จัดงานเปิดตัวพรนิต้า คลินิก ธุรกิจเสริมความงามที่ซ.นวลจันทร์ 56 แล้วศิริพร อำไพพงษ์ ก็ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นการลงทุน 10 ล้านบาทเพื่อให้ลูกสาวบุญธรรมดำเนินการ ทั้งนี้ ศิริพร บอกว่า ความที่ไม่มีทายาท ตอนนี้เลยรับเลี้ยงลูกและหลานบุญธรรมไว้หลายคน
“เราไม่ได้คลอดเขาออกมา แต่เขาเรียกเราว่าแม่ ดีใจนะ”
เมื่อถามถึงงานศิริพรก็ว่ายังจะทำงานเพลงไปเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็หาเวลาเดินสายเพื่อทำบุญตลอดเช่นกัน
ขณะที่เมื่อถามถึงข่าวที่ว่าถึงตอนนี้เธอมีเงินเก็บนับร้อยล้านบาท ศิริพรก็รับว่าเป็นความจริง
“มี ไม่ปฏิเสธว่าไม่มี เพราะว่าทำงานมาทั้งชีวิต 54 กะรัต จะไม่มีเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ เพราะไม่ใช่คนเที่ยว ไม่ใช่คนเล่น คนกิน”
ยังบอกด้วยว่าเงินที่ได้มา นอกจากจะมาจากงานเพลงแล้ว ส่วนหนึ่งก็มาจากการถูกลอตเตอรี่ ซึ่งที่เคยถูกเยอะที่สุดก็ราว 2-3 ล้านบาท ซึ่งเงินเก็บของตนนั้นนอกจากจะแบ่งส่วนเล็กๆ น้อยๆ เอาไว้ให้ลูกหลานแล้ว ก็ยังแบ่งอีกส่วนไว้ทำบุญ ซึ่งที่ทำบุญไปก็เกิน 10 ล้านบาทแล้ว
“10 ล้านนี่สร้างวัดไม่ได้ ได้นิดหน่อย นี่ปาเข้าไปจะ 40 ล้านแล้วค่ะ แต่ไม่ใช่ว่าสร้างคนเดียว ก็มีญาติสายบุญสายธรรมด้วย สร้างวัดป่าสว่างธรรม จ.อุดรธานี การสร้างบุญไม่มีวันสิ้นสุดค่ะ สร้างไปเรื่อยๆ”

Latest Posts
7-Eleven ยื่นฟ้อง Nike ต่อศาลรัฐบาลกลาง เขตตอนเหนือของรัฐเท็กซัส เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 โดยกล่าวหาว่า Nike ละเมิดเครื่องหมายการค้าจากการออกแบบรองเท้ารุ่นใหม่ Air Max 95 Big Bubble ในโทนสี “Sport Green and Safety Orange” ซึ่งมีการจัดวางแถบสีส้ม เขียว และแดง คล้ายคลึงกับตราสัญลักษณ์สามสีอันเป็นเอกลักษณ์ของเซเว่น อีเลฟเว่นที่ใช้มานานกว่า 40 ปี ประเด็นที่ทำให้เรื่องนี้โด่งดังขึ้นมาคือ Nike กำหนดวันวางจำหน่ายรองเท้ารุ่นดังกล่าวไว้ในวันที่ 11 กรกฎาคม ซึ่งตรงกับ “7-Eleven Day” วันครบรอบก่อตั้งบริษัท และเป็นวัน Free Slurpee Day ที่ลูกค้าจะได้รับเครื่องดื่มสลัชปี้ฟรีตามสาขาต่างๆ ทั่วโลก โดยที่ทั้งสองบริษัทไม่มีความร่วมมือหรือข้อตกลงใดๆ กันอย่างเป็นทางการ แต่ไม่ได้มีเพียงสีที่คล้ายกันเท่านั้นที่ทำให้เซเว่นตัดสินใจฟ้อง นอกจากสีสันที่คล้ายคลึงกันแล้ว คำฟ้องยังระบุว่า Nike ได้ใส่รายละเอียดอื่นๆ ที่สื่อถึงเซเว่นอีเลฟเว่นอย่างจงใจ เช่น ลวดลายชั้นวางสินค้าในร้านสะดวกซื้อบนพื้นรองเท้าด้านใน รวมถึงคำบรรยายสินค้าที่ใช้ถ้อยคำอย่าง “เดินไปร้านสะดวกซื้อหัวมุมถนน” ซึ่งเซเว่นมองว่าเป็นความพยายามเชื่อมโยงแ
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในรั้วบ้านของ “ป้าจิบ” สิ่งแรกที่สะดุดตาคือเสื้อผ้าที่แสนจะแฟชั่น ที่ป้าจิบบอกกับเส้นทางเศรษฐีด้วยรอยยิ้มว่า “ชุดนี้ตัดเอง ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงก็เสร็จแล้ว” ป้าจิบในวัย 60 ปี เต็มไปด้วยความสดใส พร้อมกับเอเนอร์จี้ความกระตือรือร้นในการทำกิจกรรมหลายอย่าง จนเราแทบไม่เชื่อ เมื่อป้าจิบเริ่มเล่าให้ฟังว่า “ชีวิตวัยรุ่น ชีวิตแม่บ้าน ไม่มีอะไรเลยค่ะ…เงียบมาก เงียบจนไม่คิดว่าเราจะมีอนาคต” หากมองย้อนกลับไปในอดีต ชีวิตของเธอมีเพียงแค่การทำกับข้าว รับส่งลูก ดูแลความเรียบร้อยในบ้าน