ล่าสุดรายการ 3 แซบได้บุกบ้าน ‘มาดามแป้ง’ ก่อนลัดเลาะไปทุกซอกทุกมุมของบ้าน ซึ่งหรูหราอลังการมากๆ โดยเฉพาะห้องนอนและห้องแต่งตัว รวมถึงเสื้อผ้าของมาดามแป้งถือว่าไม่ธรรมดา เพราะมีมากถึงขนาดต้องถ่ายรูปไว้ดูเป็นเล่มๆ นอกจากนี้ยังมีกระเป๋าแบรนด์ดังอีกมากมาย
งานนี้เลยขอพามาลัดเลาะดูความอลังการของบ้าน ‘มาดามแป้ง’ ว่าจะสวยและหรูหราแค่ไหน
Latest Posts
เด็กหนุ่มไทยวัย 17 ปี ที่เริ่มเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ประกอบการเด็กเอเชีย ได้เผยเส้นทางการทำเงินของตัวเองตั้งแต่ศูนย์ ผ่านช่องรายการพอดแคสต์สร้างแรงบันดาลใจช่อง MarNoCap จากเด็กเกรดต่ำ สู่เจ้าของโปรแกรมโค้ชชิ่ง เขาเล่าว่าตัวเองไม่ใช่เด็กเรียนเก่ง เกรดเฉลี่ยอยู่ในระดับ C เกือบทุกวิชา ยกเว้นวิชาพลศึกษาที่ได้ A ด้วยผลการเรียนแบบนี้ โอกาสที่จะได้งานดี ๆ ในระบบมีน้อยมาก ประกอบกับเมื่อชีวิตมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญจากช่วงที่ครอบครัวประสบปัญหาการเงินอย่างหนัก หลังธุรกิจทัวร์ของคุณแม่ซึ่งเคยรุ่งเรืองต้องซบเซาลงจากผลกระทบของโควิด-19 จนเป็นหนี้หลายแสนบาท ทำให้เขาเห็นแม่ร้องไห้และทะเลาะกับพ่ออยู่บ่อยครั้ง สิ่งนี้กลายเป็นแรงผลักดันให้เขาอยากหาทางออกให้ครอบครัว เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาเริ่มจากการทำดรอปชิปปิง ตามด้วยการเทรด ก่อนจะลองรับงานเขียนคอนเทนต์การตลาด (copywriting) ส่งข้อความติดต่อลูกค้าหลายร้อยรายตั้งแต่อายุ 14 แต่ก็ล้มเหลวไม่มากก็น้อย กระทั่งเริ่มลองทำคลิปแรงบันดาลใจของตัวเองจนมีผู้ติดตามจำนวนมาก จึงหันไปศึกษาวิธีการทำคอนเทนต์ให้ไวรัลอย่างจริงจัง แล้วนำความรู้นั้นไปสอนคนอื่นในราคาเข้า
ในยุคที่ AI เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น หลายๆ คนได้มีการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น เนื่องจากเข้าถึงง่าย และช่วยลดต้นทุนในการทำงานได้อีกด้วย บริษัทใหญ่ๆ บางแห่งได้มีการนำ AI เข้ามาแทนที่การเขียนโปรแกรม (Coding) ตัวอย่างเช่น ที่ Microsoft และ Google พบว่ามีการนำ AI มาเขียนโค้ดให้กับโปรเจ็กต์ต่างๆ มากถึง 30% Alexandr Wang (อเล็กซานเดอร์ หวัง) มหาเศรษฐีด้าน AI วัย 28 ปี ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Scale AI ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ทอัพด้านการจัดทำข้อมูล (Data Labeling) สำหรับการฝึกฝนปัญญาประดิษฐ์ (AI) เขากล่าวว่า กุญแจสำคัญในการก้าวหน้าคือการเรียนรู้วิธีใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเขาแนะนำให้วัยรุ่นทุกคนเริ่มฝึกฝนการใช้งานเครื่องมือเหล่านี้ให้คล่องแคล่ว ซึ่งจะเป็นข้อได้เปรียบอย่างมหาศาล ขณะเดียวกัน เครื่องมือช่วยเขียนโค้ดอย่าง Replit และ Cursor สามารถสร้างชุดคำสั่ง (Code) ได้จากการระบุคำสั่งเพียงสั้นๆ ทำให้เกิดเทรนด์ที่เรียกว่า “Vibe-coding” หรือการปล่อยให้ AI เขียนโค้ดตามคำสั่งภาษาอังกฤษทั่วไปได้ง่ายๆ ส่งผลให้คนที่ไม่มีความรู้ด้านเทคนิคเลยก็สามารถสร้างแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ได้
ใครจะไปคิดว่าความอยากหาเงินค่าขนมบวกกับความชื่นชอบการอยู่บนแม่น้ำ จะกลายเป็นไอเดียธุรกิจลอยน้ำที่สร้างรายได้มหาศาล นี่คือเรื่องราวของ ไบรอัน ทรูป (Brian Troupe) วัยรุ่นวัย 16 ปี จากรัฐแมรีแลนด์ สหรัฐอเมริกา ผู้ก่อตั้ง Troupe’s Treats ร้านขายไอศกรีมบนเรือที่เปลี่ยนวิกฤตวันแรกให้กลายเป็นรายได้หลักแสนภายในระยะเวลาเพียงแค่สองฤดูร้อน มองหาช่องว่างที่คนอื่นมองข้าม เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อตอนไบรอันอายุ 15 ปี ขณะนั่งเรือเล่นกับเพื่อนบ้าน แล้วเพื่อนบ้านพูดขึ้นมาว่า “เมื่อก่อนเคยมีคนทำอาหารขายพวกนักล่องเรือนะ” คำพูดสั้นๆ นั้นทำให้ไบรอันเริ่มคิดต่อยอดทันที ไบรอันเริ่มวิเคราะห์ช่องว่างทางธุรกิจ โดยข้อจำกัดอย่างแรก คือเรือทั่วไปไม่อยากยุ่งยากกับใบอนุญาตประกอบอาหาร หรือติดตั้งอ่างล้างจานและอุปกรณ์เสริมที่วุ่นวาย และนักท่องเรือมักจะพกแซนด์วิชหรือขนมกรุบกรอบขึ้นเรืออยู่แล้ว แต่สิ่งที่หายากมากบนเรือคือ “ของหวานเย็นเจี๊ยบ” อย่างไอศกรีม เพราะเรือส่วนใหญ่ไม่มีตู้แช่แข็ง เขาจึงตัดสินใจใช้เงินเก็บจากการทำงานบ้าน ไปซื้อตู้แช่แข็ง ตุนไอศกรีม แล้วเปิดร้าน Troupe’s Treats ณ ปลายท่าเรือแม่น้ำ Bohemia ในเดือน
“ถ้าจะให้เจ๊เล่าย้อนไปถึงตอนเมื่อก่อนเลยนะ โอ้โห… ยิ่งกว่าติดลบอีกอะ เวลานอนคือนอนไม่หลับเลย มันมีความรู้สึกว่า โห ทำไมกูทุกข์ขนาดนี้วะ กินข้าวนะก็กินไม่ได้ กินแล้วต้องดันชามข้าวออกไป มันเครียดจนต้องไปหาหมอ นอนกอดความทุกข์ไว้ข้างเตียง แล้วก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่า จะทำยังไงให้ความทุกข์ตัวนี้มันหลุดไปได้” คำบอกเล่าของ เจ๊จง-จงใจ กิจแสวง หญิงแกร่งผู้สร้างอาณาจักร “หมูทอดเจ๊จง” ร้านขวัญใจมหาชนที่มีขยายไปแล้วกว่า 29 สาขาในปัจจุบัน ชีวิตเจ๊จงไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่เริ่มจาก “ติดลบ” หนี้สินรอบทิศ ถูกเจ้าหนี้ขนข้าวของออกไปหมดบ้าน แต่วันนี้กลายเป็นตัวอย่างของนักสู้ผู้ไม่ยอมแพ้ และมีบทเรียนชีวิตราคาแพงที่ซ่อนอยู่หลังจานข้าวหมูทอดราคาประหยัดชามนี้ ประสบการณ์ชีวิต…ติดลบ ชีวิตในวัยเด็กของเจ๊จงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ พ่อมีอาชีพขับรถแท็กซี่ หาเช้ากินค่ำ วันไหนพ่อหาเงินได้ เจ๊จงถึงจะได้เงินไปโรงเรียน วันไหนหาไม่ได้ก็ต้องหยุดเรียน แม้ว่าเจ๊จงจะเป็นเด็กเรียนเก่ง แต่ด้วยความจำเป็นด้วยฐานะทางบ้าน ทำให้หลังจบ ป.6 เจ๊จงต้องออกมาทำงานหาเงิน ขณะที่น้องชายทั้ง 3 คนได้รับโอกาสให้เรียนหนังสือต่อ ทำให้เกิดความรู้สึ

















