OTOP
ในโลกการค้ายุคดิจิทัลที่หมุนเร็วจนผู้ประกอบการต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลา แต่สำหรับ คุณสินชัย พุกจินดา ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Flow Phrae Furniture เจ้าของโฮมสเตย์ “หมอนไม้ไออุ่น” แห่งอำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ และประธานกลุ่มท่องเที่ยวของหมู่บ้าน OTOP นวัตวิถี ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าการนำ “อัตลักษณ์ท้องถิ่น” มาผสานกับ “เทคโนโลยี” สามารถสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล แม้ธุรกิจจะอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองกว่า 100 กิโลเมตรก็ตาม จุดกำเนิดเฟอร์นิเจอร์จาก “สักทอง” ย้อนกลับไปในปี 2544 ณ อำเภอวังชิ้น พื้นที่ที่ได้ชื่อว่าเป็น “แหล่งไม้สักทองที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย” คุณสินชัยไม่ได้เริ่มต้นธุรกิจจากความว่างเปล่า แต่เขาเริ่มต้นจาก “ความรัก” และ “การมองเห็นมูลค่า” ในสิ่งที่คนอื่นมองข้าม เขาเห็นรากไม้และเศษไม้ที่เหลือทิ้งจากการทำไม้ในอดีตถูกทิ้งไว้ตามเรือกสวนไร่นา จึงเริ่มนำมาสร้างสรรค์เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์เฉพาะตัวภายใต้แบรนด์ Flow Phrae Furniture ซึ่งเป็นสินค้า OTOP วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตเฟอร์นิเจอร์จากรากไม้และตอไม้ ในขณะนั้นจังหวัดแพร่มีนโยบายจากผู้ว่าราชการจังหวัดที่ต้องการผลักดันให้เมืองแพร่เป็
ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังคงท้าทาย คนรุ่นใหม่ของอีสานกำลังสร้าง “ทางรอด” ให้กลายเป็น “ทางรุ่ง” พวกเขากำลังสร้าง “ธุรกิจ” จากชุมชน OTOP ภาคอีสาน และเปลี่ยนแพลตฟอร์มความบันเทิงให้กลายเป็นโอกาสในการดำเนินธุรกิจผ่าน TikTok Shop โอทอปบ้านซ่ง สืบสานภูมิปัญญาพื้นบ้านของไทย โอทอปบ้านซ่ง ไม่ใช่แค่ร้านขายของฝากทั่วไป แต่คือร้าน OTOP เบอร์หนึ่งของจังหวัดมุกดาหาร และยังเป็นแหล่งรวมผลงานสร้างสรรค์ที่มาจากชุมชน เพราะทางร้านเปิดโอกาสให้ชาวบ้านนำสินค้าที่ผลิตเองมาวางจำหน่าย โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เป็นการส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่มรดกทางวัฒนธรรม แต่ยังได้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนในชุมชน “พวกเราไม่ได้แค่ทอผ้า ขายเสื้อผ้า แต่พวกเรากำลังช่วยกันสืบสานภูมิปัญญาพื้นบ้านของไทย เพื่อสร้างรากฐานและส่งต่อให้กับลูกหลานในอนาคต” คุณฟ้า-อนงค์นาถ น้อยทรง ทายาทโอทอปและเจ้าของช่อง โอทอปบ้านซ่ง ผ้าฝ้ายทอมือมุกดาหาร กล่าว สะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่จะรักษาภูมิปัญญาไทยไว้ในยุคดิจิทัล “ตอนแรกที่บ้านขายเสื้อลูกไม้ที่เป็นผ้า
เมื่อเร็วๆ นี้ ณ ห้องพระศิวะ ชั้น 3 โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานพิธีเปิดโครงการพัฒนาต่อยอดภูมิปัญญาผลิตภัณฑ์ Young OTOP สู่สากล ประจำปี 2568 กิจกรรมการอบรมพัฒนาต่อยอดภูมิปัญญาผลิตภัณฑ์ Young OTOP สู่สากล โดยมีนายสุรพล แก้วอินธิ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน กล่าวรายงาน พร้อมด้วยที่ปรึกษาโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ผู้เชี่ยวชาญและทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์ ได้แก่ ดร.