SMEs
BOOTCAMP DAY จัดใหญ่! LINE ตอกย้ำกลยุทธ์สร้างแบรนด์ ดัน SMEs ไทย ก้าวข้ามความท้าทาย เติบโตอย่างยั่งยืน LINE for Business จัดงาน BOOTCAMP DAY อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิด “อัพสกิล สร้างแบรนด์ ปั้นยอดขายด้วย LINE” มุ่งสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยปรับตัวและเติบโตอย่างแข็งแกร่งในยุคดิจิทัล พร้อมเปิดกลยุทธ์ด้านการสร้างแบรนด์สำหรับ SMEs ยุคใหม่ ใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อเพิ่มยอดขาย และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน นับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่รวบรวมกูรูด้านการตลาดและผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์ชั้นนำของไทย มาร่วมแบ่งปันกลยุทธ์สำคัญช่วยให้ SMEs เติบโตได้อย่างยั่งยืน งานนี้ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการทั่วประเทศเข้าร่วมงานกว่า 1,000 คน คุณรัฐธีร์ ฉัตรดำรงค์ศักดิ์ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ LINE ประเทศไทย กล่าวว่า มีการคาดการณ์ว่า GDP ของไทยจะเติบโตขึ้น 2.9% ในปีนี้ ถือเป็นแนวโน้มที่ดีขึ้นจากปีก่อนหน้า แต่เมื่อมองในภาคธุรกิจหลายส่วนยังคงเผชิญความท้าทายอย่างหนัก จากอัตราการปิดตัวลงของนิติบุคคลที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนถึงปัจจัยความท้าทายหลากหลายที่เกิดขึ้น ทั้งจากกำลังซื้อที่ลดลงจากปัญหาหน
SMEs สู้ลำพัง สูญพันธุ์แน่!?! เมื่อ รัฐไทย (ยัง) ไร้กำแพงชะลอ “คลื่นจีน” การ “อพยพ” เข้ามาแผ่นดินสยาม ของ “คนจีน” พบหลักฐานตั้งแต่สมัยสุโขทัย แต่สำหรับการ “อพยพใหม่” ของคนจีนห้วงศตวรรษที่ 21 นั้น นักวิชาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ อย่าง รศ.วรศักดิ์ มหัทธโนบล ชี้ว่า มีปริมาณเพิ่มขึ้นทุกขณะ ถ้าไทย ไม่หาทางตั้งรับไว้แต่เนิ่นๆ อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ พร้อมยกตัวอย่าง การค้าขายย่านพาหุรัด ทุกวันนี้ มีคนจีน “อพยพใหม่” เข้ามาเซ้งร้านจากคนไทย และนำสินค้าจีนเข้ามาขายในราคาที่ถูกกว่ามาก ทำให้ร้านคนไทยขาดทุนกันระนาว จนมาถึงปัจจุบัน การ “อพยพใหม่” ในนามของ “ทุนจีน” ได้ทยอยเข้าไทยมาเป็นระลอก ไม่ว่าจะเป็น ร้านไอศกรีม-เครื่องดื่ม อย่าง Mixue ที่มาบุกตลาดด้วยราคา “ขายถูก” จนน่าตกใจ หรืออย่างร้าน Zhengxin Chicken Steak ไก่ทอดที่ราคาเริ่มต้นเพียง 15 บาท ตัวอย่างการ “ซัด” เข้ามาของแฟรนไชส์สัญชาติจีน ดังกล่าว นับเป็นปรากฏการณ์สร้างความระส่ำระสาย ให้กับบรรดาแฟรนไชส์ไทยไม่น้อย ซึ่งกูรูในแวดวง อย่าง อมร อำไพรุ่งเรือง วิเคราะห์ว่า ผู้ประกอบการผู้ขายแฟรนไชส์ หรือ “แฟรนไชซอร์ – Franchisor” ของไทย ได้ร
สัญญาณอันตราย! ปี 2567 โรงงานปิดตัว 1,234 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม SMEs ที่ต้องเผชิญกับพิษเศรษฐกิจ และการแข่งขันกับสินค้านำเข้า โดย ‘ชลบุรี’ เป็นจังหวัดที่มีการปิดตัวมากที่สุด ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยสถานการณ์การเปิด-ปิดโรงงานในปี 2567 พบว่า มีโรงงานเปิดตัว 2,112 แห่ง และปิดตัวลง 1,234 แห่ง แม้ภาพรวมการเปิดโรงงานจะมากกว่าการปิดโรงงาน แต่จำนวนโรงงานที่ปิดตัวเฉลี่ยยังคงมากกว่า 100 แห่งต่อเดือน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดย 5 ประเภทของโรงงานที่ปิดตัวมากที่สุดในปี 