สตาร์บัคส์ ประเทศจีน เตรียมบังคับใช้กฎ “ต้องซื้อสินค้าก่อนใช้บริการที่นั่ง” เนื่องจากหลายปีที่ผ่านมา ลูกค้าส่วนใหญ่ในจีน มักจะใช้เป็นพื้นที่พบปะพูดคุย และนั่งแช่ทำงานในร้าน โดยแทบไม่สั่งสินค้า ซึ่งบังคับใช้พร้อมกันทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป
ควบคู่ไปกับการอัดฉีดงบลงทุนก้อนโตกว่า 300 ล้านหยวน (ประมาณ 1,500 ล้านบาท) ในปีงบประมาณ 2027 เพื่อยกระดับประสบการณ์ภายในร้าน หวังตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ระดับพรีเมียม ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดกาแฟจีน
การประกาศใช้กฎดังกล่าวกำลังเป็นประเด็นถกเถียงอย่างร้อนแรงบนสังคมออนไลน์ โดยทางสตาร์บัคส์ได้ออกมาเปิดเผยว่า การดำเนินงานตามนโยบายนี้จะมีมาตรฐานการบริการที่ชัดเจน แต่จะยังคงไว้ซึ่งความยืดหยุ่น และความอบอุ่นเป็นกันเองในการให้บริการประจำวัน
จากการสำรวจของสำนักข่าว Global Times สตาร์บัคส์หลายสาขาในปักกิ่งและฝ่ายบริการลูกค้าระบุว่า ร้านจะไม่บังคับใช้อย่างแข็งกร้าว หากพบลูกค้านั่งอยู่แล้วจะใช้วิธีเข้าไปแจ้งเตือนตามความเหมาะสม
พร้อมขอยกเว้นให้กลุ่มผู้ที่จำเป็นต้องพักชั่วคราว เช่น ไรเดอร์ส่งอาหาร คนเข้ามาหลบฝน หญิงตั้งครรภ์ หรือเจ้าหน้าที่ รปภ. โดยยังคงให้บริการน้ำร้อนฟรีเช่นเดิม
โดยมาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญใหม่ “Third Place Initiative” ที่มุ่งเน้นการพัฒนาพื้นที่ที่สาม หรือสถานที่พักผ่อนรองจากบ้านและที่ทำงานให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน สตาร์บัคส์ยังเตรียมเร่งการลงทุนใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ การเพิ่มพนักงานหน้าร้าน, การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล และการปรับปรุงหน้าร้าน เพื่อยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบัน สตาร์บัคส์ ประเทศจีน ดำเนินกิจการมากกว่า 8,000 สาขาครอบคลุมทั่วแผ่นดินใหญ่ โดยมีกลุ่มทุน Boyu Capital ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 60% นับตั้งแต่การร่วมทุนในปี 2026 ซึ่งตอนนี้แบรนด์กำลังเผชิญกับการแข่งขันด้านราคาอย่างดุเดือดจากคู่แข่งท้องถิ่น เช่น ลัคคิน คอฟฟี่ (Luckin Coffee)
ทำให้ต้องรุกเปิดตัวระบบสั่งซื้อผ่านช่องทางดิจิทัล ทั้งทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสตาร์บัคส์ ประเทศจีน รวมถึงการพัฒนารูปแบบการรับสินค้าผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ
ด้าน มอลลี่ หลิว (Molly Liu) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของสตาร์บัคส์ จีน กล่าวว่า กลยุทธ์ “Thousand Stores, Thousand Looks” (พันสาขา พันดีไซน์) ของบริษัท ไม่ได้สะท้อนผ่านรูปแบบร้านค้าหรือเมนูที่หลากหลายเท่านั้น แต่ยังสะท้อนผ่านทุกๆ ปฏิสัมพันธ์ที่มีต่อลูกค้าอีกด้วย
“ในปีงบประมาณใหม่นี้ เราจะยังคงทุ่มเททรัพยากรลงสู่หน้าร้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนให้พนักงานของเราสามารถโฟกัสกับการรังสรรค์กาแฟทุกแก้ว และดูแลส่งมอบบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าทุกคน” มอลลี่ หลิว กล่าวเสริม
นอกจากนี้ ภายใต้งบลงทุนก้อนใหม่ เกือบครึ่งหนึ่งของสาขาสตาร์บัคส์ทั่วประเทศจีน จะได้รับการจัดสรรพนักงานหน้าร้านเพิ่มเติมในช่วงเวลาที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่น (Peak Hours) โดยจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับสาขาในพื้นที่ที่มีสัญจรสูง เช่น ศูนย์กลางการเดินทาง ย่านธุรกิจ และแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มชั่วโมงการให้บริการหน้าร้านได้มากกว่า 200,000 ชั่วโมงต่อเดือนเลยทีเดียว
ที่มา : Global Times , CHINADAILY