ศรินดา จามรมาน ที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก อ.ดร.ฐิศิรักน์ โปตะวณิช อาจารย์ประจำวิชาเอก การจัดการธุรกิจไซเบอร์ วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อ.อธิป เตชะพงศธร อาจาร์ประจำสาขาภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อ.ดร.กิติศักดิ์ เยาวนานนท์ รักษาการแทนผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนากายภาพ วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นางอรจิรา ศิริมงคล ประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน นายวรงค์ แสงเมือง นายไพโรจน์ โสภ
“ลูกหยีแม่เลื่อน” ตำนาน 80 ปี ทายาทรุ่น 3 ปรับกลยุทธ์ รุกออนไลน์ สู่ยอดผลิตเดือนละหมื่นถุง ลูกหยี เรียกได้ว่าเป็นผลไม้พื้นเมืองของภาคใต้ มีราคาสูง จะกินสดๆ หรือกินแบบแห้งก็ย่อมได้ นอกจากจะกินเป็นอาหารแล้ว ยังมีสรรพคุณเป็นยาอีกด้วย เพราะลูกหยีจะมีรสเปรี้ยว ชุ่มคอ ช่วยอาการหวัด เจ็บคอ และเป็นยาระบายอ่อนๆ นอกจากนี้ คนใต้ยังนิยมนำมาแปรรูปเป็นลูกหยีกวน เพื่อต่อยอดและสร้างรายได้ในพื้นที่ แบรนด์ ลูกหยีแม่เลื่อน จังหวัดปัตตานี ที่มองเห็นถึงโอกาสจากวัตถุดิบเด่นในพื้นที่ นำมาก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต่อยอดจนกลายเป็นสินค้า OTOP ที่ได้รับความนิยม จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ จนตอนนี้มีกำลังผลิตอยู่ที่ 80-100 กิโลกรัมต่อวัน หรือผลิตได้เดือนละ 10,000 ถุง เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณเก่ง-เทอดศักดิ์ จิตต์หมั่น ทายาทรุ่น 3 ผู้รับช่วงต่อ ถึงที่มาความสำเร็จของ ลูกหยีแม่เลื่อน คุณเก่งเล่าว่า เดิมทีเริ่มต้นจากคุณยาย คือ คุณยายเลื่อน ผู้ริเริ่มทำการแปรรูปลูกหยีในพื้นที่อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี แต่จริงๆ แล้ว คุณยายไม่ได้เป็นคนปัตตานี แต่เป็นคนจังหวัดสงขลา แต่เมื่อคุณยายได้แต่งงานกับสามี ซึ่งเป็นคนจี
คุยกับเจ้าของ “ข้าวเกรียบปลากรือโป๊ะ ฟาสฟอส” กว่าจะเจอสูตรที่ใช่ ล้มเหลวมาแล้ว 42 ครั้ง ปัจจุบัน ขายได้พีกสุดวันละ 4,000 บาท กรือโป๊ะ ของทานเล่นของคนใต้ ที่เกิดจากวิถีชีวิต หรือที่ใครหลายๆ คนรู้จักกันในนาม ข้าวเกรียบปลา ในอดีตกล่าวว่า การทำกรือโป๊ะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ใช้ถนอมอาหารและจัดการกับวัตถุดิบท้องถิ่นที่เหลือจากการจำหน่าย ได้ตกทอดวิธีการมาจนถึงปัจจุบัน จากที่เรารู้กันอยู่แล้วว่า กรือโป๊ะ ที่อร่อย ต้องต้นตำรับจากภาคใต้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ได้มีโอกาสไปเยือนจังหวัดตรัง และได้พูดคุยกับคุณเอียด-สิงขร ปลอดแคล้ว เจ้าของแบรนด์ข้าวเกรียบปลากรือโป๊ะ ฟาสฟอส ถึงที่มาของการทำแบรนด์รวมไปถึงการพาแบรนด์ไปอยู่ใน OTOP ได้ จุดเริ่มต้นจากความชอบ ต่อยอดเป็นธุรกิจ “เป็นคนชอบกินกรือโป๊ะอยู่แล้ว แต่เคยกินที่อื่นแล้วมันคันคอ เพราะมีผงชูรสเยอะ ก็เลยคิดว่าลองทำเองดีกว่า แบบไม่ใส่ผงชูรส จะได้กินได้ง่ายๆ” คุณเอียด เจ้าของแบรนด์ เล่าว่า เคยเป็นลูกจ้างโรงงานมาก่อน ด้วยพื้นฐานเป็นคนชอบกินกรือโป๊ะที่ขายตาม 3 ชายแดนภาคใต้มาก่อน จนวันหนึ่งก็รู้สึกว่าน่าจะทำกินเอง เพราะกินของที่อื่นแล้วรู้สึกคันคอ จึงเป็นจุดเริ่มต้
