ข่าววันนี้

ข่าวร้ายตัวเงินตัวทอง! 20 ก.ย. กทม.จะไปไล่จับ สวนลุมอื้อ400ตัว ทำลายต้นไม้-ทำคนกลัว

20 ก.ย.นี้ กทม.จับตัวเงินตัวทอง ระลอก 3 ที่สวนลุมพินี

วันนี้ (14 ก.ย.) นางสุวรรณา จุ่งรุ่งเรือง ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. เปิดเผยว่า กทม.ได้ดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในสวนลุมพินี โดยดำเนินการทำความสะอาดพื้นที่ทั้งภายในและภายนอก รวมถึงจุดบริการต่างๆ เพื่อให้ผู้เข้ามาใช้บริการได้รับความสะดวกสร้างความพึงพอใจให้มากที่สุด ทั้งนี้ เนื่องจากภายในสวนลุมพินีมีตัวเงินตัวทองจำนวนมาก จากการสำรวจเบื้องต้นมีกว่า 400 ตัว เนื่องจากมีระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์ แต่จากจำนวนที่มากเกินไปส่งผลทำให้ตัวเงินตัวทองทำลายระบบนิเวศน์ภายในสวนลุมพินี สร้างความเสียหายให้กับแปลงปลูกต้นไม้และทำลายตลิ่ง หรือในบางครั้งสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนที่มาออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจ โดยมีบางรายได้รับอุบัติเหตุเนื่องจากตัวเงินตัวทองเดินตัดหน้าในขณะที่ปั่นจักรยาน

ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กล่าวต่อไปว่า เพื่อเป็นการรักษาสมดุลระบบนิเวศน์ภายในสวนลุมพินี อีกทั้งดูแลสุขอนามัย ความปลอดภัยให้กับประชาชนที่มาใช้บริการสวนลุมพินี สำนักสิ่งแวดล้อม กทม.จึงมีนโยบายลดจำนวนตัวเงินตัวทอง โดยได้ประสานสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เพื่อเป็นสถานที่รองรับและดูแล โดยมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการจับและนำตัวเงินตัวทองไปส่งที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสนซึ่งเป็นสถานที่ทางธรรมชาติที่มีระบบนิเวศน์อุดมสมบูรณ์ มีพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ สามารถรองรับสัตว์ต่างๆ ได้จำนวนมาก โดย กทม.ได้จับตัวเงินตัวทองนำไปปล่อยแล้ว 2 ครั้ง จำนวน 87 ตัว และกำหนดจับครั้งต่อไปในวันที่ 20 ก.ย.59 เวลา 09.00 น. เพื่อนำส่งสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน ดูแลต่อไป

มติชนออนไลน์

Related Posts

คนทากันแดดหน้า แต่ไม่ค่อยทาตัว? 'HER HYNESS' เห็นช่องว่างตลาด ส่งครีมกันแดดผิวกาย เจาะตลาดมูลค่าหลายพันล้าน
NUTS, YES! อ่านว่า “นัทส์ เยส” แบรนด์นมถั่วน้องใหม่ ชื่อปั่น รู้ไหมทำไมต้องตั้งชื่อกำกวม
Tinder เผย 85% คนโสดไทยรู้สึกเหงา แต่ยังเปิดใจสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ และเชื่อว่าจะได้เจอ “คนที่ใช่”
แบรนด์โยเกิร์ตเกิดใหม่เพียบ “Yoguruto” เลยมองหาตลาดใหม่ เปิดตัว “Nuts, Yes!” (นัทส์เยส) ขยายพอร์ตสู่เครื่องดื่มนมถั่ว
รู้จัก 7 สินค้าชุมชนไทย ของดีที่มีเรื่องราวของผู้คนซ่อนอยู่เบื้องหลัง
‘ฉงชิ่ง Model’ เมื่อจีนไม่ได้ต้องการแค่ของถูกอีกต่อไป แล้วไทยได้อะไรจากเรื่องนี้?