พืชทำเงิน เกษตรรอบด้าน

ลิ้นจี่ นพ.1  รสหวานอมเปรี้ยว ลูกโต ผลใหญ่ ไม่ฝาด

“ ลิ้นจี่ นพ.1 หรือ ลิ้นจี่ พันธุ์นครพนม 1” เป็นลิ้นจี่พันธุ์เบา นับเป็นสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ของนครพนม ที่ต้องการอากาศที่หนาวเย็นในการกระตุ้นให้ต้นลิ้นจี่เริ่มแทงช่อดอกเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและเป็นที่ต้องการของตลาด  

ที่มาของสายพันธุ์

ลิ้นจี่ นพ.1 เป็นสายพันธุ์ที่เกิดการกลายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด มีการคัดเลือกสายพันธุ์ที่สถานีทดลองพืชสวนนครพนม มีลักษณะเด่นคือ มีการเจริญเติบโต ออกดอกติดผลสม่ำเสมอทุกปี ผลลิ้นจี่ นพ.1 จะมีลักษณะที่ค่อนข้างกลม เปลือกสีแดงเข้ม ผิวขรุขระไม่เรียบ เนื้อด้านในสีขาว ไม่แฉะ รสชาติอมเปรี้ยวอมหวาน รสชาติดี อร่อย นิยมรับประทานผลสด หรือแปรรูปเป็นผลไม้กระป๋อง ฯลฯ

สวนลิ้นจี่ อุทัยรัศมี แหล่งเรียนรู้เรื่อง “ ลิ้นจี่ นพ.1”


คุณรัศมี อุทาวงศ์ เจ้าของสวนลิ้นจี่ อุทัยรัศมี จังหวัดนครพนม ซึ่งสืบสานอาชีพการทำสวนมาจากคุณพ่อ ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกลิ้นจี่ นพ.1 จำนวน 30 ไร่  เนื่องจาก ลิ้นจี่ นพ.1 มีข้อดีโดดเด่นกว่าสายพันธุ์อื่นคือ มีรสชาติดี หวานอมเปรี้ยว เนื้อแห้ง ไม่แฉะ จึงเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก แถมขายได้ราคาดีมาตลอด โดยเปิดสวนแห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการปลูกลิ้นจี่ให้เกษตรกร หน่วยงานรัฐ หรือบุคคลทั่วไป  

ลิ้นจี่เติบโตได้ดีที่ 18-20 องศาเซลเซียส

คุณรัศมีกล่าวว่า   การปลูกลิ้นจี่ให้ได้ผลผลิตที่ดีควรปลูกในพื้นที่อากาศเย็น คือ อุณหภูมิเฉลี่ย 18-20องศาเซลเซียส เป็นระดับที่เหมาะสมจะทำให้ลิ้นจี่ออกผลผลิตได้ดีที่สุด หากมีสภาพอากาศที่อุณหภูมิสูงกว่านี้จะทำให้ลิ้นจี่ไม่สามารถออกผลได้ สวนแห่งนี้ ปลูกลิ้นจี่แซมกับต้นกล้วย โดยอาศัยใบกล้วยเป็นร่มเงาให้กับต้นลิ้นจี่ เพราะหากต้นลิ้นจี่ที่โดนแสงแดดจัดๆ ทำให้ไม่ติดผล

ขั้นตอนการเพาะปลูกลิ้นจี่ นพ.1

เริ่มจากการเตรียมแปลงปลูก โดยไถพรวนปรับสภาพดินให้เสมอกัน ช่วยให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำได้ดี หากดินมีความชื้นมาก จะส่งผลให้ลิ้นจี่เจริญเติบโตช้า ขนาดหลุมปลูก กว้าง x ยาว x ลึก ประมาณ 50 x 50 x 50 เซนติเมตร แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพดินของพื้นที่นั้นๆ

ใส่ปุ๋ยคอกรองก้นหลุม ก่อนนำต้นลิ้นจี่ลงหลุม โดยปุ๋ยคอกจะเป็นอาหารเสริมให้กับต้นกล้า จากนั้นควรมีไม้ค้ำเพื่อไม่ให้ กิ่ง ลำต้น ต้นกล้าลิ้นจี่ เกิดหักหรือเสียหายได้ เนื่องจากในระยะแรกของการปลูก ต้นกล้ายังไม่แข็งแรงมาก ในช่วงต้นเล็ก เปิดให้น้ำในระบบสปริงเกลอร์ทุกๆ  3-4 วัน เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน ก็งดการให้น้ำ

ช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม เข้าสู่ช่วงฤดูฝน ต้นลิ้นจี่จะแตกใบอ่อน ใส่ปุ๋ยคอกที่โคนต้น ช่วงปลายฤดูฝน ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-24 เพื่อไม่ให้ลิ้นจี่แตกใบอ่อนเพิ่ม เพราะหลังจากนี้สิ่งที่ต้องการคือการออกดอกของลิ้นจี่

การติดดอกออกผล

เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว ต้นลิ้นจี่จะเข้าสู่ระยะการแตกตาดอก จำเป็นต้องทำความสะอาดโคนต้น ไม่ให้มีใบไม้ หรือน้ำขังบริเวณโคนต้นเพื่อป้องกันเพลี้ยรบกวน ในช่วงฤดูหนาวควรรดน้ำสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้หน้าดินแห้ง ในดินควรชุ่มชื้นอยู่เสมอ