กลยุทธ์กระตุ้นยอดขาย “ขนมจีบป้าพิณ ลำภูรา” OTOP 5 ดาวเมืองตรัง ทำอย่างไร? ให้ขายได้หมื่นชิ้น/วัน! หากพูดถึงขนมจีบ หลายต่อหลายคน รวมถึงเราด้วย ก็ต้องนึกถึงของกินเล่นชนิดหนึ่ง ที่ทำมาจากแผ่นเกี๊ยวหรือแผ่นแป้งมาห่อด้วยไส้หมูสับ กุ้ง หรือปู แต่คำว่าขนมจีบในจังหวัดตรัง ไม่ได้หมายถึงสิ่งสิ่งนั้น แต่จะหมายถึงขนมจีบที่เป็นขนมกินเล่นในท้องถิ่น เรียกได้ว่าเปิดประสบการณ์ใหม่เลยทีเดียว เพราะเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ได้ไปเยือนถิ่นเมืองตรัง และมีโอกาสได้ลองชิมขนมจีบพร้อมพูดคุยกับ คุณโจ๊ก-ดร.ณัฐวัตร ตัณศิริเสถียร วัย 50 ปี เจ้าของร้านขนมจีบป้าพิณ ลำภูรา คุณโจ๊ก เล่าว่า ของดีเมืองตรังที่เป็นที่รู้จักของใครหลายๆ คน ต้องยกให้กับ “เค้กหมูย่าง” แต่ขนมจีบนี้เป็นเพียงขนมที่คนในตำบลลำภูราคุ้นชิน และมักใช้กินในตอนที่ไปกรีดยางยามฝนตก จนมาปี พ.ศ. 2539 ทางร้านเลยคิดว่า ขนมจีบนี้มีแค่ในเฉพาะตรัง เลยเกิดไอเดียที่จะทำขึ้นมา ในช่วงแรกที่ลองทำขาย คนไม่เห็นด้วยค่อนข้างเยอะ เพราะโดยส่วนมากคนมักจะซื้อเค้กเป็นของฝาก แต่เขาเชื่อว่า ด้วยความเป็นขนมจีบนี้เป็นอัตลักษณ์ และคิดว่าไปต่อได้ แรกๆ ทำเพียงแค่หลักสิบชิ้นเท่านั้น และ
TikTok Shop จับมือ กรมการพัฒนาชุมชน กดปุ่มสตาร์ตโครงการ “TikTok for OTOP” เฟส 2 ส่งเสริมธุรกิจท้องถิ่น ก้าวสู่ Digital Economy อย่างมั่นคง ปูพรมจัดเวิร์กช็อปแก่ผู้ประกอบการ 4 ภาคทั่วไทย เพื่อไปถึงเป้าหมายอบรมครบ 1 พันราย ภายในปี 2567 พร้อมเผยแคมเปญ #ช้อปได้ทุกถิ่น หนุนสินค้า OTOP โต 51% ผ่าน Shoppertainment วันที่ 9 กรกฎาคม 2567 TikTok Shop โซลูชันอีคอมเมิร์ซชั้นนําในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เดินหน้าสานต่อพันธกิจหลักด้านการสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่นในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเริ่มดำเนินโครงการ TikTok for OTOP เฟส 2 โดยร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และ สำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการติดอาวุธกลยุทธ์ออนไลน์ เพิ่มยอดขายด้วยคอนเทนต์ ในพื้นที่ภาคกลาง ที่กรุงเทพฯ เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและเศรษฐกิจใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการไทยบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่าง TikTok Shop พร้อมตั้งเป้า Upskill ครบ 4 ภาค กลาง-ใต้-อีสาน-เหนือ ตลอดช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม เพื่อพัฒนาต้นแบบผู้ประกอบการ OTOP ยุค Shoppertainment รุ่นใหม่เพิ่มอีก 9 รุ่น ให้ครบ 1,0
TikTok เดินหน้ายกระดับ Digital Skill แก่ผู้ประกอบการ OTOP ผ่าน TikTok Shop Academy ปลดล็อกศักยภาพความคิดสร้างสรรค์ให้ธุรกิจท้องถิ่น TikTok เดินหน้าสนับสนุนธุรกิจไทย สานต่อความร่วมมือกับกรมการพัฒนาชุมชนยกระดับ “Digital Skill” ให้แก่ผู้ประกอบการ OTOP ของไทย ดึงเนื้อหา TikTok Shop Academy จัดหลักสูตรอบรมพิเศษสำหรับผู้ประกอบการโดยดึงศักยภาพ Live Streaming มาสร้างจุดเด่นการนำเสนอสินค้าท้องถิ่นในรูปแบบดิจิทัล พร้อมชูแคมเปญ #ช้อปได้ทุกถิ่นTikTokShopของดีทั่วไทยรวมไว้ที่เดียว เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายบนแพลตฟอร์ม