2567 ได้แก่ โรงโม่ บดย่อยหิน/โรงขูด, อาหารและเครื่องดื่ม, อโลหะ, ยางและพลาสติก ตามด้วยเหล็ก โลหะ สำหรับ 5 จังหวัดที่มีโรงงานปิดตัวลงมากที่สุด ได้แก่ ชลบุรี สมุทรปราการ กรุงเทพฯ สมุทรสาคร และปทุมธานี หากมองในเรื่องขนาด พบว่า โรงงานที่ปิดตัวลงในปี 2567 เป็นผู้ประกอบการขนาดเล็ก (SMEs) มากขึ้น สะท้อนจากทุนจดทะเบียนรวมของโรงงานที่ปิดตัวลงในปี 2567 อยู่ที่เพียง 47,833 ล้านบาท น้อยกว่าทุนจดทะเบียนรวมในปี 2566 ถึง 3.8 เท่า แสดงให้เห็นว่ากลุ่ม SMEs ในภาคการผลิตยังคงเผชิญความยากลำบาก โรงงานเปิดใหม่ยังสามารถดูดซับแรงงานในภาพรวมได้ ทำให้สถานการณ์
‘ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส’ ชี้เป้าตลาดส่งออกมาแรง ตะวันออกกลาง-ลาตินอเมริกา โอกาสทอง SMEs ไทย โดยเฉพาะภาคอาหารและการเกษตร เมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2568 ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส และมหาวิทยาลัยมาสทริชท์ ได้พัฒนาคู่มือที่เป็นประโยชน์สำหรับ SMEs เปิดตัวไวท์เปเปอร์ “Global expansion simplified: The ultimate Guide for SMEs” เพื่อรับมือการเผชิญกับความท้าทายของการขยายตลาดในระดับนานาชาติ เนื่องจาก SMEs มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการค้าระหว่างประเทศ “หนึ่งในข้อดีของการพาธุรกิจ SMEs ก้าวสู่ตลาดสากล คือการเข้าถึงตลาดใหม่ๆ โดยการขยายธุรกิจข้ามพรมแดนจากเดิมที่ค้าขายแค่ภายในประเทศ SMEs สามารถเข้าถึงฐานลูกค้าที่ใหญ่ขึ้นและกระจายแหล่งรายได้ นอกจากนี้ ยังจะได้ท้าทายธุรกิจของตนให้พัฒนาให้ดีขึ้นเสมอเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดที่กว้างขึ้นนี้” Michiel Greeven, EVP Global Commercial, DHL Express กล่าว โอกาสสำหรับ SMEs ในประเทศไทย เฮอร์เบิต วงศ์ภูษณชัย กรรมการผู้จัดการ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทยและหัวหน้าภาคพื้นอินโดจีน กล่าวว่า ประเทศไทยมีที่ตั้งกลางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงทำให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคกว่า
ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ กระทบหนักธุรกิจใช้แรงงานทักษะน้อย ส่วน SMEs เสี่ยงแบกต้นทุนมากกว่ารายใหญ่ หลังจากคณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามข้อสรุปของคณะกรรมการประชุมค่าจ้างชุดใหญ่ (ไตรภาคี) ให้ประกาศปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศไม่เท่ากัน ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2568 เป็นต้นไป ส่งผลให้ค่าจ้างขั้นต่ำเฉลี่ยทั่วประเทศปรับเพิ่มขึ้นจากเดิม 345 บาท/วัน (ปรับทั่วประเทศครั้งหลังสุด 1 ม.ค. 2567) เป็น 355 บาท/วัน หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2.9% โดยมีรายละเอียด ดังนี้ ปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 400 บาท/วัน เพียง 4 จังหวัด 1 อำเภอ ได้แก่ ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, ภูเก็ต และอำเภอเกาะสมุย (สุราษฎร์ธานี) ปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 380 บาท/วัน ใน 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง (เชียงใหม่) และ อำเภอหาดใหญ่ (สงขลา) ปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 372 บาท/วัน หรือคิดเป็นการปรับเพิ่ม 2.5% จากอัตราเดิม สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำอีก 2% จากอัตราเดิม สำหรับ 67 จังหวัดที่เหลือ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในรอบนี้ น่
