เมื่อวันที่ 5 พ.ค. เว็บไซต์ข่าว เดอะซัน รายงานว่า ชุดเจ้าสาวเข้าพิธีเสกสมรส ระหว่างเจ้าชายแฮร์รี่และเมเกน ถูกเปิดเผยแล้วว่าเป็นชุดปักมือโดยดีไซน์เนอร์ชาวอังกฤษ ชื่อว่าราล์ฟและรุสโซ่
ซึ่งรายงานเผยว่าเมแกนจะใส่ชุดดังกล่าว ระหว่างการเดินเข้าแท่นวิวาห์และที่งานพิธีการในวังวินด์เซอร์ ประเทศอังกฤษ ซึ่งแขกร่วมงานกว่า 600 คน และผู้ชมการถ่ายทอดสดจะได้ยลโฉมความงามของชุดดังกล่าวพร้อมกัน
สำหรับชุดแต่งงานมีมูลค่าประมาณ 100,000 ปอนด์ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 4.3 ล้านบาท ซึ่งเจ้าชายแฮร์รี่และครอบครัวได้จัดการค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยโทมัส มาร์เคิล พ่อของเมแกน และอดีตภรรยาจะเดินทางจากต่างประเทศมาเข้าร่วมพิธีแต่งงานนี้ด้วย
ทางตัวแทนของพระราชวังเคนซิงตันกล่าวว่า “คุณมาร์เคิลปลื่มปีติที่พ่อแม่ของเธอจะมาร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีที่สำคัญและเปี่ยมสุข มันสำคัญกับเธอมากจริงๆ”
Latest Posts
เคยคิดไหมว่า “ไข่ไก่” สินค้าธรรมดาๆ ที่สามารถหาซื้อได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป จะสามารถอัปราคาขึ้นมาเป็นฟองละกว่า 200 บาท และกลายเป็นธุรกิจที่คนยอมต่อคิวซื้อได้ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนมาถอดโมเดลธุรกิจจากร้านไข่ไก่ในย่านโคมาโกเมะ (Komagome) เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ที่ไม่ได้ขายแค่ไข่ไก่ แต่กำลังขายเรื่องราว ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้มหาศาล Gen no Tamagoya San หรือ ร้านไข่ไก่ลึกลับ (Phantom Egg Shop) แหล่งรวม “ไข่ไก่สายพันธุ์หายาก” ที่ไม่มีทางหาซื้อได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตหรือห้างสรรพสินค้าทั่วไป จุดเริ่มต้นของร้านนี้บริหารโดย “มิสเตอร์ TKG (Tamago Kake Gohan)” ผู้เชี่ยวชาญด้านไข่ไก่ โดยเขาเล่าให้ฟังว่า “เดิมทีไข่ไก่สายพันธุ์หายากระดับพรีเมียมเหล่านี้ เกษตรกรจะส่งตรงให้เฉพาะเรียวกังโบราณ หรือร้านอาหารระดับไฮเอนด์ในท้องถิ่นเท่านั้น แต่พอเจอวิกฤตโควิด-19 ธุรกิจท่องเที่ยวหยุดชะงัก เกษตรกรทั่วประเทศเดือดร้อนหนักเพราะไม่มีช่องทางระบายสินค้า เราเลยอยากเป็นสะพานเชื่อม นำไข่ไก่คุณภาพสูงเหล่านี้มาให้คนทั่วไปได้ลิ้มลอง” จนปัจจุบันในร้านมีไข่ไก่แบรนด์ต่างๆ ทั่วประเทศลงทะเบียนไว้กว่า
เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในหลายพื้นที่ สะท้อนให้เห็นว่า “ภัยพิบัติไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป” แม้ประเทศไทยจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงรุนแรง แต่เมื่อเกิดเหตุ สิ่งที่ได้รับผลกระทบไม่ใช่เพียงอาคาร บ้านเรือน หรือระบบสาธารณูปโภค หากแต่รวมถึงระบบบริการสุขภาพที่อาจเข้าถึงได้ยากในช่วงเวลาวิกฤต ดร.ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า การเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติในวันนี้ ไม่ได้หมายถึงการเตรียมเพียงอาหาร น้ำดื่ม หรือไฟฉาย แต่ต้องรวมถึง “การเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพ” เพื่อให้ประชาชนสามารถดูแลตนเองและคนในครอบครัวได้ในช่วงเวลาที่ความช่วยเหลือยังเข้าไม่ถึง “เมื่อเกิดภัยพิบัติ โรงพยาบาลอาจมีผู้ป่วยจำนวนมาก ถนนอาจถูกตัดขาด ร้านขายยาอาจปิดชั่วคราว แต่สิ่งหนึ่งที่ยังอยู่กับเราเสมอ คือความรู้และทรัพยากรที่มีอยู่รอบตัว” ดร.สุภาภรณ์ กล่าว ดร.สุภาภรณ์ กล่าวว่า ประเทศไทยโชคดีที่มีสมุนไพรเป็น “เสบียงสุขภาพ” กระจายอยู่ในทุกชุมชน หลายชนิดปลูกอยู่ในรั้วบ้าน อยู่ในสวนครัว หรือหาได้จากตลาดใกล้บ้าน ไม่ว่าจะเป็น ขิง สำหรับบรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียน และช่วย
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชูเกียรติ รวยเจริญทรัพย์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท โรงงานแม่รวย จำกัด และเป็นผู้สร้างตำนานขนมขบเคี้ยว “โก๋แก่” มันทุกเม็ด เสียชีวิตอย่างสงบ สำหรับตำนาน “โก๋แก่” เมื่อ ชูเกียรติ รวยเจริญทรัพย์ ได้สร้างโรงงานขนมขึ้นมาเองด้วยน้ำพักน้ำแรงบนถนนเอกชัย-บางบอน ก่อนที่ท่านจะแต่งงานกับ จิราภรณ์ ด้วยวิสัยทัศน์ที่ว่า“ขนมยี่ห้อไหนอร่อยมักจะขึ้นต้นด้วยคำว่าแม่“ ท่านจึงตั้งชื่อว่า “บริษัท โรงงานแม่รวย จำกัด” โดยมีสินค้าแรกที่สร้างชื่อจนขายดีเป็นเทน้ำเทท่าคือ “ข้าวเกรียบกุ้ง” แต่แล้วบททดสอบครั้งใหญ่ก็มาถึง เมื่อตลาดเริ่มมีคู่แข่งใช้สีย้อมผ้าซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคมาทำเป็นข้าวเกรียบสีรุ้งและขายดีมากจนกระทบกับยอดขาย ด้วยศักดิ์ศรีและความซื่อสัตย์ที่ชูเกียรติมีต่อลูกค้า ท่านยอมหักไม่ยอมงอ ตัดใจเลิกขายสินค้าที่กำลังทำเงินในตอนนั้นทันที พร้อมทิ้งวลีเด็ดที่สะท้อนเนื้อแท้ในใจของท่านว่า “ขายดีแต่ทำร้ายลูกค้าเหมือนฆ่าเค้าทางอ้อม กูไม่ทำ” ยอมนับหนึ่งใหม่ หันมาทำ “ถั่วแผ่น” ในยุคเริ่มต้นนั้น ชูเกียรติรับหน้าที่ดูแลเรื่องการขายด้วยตัวเอง วิ่งรถไปหาลูกค้าตามร้านค้าต่างๆ สิ่
เรื่องราวของ Haanee Tyebally และ Braedan Tegenfeldt สามีชาวอเมริกันที่ช่วยกันปั้นแบรนด์กรีกโยเกิร์ตในชื่อ Annie’s All Natural เสิร์ฟในโรงแรมหรู 5 ดาวหลายแห่ง โดยมีกำลังการผลิตถึง 4,000 กิโลกรัมต่อเดือน แปรรูปนมมากกว่า 8,000 ลิตร ทว่าแบรนด์นี้กลับไม่ได้เริ่มต้นในประเทศสิงคโปร์ แต่เริ่มที่เมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา สถานที่ที่คู่รักคู่นี้เติบโตมาด้วยกันและร่วมกันสร้างชีวิต แม่ของ Braedan ทำกรีกโยเกิร์ตให้กินที่บ้านหลังกลับจากไปเที่ยวพักผ่อนที่ประเทศกรีซ ซึ่งในตอนนั้นเริ่มมีชาวต่างชาติและคนท้องถิ่นย้ายกลับมาเมียนมาจำนวนมาก แต่กรีกโยเกิร์ตคุณภาพดีกลับหาซื้อยาก ช่องว่างในตลาดนี้ ทำให้ Braedan เริ่มก่อตั้งธุรกิจนี้ในปี 2014 เขาลาออกจากงานประจำและเริ่มผลิตกรีกโยเกิร์ตโฮมเมดในโรงจอดรถที่บ้านของพ่อแม่ จากนั้นธุรกิจก็ค่อยๆ เติบโตขึ้น จากการเป็นซัพพลายเออร์ส่งให้โรงแรม เช่น Belmond’s Governor’s Residence ไปจนถึงวางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตที่ใหญ่ที่สุดของเมียนมา ส่วน Haanee ภรรยาของเขายังทำงานประจำ ก่อนตัดสินใจมาร่วมธุรกิจในปี 2020 หลังย้ายไปอยู่สิงคโปร์ด้วยกัน โดยเวลาเกือบ 2 ปี สร้างโรงงานขึ้นมาใหม่


