Featured
“มะละกอ” เป็นไม้ผลที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่งของไทยในปัจจุบัน นิยมบริโภคกันเป็นจำนวนมากทั้งในรูปของผลไม้ดิบเพื่อปรุงเป็นอาหารคาวหวาน และบริโภคในรูปของผลไม้สุก โดยมะละกอจะเริ่มให้ผลเมื่ออายุได้ประมาณ 8 เดือนขึ้นไป จากนั้นจะทยอยออกผลมาตลอดทั้งปี และจะมีผลผลิตสูงในระยะปีที่ 2 – 3 พอเข้าปีที่ 4 ต้นจะเริ่มทรุดโทรม ให้ผลผลิตลดลง ผลมีขนาดเล็กลง ดังนั้น การปลูกมะละกอเป็นการค้า มักจะเก็บผลเพียงปีที่ 2 – 3 เท่านั้น หลังจากนั้นจะตัดทิ้งและปลูกใหม่ ปกติแล้วมะละกอจะให้ผลผลิตไปได้เรื่อยๆ แม้จะมีอายุมากขึ้น แต่ผลมะละกอที่ได้ในระยะหลังจะเล็กลงเรื่อยๆ ขายไม่ได้ราคา แต่หากใครไม่ได้ปลูกเพื่อการค้า ไม่ได้จริงจังกับเรื่องผลผลิตมากนัก ลอง “ทำสาว” ให้มะละกอดูก่อน สำหรับการทำสาวมะละกอที่ว่านี้ แนะนำให้ทำหลังจากที่เราได้เก็บผลผลิต มะละกอ รุ่นแรกไปแล้ว คือการตัดต้นมะละกอให้เหลือไว้สัก 2-3 ใบก็พอ แล้วบำรุงต้นเพื่อเลี้ยงยอดใหม่ ประมาณสองเดือน หลังจากนี้ ยอดมะละกอที่แตกใหม่ก็จะเริ่มออกดอกและติดผลตรงตามสายพันธุ์เดิมที่เราปลูก และจะสามารถเก็บผลผลิตได้ในราวๆ เดือนที่ 4 หลังจ
ชื่อสามัญ : Tomato, Love apple, หมากเขือ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Lycopersicon esculentum วงศ์ : Solanaceae เมื่อดูจากวงศ์แล้วจะเห็นว่า มะเขือเทศนั้น เป็นพี่น้องคลานตามกันมากับ ยาสูบ แต่มะเขือเทศนิสัยดีกว่าเยอะ อุดมด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์กับร่างกาย เป็นแหล่งรวมแร่ธาตุและวิตามิน ไม่ทำร้ายสุขภาพร่างกายเหมือนเจ้ายาสูบ มะเขือเทศมีแหล่งกำเนิดจากเปรู กับเอกวาดอร์ จัดเป็นไม้ประเภทล้มลุกฤดูกาลเดียว หรือฝรั่งเรียกว่าพวก annual plants เนื่องจากมีวงจรอายุสั้นๆ ไม่ยืนยาว ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : เป็นพืชใบเลี้ยงคู่ ชนิดล้มลุกกึ่งเลื้อยกึ่งต้น ลำต้นอ่อนอวบน้ำ มีขนอ่อนๆ คลุม ใบเดี่ยวเรียงสลับขอบใบเป็นจักๆ เว้าลึก ดอกมีขนาดเล็กๆ สีเหลืองสด ออกตามซอกใบ ผลทรงกลม หรือรีๆ เมื่ออ่อนจะมีสีเขียว พอแก่ก็จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้ม แดง ผลอวบน้ำภายในมีเมล็ดเล็กๆ มากมาย สรรพคุณทางอาหารและยา : ในมะเขือเทศ 1 ลูก จะประกอบไปด้วย สารอาหารที่เป็นประโยชน์มากมาย มีเบต้าแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี มีกรดมาลิกทำให้มีรสเปรี้ยว มีกลูตามิกแอซิด (Glutamic acid) ซึ่งเป็นตัวเดียวกับที่มีในผงชูรส จึงเป็นแนวคิดที่อาจทำให้นำมาปรุง
ชันโรงตัวเล็กๆ อาจดูเป็นเพียงแมลงที่บินวนอยู่ตามสวน แต่สำหรับคนที่คลุกคลีกับมันมานาน ชันโรงกลับมีรายละเอียดมากกว่าที่คิด ตั้งแต่การเลี้ยง การขยายรัง การเก็บน้ำผึ้ง ไปจนถึงบทบาทสำคัญในการช่วยผสมเกสรให้พืชในสวน และเมื่อปัญหาเล็กๆ อย่าง “เก็บน้ำผึ้งอย่างไรไม่ให้รังเสียหาย” กลายเป็นโจทย์ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ การทดลองจึงเริ่มต้นขึ้น ก่อนจะค่อยๆ พัฒนาไปสู่ “รังชันโรงแบบแบ่งห้อง” ที่ช่วยให้การจัดการง่ายขึ้น และลดการรบกวนชันโรงภายในรัง เบื้องหลังการพัฒนานี้มาจาก อาจารย์มีน – ผศ.ดร.นุกูล ชิ้นฟัก คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ผู้ทำงานส่งเสริมและพัฒนาการเลี้ยงชันโรงร่วมกับชุมชนและเกษตรกรมานานกว่า 10 ปี จากการเห็นปัญหาจากการเลี้ยงจริง จึงค่อยๆ ทดลอง ปรับรูปแบบ และเรียนรู้จากการใช้งานจริง จนเกิดแนวคิด “รังชันโรงแบบแบ่งห้อง” ที่ต้องการแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทาง จากรังแบบเดิม สู่ “รังแบ่งห้อง” ลดปัญหาเก็บน้ำผึ้ง อาจารย์มีน เล่าให้ฟังว่า ย้อนกลับไปกว่า 10 ปี รังชันโรงที่เกษตรกรนิยมใช้ยังเป็นกล่องที่มีลักษณะยาวและสูง เมื่อถึงเวลาเก็บน้ำผึ้ง คนเลี้ยงต้องเปิดรังและใช้มือตัดหรือแยกส่วนที่เป็นน้ำผึ้งออกมา วิธีการนี