เมื่อต้นลิ้นจี่ติดดอกแล้ว ต้องคอยสังเกตว่าช่อดอกยาวแล้วหรือยัง หากช่อดอกยาวแล้ว ต้องระมัดระวังการให้น้ำ หากให้น้ำแบบฉีดพ่นอาจจะโดนช่อดอก ทำให้ดอกร่วงได้ ในระยะที่ช่อดอกยาวแล้วยังคงให้น้ำอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษาความชื้นในดิน เมื่อระยะช่อดอกบาน ต้องหยุดรดน้ำเพื่อเป็นการรักษาช่อดอกที่บานไม่ให้หลุดร่วง

เลี้ยงผึ้งช่วยผสมเกสร

ในช่วงระยะดอกบาน ทางสวนจะนำผึ้งมาเลี้ยง เพื่อทำหน้าที่ช่วยผสมเกสรตามธรรมชาติ จากต้นหนึ่งไปสู่อีกต้นหนึ่ง ซึ่งวิธีการนี้ได้ผลดีมาก เมื่อดอกลิ้นจี่มีขนาดเท่าหัวไม้ขีดไฟ จะเริ่มให้น้ำอีกครั้ง พร้อมให้ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 เพื่อบำรุงผลลิ้นจี่มีขนาดผลใหญ่ขึ้น พร้อมใส่ปูนขาวบริเวณโคนต้นเพื่อป้องกันเชื้อรา และไม่ให้ผิวลิ้นจี่แตก

เมื่อผลลิ้นจี่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ต้องเพิ่มปริมาณการให้น้ำตามขนาดผล เช่น ให้น้ำ 1 วัน เว้น 2 วัน โดยรดน้ำให้เปียกชุ่ม เนื่องจากต้นลิ้นจี่เมื่อติดลูกแล้ว ต้องการน้ำและสารอาหารเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นทางสวนจะฉีดพ่นสารอาหารประเภท แคลเซียมโบรอน เพื่อให้พืชสามารถนำไปใช้ได้ทันที ทั้งช่วยเพิ่มผลผลิต เพิ่มการผสมเกสร ลดการหลุดร่วงของขั้วดอกและขั้วผล ช่วยบำรุงให้พืชเจริญเติบโตได้อย่างแข็งแรง

เมื่อเข้าสู่ช่วงใกล้เก็บผลผลิต นอกจากให้น้ำอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษาความชื้นในดินแล้ว ยังให้ปุ๋ยเคมีเพิ่ม คือ สูตร 13-13-21และสูตร 0-0-60 เพื่อเพิ่มความหวานให้กับผลไม้  ยิ่งใกล้ระยะเก็บเกี่ยวมักเจอโรคแมลงรบกวน อย่างเช่น แมลงวันทอง ทางสวนแก้ไขปัญหาโดยทำกับดักแขวนไว้ที่ต้นลิ้นจี่ โดยใส่ต้นกะเพราแดงที่มีกลิ่นหอมล่อแมลงวันทองให้ลงไปในขวดน้ำ

การเก็บเกี่ยว

เมื่ออายุ 2-3 ปี ต้นลิ้นจี่จะเริ่มให้ผลผลิต ลิ้นจี่ นพ.1มีขนาดผลใหญ่เฉลี่ย 32 – 36 ผล ต่อกิโลกรัม รสชาติหวานอมเปรี้ยว ไม่มีรสฝาด เนื้อหนา 0.98 เซนติเมตร ความหวาน 18 – 20 องศาบริกซ์ และให้ผลผลิต 65 – 180 กิโลกรัม ต่อต้น

ต้นลิ้นจี่ เป็นพืชอายุยืน หากดูแลอย่างดีก็สามารถให้ผลผลิตได้ถึง 10 ปี สามารถเก็บเกี่ยวได้ในเดือนเมษายนของทุกปี สามารถจำหน่ายได้ราคาดี และไม่มีปัญหาด้านการตลาด เพราะเป็นผลไม้รสอร่อย เป็นที่ต้องการของตลาดในประเทศและนอกประเทศ

คุณประโยชน์ของลิ้นจี่

ลิ้นจี่ เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต และโปรตีน มีสรรพคุณช่วยย่อยอาหาร บำรุงอวัยวะภายใน นอกจากนี้ ลิ้นจี่ยังช่วยลดอาการกระหายน้ำได้ และหากนำเนื้อลิ้นจี่มาตากแห้งแล้วต้มกินเป็นประจำ จะช่วยบรรเทาอาการปวดโรคไส้เลื่อน หรือลูกอัณฑะบวม และยังช่วยรักษาโรคโลหิตจาง

“ ลิ้นจี่ นพ.1 สวนลิ้นจี่ อุทัยรัศมี ยินดีตอนรับทุกท่านที่สนใจลิ้นจี่ สายพันธุ์ นพ.1 สามารถตอบได้ทุกคำถาม ทุกปัญหา จากประสบการณ์จริง ปลูกยังไงให้ได้ผลผลิตดี คงคุณภาพ แหล่งเรียนรู้สวนลิ้นจี่ อุทัยรัศมี มีคำตอบให้กับทุกท่านที่ให้ความสนใจ ลิ้นจี่ นพ.1” คุณรัศมี กล่าว

หากใครสนใจ ผลผลิตลิ้นจี่ นพ.1 และ กิ่งพันธุ์ลิ้นจี่ นพ.1 แท้ สามารถติดต่อคุณรัศมี อุทาวงศ์   เจ้าของสวนลิ้นจี่ อุทัยรัศมี จังหวัดนครพนม โทรศัพท์ 081-320-1645, 090-840-8451 หรือติดตามความเคลื่อนไหวได้ทางเฟซบุ๊ก ลิ้นจี่นพ.1นครพนม

……………

Related Posts