เป็นวงจรชีวิตที่เรียบง่ายจนเจ้าตัวยังไม่เคยคาดคิดเลยว่า ชีวิตในวัยเกษียณของเธอจะเปลี่ยนไป เพราะตอนนี้ได้ตัดชุดใส่เองในแบบที่ตัวอยากเป็น รวมถึงการแบกกระเป๋าเป้เที่ยวคนเดียวมาแล้วหลายประเทศ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับ คุณจิบ-สุภาวดี บัณฑิต ถึงจุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวในวัยเกษียณ และเรื่องราวการทำแบรนด์ยาหม่องที่ชื่อสุดพีก “ยาหม่องฤาษีอุ้มนางพันธุรัตน์วิ่งข้ามเขา 3 ลูกไม่มีเหนื่อย” จุดเริ่มต้นจากการให้สิ่งดีๆ กับคนที่รัก ป้าจิบเล่าว่า ช่วงนั้นพี่สาวที่อยู่เยอรมันอยากได้น้ำมันไพรและน้ำมันเ
นี่คือตัวอย่างกรณีศึกษาของธุรกิจที่ ยอดขายปัง แต่สะดุดเพราะระบบหลังบ้าน ความสำคัญของ Cash Flow และระบบบัญชีต้นทุนที่ผู้ประกอบการห้ามมองข้าม เกิดเป็นกระแสข่าวที่คนกำลังให้ความสนใจอย่างมาก จากข่าวการประสบปัญหากระแสเงินสดตึงตัวจนเกิดการจ่ายเงินเดือนล่าช้าของร้านอาหารชื่อดังอย่าง “เนื้อแท้” ที่มีอดีตนักร้องนำวง Silly Fools (วีรชน ศรัทธายิ่ง หรือบังโต) นั่งแท่นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของบริษัท คอมพานี บี จำกัด กลายเป็นข่าวที่กำลังสร้างความตกใจให้แก่วงการธุรกิจไม่น้อย เพราะภาพลักษณ์ภายนอกคือแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จและมียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากสินค้าไม่ดีหรือไม่มีลูกค้า แต่เกิดจากแผลในบ้าน ที่ผู้ประกอบการทุกคนสามารถนำมาถอดบทเรียนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นกับธุรกิจของตนเองได้ ผลประกอบการย้อนหลัง 3 ปี ของบริษัท คอมพานี บี จำกัด ปี 2565 รายได้รวม 333 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2.3 ล้านบาท ปี 2566 รายได้รวม 504 ล้านบาท กำไรสุทธิ 13 ล้านบาท ปี 2567 รายได้รวม 635 ล้านบาท กำไรสุทธิ 16 ล้านบาท 1. ยอดขายโต ≠ กำไร กับดักของการคำนวณต้นทุนผิดพลาด ผู้บริหารเนื้อแท้ได้ออกมายอมรับว่า “ส
“เรานำเสนออาหารไทยในรูปแบบที่คนรุ่นใหม่และผู้บริโภคทั่วโลกเข้าถึงได้ง่ายที่สุด โดยที่เราไม่เคยลดทอนความเป็นไทย แต่เราเปลี่ยนวิธีการเข้าถึงความเป็นไทยแทน และนี่คือสิ่งที่เรายึดมั่นมาตั้งแต่วันแรก” ประโยคข้างต้นที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่เฉียบคมของ เก้-ลดาวัลย์ เลห์มันน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สปังกี้ ฟู้ด จำกัด และผู้ก่อตั้งแบรนด์ “เอมโอชา” ได้กลายมาเป็นกุญแจสำคัญที่ขับเคลื่อนธุรกิจน้ำพริกไทยให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ล่าสุดร่วมมือกับ เซเว่น อีเลฟเว่น พัฒนาน้ำพริกรสชาติใหม่ “พริกผัดน้ำมันมะกอกอัลมอนด์” ที่สร้างยอดขายถล่มทลายกว่า 100,000 กระปุก ภายในเวลา 2 สัปดาห์แรกที่วางจำหน่ายในเซเว่นฯ ถอดสูตรสำเร็จ ‘เอมโอชา’ รับฟังความเห็นลูกค้า นำมาต่อยอดพัฒนา สู่แบรนด์ดังในเซเว่นฯ เอมโอชาเกิดจากความมุ่งมั่นของ “ลดาวัลย์” ที่เริ่มต้นธุรกิจอาหารจากการทดลอง พัฒนา และรับฟังความคิดเห็นของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง จนสามารถต่อยอดเป็นน้ำพริกปลาร้ากรอบและน้ำพริกปลาทูกรอบ ภายใต้แบรนด์ Spunky Food และได้รับโอกาสวางจำหน่ายในเซเว่น อีเลฟเว่น แม้สินค้าในช่วงแรกจะยังไม่ประสบความสำเร็จด้านยอดขาย แต่คำแนะนำจากทีมงาน