ผืนดินผืนเดียวกัน อาจสร้างชีวิตที่แตกต่างกันได้ ขึ้นอยู่กับว่าเรามองเห็นโอกาสจากผืนดินนั้นมากแค่ไหน สำหรับเกษตรกรจำนวนไม่น้อย รายได้ยังคงผูกอยู่กับฤดูกาล การทำนาหรือทำไร่จึงเป็นทั้งอาชีพหลักและความหวังเดียวของครอบครัว แต่เมื่อฝนไม่มาตามเวลา หรือมาในวันที่ไม่ควรมา รายได้ที่รออยู่ปลายฤดูกาลก็อาจหายไปพร้อมกับผลผลิตที่ตั้งตารอ ความท้าทายจึงไม่ได้อยู่ที่การทำเกษตรให้ได้ผลผลิตเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การทำอย่างไรให้ผืนดินสามารถสร้างรายได้ที่แน่นอน และดูแลครอบครัวได้อย่างต่อเนื่อง นิคมสหกรณ์พนา จังหวัดอำนาจเจริญ จึงไม่ได้มองการพัฒนาสมาชิกเพียงในมิติของการเพิ่มผลผลิต แต่พยายามมองไปถึง “อาชีพ” และ “รายได้” ที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน พื้นที่แห่งนี้มีประมาณ 45,000 ไร่ และจัดสรรให้สมาชิกนิคมทำกินประมาณ 30,000 ไร่ โดยแต่ละครอบครัวได้รับการจัดสรรพื้นที่ไม่เกิน 50 ไร่ สมาชิกส่วนใหญ่ยังคงประกอบอาชีพทำนาและทำไร่เป็นหลัก ขณะที่โจทย์สำคัญคือทำอย่างไรจะให้พื้นที่แห่งนี้ต้องสร้างรายได้มากกว่าหนึ่งทาง นิคมสหกรณ์พนา เติมอาชีพเสริม หนุนปลูกผักปลอดภัย สร้างรายได้ตลอดปี คุณวาสนา คำบุตร ผู้อำนวยการนิคมสหกรณ
หลายคนอาจคิดว่า การเริ่มต้นธุรกิจสักแห่งต้องอาศัยแผนงานที่รัดกุม เงินทุนจำนวนมาก หรือการมองเห็นโอกาสทางการตลาดที่แตกต่างจากคนอื่น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ธุรกิจที่เติบโตอย่างงดงามหลายแห่ง กลับมีจุดเริ่มต้นที่เรียบง่ายกว่านั้นมากเพราะบางครั้ง เมล็ดพันธุ์แห่งความสำเร็จอาจงอกงามขึ้นจาก “ความสุขเล็กๆ” ที่เกิดจากการได้ทำในสิ่งที่รัก และค่อยๆ เติบโตตามกาลเวลา วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน จะมาแชร์เรื่องราวของ “ทำสวนกับมาดาม” ที่เป็นทั้งสวนผัก คาเฟ่ และพื้นที่สีเขียวกลางย่านพระราม 2 ที่ถือกำเนิดขึ้นจากความหลงใหลในต้นไม้ของเพื่อนสนิทสองคน คุณยุ้ย อภิรดี นกสุวรรณ และ คุณแหม่ม พัฐพศิญา ทิพย์สุมณฑา จากความชอบปลูกต้นไม้ในวันว่าง สู่การสร้างพื้นที่แห่งความสุขที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้สัมผัสธรรมชาติ เรียนรู้เรื่องการปลูกผัก และค้นพบคุณค่าของวิถีชีวิตที่เรียบง่ายท่ามกลางเมืองใหญ่ เมื่อความคลั่งไคล้ต้นไม้ เจอกับเพื่อนที่เข้าใจ จุดเริ่มต้นของ “ทำสวนกับมาดาม” เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 ช่วงเวลาที่หลายคนต้องใช้ชีวิตอยู่ภายในบ้าน และเริ่มหันกลับมาให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณภาพอาหารที่รับประทาน
หน่อไม้ฝรั่ง เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญและปลูกได้ดีในประเทศไทย ซึ่งผลผลิตส่วนใหญ่ส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ และปริมาณความต้องการเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเกษตรกรในหลายพื้นที่ปลูกเป็นอาชีพที่ทำเงิน พร้อมทั้งปลูกแบบอินทรีย์ นอกจากเป็นการผลิตที่มีความปลอดภัยแก่เกษตรกรเองแล้ว การปลูกในระบบอินทรีย์ยังช่วยให้ผลผลิตจำหน่ายได้ในราคาที่สูงตามไปด้วย คุณสันติภาพ จุลิวัลลี หรือ คุณอิ๊ เป็นเกษตรกรที่ปลูกหน่อไม้ฝรั่งในระบบอินทรีย์ที่มีคุณภาพ ในช่วงแรกยังไม่ได้เน้นในเรื่องของการทำแบบอินทรีย์มากนัก ต่อมาเมื่อรับรู้ถึงความต้องการของตลาดจึงค่อยๆ ปรับเปลี่ยนการปลูกหน่อไม้ฝรั่งให้เป็นระบบอินทรีย์อย่างเต็มตัว นอกจากได้ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพส่งจำหน่ายให้กับตลาดแล้ว ยังส่งต่อองค์ความรู้ให้กับเพื่อนเกษตรกรท่านอื่นๆ จนเกิดการรวมกลุ่มที่เข้มแข็งรวมกันผลิตหน่อไม้ฝรั่งที่มีคุณภาพส่งสินค้าอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี จากหนุ่มออฟฟิศ ผันตัวเป็นเกษตรกร ต่อยอดธุรกิจเกษตร ด้วยวิทยาการสมัยใหม่ คุณอิ๊ เล่าให้ฟังว่า ในช่วงแรกทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศ ซึ่งในระหว่างนั้นเกิดความคิดอยู่เสมอว่าอยากทำการเกษตรก่อนที่จะมีอายุ 30 ปี ต่อมา
ปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 จากการเผาเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรในภาคเหนือ กำลังถูกยกระดับจากมาตรการรณรงค์ “งดเผา” ไปสู่โมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่ทำให้เกษตรกรเห็นผลตอบแทนเป็นรูปธรรม ผ่านการเปลี่ยนฟางข้าว ตอซัง และเศษวัสดุเหลือทิ้งให้กลายเป็นสินค้า พลังงานทดแทน และรายได้ใหม่ของชุมชน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จับมือกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. เดินหน้าโครงการ “เหนือสานสร้าง เลิกเผา เป๋าตุง” ปักหมุดจังหวัดเชียงรายเป็นพื้นที่ขยายผล พร้อมทำข้อตกลงรับซื้อเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรจากภาคเอกชนแล้วกว่า 20 ล้านบาท ตั้งเป้าสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจรวมกว่า 3,000 ล้านบาทภายใน 5 ปี ขณะที่ ARDA ใช้งานวิจัยเปลี่ยนฟางข้าวเป็นชีวมวลอัดเม็ด ลดพื้นที่เผากว่า 2,000 ไร่ เพิ่มรายได้สุทธิเกษตรกรสูงสุด 49% และเชื่อมต่อสู่ตลาดอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด “ปิยะรัฐชย์” เปิดโครงการเชียงราย เปลี่ยนเศษวัสดุเกษตรเป็นรายได้ นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนภาษาจีนเล่าฟู่ ตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวั
หลายท่านคงเคยตั้งคำถาม และอยากรู้จัก ว่าพืชผักชนิดนี้มีดีอย่างไร? หลายคนยังไม่รู้จัก ก็อยากจะบอกว่า คนไทยเราเขารู้จักกันมานาน ถึงแม้ว่าจะมีคนบอกกล่าวว่าไม่ใช่พืชพื้นถิ่นของไทยก็ตามที แต่คนไทยเราเขาชอบมากๆ เป็นคนไทยนิยมกินอะไรที่เผ็ดร้อนอยู่แล้ว ผักชนิดนี้นิยมนำมาปรุงแต่งกลิ่นรสอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่ต้องการดับกลิ่นคาว กลิ่นสาบของเนื้อสัตว์บางชนิด ที่ลำพังข่า ตะไคร้ เอาไม่อยู่ “กะเพราควาย” ชื่อดูดุดัน เรียกกันแถบภาคกลางเป็นส่วนใหญ่ ในถิ่นภาคเหนือ เรียก “จันทน์จ้อ” และชื่ออย่างเป็นทางการคือ “ยี่หร่า” กะเพราควาย มีชื่อสามัญว่า Shrubby Basil ชื่อวิทยาศาสตร์ Ocimmum gratissimum อยู่ในวงศ์กะเพรา LAMIACEAE เป็นพืชล้มลุก ประเภทพุ่ม อายุยืนกว่าปี ชอบขึ้นที่ดินสมบูรณ์ มีอินทรียวัตถุมาก น้ำดีพอสมควร แต่ก็ขึ้นได้ดีกับดินทุกชนิดเหมือนกัน ต้องการแสงแดดมากพอสมควร เนื่องจากเป็นพืชที่มีใบดก ใบใหญ่ แต่กิ่งก้านเล็ก กรอบ หักง่าย จึงไม่ทนทานต่อสภาพลมแรง ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด งอกงาม เจริญเติบโตเร็ว สามารถใช้ใบประกอบอาหาร และทุกส่วนใช้ประโยชน์เป็นยา ได้ตั้งแต่ต้นเล็กๆ อายุเดือนเศษๆ กลิ่นที่ไม่มีใครเหมือน ใช้เป็
“มันหวานญี่ปุ่น” นับเป็นอีกหนึ่งพืชสร้างรายได้ที่น่าสนใจ เพราะนอกจากรสชาติที่อร่อย หวาน มัน แล้วนั้น ในแง่ของคุณประโยชน์ยังอุดมไปด้วยวิตามินซีและวิตามินเอ ที่เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยให้ร่างกายได้รับแร่ธาตุต่างๆ และเป็นแหล่งผลิตสารต้านอนุมูลอิสระ ทำให้มีคุณสมบัติการชะลอวัย ที่สำคัญช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด มันหวานเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เมื่อกินเข้าไปร่างกายจะค่อยๆ ย่อยและเปลี่ยนเป็นพลังงาน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่ขึ้นสูง เป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับการลดน้ำหนัก ทำให้อิ่มได้นานขึ้น เหมาะกับเทรนด์รักสุขภาพที่กำลังมาแรงมากๆ ในยุคนี้ คุณสราวุธ วงศ์กาวิน หรือ คุณโด้ สมาชิกสหกรณ์การเกษตรยั่งยืนแม่ทา จำกัด จังหวัดเชียงใหม่ เล่าว่า ปัจจุบันสมาชิกสหกรณ์แม่ทา มีจำนวนสมาชิกอยู่ประมาณ 120 ครัวเรือน มีพื้นที่ทำการเกษตรรวมกันทั้งหมด 400 ไร่ ทำเกษตรอินทรีย์ทั้งหมด โดยหลักๆ จะเน้นส่งเสริมให้สมาชิกปลูกพืชผักตามฤดูกาล และมีพืชเด่นสร้างรายได้ของกลุ่มคือ “มันหวานญี่ปุ่นอินทรีย์” ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่คัดมาจากญี่ปุ่น แล้วนำมาพัฒนาสายพันธุ์ ให้เหมาะสมกับพื้นที่ปลูกที่แม่ทา เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณ
ผกากรอง เป็นพรรณไม้ทรงพุ่มขนาดเล็ก แตกกิ่งก้านสาขาออกรอบๆ ต้นของผกากรองสูงโดยเฉลี่ย 2-6 ฟุต ใบ เป็นรูปไข่ ปลายใบแหลม พื้นใบมีสีเขียวเข้ม ใบดก ใบมีลักษณะสากระคายมือ โดยใบออกเป็นคู่ๆ สลับเรียงกันตามกิ่งก้าน ทำให้ดูเป็นพุ่มหนาทึบ ดอกของผกากรองมีหลากหลายสีขึ้นอยู่กับชนิด ดอก ออกเป็นกระจุกรวมกันเป็นดอกเดียว ทรงคล้ายๆ กับดอกเข็ม โดยออกดอกตรงบริเวณส่วนยอดของกิ่ง ดอกมีมากมายหลายสี เช่น ดอกสีแดง สีเหลือง สีขาว สีม่วงอ่อน สีชมพู ซึ่งบางทีใน 1 ดอก สามารถเปลี่ยนได้มากกว่า 1 สี สามารถปลูกได้กับดินทุกชนิด แต่จะชอบดินที่เป็นดินร่วนซุย หรือดินปนทรายมากกว่า โดยเฉพาะดินที่มีการระบายน้ำได้ดี คุณวรรณพร ประดู่วงศ์ อยู่บ้านเลขที่ 67/4 ตำบลยางนอน อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเกษตรกรหญิงแกร่งที่ได้ใช้เวลาว่างหลังจากทำนา มาผลิตต้นผกากรองจำหน่าย เพราะหลายปีที่ผ่านมาปริมาณน้ำมีไม่เพียงพอต่อการทำเกษตร ส่งผลให้การทำนาไม่สามารถทำได้ตลอดทั้งปีเหมือนเช่นเคย จึงได้ยึดการผลิตผกากรองเป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้ให้กับเธอมาในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมา คุณวรรณพร เล่าให้ฟังว่า อาชีพหลังของครอบครัวมีในเรื่องของการค้าขาย
ปัจจุบัน “วิสาหกิจชุมชนบ้านสีเขียว ณ บางด้วน” อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ เป็นหนึ่งในศูนย์เรียนรู้ต้นแบบการทำเกษตรชุมชนเมืองอัจฉริยะ พร้อมแปรรูปเพิ่มรายได้ในรูปแบบสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ส่งขายตลาดจริงใจ ตลาดภายในชุมชน ตลาดพรีออร์เดอร์ กลุ่มไลน์ภายในชุมชน และเพจกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านสีเขียว ณ บางด้วน สร้างรายได้สุทธิ ในปีแรก 63,000 บาท และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี จุดเริ่มต้น จุดเริ่มต้นชุมชนสีเขียวแห่งนี้ เกิดจาก พี่แจ๊ส – คุณสมคิด น่วมศิริ สนใจปลูกผักไฮโดรโปนิกส์จำหน่ายในชุมชน ต่อมาเป็นแกนนำรวมกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ตำบลบางด้วน เข้าร่วมศึกษาวิจัยในโครงการสมุทรปราการโมเดล กับสำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรปราการ ทำให้เกษตรกรได้รับการเสริมสร้างและพัฒนาในด้านการเกษตร จนต่อยอดการพัฒนาเป็น “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านสีเขียว ณ บางด้วน” ต่อมามีการขยายแปลงเพาะปลูก โดยพัฒนาพื้นที่ว่างใต้ทางด่วนเป็นพื้นที่ทำเกษตรแปลงรวมของกลุ่ม และพัฒนากระบวนการผลิตจนได้รับมาตรฐาน GAP ต้นแบบเกษตรเขตเมืองอัจฉริยะ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านสีเขียว ณ บางด้วน ในพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรปราการ มีสมาชิกผู้ปลูกผักเคล
หากพูดถึงพืชที่ปลูกครั้งเดียวแต่เก็บเกี่ยวได้ยาวนาน “ไผ่” ต้องติดโผอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน ไม่ใช่แค่ให้ร่มเงาสวยงามหรือใช้ลำทำเฟอร์นิเจอร์ แต่ “หน่อไม้” ยังเป็นของกินยอดนิยมที่ขายดีตลอดปี ยิ่งตลาดอาหารสุขภาพกำลังมาแรง หน่อไม้สดๆ ปลอดสารก็ยิ่งเป็นที่ต้องการมากขึ้น หลายคนอาจคิดว่าการปลูกไผ่ต้องใช้พื้นที่เยอะ แต่ความจริงแล้วสามารถปลูกได้ทั้งแบบสวนใหญ่และสวนข้างบ้าน ขอแค่มีการจัดการที่ดี เลือกพันธุ์ให้เหมาะสม แค่นี้ก็สามารถทำเงินหลักหมื่นต่อวันได้ไม่ยาก วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะพาไปดูแนวทางการปลูกไผ่แบบมืออาชีพ ตั้งแต่เลือกพันธุ์ การดูแล ไปจนถึงเทคนิคเพิ่มผลผลิต ให้ปลูกครั้งเดียวแต่ขายหน่อได้ไม่มีหมด คุณบารมี วรานนท์วนิช เจ้าของ “สวนไผ่บารมี” ผู้เปลี่ยนสวนส้มเดิมให้กลายเป็นอาณาจักรไผ่เลี้ยงอีสานเขียว เริ่มต้นจากเพียง 30 ไร่ ก่อนขยายพื้นที่เพาะปลูกจนแตะ 212 ไร่ ปัจจุบัน สวนไผ่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งสร้างรายได้ต่อเนื่องทุกวัน เฉลี่ยวันละ 20,000 บาท ด้วยผลผลิตที่สามารถเก็บขายได้ตลอดทั้งปี โดยสร้างตลาดจากหน้าบ้านของเขาเอง โดยปกติ หน่อไม้ มักจะพบมากในช่วงฤดูฝน แต่
ปัจจุบันการเลือกซื้อผักของผู้บริโภคไม่ได้มองแค่เรื่อง “สด” หรือ “ราคา” เท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับแหล่งที่มา กระบวนการปลูก และความปลอดภัยของอาหารมากขึ้น โดยเฉพาะผักออร์แกนิคที่หลายคนเลือกนำมาปรุงอาหารเพื่อดูแลสุขภาพของคนในครอบครัว แต่สำหรับคนเมืองที่ไม่ได้มีเวลาเดินตลาด หรืออยากรู้ว่าผักที่ซื้อมีที่มาจากไหน ปัจจุบันมีแพลตฟอร์มออนไลน์เข้ามาช่วยเชื่อมต่อระหว่าง “ฟาร์ม” กับ “ผู้บริโภค” โดยตรง ทำให้สามารถเลือกซื้อผักจากเกษตรกรและฟาร์มต่างๆ ได้ง่ายขึ้น เพียงสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ก็รอรับผักสดถึงบ้าน วันนี้ เทคโนโลยีชาวบ้าน จะพาไปรู้จัก 3 แพลตฟอร์มที่น่าสนใจ สำหรับคนที่กำลังมองหาผักออร์แกนิคและผักปลอดภัยจากแหล่งผลิต จะมีอะไรบ้าง ตามไปดูกันเลย 1. Happy Grocers Happy Grocers เป็นแพลตฟอร์มที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงผู้บริโภคกับเกษตรกรและผู้ผลิตอาหาร โดยรวบรวมผัก ผลไม้ และผลิตภัณฑ์จากฟาร์มหลายแห่งมาไว้ในช่องทางเดียว จุดเด่นคือผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าได้หลากหลาย โดยแพลตฟอร์มให้ความสำคัญกับการตรวจสอบแหล่งที่มาและมาตรฐานของผู้ผลิต ทำให้ผู้ซื้อมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจมากกว่าการซื้อผักทั่วไป ร
โรสแมรี่ (Rosemary) เป็นพืชสมุนไพรพื้นเมืองของแถบเมดิเตอร์เรเนียน จัดอยู่ในวงศ์กะเพรา ใบ มีรูปร่างคล้ายเข็ม ยาว 2-4 เซนติเมตร กว้าง 2-5 มิลลิเมตร มีกลิ่นหอม และเขียวอยู่ตลอดปี ด้านบนของใบมีสีเขียว ด้านท้องใบเป็นสีขาว และมีขนปกคลุม ดอกมีหลายสี เช่น สีขาว สีชมพู สีม่วง หรือสีฟ้า ใช้ปรุงอาหารทำให้มีกลิ่นหอม ปัจจุบัน เริ่มเข้ามามีบทบาทในวงการอาหารบ้านเรามากขึ้น ไม่เพียงแค่เฉพาะโรงแรมที่ใช้นำมาประดับตกแต่งมื้ออาหารสุดหรู แต่ยังแพร่หลายไปถึงระดับครัวเรือนที่ชื่นชอบทำอาหารสไตล์ฝรั่ง ก็สามารถเข้าถึงสมุนไพรโรสแมรี่นี้ได้ง่ายมากขึ้น และนอกจากการนำมาประดับเพื่อเพิ่มความสวยงามแล้ว “โรสแมรี่” ยังมีส่วนช่วยทำให้รสชาติอาหารอร่อย มีความกลมกล่อมมากขึ้น สามารถช่วยลดกลิ่นคาวของอาหารประเภทเนื้อสัตว์ได้ดี รวมไปถึงสรรพคุณด้านกลิ่น ช่วยรักษาไข้หวัด แก้ไอ ทำให้ชุ่มคอ ได้อีกด้วย คุณดวงเดือน พิทักษ์ไพร หรือ พี่เดือน เจ้าของสวน Grace Garden อยู่ที่ 180 หมู่ที่ 11 ตำบลบ้านแม อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ อดีตครูอาสา กลับมาช่วยพัฒนาธุรกิจร้านขายต้นไม้-สมุนไพรฝรั่งของที่บ้าน คว้าโอกาสช่วงที่ทุกคนต้องหยุดอยู่บ้าน
ต้องยอมรับว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ พลังของสื่อโซเชียล ได้แผ่ขยายอิทธิพลเข้าไปในทุกแวดวงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แม้แต่วงการเกษตรที่หลายคนเคยมองว่าเป็นเรื่องของดินและน้ำเท่านั้น แต่ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยชีวิตชีวาและโอกาสใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้น สื่อเหล่านี้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการพลิกโฉมเกษตรกรรม อย่างเห็นได้ชัด ตัวอย่างที่โดดเด่นที่สุดคือการสร้างตลาดและแบรนด์ ที่แข็งแกร่งให้กับสวนและเกษตรกรแต่ละราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างช่องทางรายได้ใหม่ ที่ไม่ได้มาจากแค่การขายผลผลิตที่ปลูกได้เท่านั้น แต่เป็นการสร้างรายได้จากการทำคอนเทนต์ที่เกิดขึ้นภายในสวน ซึ่งการสร้างรายได้จากโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กๆ โดยมีฉากหลังเป็นสวนของเราเอง อาจไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่นักในยุคนี้ แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นเสมอ เพราะมันแสดงให้เห็นว่า ข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ ไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไป ไม่ว่าเราจะมีสวนเล็กๆ ข้างบ้าน หรือทำฟาร์มขนาดใหญ่ ทุกคนก็สามารถใช้เสน่ห์ของการเล่าเรื่องและภาพที่สวยงาม เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคง หลักหมื่นจนถึงหลักแสนต่อเดือนได้ วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านขอนำเสนออีกหนึ่งตัวอย่างของสวนเกษตรต้นแบบ ที่สร้างแรงบ
ท่ามกลางความผันผวนของภาคการเกษตรไทย “สับปะรดปัตตาเวีย” พืชเศรษฐกิจสำคัญที่เคยสร้างรายได้มหาศาลให้กับเกษตรกรและอุตสาหกรรมแปรรูป กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูง สภาพอากาศที่แปรปรวน ปัญหาขาดแคลนน้ำ และคุณภาพผลผลิตที่ไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะปัญหา “ไนเตรตตกค้าง” ที่กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการรับซื้อของโรงงานแปรรูป จนส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรโดยตรง หลายพื้นที่เริ่มเห็นภาพสวนสับปะรดที่ให้ผลผลิตลดลง ขณะที่บางแปลงแม้ผลมีขนาดใหญ่ แต่กลับไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานด้านคุณภาพ อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี หนึ่งในพื้นที่ปลูกสับปะรดสำคัญของประเทศก็กำลังเผชิญปัญหาเดียวกัน เกษตรกรจำนวนไม่น้อยยังคงพึ่งพาประสบการณ์ดั้งเดิมในการจัดการน้ำและปุ๋ย ส่งผลให้เกิดการใช้ปัจจัยการผลิตเกินความจำเป็น เมื่อสภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย ต้นทุนจึงสูงขึ้น แต่ผลผลิตกลับไม่ได้คุณภาพ ปัญหาเหล่านี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของงานวิจัย “การพัฒนาเทคโนโลยีการจัดการน้ำและไนเตรตที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มคุณภาพการผลิตสับปะรดของจังหวัดราชบุรี” ที่มุ่งแก้ปัญหาเชิงพื้นที่อย่างจริงจัง ผ่านแนวคิดเกษตรแม่นยำและการจัดการทรัพยากรอย่างเหมาะสม ผศ
ปัจจุบัน ขนาดของพื้นที่ไม่ได้เป็นปัจจัยชี้ขาดรายได้ทางการเกษตรอีกต่อไป เกษตรกรที่มีพื้นที่ขนาดเล็กแต่มีการบริหารจัดการพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถสร้างรายได้ที่ต่อเนื่องและยั่งยืนได้เช่นกัน ซึ่งอาจประยุกต์ใช้การปลูกพืชมูลค่าสูงเป็นตัวช่วยเสริมรายได้ ทั้งนี้ ความมั่นคงทางการเกษตรที่แท้จริงย่อมเกิดจากการวางแผนและการจัดการพื้นที่อย่างเป็นระบบ พี่โบ้-ดำรงค์ อินทศร เจ้าของ สวนปลูกสุข ต.คลองตาล อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย อดีตพนักงานประจำที่ผันตัวมาเป็นเกษตรกรบนพื้นที่ขนาดเล็ก กับแนวคิดการทำเกษตรที่ชัดเจนว่า “มีที่น้อย ไม่จำเป็นต้องปลูกพืชชนิดเดียว” หลักคิดของพี่โบ้เริ่มจากการสำรวจพื้นที่และตลาดรอบตัว ปลูกเฉพาะสิ่งที่คนในพื้นที่ต้องการ เพราะ “ปลูกได้ แต่หาคนซื้อไม่ได้ ก็เหนื่อยเปล่า” สวนแห่งนี้จึงถูกจัดสรรให้มีพืชพรรณหลากหลายที่ทยอยให้ผลผลิตต่างช่วงเวลา ตั้งแต่รายวัน รายสัปดาห์ ไปจนถึงรายเดือน เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้เข้ามาหมุนเวียนไม่ขาดสาย โดยไม่ต้องรอคอยรายได้ก้อนใหญ่จากพืชเชิงเดี่ยวเพียงอย่างเดียว ก่อนที่จะผันตัวมาเป็นเกษตรกร พี่โบ้เคยเป็นพนักงานประจำอยู่ที่บริษัทโรงกลั่นน้ำมันใน
“ศุภจี” ประชุม คชก. วางกรอบกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 2,000 ล้านบาท รองรับ 6 มาตรการ ครอบคลุมทั้งด้านการตลาดและการผลิต เตรียมรับความเสี่ยงเอลนีโญตั้งแต่ปลายปี 2569 ต่อเนื่องปี 2570 พร้อมสั่งทบทวน “ราคาเป้าหมายนำ” ให้สอดคล้องต้นทุน การผลิต การตลาด และภาวะราคา เพื่อให้รัฐมีเครื่องมือเข้าแทรกแซงได้รวดเร็วและตรงจุด นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ในฐานะฝ่ายเลขานุการฯ นำเสนอแนวทางการเตรียมความพร้อมดูแลเกษตรกรในปีงบประมาณ 2570 การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายกำหนดกรอบการใช้เงินกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร และกำหนดราคาเป้าหมายนำสินค้าเกษตรสำหรับปี 2570 โดยเน้นการใช้งบประมาณให้เกิดความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกร ขณะเดียวกัน ไทยต้องเตรียมพร้อมรับความผันผวนของสภาพภูมิอากาศตั้งแต่ช่วงปลายปี 2569 ต่อเนื่องไปถึงปี 2570 โดยเฉพาะความเสี่ยงจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งอาจกระทบต่อปริมาณผลผลิตสินค้าเกษตร ภาคร
กรมประมง ต่อยอดงานวิจัยเพาะขยายพันธุ์ “หอยหวาน” สัตว์น้ำเศรษฐกิจมูลค่าสูง เดินหน้าผลิตลูกพันธุ์ปล่อยคืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติต่อเนื่องปีละกว่า 300,000 ตัว หนุนฟื้นฟูทรัพยากรเพิ่มผลผลิตในทะเลและสร้างโอกาสทางอาชีพให้ชาวประมงชายฝั่ง หลังความต้องการบริโภคเพิ่มขึ้น ขณะที่ผลผลิตส่วนใหญ่ยังพึ่งพาการจับจากธรรมชาติ ขานรับกับนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และแนวคิด “Fisheries Connect For Sustainability” ของกรมประมง ที่มุ่งนำ “งานวิจัย–เทคโนโลยี–นวัตกรรม” มาเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ ควบคู่กับการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างเหมาะสม โดยเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่การอนุรักษ์ ฟื้นฟู ไปจนถึงการใช้ประโยชน์ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาชีพและคืนความสมดุลสู่ระบบนิเวศทางทะเลอย่างยั่งยืน นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า “หอยหวาน” (Babylonia areolata) เป็นหอยทะเลฝาเดียวที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เปลือกค่อนข้างหนา มีพื้นสีขาวและแต้มจุดสีน้ำตาลดำขนาดใหญ่เรียงกัน 3 แถว บริเวณปลายสุดของเปลือกจะแหลม พบกระจายทั้งทะเลฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดระยอง จันท
ช่วงวันที่ผ่านมา ประเด็น “ผักกาดขาวจากจีนแช่ฟอร์มาลิน” กลายเป็นกระแสที่สร้างความกังวลให้กับผู้บริโภค โดยเฉพาะคนที่ซื้อผักกาดขาวมาประกอบอาหารเป็นประจำ หลังมีการเผยแพร่คลิปที่กล่าวหาว่ามีการนำสารฟอร์มาลดีไฮด์ หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า “ฟอร์มาลิน” มาใช้กับผักกาดขาว เพื่อช่วยคงความสดระหว่างการขนส่ง เรื่องนี้ไม่เพียงสร้างคำถามว่า ผักกาดขาวที่วางขายอยู่ปลอดภัยหรือไม่ แต่ยังทำให้ผู้บริโภคกลับมาให้ความสำคัญกับเรื่อง ความปลอดภัยของอาหาร แหล่งที่มา และการตรวจสอบย้อนกลับ มากขึ้น สิ่งสำคัญคือไม่ควรเหมารวมว่าผักกาดขาวจากจีนทุกล็อตมีการใช้ฟอร์มาลิน เพราะขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงในแต่ละพื้นที่และแต่ละล็อตสินค้า เกิดอะไรขึ้นกับ “ผักกาดขาวแช่ฟอร์มาลิน” ประเด็นดังกล่าวเริ่มจากการเผยแพร่คลิปบนโซเชียลมีเดียของจีน ซึ่งแสดงภาพการนำผักกาดขาวไปสัมผัสกับสารละลาย ก่อนนำไปขนส่งและจำหน่าย ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้ฟอร์มาลดีไฮด์เพื่อช่วยรักษาความสดของผัก หลังเกิดกระแสข่าว ทางการจีนได้เร่งตรวจสอบและติดตามเส้นทางของสินค้าที่ถูกกล่าวถึง ขณะที่ประเทศที่นำเข้าผักกาดขาวจากจีนก็ยกระดับการตรวจสอบเช่นกั
