เป็นอีกหนึ่งนักร้อง นักแสดงหนุ่ม ที่หล่อทั้งกายและใจ สำหรับ โตโน่ – ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ล่าสุดก็ได้โพสต์ภาพข้อความการสนทนาระหว่างเขากับแม่ ถึงเรื่องที่มีทีมงานติดต่อมาให้ไปแสดงละครเฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยไม่มีค่าตัว โตโน่จึงลองมาปรึกษาคุณแม่ของเขาว่าจะทำอย่างไรดี
ซึ่งคุณแม่ก็ได้ถามว่า ‘รักในหลวงมั้ย’ , ‘ชีวิตยังให้ได้’ เมื่อเห็นคุณแม่ว่าดังนั้น เจ้าตัวจึงตอบกลับไปว่า ‘โน่ตอบรับไปแล้ว’ งานนี้แฟนๆ ก็รอติดตามละครเฉลิมพระเกียรติที่หนุ่มโตโน่ร่วมแสดงด้วยใจได้เร็วๆ นี้ ทางช่องวัน 31 เลยจ้า

ขอบคุณภาพจาก mootono29
Latest Posts
เด็กหนุ่มไทยวัย 17 ปี ที่เริ่มเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ประกอบการเด็กเอเชีย ได้เผยเส้นทางการทำเงินของตัวเองตั้งแต่ศูนย์ ผ่านช่องรายการพอดแคสต์สร้างแรงบันดาลใจช่อง MarNoCap จากเด็กเกรดต่ำ สู่เจ้าของโปรแกรมโค้ชชิ่ง เขาเล่าว่าตัวเองไม่ใช่เด็กเรียนเก่ง เกรดเฉลี่ยอยู่ในระดับ C เกือบทุกวิชา ยกเว้นวิชาพลศึกษาที่ได้ A ด้วยผลการเรียนแบบนี้ โอกาสที่จะได้งานดี ๆ ในระบบมีน้อยมาก ประกอบกับเมื่อชีวิตมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญจากช่วงที่ครอบครัวประสบปัญหาการเงินอย่างหนัก หลังธุรกิจทัวร์ของคุณแม่ซึ่งเคยรุ่งเรืองต้องซบเซาลงจากผลกระทบของโควิด-19 จนเป็นหนี้หลายแสนบาท ทำให้เขาเห็นแม่ร้องไห้และทะเลาะกับพ่ออยู่บ่อยครั้ง สิ่งนี้กลายเป็นแรงผลักดันให้เขาอยากหาทางออกให้ครอบครัว เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาเริ่มจากการทำดรอปชิปปิง ตามด้วยการเทรด ก่อนจะลองรับงานเขียนคอนเทนต์การตลาด (copywriting) ส่งข้อความติดต่อลูกค้าหลายร้อยรายตั้งแต่อายุ 14 แต่ก็ล้มเหลวไม่มากก็น้อย กระทั่งเริ่มลองทำคลิปแรงบันดาลใจของตัวเองจนมีผู้ติดตามจำนวนมาก จึงหันไปศึกษาวิธีการทำคอนเทนต์ให้ไวรัลอย่างจริงจัง แล้วนำความรู้นั้นไปสอนคนอื่นในราคาเข้า
ในยุคที่ AI เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น หลายๆ คนได้มีการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น เนื่องจากเข้าถึงง่าย และช่วยลดต้นทุนในการทำงานได้อีกด้วย บริษัทใหญ่ๆ บางแห่งได้มีการนำ AI เข้ามาแทนที่การเขียนโปรแกรม (Coding) ตัวอย่างเช่น ที่ Microsoft และ Google พบว่ามีการนำ AI มาเขียนโค้ดให้กับโปรเจ็กต์ต่างๆ มากถึง 30% Alexandr Wang (อเล็กซานเดอร์ หวัง) มหาเศรษฐีด้าน AI วัย 28 ปี ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Scale AI ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ทอัพด้านการจัดทำข้อมูล (Data Labeling) สำหรับการฝึกฝนปัญญาประดิษฐ์ (AI) เขากล่าวว่า กุญแจสำคัญในการก้าวหน้าคือการเรียนรู้วิธีใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเขาแนะนำให้วัยรุ่นทุกคนเริ่มฝึกฝนการใช้งานเครื่องมือเหล่านี้ให้คล่องแคล่ว ซึ่งจะเป็นข้อได้เปรียบอย่างมหาศาล ขณะเดียวกัน เครื่องมือช่วยเขียนโค้ดอย่าง Replit และ Cursor สามารถสร้างชุดคำสั่ง (Code) ได้จากการระบุคำสั่งเพียงสั้นๆ ทำให้เกิดเทรนด์ที่เรียกว่า “Vibe-coding” หรือการปล่อยให้ AI เขียนโค้ดตามคำสั่งภาษาอังกฤษทั่วไปได้ง่ายๆ ส่งผลให้คนที่ไม่มีความรู้ด้านเทคนิคเลยก็สามารถสร้างแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ได้
