เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
ใครจะไปคิดว่าของว่างที่ทำกินกันเล่นๆ ในบ้าน จะกลายเป็นธุรกิจที่ทำรายได้หลายล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เรื่องราวของ มิเชลล์ ฮิเมเนซ-เม็กจิอาโต (Michelle Jimenez-Meggiato) และอันเดรีย เม็กจิอาโต (Andrea Meggiato) สองสามีภรรยาเจ้าของแบรนด์ The Pizza Cupcake คือบทพิสูจน์ที่ว่า ความรักในอาหารและความมุ่งมั่นสามารถพาเราไปได้ไกลกว่าที่คิดไว้เยอะ จุดเริ่มต้นจากครัวเล็กๆ The Pizza Cupcake คือความทรงจำในวัยเด็ก ทุกอย่างเริ่มต้นจาก “พิซซ่าขนาดพอดีคำ” ที่อันเดรียกินมาตั้งแต่เด็กที่เวนิส ประเทศอิตาลี เมนูนี้ไม่ใช่แค่ของว่างธรรมดาๆ แต่เป็นเมนูที่เขาทำขึ้นมาเพื่อจีบมิเชลล์ในเดตแรกๆ และความรักที่เกิดขึ้นจากพิซซ่าก็ค่อยๆ แทรกซึมไปในทุกๆ กิจกรรมของพวกเขา “เราทำพิซซ่าคัพเค้กเป็นเมนูประจำสำหรับเพื่อนและครอบครัวในวันหยุดหรือการสังสรรค์” มิเชลล์ เล่า “จนวันหนึ่ง เราตัดสินใจลองเอาไปขายเป็นธุรกิจเสริมที่ตลาดอาหารสุดสัปดาห์ชื่อดังอย่าง Smorgasburg ในบรูกลิน” ขายหมดเกลี้ยงตั้งแต่สุดสัปดาห์แรก แม้จะเริ่มต้นจากเงินเก็บ 20,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 7.3 แสนบาท) เพื่อเช่าครัวเชิงพาณิชย์และเริ่มผลิตสินค้า แต่การตอบรับจากลูกค้าใน
ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังเปลี่ยนผ่าน ความคาดหวังที่มีต่อรัฐบาลชุดใหม่คือ “ทางรอด” ของผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องสู้กับวิกฤตค่าครองชีพทุกวัน จากการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการ 2 ราย สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจและสะท้อนความต้องการไปยังผู้ที่จะเป็นรัฐบาลในยุคต่อไปว่า “การแจกเงิน” อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของเศรษฐกิจไทย 1. วิกฤตวัตถุดิบแพง ผลพวงจากนโยบายระยะสั้น ผู้ประกอบการรายแรก เจ้าของร้านเบอร์เกอร์แห่งหนึ่งจากเชียงใหม่ ได้สะท้อนมุมมองที่น่าคิดเกี่ยวกับ “ต้นทุน” ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งข้อสังเกตว่าสภาวะเงินเฟ้อในปัจจุบัน อาจเป็นผลกระทบจากนโยบายอย่างโครงการ “คนละครึ่ง” “อยากให้รัฐบาลเข้ามาดูแลราคาวัตถุดิบอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่การแจกเงิน ส่วนตัวมองว่าอาจจะเป็นผลกระทบจากคนละครึ่ง ทำให้เงินเฟ้อ ส่งผลให้ค่าวัตถุดิบเพิ่มขึ้น… เมื่อค่าครองชีพสูงขึ้น ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคก็ปรับตัวตาม… แต่ในฐานะคนขาย เราไม่สามารถปรับราคาขายหน้าร้านขึ้นได้ตามใจชอบ เพราะเกรงใจลูกค้า กลายเป็นว่าผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระส่วนต่างนี้ไว้เอง” ความคาดหวังและสิ่งที่ต้องการจากรัฐบาลจากผู้ประกอบการายแรกคือ การค