เปิดลิสต์ “คลิปปังแห่งปี 2024” ยอดวิวล้านแตก จากเพจเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ที่ไม่อยากให้พลาด! 1 ปีที่ผ่านมา เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ นำเสนอเรื่องราวความสำเร็จของผู้ประกอบการ SMEs ด้วยกันหลากหลายธุรกิจ ซึ่งได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกเพจและผู้รับชมทั่วไป จนเกิดเป็นยอดวิวจำนวนมาก และสามารถทุบสถิติ “คลิปล้านแตก” ได้อย่างสวยงาม ในส่วนของแพลตฟอร์ม “เพจเฟซบุ๊ก” เริ่มต้นที่ “ลุงใจไข่ปิ้ง” ไข่ปิ้งเงินล้าน สามารถสร้างยอดวิวทะลุ 5.8 ล้านวิว ลุงใจ-บุญใจ สาขะยัง เจ้าของร้านลุงใจไข่ปิ้ง ที่ไม่คิดว่าแค่นั่งปิ้งไข่จะดังได้ แต่กว่าจะมีทุกวันนี้ได้ต้องอดทน ผิดพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า จากความล้มเหลว สู้ต่อจนเกิดเป็นความชำนาญ แรกๆ ขายได้แค่ร้อยกว่าลูก ปัจจุบันนี้ทะลุ 1,500 ลูกต่อวัน และมียอดขายต่อเดือนเป็นแสน “ร้านกะเพราข้าวบึ้ม” ข้าวแกง 20 บาท ยอดวิว 2.5 ล้านวิว คุณแจ๊ค-ภูวนัย เที่ยงแท้ เติบโตมากับอาชีพค้าขาย เป็น DNA ที่ถูกส่งต่อมาจากพ่อแม่ ทั้งขายของตลาดนัด เข็นรถขายส้มตำ ไก่ย่าง หรือรถเร่ ก็เคยทำมาแล้ว และมาถึงอาชีพปัจจุบัน พ่อค้าขายข้าวแกง ที่เป็นขวัญใจคนงบน้อย เพราะขายราคาเริ่มต้น 20 บาท ที่สำคัญ &#
อีเวนต์การตลาดแห่งปีกลับมาแล้ว Thailand Marketing Day 2025 The Next Marketing Battle จัดทัพฝ่าสมรภูมิการตลาดยุคใหม่ เตรียมพบกับสุดยอดฟอรั่มการตลาดแห่งปี ซึ่งเป็นการรวมตัวครั้งยิ่งใหญ่ของผู้นำระดับประเทศทั้งภาครัฐและเอกชน ที่จะมาเผยกลยุทธ์การรับมือทุกความท้าทายในปี 2025 ที่เทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภค และสภาพเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงแบบพลิกผัน นักการตลาดจึงต้องเตรียมพร้อมในทุกสนาม พบกันวันพุธที่ 8 มกราคม 2025 เวลา 09.00-17.15 น. ณ สามย่านมิตรทาวน์ งานนี้อัดแน่นด้วยเวทีเสวนา 8 sessions จากผู้นำจากทั้งภาครัฐและเอกชน มารับฟังทางรอดของธุรกิจและผู้ประกอบการไทยอย่างยั่งยืน และเตรียมคุณให้พร้อมรับมือกับปี 2025 ได้อย่างมั่นใจจาก – “Be Prepared for the Next Marketing Battle” โดย ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย กล่าวต้อนรับทุกท่านเข้าสู่โลกการตลาดที่เปลี่ยนแปลง – “Thailand is Ready for the Challenges” โดย คุณพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมฟังวิสัยทัศน์สำคัญกับมุมมองในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการตลาด จับตาว่าประเท
นายกสมาคมการตลาดฯ เปิดภาพรวมเศรษฐกิจปี 67 ก่อนเข้าสู่ยุคสงครามการค้าปี 68 นายบุรณิน รัตนสมบัติ นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย กล่าวถึงภาพรวมปี 2567 ว่า หากถามผู้ประกอบการเรียกว่าเป็นปีที่ยากลำบาก ทั้งเรื่องเศรษฐกิจโลก หรืองบประมาณที่ล่าช้า ขณะเดียวกัน ประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์ ก็เห็นได้ชัดเจนระหว่างอเมริกากับจีน รวมถึงหลายๆ ประเทศมีการเลือกตั้ง ช่วงครึ่งปีแรกจึงเหนื่อย แต่ครึ่งปีหลังเริ่มดีขึ้น จากนักท่องเที่ยวที่กลับมา 30 กว่าล้านคน ประกอบกับรัฐบาลเริ่มอัดฉีดงบเข้ามาในระบบ ดอกเบี้ยเริ่มลดลง ปลายปีจึงดีกว่าต้นปี อีกสิ่งที่เห็นชัดคือพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป จากเมื่อก่อนซื้อสินค้าจำนวนมาก ปัจจุบันซื้อเท่าที่จำเป็น ทยอยซื้อ และมีโอกาสใช้ถึงซื้อ ที่สำคัญ ความเป็น Brand Loyalty ลดลง เพราะดูเรื่องคุณภาพตรงความต้องการ และราคาที่สามารถจ่ายได้ อีกทั้ง ไม่ได้ซื้อสินค้าเพื่อเป็นเจ้าของสินทรัพย์ แต่ซื้อตามที่อยากใช้ และซื้อสินค้าที่ใช้แล้วเกิดความสบายใจ เช่น สายมู บัตรคอนเสิร์ต สุขภาพ และเสริมความงาม ส่วนผู้ประกอบการหรือเจ้าของแบรนด์ก็เริ่มเปลี่ยน จากเดิมผลิตเองทั้งหมด เปลี่ยนมาเป็นให้คนอื่น
“สับปะรดกวนกะทิสด สูตรโบราณ จากชาววังในห้องเครื่องทำขนมสมัยรัชกาลที่ 5” แบรนด์นายจอม ขนมไทยประยุกต์ ที่รับซื้อสับปะรดทับสะแก เดือนละ 40 ตัน มาทำขาย คนไทยเราโดดเด่นด้านการนำภูมิปัญญามาต่อยอดสู่สินค้า อย่าง ‘แบรนด์นายจอม’ แบรนด์ขนมไทยประยุกต์เข้าถึงง่าย เจ้าของวลีเด็ด ‘คิดถึงขนมไทย คิดถึง แบรนด์นายจอม’ ซึ่งมีขนมให้เลือกสรรมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ขนมขาไก่ มะขามคลุกทรงเครื่อง กล้วยกวนกะทิสด ถั่วกรอบแก้วเคลือบโกโก้ ABC บิสกิต ฯลฯ แบรนด์นายจอม ถือเป็น SMEs อีกรายที่โดดเด่นด้านการต่อยอดภูมิปัญญา และล่าสุด ได้นำภูมิปัญญาการใช้กะทิมาต่อยอดทำ ‘สับปะรดกวนกะทิสด’ ที่ใครได้ลองเป็นต้องติดใจ เรียกว่าเป็นสูตรโบราณ ที่ได้เคล็ดลับมาจากชาววังที่ทำงานอยู่ในห้องเครื่องทำขนมในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยนำสูตรมาประยุกต์เข้ากับยุคสมัยใหม่ทำให้คนรุ่นใหม่รู้จักว่า ขนมกวนคืออะไร แล้วก็เข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น จนกลายมาเป็นสูตรเฉพาะของแบรนด์อีกด้วย เจเนอเรชัน 2 ของแบรนด์ คุณณัชชา จันทร์แก้วแร่ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดออนไลน์ เล่าว่า การดึงภูมิปัญญาชาวบ้าน มาประยุกต์ใช้กับสินค้า ให้เข้า
ขายฝากที่ดิน กับ สมาร์ทฟินน์ แหล่งเงินทุนเพื่อธุรกิจ SMEs ดอกเบี้ยต่ำ ไม่ต้องมีคนค้ำ เปิดธุรกิจใหม่หรือขยายธุรกิจเดิม ให้เติบโตทันกับความต้องการของตลาด จำเป็นต้องใช้เงินทุนก้อนใหญ่เพื่อให้ครอบคลุมกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ค่าเช่าสถานที่ ค่าแรงงาน ค่าขนส่ง ค่าวัตถุดิบและอุปกรณ์ ดังนั้น ผู้ประกอบธุรกิจ SMEs ที่กำลังมองหาแหล่งเงินทุน เพื่อต่อสายป่านทางการเงินให้กับธุรกิจ SMEs เดินหน้าได้อย่างราบรื่น แนะนำขายฝากที่ดิน กับ สมาร์ทฟินน์ อีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ อนุมัติไว รับเงินก้อน ดอกเบี้ยต่ำ ไม่ต้องมีคนค้ำประกัน ไม่เช็กเครดิตบูโร ไม่มีนโยบายยึดทรัพย์ ขายฝากที่ดิน สามารถช่วยเหลือธุรกิจ SMEs ได้อย่างไร เงินทุน หัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ SMEs ให้เติบโตได้เต็มศักยภาพ ซึ่งแน่นอนว่าการขอสินเชื่อกับธนาคาร ยังคงเป็นแหล่งเงินทุนที่ปลอดภัยและได้รับความนิยม แต่ด้วยเงื่อนไขในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อของธนาคาร ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจ SMEs บางรายพลาดโอกาสเข้าถึงเงินทุนในระบบ ดังนั้น สมาร์ทฟินน์ แนะนำ ขายฝากที่ดิน ธุรกรรมที่สามารถช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจ SMEs ได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบ
