ลายมือสวย! เด็กม.4 โด่งดังชั่วข้ามคืน จากการโพสต์รูป การคัดลายมือ
ลายมือสวย! ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “พัชชานันท์ จันทะนนตรี” นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสารคามพิทยาคม ได้โพสต์ภาพการคัดลายมือที่หลายคนที่ได้รับชมนั้น ต่างชมเป็นเสียงเดียวกันว่า “ลายมือสวย” และ “เป็นระเบียบมาก” ซึ่งการคัดลายมือดังกล่าว เป็นการเขียน พระประวัติ สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 แบบเต็มหน้ากระดาษ ชาวโซเชียลต่างแสดงความเห็นว่า เป็นลายมือที่สวยงามที่หาชมได้ยากในยุค 4.0 เช่นนี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง โรงเรียนราชินีบูรณะ แชมป์ภาษาไทยยอดเยี่ยม นร.คัดลายมือสวยที่สุดในประเทศไทย
Latest Posts
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในรั้วบ้านของ “ป้าจิบ” สิ่งแรกที่สะดุดตาคือเสื้อผ้าที่แสนจะแฟชั่น ที่ป้าจิบบอกกับเส้นทางเศรษฐีด้วยรอยยิ้มว่า “ชุดนี้ตัดเอง ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงก็เสร็จแล้ว” ป้าจิบในวัย 60 ปี เต็มไปด้วยความสดใส พร้อมกับเอเนอร์จี้ความกระตือรือร้นในการทำกิจกรรมหลายอย่าง จนเราแทบไม่เชื่อ เมื่อป้าจิบเริ่มเล่าให้ฟังว่า “ชีวิตวัยรุ่น ชีวิตแม่บ้าน ไม่มีอะไรเลยค่ะ… เงียบมาก เงียบจนไม่คิดว่าเราจะมีอนาคต” หากมองย้อนกลับไปในอดีต ชีวิตของเธอมีเพียงแค่การทำกับข้าว รับส่งลูก ดูแลความเรียบร้อยในบ้าน เป็นวงจรชีวิตที่เรียบง่ายจนเจ้าตัวยังไม่เคยคาดคิดเลยว่า ชีวิตในวัยเกษียณของเธอจะเปลี่ยนไป เพราะตอนนี้ได้ตัดชุดใส่เองในแบบที่ตัวอยากเป็น รวมถึงการแบกกระเป๋าเป้เที่ยวคนเดียวมาแล้วหลายประเทศ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับ คุณจิบ-สุภาวดี บัณฑิต ถึงจุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวในวัยเกษียณ และเรื่องราวการทำแบรนด์ยาหม่องที่ชื่อสุดพีค “ยาหม่องฤาษีอุ้มนางพันธุรัตน์วิ่งข้ามเขา 3 ลูกไม่มีเหนื่อย” จุดเริ่มต้นจากการให้สิ่งดีๆ กับคนที่รัก ป้าจิบเล่าว่า ช่วงนั้นพี่สาวที่อยู่เยอรมันอยากได้น้ำมันไพรและน้ำมัน
ในวันที่กรุงเทพฯ เต็มไปด้วยคอนโดห้องเล็กกะทัดรัดและร้านอาหารโต๊ะ 1 ที่นั่งผุดขึ้นทุกมุมเมือง ตัวเลขจาก “The Single Economy Survey Part 2: การพักอาศัยและไลฟ์สไตล์ของการอยู่คนเดียว” โดยวิจัยกรุงศรี ที่สำรวจคนเมืองอายุ 24 ปีขึ้นไปกว่า 2,202 คน ได้ตอกย้ำความจริงคือ “การเป็นโสดหรืออยู่คนเดียว” ไม่ใช่เรื่องชั่วคราวอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นไลฟ์สไตล์กระแสหลักที่กำลังจะพลิกโฉมธุรกิจทั้งระบบ คนไทยรักการอยู่คนเดียวมากกว่าที่คิด ตามรายงานของ Euromonitor ปี 2568 ประเทศไทยมีสัดส่วนครัวเรือนที่อาศัยอยู่คนเดียวสูงถึง 29.5% สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกซึ่งอยู่ที่ 21.9% อย่างชัดเจน และถ้าแนวโน้มนี้ยังโตต่อเนื่องปีละ 1.8% เท่ากับว่าภายในปี 2585 ประเทศไทยจะมีผู้ที่พักอาศัยอยู่คนเดียวทะลุ 40% ของครัวเรือนทั้งหมด คำถามสำคัญคือ คนลักษณะใดมีแนวโน้ม “อยู่คนเดียว” มากที่สุด? ซึ่งผลสำรวจชี้ชัดว่า คนที่อยู่คอนโดมิเนียม มีโอกาสอยู่คนเดียวมากกว่าผู้ที่ไม่ได้อยู่คอนโด ถึง 6.5 เท่า คนไม่มีบุตร เลือกอยู่คนเดียวถึง 31% เทียบกับคนมีบุตรที่มีเพียง 5% และกลุ่ม LGBTQ+ มีสัดส่วนอยู่คนเดียวสูงสุดถึง 39% มากกว่าผู้หญิง 23% และผู้ช
ถือเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ เมื่อ “นายพิพัฒ พะเนียงเวทย์” ประธานกรรมการ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFMAMA ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบรนด์ “มาม่า” ได้ถึงแก่กรรมด้วยสิริอายุ 87 ปี ประวัติการศึกษา นายพิพัฒ พะเนียงเวทย์ เกิดเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2482 จบมัธยมศึกษา โรงเรียนสันติราษฎร์บำรุง สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขา Education Science จากประเทศจีน และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ (MBA) จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นอกจากนี้ ยังสำเร็จการศึกษาหลายหลักสูตร เช่น ปริญญาวิทยาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก, ปริญญาศิลปศาสตร์ดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยนอร์ท – เชียงใหม่ และปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพัฒนคหเศรษฐศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคําแหง เป็นต้น ผู้ร่วมสร้างและผลักดันแบรนด์ “มาม่า” นายพิพัฒ พะเนียงเวทย์ ถือเป็นหนึ่งในขุนพลและผู้บุกเบิกคนสำคัญของเครือสหพัฒน์ โดยร่วมสร้างและผลักดันแบรนด์ “มาม่า” มายาวนานกว่าครึ่งศตวรร
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชูเกียรติ รวยเจริญทรัพย์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท โรงงานแม่รวย จำกัด และเป็นผู้สร้างตำนานขนมขบเคี้ยว “โก๋แก่” มันทุกเม็ด เสียชีวิตอย่างสงบ สำหรับตำนาน “โก๋แก่” เมื่อ ชูเกียรติ รวยเจริญทรัพย์ ได้สร้างโรงงานขนมขึ้นมาเองด้วยน้ำพักน้ำแรงบนถนนเอกชัย-บางบอน ก่อนที่ท่านจะแต่งงานกับ จิราภรณ์ ด้วยวิสัยทัศน์ที่ว่า“ขนมยี่ห้อไหนอร่อยมักจะขึ้นต้นด้วยคำว่าแม่“ ท่านจึงตั้งชื่อว่า “บริษัท โรงงานแม่รวย จำกัด” โดยมีสินค้าแรกที่สร้างชื่อจนขายดีเป็นเทน้ำเทท่าคือ “ข้าวเกรียบกุ้ง” แต่แล้วบททดสอบครั้งใหญ่ก็มาถึง เมื่อตลาดเริ่มมีคู่แข่งใช้สีย้อมผ้าซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคมาทำเป็นข้าวเกรียบสีรุ้งและขายดีมากจนกระทบกับยอดขาย ด้วยศักดิ์ศรีและความซื่อสัตย์ที่ชูเกียรติมีต่อลูกค้า ท่านยอมหักไม่ยอมงอ ตัดใจเลิกขายสินค้าที่กำลังทำเงินในตอนนั้นทันที พร้อมทิ้งวลีเด็ดที่สะท้อนเนื้อแท้ในใจของท่านว่า “ขายดีแต่ทำร้ายลูกค้าเหมือนฆ่าเค้าทางอ้อม กูไม่ทำ” ยอมนับหนึ่งใหม่ หันมาทำ “ถั่วแผ่น” ในยุคเริ่มต้นนั้น ชูเกียรติรับหน้าที่ดูแลเรื่องการขายด้วยตัวเอง วิ่งรถไปหาลูกค้าตามร้านค้าต่างๆ สิ่