“ผมแค่อยากพาครอบครัวไปทานอาหารแล้วไม่ต้องดูราคา ผมแค่อยากใช้ชีวิตสบายๆ แต่คำว่าสบายมันต้องใช้เงิน” ประโยคที่ฟังดูจริงใจ ไม่ปรุงแต่งนี้ คือคำพูดแรกของ คุณจี-จีรภัทร ศรีทองคำ ผู้ก่อตั้ง “พาสต้า อาม่า” เมื่อถูกขอให้เล่าถึงเส้นทางธุรกิจจากศูนย์ ก่อนจะกลายมาเป็นเจ้าของอาณาจักรร้านอาหาร 400 ล้านบาทในปีนี้ จากอดีตพนักงาน HR Business Development ที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง CP ประจำภาคเหนือ เริ่มต้นจากการเป็นพนักงานออฟฟิศที่มีความฝันว่าอยากจะรวย อยากสบาย กลายเป็นสิ่งผลักดันให้เขากล้าลอง กล้าเริ่ม กล้าล้ม คุณจีเริ่มเล่าว่า ตนเองเป็นนักศึกษาคณะจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งคณะนี้สามารถแบ่งออกได้เป็นนักจิตวิทยาสายคลินิก กับคนที่มาสายองค์กรเพื่อพัฒนาสายธุรกิจ ตอนที่เป็นพนักงานประจำก็ขับมอเตอร์ไซค์ไปทำงานยังไม่มีรถยนต์ขับ ที่บ้านไม่ได้มีธุรกิจ พ่อเป็นข้าราชการ แม่ขายก๋วยเตี๋ยวและอาหารตามสั่ง หลังเรียนจบมาก็มาเป็นพนักงานประจำอยู่ในสาย HR ล้วน 7 ปี “ผมอยากรวยครับ อยากใช้ชีวิตแบบสบายๆ ซึ่งคำว่าสบายๆ นี้มันต้องพึ่งพาสิ่งที่เรียกว่ามันนี่ ถ้าไม่มีตัวนี้ก็ไม่สบาย” เมื่อตอนสิบปีที่แล้วนั้น เงินเดือนสตาร์
“ถ้าจะให้เจ๊เล่าย้อนไปถึงตอนเมื่อก่อนเลยนะ โอ้โห… ยิ่งกว่าติดลบอีกอะ เวลานอนคือนอนไม่หลับเลย มันมีความรู้สึกว่า โห ทำไมกูทุกข์ขนาดนี้วะ กินข้าวนะก็กินไม่ได้ กินแล้วต้องดันชามข้าวออกไป มันเครียดจนต้องไปหาหมอ นอนกอดความทุกข์ไว้ข้างเตียง แล้วก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่า จะทำยังไงให้ความทุกข์ตัวนี้มันหลุดไปได้” คำบอกเล่าของ เจ๊จง-จงใจ กิจแสวง หญิงแกร่งผู้สร้างอาณาจักร “หมูทอดเจ๊จง” ร้านขวัญใจมหาชนที่มีขยายไปแล้วกว่า 29 สาขาในปัจจุบัน ชีวิตเจ๊จงไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่เริ่มจาก “ติดลบ” หนี้สินรอบทิศ ถูกเจ้าหนี้ขนข้าวของออกไปหมดบ้าน แต่วันนี้กลายเป็นตัวอย่างของนักสู้ผู้ไม่ยอมแพ้ และมีบทเรียนชีวิตราคาแพงที่ซ่อนอยู่หลังจานข้าวหมูทอดราคาประหยัดชามนี้ ประสบการณ์ชีวิต…ติดลบ ชีวิตในวัยเด็กของเจ๊จงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ พ่อมีอาชีพขับรถแท็กซี่ หาเช้ากินค่ำ วันไหนพ่อหาเงินได้ เจ๊จงถึงจะได้เงินไปโรงเรียน วันไหนหาไม่ได้ก็ต้องหยุดเรียน แม้ว่าเจ๊จงจะเป็นเด็กเรียนเก่ง แต่ด้วยความจำเป็นด้วยฐานะทางบ้าน ทำให้หลังจบ ป.6 เจ๊จงต้องออกมาทำงานหาเงิน ขณะที่น้องชายทั้ง 3 คนได้รับโอกาสให้เรียนหนังสือต่อ ทำให้เกิดความรู้สึ