จะว่าไป คนยุคนี้เมื่อมีอายุเลย 60 ปี ซึ่งเป็นตัวเลขเกษียณการทำงานอย่างเป็นทางการ หลายๆ ท่านยังมีเรี่ยวมีแรง และมีความรู้-ความสามารถ ไม่แพ้คนหนุ่มสาวสักเท่าไหร่ ผู้อาวุโส จำนวนไม่น้อย จึงพยายามหางานอดิเรก หรือแม้แต่ “อาชีพหลังเกษียณ” ทำกันเป็นเรื่องเป็นราว เพราะไม่อยากปล่อยเวลาให้นับถอยหลัง ผ่านไปอย่างไร้ค่า “ชื่อ จันทร์เพ็ญ ทรงสวยรูป เป็นข้าราชการบำนาญ เกษียณแล้ว เลยหาช่องทางให้ตัวเองว่าในความรู้ความสามารถของเรา สามารถทำอะไรได้บ้าง” เจ้าของเรื่องราวครั้งนี้ ที่ใช้คำเรียกแทนตัวว่า “ป้าจิ๊ก” เริ่มบทสนทนาอย่างนั้น ก่อนย้อนที่มาของ “อาชีพหลังเกษียณ” ซึ่งเลือกทำมาถึงทุกวันนี้ให้ฟัง มีจุดเริ่มต้นจากปัญหาสุขภาพประจำตัว โดยมีคำแนะนำจากแพทย์ทางเลือก ให้ทานผักใบเขียวเป็นประจำจะทำให้การทำงานของตับดีขึ้น ซึ่งผักที่พอนึกออก เห็นมีแต่คะน้า แต่เธอไม่ชอบลักษณะ “เหม็นเขียว” ของมันมาก กระทั่งราว 7 ปีก่อนหน้า มีเพื่อนแนะนำให้รู้จักกับ “เคล-Kale” ผักใบเขียวที่ไม่เหม็นเขียวมากนัก เลยใช้เวลาว่างทำการศึกษา ก่อนแบ่งพื้นที่ข้างบ้านทำแปลงและลงมือปลูก เมื่อได้ผลผลิตแล้ว นำมาปั่นกับผลไม้ ดื่มเป็นประจำตั้งแต่นั้นม
สิ่งที่ได้ไปต่อในปี 2026 นั่นคือ เทรนด์การทำเล็บเจล ที่อยู่คู่กับแฟชั่นมาอย่างยาวนาน ด้วยกระแสที่ไม่เคยแผ่ว นิยมกันในหมู่วัยรุ่น ทั้งหญิงชาย หรือแม้แต่ใครๆ ก็พากับทำ จนเดี๋ยวนี้มีคนหันมาเปิดร้านทำเล็บเจลกันมากขึ้น มีราคาตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพัน และที่เป็นไวรัลกันไปทั่วบ้านทั่วเมือง ใครต่อใครก็ต้องอึ้ง แม้แต่ชาวต่างชาติที่ลงบีทีเอสอ่อนนุชมาก็ต้องเจอกับร้านทำเล็บที่เยอะที่สุดในย่านสุขุมวิท มีร้านทำเล็บมากกว่า 16 ร้าน เดินเข้าไปทีไม่รู้เลยว่าจะทำร้านไหนกันดี และพิกัดที่เราพูดถึงกันอยู่นี้คือ บริเวณหน้าห้าง Century The Movie Plaza Sukhumvit ตลาดนัดยามเย็นที่ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งรวมร้านอาหารรสเด็ด แต่ยังเป็นแหล่งรวมร้านทำเล็บหลากสไตล์ เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่ชาวต่างชาตินิยมมาเพนต์เล็บกันมากที่สุด วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะพาไปตะลุยจุดเช็กอินตลาดทำเล็บยอดฮิตทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ งานประณีตราคาหลักร้อย Soft Power ที่มัดใจต่างชาติ ศูนย์การค้าเซ็นจูรี่ เป็นแหล่งรวมร้านค้ามากมายที่มุ่งเน้นไปขายเสื้อผ้าแฟชั่น และอาหาร เป็นหนึ่งในสถานที่ที่น่าสนใจกับการช้อปปิ้ง ไม่ว่าจะเป็น เสื้
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และ เซเว่น เดลิเวอรี่ จัดงานมอบรางวัล “สโตร์ พาร์ทเนอร์หรือผู้ร่วมธุรกิจร้านเซเว่น อีเลฟเว่นยอดเยี่ยม 2025″ เพื่อประกาศเกียรติคุณและยกย่องผู้ร่วมธุรกิจประเทศ ที่สามารถบริหารจัดการร้านได้อย่างมีประสิทธิภาพยอดเยี่ยม การมอบรางวัลครั้งนี้ สะท้อนถึงความสำเร็จที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ “สร้างอาชีพ” ของซีพี ออลล์ ที่ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ เถ้าแก่ SME คนรุ่นใหม่ ในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นนโยบายหลักของซีพี ออลล์มาโดยตลอด ภายในงานมีการแถลงนโยบายการดำเนินงาน โดยบริษัทมุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการ เพื่อส่งมอบบริการที่รวดเร็วและมีคุณภาพสูงสุดแก่ผู้บริโภค นอกจากนี้ ยังย้ำถึงการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล และคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ทั้งผู้บริโภค สังคม ชุมชน รวมถึงการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา ซีพี ออลล์ได้เดินหน้าส่งเสริมผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่เพียงแต่ช่ว
จากอดีตนักแสดงวัยรุ่นยุค 90 ที่เคยรับบท “หินกลิ้ง” ในละครดัง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ สู่การเป็นพิธีกรท่องเที่ยว และวันนี้มาในบทบาทใหม่ เจ้าของแบรนด์ “หมูก้อนทอด AKIRA” และนักพยากรณ์หนุ่ม แต๊งค์–พงศกร มหาเปารยะ เล่าเรื่องราวชีวิตที่เต็มไปด้วยการค้นหา การลองผิดลองถูก และการเริ่มต้นใหม่ที่ไม่ได้มองเพียง “กำไร” แต่คือ “คุณค่า” ของการได้ลงมือทำจริง แต๊งค์ เติบโตมาในครอบครัวฐานะปานกลางถึงดี บ้านอยู่สุขุมวิท 31 ในวันที่ยังเงียบสงบ วัยเด็กเต็มไปด้วยความสนุกจากการเล่นสเกตบอร์ด วิ่งเล่น เตะบอลกับเพื่อน มากกว่าการตั้งใจเรียนหนังสือ เขาใช้ชีวิตเหมือนลูกคนเดียวเกือบ 10 ปี ก่อนที่น้องชายจะเกิด ทำให้คุ้นชินกับการพึ่งพาตนเอง ต่อมา ครอบครัวมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้ต้องย้ายโรงเรียนและไปเรียนต่อที่ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นอีกโลกหนึ่งของชีวิต การอยู่ต่างแดนทำให้เขาโดดเด่นด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์จนติดอันดับท็อปของโรงเรียน จึงเลือกเรียนวิศวกรรมศาสตร์ แม้ลึกๆ แล้วจะรักศิลปะมากกว่า ไม่นานก็พบว่าวิศวะไม่ใช่ทางที่ชอบ จึงกลับไทย เลือกเรียนคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ประสานมิตร เพื่อทำตามใจต
เริ่มต้นปีพุทธศักราช 2569 ซึ่งตรงกับปีนักษัตร “มะเมีย” ตามธรรมเนียมการเริ่มต้นสิ่งใหม่ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จึงขอต่อสายตรงถึง อาจารย์ไวท์ หมอดูโอปป้า เพื่อเจาะลึกทิศทางดวงเมืองและคำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องเตรียมรับมือกับความท้าทายในปีนี้ อาจารย์ไวท์ ฉายภาพรวมว่า ดวงเมืองไทย (ราศีเมษ) กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เนื่องจากดาวเสาร์ย้ายเข้าสู่เรือนวินาศตั้งแต่ช่วงปี 2568 ส่งผลให้ธุรกิจกระแสหลักอย่าง การท่องเที่ยว อาหาร และความงาม เกิดการทรุดตัวและต้องปรับตัวอย่างหนัก นอกจากนี้ ดาวมฤตยูที่ทับเรือนการเงินมาตั้งแต่ปี 2565 จะยังคงอยู่ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2572 รวมระยะเวลา 7 ปีแห่งความผันผวนหลังโควิด กราฟธุรกิจต่อจากนี้จะไม่มีคำว่านิ่ง หรือเปิดร้านแล้วขายดีถล่มทลายเป็นสิบปีเหมือนสมัยก่อน แต่จะเป็นยุคของ “ธุรกิจตามเทรนด์” ที่เน้นกลยุทธ์ระยะสั้น ปรับตัวเร็ว และเน้นการคว้าโอกาสในจังหวะที่เหมาะสม หากถามว่าธุรกิจอะไรที่มาแรง อาจารย์ไวท์บอกว่า เป็นธุรกิจเกี่ยวกับ AI เพราะดาวมฤตยูจะเกี่ยวเนื่องกับเรื่องนวัตกรรม ความล้ำสมัย “ธุรกิจอะไรที่ล้ำไปกว่าคนอื่นอีกก้าวหนึ่ง จะเป็นธุรกิจที่อยู่
เริ่มต้นวันแรกของปี นอกจากจะวางแผนเที่ยวหรือพักผ่อนแล้ว อีกหนึ่งภารกิจสำคัญที่ละเลยไม่ได้เลยก็คือ “การยื่นลดหย่อนภาษีปี 2568” เพื่อให้การขอคืนภาษีรวดเร็วและไม่สะดุด วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้รวบรวมข้อมูลการยื่นลดหย่อนภาษี 2568 มาให้แล้ว โดยมีรายละเอียดดังนี้ สำหรับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.90/91 ส่วนตัวและครอบครัว กระตุ้นเศรษฐกิจ เงินบริจาค ประกัน การออม และลงทุน รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท รวมทั้งหมดไม่เกิน 500,000 บาท ประกันสังคม เงินเดือนเท่าไหร่ ต้องเสียภาษี สำหรับผู้ที่ต้องเสียภาษีสามารถเช็กได้เลยดังรายละเอียดต่อไปนี้ว่า อัตราภาษีแบบขั้นบันได 2568 คุณอยู่ขั้นไหน เงินได้สุทธิ (บาท) อัตราภาษี 0-150,000 ยกเว้นภาษี 150,001-300,000 5% 300,001-500,000 10% 500,001-750,000 15% 750,001-1,000,000 20% 1,000,001-2,000,000 25% 2,000,001-5,000,000 30% ตั้งแต่ 5,000,001 ขึ้นไป 35% ขอบคุณข้อมูล กรมสรรพากร
ขึ้นปีใหม่ 2569 แบบนี้ นอกจากวางแผนธุรกิจ เช็กยอด เช็กดวงแล้ว อย่าลืมเช็ก “พลังใจ” ด้วยเสียงเพลงพร้อม ‘ตั้งหัวแถว’ ใหม่ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มัดรวม 12 เพลงที่คัดมาแล้วว่า นี่แหละ เพลงปลุกใจผู้ประกอบการตัวจริง มีทั้งแนวฮึกเหิม อ่อนโยน เพลงปลอบใจ หรือจะรันชีวิตด้วยเงิน ฟังแล้วพร้อมลุกขึ้นมาลุยต่อแม้ยอดยังไม่เข้า แต่โหมดสู้ต้องเข้าไว้ก่อน จะมีเพลงไหนตรงใจบ้าง ไปเช็กกันเลย 1. The Thunder – Vichaya Vatanasapt, Julian Carey นี่มันเพลงของหัวแถว เป็นเพลงประกอบซีรีส์สุดฮิตบน Netflix จากเรื่อง สงคราม ส่งด่วน หรือ Mad Unicorn มีท่อนอินโทรสุดฮึกเหิมที่ปลุกใจผู้ประกอบการอย่างเราๆ ให้มีแรงฮึดสู้ 2. ต้องสู้จึงจะชนะ – เจินเจิน บุญสูงเนิน เพลงปลุกใจขนาดนี้ มีหรือคุณแม่จะพลาด หนึ่งในตำนานกว่าหลายทศวรรษ เพลงอมตะที่เป็นคาถาประจำใจคนทำธุรกิจสู้ชีวิต เนื้อหาชัดเจนว่า “30 ลิขิตฟ้า 70 ต้องใส่ฟัน เอ๊ย ไม่ใช่ ต้องฝ่าฟัน ต้องสู้ ต้องสู้จึงจะชนะ” ชี้ให้เห็นว่า ความสำเร็จไม่ได้มาเพราะโชคช่วยแต่มาจากการลงมือทำ 3. Eye of the Tiger – Survivor แค่อินโทรทำนองก็ปลุกพลังนักสู้ไม่แพ้กับเพลงไหนๆ Eye of t
สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเปรูจัดงาน Peru–Lanna Nights จัดฉลองครบรอบ 60 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เปรู โดยมี มิสซีซิเลีย กาลาร์เร็ตต้า เอกอัครราชทูตเปรู นายศรัณย์ เจริญสุวรรณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ดร.หม่อมหลวงปรียพรรณ ศรีธวัช กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ เปรูฯ และมิสเตอร์อาร์โนด์ แบรีล ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมอนันตรา เชียงใหม่ เข้าร่วม ด้วยการจัดดินเนอร์อาหารเปรู-ไทยล้านนา ระหว่างเชฟ อาเบล ออร์ตีซ อัลบาเรซ ชาวเปรู และ เชฟไทย นาถฤทัย เพชรสุวรรณ ถึง 2 คืน ทำให้งานประสบความสำเร็จอย่างน่าประทับใจ ณ โรงแรมอนันตรา เชียงใหม่ จากซ้ายไปขวา : มร.อาร์โนด์ แบรีล, ดร.หม่อมหลวงปรียพรรณ ศรีธวัช, มาดามวีรี ฐิติปุญญา เจริญสุวรรณ, นายศรัณย์ เจริญสุวรรณ, มิสซีซิเลีย กาลาร์เร็ตต้า เอกอัครราชทูตเปรูประจำประเทศไทย, นายชัชวาลย์ ปัญญา, มร.มาร์ติน อบาร์กา และ ดร.กุลภัทร์ พิสิษฐ์กุล
