ครูปรีชาเฮงจริง ถูกหวย 15 ใบ เจ้าตัวยิ้มแป้น จะซื้อเลขเครื่องบินที่นายกนั่ง แต่ดันไม่มี
วันที่ 1 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์ได้แชร์ภาพของครูปรีชา ใคร่ครวญ ถือล็อตเตอรี่ชุด 15 ใบ หมายเลข 233830 งวดประจำวันที่ 1 มี.ค.62 ซึ่งตรงกับรางวัลเลขท้าย 3 ตัว พร้อมกับสีหน้ารอยยิ้มแสดงความดีใจของครูปรีชา ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามเรื่องราวดังกล่าวกับครูปรีชา
ซึ่งครูปรีชา ก็ได้เปิดเผยกับข่าวสดว่า ตั้งแต่เกิดคดี ก็ตามซื้อหมายเลข 30 มาตลอด ซึ่งล่าสุดได้ไปหาซื้อเลขเครื่องบินซี130 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เกิดขัดข้องขณะกำลังจะไปตรวจราชการที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยตั้งใจจะซื้อเลข 130 แต่หาไม่ได้ มีแต่เลข 830 จึงได้ซื้อมา 15 ใบ กระทั่งหลังประกาศผลสลากกินแบ่งรัฐบาลก็พบว่าตนถูกรางวัลเลขท้าย 3 ตัว จำนวน 15 ใบ ซึ่งจะได้รับเงินจำนวน 60,000 บาท
Latest Posts
ในยุคที่ AI เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น หลายๆ คนได้มีการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น เนื่องจากเข้าถึงง่าย และช่วยลดต้นทุนในการทำงานได้อีกด้วย บริษัทใหญ่ๆ บางแห่งได้มีการนำ AI เข้ามาแทนที่การเขียนโปรแกรม (Coding) ตัวอย่างเช่น ที่ Microsoft และ Google พบว่ามีการนำ AI มาเขียนโค้ดให้กับโปรเจ็กต์ต่างๆ มากถึง 30% Alexandr Wang (อเล็กซานเดอร์ หวัง) มหาเศรษฐีด้าน AI วัย 28 ปี ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Scale AI ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ทอัพด้านการจัดทำข้อมูล (Data Labeling) สำหรับการฝึกฝนปัญญาประดิษฐ์ (AI) เขากล่าวว่า กุญแจสำคัญในการก้าวหน้าคือการเรียนรู้วิธีใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเขาแนะนำให้วัยรุ่นทุกคนเริ่มฝึกฝนการใช้งานเครื่องมือเหล่านี้ให้คล่องแคล่ว ซึ่งจะเป็นข้อได้เปรียบอย่างมหาศาล ขณะเดียวกัน เครื่องมือช่วยเขียนโค้ดอย่าง Replit และ Cursor สามารถสร้างชุดคำสั่ง (Code) ได้จากการระบุคำสั่งเพียงสั้นๆ ทำให้เกิดเทรนด์ที่เรียกว่า “Vibe-coding” หรือการปล่อยให้ AI เขียนโค้ดตามคำสั่งภาษาอังกฤษทั่วไปได้ง่ายๆ ส่งผลให้คนที่ไม่มีความรู้ด้านเทคนิคเลยก็สามารถสร้างแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ได้
“ถ้าจะให้เจ๊เล่าย้อนไปถึงตอนเมื่อก่อนเลยนะ โอ้โห… ยิ่งกว่าติดลบอีกอะ เวลานอนคือนอนไม่หลับเลย มันมีความรู้สึกว่า โห ทำไมกูทุกข์ขนาดนี้วะ กินข้าวนะก็กินไม่ได้ กินแล้วต้องดันชามข้าวออกไป มันเครียดจนต้องไปหาหมอ นอนกอดความทุกข์ไว้ข้างเตียง แล้วก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่า จะทำยังไงให้ความทุกข์ตัวนี้มันหลุดไปได้” คำบอกเล่าของ เจ๊จง-จงใจ กิจแสวง หญิงแกร่งผู้สร้างอาณาจักร “หมูทอดเจ๊จง” ร้านขวัญใจมหาชนที่มีขยายไปแล้วกว่า 29 สาขาในปัจจุบัน ชีวิตเจ๊จงไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่เริ่มจาก “ติดลบ” หนี้สินรอบทิศ ถูกเจ้าหนี้ขนข้าวของออกไปหมดบ้าน แต่วันนี้กลายเป็นตัวอย่างของนักสู้ผู้ไม่ยอมแพ้ และมีบทเรียนชีวิตราคาแพงที่ซ่อนอยู่หลังจานข้าวหมูทอดราคาประหยัดชามนี้ ประสบการณ์ชีวิต…ติดลบ ชีวิตในวัยเด็กของเจ๊จงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ พ่อมีอาชีพขับรถแท็กซี่ หาเช้ากินค่ำ วันไหนพ่อหาเงินได้ เจ๊จงถึงจะได้เงินไปโรงเรียน วันไหนหาไม่ได้ก็ต้องหยุดเรียน แม้ว่าเจ๊จงจะเป็นเด็กเรียนเก่ง แต่ด้วยความจำเป็นด้วยฐานะทางบ้าน ทำให้หลังจบ ป.6 เจ๊จงต้องออกมาทำงานหาเงิน ขณะที่น้องชายทั้ง 3 คนได้รับโอกาสให้เรียนหนังสือต่อ ทำให้เกิดความรู้สึ
เด็กหนุ่มไทยวัย 17 ปี ที่เริ่มเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ประกอบการเด็กเอเชีย ได้เผยเส้นทางการทำเงินของตัวเองตั้งแต่ศูนย์ ผ่านช่องรายการพอดแคสต์สร้างแรงบันดาลใจช่อง MarNoCap จากเด็กเกรดต่ำ สู่เจ้าของโปรแกรมโค้ชชิ่ง เขาเล่าว่าตัวเองไม่ใช่เด็กเรียนเก่ง เกรดเฉลี่ยอยู่ในระดับ C เกือบทุกวิชา ยกเว้นวิชาพลศึกษาที่ได้ A ด้วยผลการเรียนแบบนี้ โอกาสที่จะได้งานดี ๆ ในระบบมีน้อยมาก ประกอบกับเมื่อชีวิตมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญจากช่วงที่ครอบครัวประสบปัญหาการเงินอย่างหนัก หลังธุรกิจทัวร์ของคุณแม่ซึ่งเคยรุ่งเรืองต้องซบเซาลงจากผลกระทบของโควิด-19 จนเป็นหนี้หลายแสนบาท ทำให้เขาเห็นแม่ร้องไห้และทะเลาะกับพ่ออยู่บ่อยครั้ง สิ่งนี้กลายเป็นแรงผลักดันให้เขาอยากหาทางออกให้ครอบครัว เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาเริ่มจากการทำดรอปชิปปิง ตามด้วยการเทรด ก่อนจะลองรับงานเขียนคอนเทนต์การตลาด (copywriting) ส่งข้อความติดต่อลูกค้าหลายร้อยรายตั้งแต่อายุ 14 แต่ก็ล้มเหลวไม่มากก็น้อย กระทั่งเริ่มลองทำคลิปแรงบันดาลใจของตัวเองจนมีผู้ติดตามจำนวนมาก จึงหันไปศึกษาวิธีการทำคอนเทนต์ให้ไวรัลอย่างจริงจัง แล้วนำความรู้นั้นไปสอนคนอื่นในราคาเข้า
หากเอ่ยถึงร้านอาหารพื้นบ้านติดอันดับ Top 5 ที่ต้องมาเยือนเมื่อเดินทางมา จ.สุพรรณบุรี ชื่อของ “ร้านอาหารครัวกางนา” อ.สองพี่น้อง ย่อมอยู่ในใจของใครหลายคน ด้วยเสน่ห์อาหารไทยพื้นบ้านรสชาติต้นตำรับ บรรยากาศเรือนไทยสุดสง่างามกลางทุ่งนาร่มรื่น ตลอดจนบริการรีสอร์ทพักผ่อนครบวงจร แต่กว่าจะเติบโตเป็นแลนด์มาร์กบนเนื้อที่ 8 ไร่ในวันนี้ เส้นทางของ คุณภัทรภณ ล้อมมหาดไทย ต้องผ่านบททดสอบและวิกฤตมานับครั้งไม่ถ้วน ทั้งโดนไล่ที่ เจอน้ำท่วมซ้ำ แต่ไม่เคยถอดใจ จุดเริ่มต้น ‘ร้านอาหารครัวกางนา’ ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน คุณภัทรภณตัดสินใจลาออกจากงานประจำกลับบ้านเกิดที่สุพรรณบุรี เริ่มต้นทำร้านอาหารอีสานเล็กๆ ชื่อ “แซ่บอีสาน” แต่ธุรกิจกลับไม่เติบโต ซ้ำร้ายยังถูกไล่ที่ จนต้องมองหาทางรอดใหม่ โดยเปลี่ยนมาใช้พื้นที่นาของคุณแม่ และตั้งชื่อว่า “ครัวกางนา” โดยคำว่า “กาง” ในความหมายของคุณภัทรภณ คือการขยายให้เติบโตและใหญ่ขึ้น ทว่าในช่วงเริ่มต้น ครัวกางนาเป็นเพียงซุ้มมุงจากเล็กๆ มีพนักงานเพียง 2 คน และต้องเผชิญกับวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ถึง 2 ครั้ง ทั้งในช่วงปลายเดือนตุลาคม และน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 จนต้นไม้ตายหมด กลายเป็นครัวกลางน

