน Young Entrepreneur ที่จะมาส่งต่อแรงบันดาลใจในการสร้างอาชีพเสริมจากสิ่งที่รัก จากศูนย์สู่ผู้เชี่ยวชาญ ฝึกฝนจาก YouTube ทำทิ้งจนเกือบถอดใจ จุดเริ่มต้นเกิดจากความคิดที่อยากมีรายได้เสริมมาช่วยซัพพอร์ตค่าใช้จ่าย ด้วยความที่เป็นคนชอบทานพิซซ่าเป็นทุนเดิม เขาจึงตัดสินใจเลือกเมนูนี้โดยคิดว่า “ไม่น่าจะยาก” แต่ความเป็นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น คุณแบนโจเริ่มต้นศึกษาด้วยตัวเองผ่าน YouTube ต่างประเทศ และเก็บเกี่ยวความรู้จากคอมมูนิตี้ในกลุ่ม Facebook อย่าง The Pizza Club Thailand เขาต้องเผชิญกับช่วงเวลาลองผิดลองถูก ทำทิ้งไปนับไม่ถ้วนเพราะไม่มีพื้นฐานมาก่อน ความมั่นใจในช่วงแรกเริ่มกลายเป็นความท้อจนเกือบ
ว่ากันว่า ปีนี้ ปีหน้า และปีต่อๆ ไป จะไม่ใช่ปีของการทำธุรกิจแบบเดิมอีกต่อไป ซึ่งเหตุปัจจัยนั้น มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น ผู้บริโภคมีความตระหนักมากขึ้น ส่วน “โลก” ก็ยังส่งสัญญาณชัดเจนแล้วว่า “ความยั่งยืน” ไม่ใช่ภาพลักษณ์ แต่คือปัจจัย “ชี้เป็น ชี้ตาย” ธุรกิจไหนจะอยู่รอด และธุรกิจไหนจะเติบโต สิ่งน่าสนใจในเรื่องนี้อีกประการหนึ่ง คือ “ธุรกิจยั่งยืน” จะไม่ได้จำกัดอยู่แค่พลังงานสะอาด หรือเทคโนโลยีสีเขียวเท่านั้น แต่กำลังแทรกซึมอยู่ในโรงแรม ร้านอาหาร ไปจนถึงบริการไลฟ์สไตล์ใกล้ตัว ซึ่งกำลังกลายเป็น “ธุรกิจดาวรุ่ง” ในสายตานักลงทุนและผู้บริโภครุ่นใหม่ ดังเห็นได้จาก ผู้บริโภคยุคใหม่ จะไม่ถามแค่ว่า “ถูกหรือแพง” แต่พวกเขาจะถามลึกไปถึงว่า ธุรกิจนี้ใช้ทรัพยากรอย่างไร ดูแลคนทำงานแบบไหน และมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมแค่ไหน และนี่คือ “โจทย์ใหม่” ที่ผู้ประกอบการต้องตอบให้ได้ ตัวอย่างแรกที่สะท้อนภาพนี้ได้ชัด ได้แก่ ศิวาเทล โรงแรมใจกลางกรุง ที่พิสูจน์แล้วว่า ความหรูหรากับความยั่งยืน สามารถเดินไปด้วยกันได้จริง นับตั้งแต่ การออกแบบอาคาร การจัดการพลังงาน ไปจนถึงแนวคิดการดูแล
ต้องยอมรับว่า ปี 2025 นับเป็นอีกหนึ่งปีที่หนักหนาไม่น้อย สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย หลังต้องเผชิญแรงกดดันพร้อมกันหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า กำลังซื้อเปราะบาง ปัญหาภัยพิบัติซ้ำซาก อย่าง น้ำท่วม รวมทั้งสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน ที่ส่งผลต่อการค้าและความเชื่อมั่นโดยตรง ในมิติของเศรษฐกิจ ภาวะต้นทุนสูงยังเป็นโจทย์ใหญ่ วัตถุดิบ ค่าแรง ค่าไฟ และดอกเบี้ย ทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กมี “พื้นที่หายใจ” แคบลง ขณะที่ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย ส่งผลให้ยอดขายไม่เติบโตตามที่คาดหวัง หลายธุรกิจต้องแบกรับภาระสต๊อกและกระแสเงินสดที่ตึงตัว ปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ กลายเป็น “ต้นทุนแฝง” ที่เอสเอ็มอีหลีกเลี่ยงไม่ได้ ร้านค้า โรงงานขนาดเล็ก และธุรกิจชุมชนต้องหยุดกิจการชั่วคราว สูญเสียรายได้ ซ่อมแซมสถานที่ และรับภาระค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน โดยเฉพาะธุรกิจที่ไม่มีเงินสำรองหรือประกันความเสี่ยง ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย ส่งผลกระทบต่อการค้าชายแดน โลจิสติกส์ และการท่องเที่ยวในพื้นที่โดยตรง เอสเอ็มอีจำนวนไม่น้อยที่พึ่งพานักท่องเที่ยวหรือการค้าข้ามแดน ต้องเผชิญกับปัญหายอดขายหดตัวอาจถึงขั้นหดหายแบบห
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก เข้าร่วมงาน OTOP CITY 2025 จัดโดยกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ระหว่างวันที่ 20–28 ธันวาคม 2568 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี พร้อมเปิดบูธภายใต้แนวคิด “SME โตไกลไปด้วยกันอย่างยั่งยืน” เพื่อยกระดับผู้ประกอบการท้องถิ่นให้มีโอกาสเติบโตบนเวที Modern Trade ได้อย่างมั่นคง ในปีนี้ เซเว่น อีเลฟเว่น ยังคงยึดมั่นในกลยุทธ์ “3 ให้” ประกอบด้วย ให้ช่องทางจำหน่าย ให้ความรู้ และให้เชื่อมโยงเครือข่าย โดยภายในงานได้เตรียมกิจกรรมไฮไลต์ ได้แก่ 7-Eleven Pop Up Store ที่รวบรวมสินค้า OTOP คุณภาพคัดสรรจากทั่วประเทศกว่า 200 รายการ มาจัดแสดงและจำหน่าย นอกจากด้านการตลาดแล้ว ซีพี ออลล์ ยังมุ่งเน้นการเป็น “พี่เลี้ยง” ให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยผ่าน OTOP Business Matching ซึ่งเป็นการเปิดพื้นที่ให้ผู้ผลิตสินค้าได้ร่วมเจรจาธุรกิจและรับคำแนะนำโดยตรงจากทีมคัดเลือกสินค้าของเซเว่นฯ โดยมีผู้เชี่ยวชาญพิเศษที่พร้อมให้คำแนะนำ ติดอาวุธให้กับผู้ประกอบการ OTOP ที่ต้องการขยายธุรกิจไม