TikTok สานต่อโครงการ TikTok for OTOP ที่ TikTok และกรมการพัฒนาชุมชน ภายใต้กระทรวงมหาดไทย มุ่งมั่นกันขับเคลื่อนและพัฒนาโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ด้วยการส่งเสริมช่องทางการตลาดผ่าน TikTok Shop TikTok พบว่า ผู้ประกอบการ OTOP ที่เข้าร่วมโครงการฯ ส่วนใหญ่ยังต้องการความรู้ความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีสำหรับการทำอีคอมเมิร์ซ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิธีการ “นำเสนอที่สร้างสรรค์” หรือ “สร้างความดึงดูดใจกับผู้ชม” ในการทำ
TikTok ผนึกกำลัง กรมพัฒนาชุมชน เดินหน้าสนับสนุน OTOP ในงาน OTOP City 2023 กรุงเทพฯ, 19 ธันวาคม 2566 – TikTok ร่วมกับ กรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เดินหน้าสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการ OTOP อย่างต่อเนื่อง ในการจัดแสดงผลงาน ความสามารถ พร้อมส่งเสริมทักษะทางการขาย การออกร้าน และจัดหาช่องทางทางการตลาดทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศให้แก่ผลิตภัณฑ์จากโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ภายในงาน “OTOP City 2023” ที่จัดขึ้นภายใต้ธีมงาน “ช้อปสนุก…ส่งสุขท้ายปี สินค้าดีจากภูมิปัญญาไทย” ระหว่างวันที่ 16-24 ธันวาคม 2566 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี TikTok ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมธุรกิจชุมชนตามโครงการสนับสนุนท้องถิ่น โดยจัดโครงการ “TikTok for OTOP” เพื่อต่อยอดให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจออนไลน์ และสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดและเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่ง TikTok เล็งเห็นถึงศักยภาพในการเติบโตทางธุรกิจของสินค้า OTOP จึงได้ดำเนินการยกระดับความสามารถ และปลดล็อกโอกาสให้กับผู้ประกอบการ OTOP ให้สามารถนำสินค้าที่มีคุณภาพมา
นาแปลงใหญ่ โมเดลสู่ความยั่งยืน ยกระดับชีวิตเกษตรกร ตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ นาแปลงใหญ่ ถือเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรเกิดการรวมกลุ่มเพื่อผลิต เพื่อจำหน่าย เพิ่มอำนาจการต่อรองของเกษตรกรตลอดกระบวนการผลิต ช่วยเกษตรกรลดต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ช่วยพัฒนาเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้เพิ่มมากขึ้น เกิดความมั่นคงในอาชีพ และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนในที่สุด ภายใต้เงื่อนไขที่เกษตรกรยังคงเป็นเจ้าของพื้นที่และทำการผลิตเอง มีเป้าหมายการดำเนินงานของกลุ่มชัดเจน โดยเกษตรกรที่จะสามารถเข้ารับการส่งเสริมในรูปแบบเกษตรแปลงใหญ่ได้ จะต้องมีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการดังนี้ 1. เกษตรกรต้องมีการรวมตัวกัน 30 คนขึ้นไป และมีพื้นที่รวมกัน 300 ไร่ ขึ้นไป ไม่จำเป็นต้องเป็นแปลงติดกันเป็นผืนเดียวแต่ควรมีพื้นที่อยู่ภายในชุมชนใกล้เคียงกัน 2. เกษตรกรต้องสมัครใจเข้าร่วมโครงการ และควรมีกระบวนการร่วมกลุ่ม แต่หากยังไม่เป็นกลุ่ม ต้องเป็นกลุ่ม ที่สามารถนำมาพัฒนาให้เกิดเป็นกลุ่มต่อไปได้ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว
