สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน นายซาร์ฟราซ บักตี รัฐมนตรีมหาดไทยจังหวัดบาโลจิสถาน ประเทศปากีสถาน เปิดเผยว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดมัสยิดในจังหวัดบาโลจิสถานได้เพิ่มขึ้นเป็น 52 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 105 คน
ทั้งนี้ เหตุระเบิดเกิดขึ้นขณะที่บรรดาชาวมุสลิมซูฟีเดินทางมาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่มัสยิดนักบุญชาห์ นูรานี ซึ่งตั้งอยู่ในเขตคุซดาร์ ห่างจากเควตตา เมืองเอกของจังหวัดบาโลจิสถานมาทางใต้ราว 760 กิโลเมตร
ขณะที่กลุ่มกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) ออกมาอ้างว่าอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตายที่มีเป้าหมายเพื่อโจมตีมัสยิด แต่ทางการบาโลจิสถานยังไม่ออกมายืนยันว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นการระเบิดฆ่าตัวตายหรือไม่
ภาพจากAFP PHOTO / ASIF HASSAN / GRAPHIC CONTENT
ที่มา มติชน
Latest Posts
ทุนนิยมในยุคนี้จำเป็นต้องมี “หัวใจ” ถ้าหากต้องการที่จะอยู่อย่างสง่าผ่าเผย ยาวนาน และยั่งยืน แต่การมี “หัวใจ” นั้น คงไม่ได้หมายเพียงแค่การทำ ซีเอสอาร์ หรือการบริจาคข้าวของ เงินทอง เพราะหากจะทำอะไรให้ยั่งยืน สิ่งที่ทำนั้นจะต้องยึดหลักตามสุภาษิตที่ได้ยกมาข้างบน คือไม่ได้ให้เปล่าในแบบที่ผู้รับจะต้องรอเป็นผู้รับอยู่ตลอดไป เพราะ”ปลา” หนึ่งตัวอาจจะช่วยประทังหิวไปได้เพียงแค่ชั่วครั้งชั่วคราว แต่หากเป็นการให้ความรู้ หรือสอน “วิธีการตกปลา” ผู้รับก็จะไม่ต้องมาแบมือรอขอปลา แต่สามารถลุกออกไปจับปลาด้วยตัวเอง และจะไม่มีวันหิวอีกต่อไป หนึ่งในนักธุรกิจไทยที่มองภาพนี้ออกได้อย่างเฉียบขาดและแหลมคมคือ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ เจ้าของทฤษฎี “สามประโยชน์” ธนินท์กล่าวว่า “สามประโยชน์” ในความหมายของเขาคือ การทำกิจการได้ก็ตาม จะต้องเกิดประโยชน์ต่อทั้งสามฝ่าย ได้แก่ ประเทศ และประชาชนของประเทศนั้นๆก่อน แล้วประโยชน์ของบริษัทจึงตามมาทีหลัง โครงการเลี้ยงไก่ไข่ 3 ล้านตัวที่ เมืองผิงกู่ สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นหนึ่งในตัวอย่างของ โครงการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ยึดอยู่บนหลักสามประโยชน์ โดยซีพี
ประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนชื้น จึงปรากฏพืชพรรณหลายชนิดที่สามารถงอกเจริญเติบโตได้เองตามธรรมชาติ แม้แต่พืชไม้เลื้อยอย่าง “อัญชัน” ที่แผ่ปกคลุมชูช่อน้ำเงินอิ่มน้ำฝนรับแดดยามเช้า ยังคงเป็นภาพคุ้นตาของทุกบ้านที่ไม่ปล่อยให้อัญชันเป็นเพียงวัชพืช แต่เป็นแหล่งอาหารที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม ไม่เพียงให้ความสวยงามตามสีสันเดิม แต่ยังคงความมหัศจรรย์เรียกความสนใจได้เหมือนต้องมนต์ จากการเปลี่ยนสีได้เองเป็นม่วงแดง เพียงเสกด้วยน้ำมะนาว รองศาสตราจารย์ ดร.ธัญญ์นลิน วิญญูประสิทธิ์ อาจารย์นักวิจัยจากสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล คือนวัตกรผู้สร้างสรรค์ “ฟิล์มอัญชันถนอมอาหาร” โดยใช้ประโยชน์จากความลับของธรรมชาติ ด้วยปรากฏการณ์การเปลี่ยนสีของดอกอัญชันที่ทำให้เกิด “แอนโธไซยานิน” (Anthocyanin) หรือสารสีม่วงแดงที่อุดมไปด้วยคุณสมบัติซึ่งสามารถนำไปต่อยอดเป็นบรรจุภัณฑ์อาหารอัจฉริยะ โดยเปลี่ยนเป็นสีเขียวให้สังเกตได้โดยง่าย เมื่ออาหารประเภทเนื้อสัตว์ที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์เริ่มเสื่อมสภาพปล่อยก๊าซแอมโมเนียออกมาทำปฏิกิริยากับบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบไว้ด้วยกรรมวิธีพิเศษ “อิมัลชันเชิงซ้อน (Double emulsion) ในเจลาตินฟิล์ม” ลดความสูญเสียใ
“ถ้าจะให้เจ๊เล่าย้อนไปถึงตอนเมื่อก่อนเลยนะ โอ้โห… ยิ่งกว่าติดลบอีกอะ เวลานอนคือนอนไม่หลับเลย มันมีความรู้สึกว่า โห ทำไมกูทุกข์ขนาดนี้วะ กินข้าวนะก็กินไม่ได้ กินแล้วต้องดันชามข้าวออกไป มันเครียดจนต้องไปหาหมอ นอนกอดความทุกข์ไว้ข้างเตียง แล้วก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่า จะทำยังไงให้ความทุกข์ตัวนี้มันหลุดไปได้” คำบอกเล่าของ เจ๊จง-จงใจ กิจแสวง หญิงแกร่งผู้สร้างอาณาจักร “หมูทอดเจ๊จง” ร้านขวัญใจมหาชนที่มีขยายไปแล้วกว่า 29 สาขาในปัจจุบัน ชีวิตเจ๊จงไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่เริ่มจาก “ติดลบ” หนี้สินรอบทิศ ถูกเจ้าหนี้ขนข้าวของออกไปหมดบ้าน แต่วันนี้กลายเป็นตัวอย่างของนักสู้ผู้ไม่ยอมแพ้ และมีบทเรียนชีวิตราคาแพงที่ซ่อนอยู่หลังจานข้าวหมูทอดราคาประหยัดชามนี้ ประสบการณ์ชีวิต…ติดลบ ชีวิตในวัยเด็กของเจ๊จงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ พ่อมีอาชีพขับรถแท็กซี่ หาเช้ากินค่ำ วันไหนพ่อหาเงินได้ เจ๊จงถึงจะได้เงินไปโรงเรียน วันไหนหาไม่ได้ก็ต้องหยุดเรียน แม้ว่าเจ๊จงจะเป็นเด็กเรียนเก่ง แต่ด้วยความจำเป็นด้วยฐานะทางบ้าน ทำให้หลังจบ ป.6 เจ๊จงต้องออกมาทำงานหาเงิน ขณะที่น้องชายทั้ง 3 คนได้รับโอกาสให้เรียนหนังสือต่อ ทำให้เกิดความรู้สึ
World Obesity Federation จัดอันดับให้ประเทศเวียดนามอยู่อันดับที่ 200 จาก 200 ประเทศบน Global Obesity Chart ปี 2022 ด้วยอัตราภาวะอ้วนในผู้ใหญ่ต่ำที่สุดในโลก เคล็ดลับความผอมคือวัฒนธรรมการกินที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคน คำตอบอยู่ที่วัฒนธรรมอาหารที่ฝังลึกอยู่ในวิถีชีวิตประจำวัน 1. ผักคือพระเอกของทุกมื้อ งานศึกษาด้านโภชนาการหลายชิ้นระบุตรงว่า คนฮานอยบริโภคผักเฉลี่ยสูงถึงราว 290 กรัมต่อวัน ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มที่สูงที่สุดในโลก และไม่ใช่แค่ในบ้าน แม้แต่ร้านอาหารข้างทางหรือจุดพักรถบนทางหลวงก็มักมีผักใบเขียวหลากชนิดให้เลือกหลายแบบ สะท้อนว่าการกินผักในปริมาณมากไม่ใช่พฤติกรรมเฉพาะกลุ่ม แต่เป็นบรรทัดฐานร่วมของทั้งสังคม หัวใจของอาหารเวียดนามคือสิ่งที่นักโภชนาการเรียกว่า “plant-forward” คือพืชผักเป็นตัวตั้งของมื้ออาหาร ไม่ใช่เนื้อสัตว์ อาหารขึ้นชื่ออย่างเปาะเปี๊ยะสด หรือเปาะเปี๊ยะทอด ล้วนใช้ผักสดและสมุนไพรเป็นส่วนประกอบหลัก ห่อรวมกับเนื้อสัตว์ปริมาณน้อยเพื่อเพิ่มรสชาติ ไม่ใช่เพื่อเป็นแหล่งพลังงานหลักของมื้อ 2. ปรุงด้วยวิธีที่ไม่พึ่งไขมัน วิธีปรุงอาหารดั้งเดิมของเวียดนามเน้นการนึ่ง ต้ม และผัดเร็วด้วยน้ำม
