Featured
ในยุคข้าวยากหมากแพงแบบนี้ จะดีแค่ไหนถ้าทุกบ้านสามารถประหยัดรายจ่ายในครัวเรือนได้ ไม่ต้องอดมื้อกินมื้อ ด้วยการแบ่งพื้นที่เล็กๆ ปลูกพืชผักบางชนิดไว้กินเอง หรือลดพื้นที่การปลูกพืชเชิงเดี่ยว เป็นพืชผสมผสานเป็นกับข้าว เพื่อลดรายจ่ายต่อวันได้ และถ้าหากท่านสนใจอยากทำ จะมีเวลาน้อย เวลามากก็สามารถทำได้ทั้งนั้น ขอเพียงแค่ลงมือทำ คุณคุณาวุฒิ แสงดาว หรือ พี่แอ๊ด อยู่ที่บ้านดู่น้อย หมู่ที่ 7 ตำบลโนนแดง อำเภอโนนศิลา จังหวัดขอนแก่น เซอร์วิส เอ็นจิเนีย หัวใจเกษตร ใช้วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ทำงานที่รัก เด่นที่การจัดสรรพื้นที่และการวางระบบเลือกปลูกพืชที่ดูแลจัดการง่าย แต่ให้ผลตอบแทนดี มีเวลาน้อยสามารถทำได้สบาย พี่แอ๊ด เล่าถึงจุดเริ่มต้นการทำเกษตรว่า ปัจจุบันตนเองทำงานประจำที่บริษัทนำเข้าเครื่องจักรกลการเกษตรแห่งหนึ่ง ในตำแหน่ง เซอร์วิส เอ็นจิเนีย ซึ่งด้วยลักษณะของงานที่ต้องมีการลงพื้นที่ไปติดตั้งระบบอุปกรณ์เครื่องจักรกลการเกษตรให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ ทำให้ได้เห็นรูปแบบการทำเกษตรมามากมาย ก็ได้อาศัยข้อได้เปรียบที่มีอยู่เข้าไปศึกษาเรียนรู้ขอแนวทางการทำเกษตรจากเกษตรกรมืออาชีพที่ได้พบเจอตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ปร
สะตอ…เป็นพืชเศรษฐกิจที่เกษตรกรในพื้นถิ่นจังหวัดศรีสะเกษปลูกมานานกว่าสิบปี ฝักสะตอมีลักษณะแบนยาว ในฝักมี 10-20 เมล็ด นิยมนำเมล็ดสะตอสดไปจิ้มน้ำพริก สะตอผัดเปรี้ยวหวาน หรือผัดกะปิสะตอกุ้ง สรรพคุณช่วยขับลมในลำไส้ ขับปัสสาวะ มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต หรือช่วยไม่ให้เกิดหลอดเลือดอุดตัน เกษตรกรที่อำเภอขุนหาญ ได้ปลูกสะตอเป็นพืชแซมในสวนไม้ผล เป็นพืชเศรษฐกิจเสริมรายได้เงินแสนให้ก้าวสู่วิถีการยังชีพที่มั่นคง คุณรัตดา คงสีไพร เกษตรอำเภอขุนหาญ เล่าให้ฟังว่า การทำการเกษตรหรือปลูกพืชเชิงเดี่ยวมักจะมีความเสี่ยงสูงได้ทั้งจากสาเหตุของสภาพดินฟ้าอากาศที่แปรปรวน ฝนแล้ง น้ำท่วม หรือศัตรูพืชเข้าทำลาย ใช้ต้นทุนการผลิตที่สูง หรือไม่สามารถกำหนดราคาซื้อขายได้ จึงมักส่งผลให้ไม่มั่นคงในการยังชีพ แนวทางส่งเสริมการปลูกและพัฒนาคุณภาพผลไม้ สำนักงานเกษตรอำเภอขุนหาญ ร่วมกับ กรมพัฒนาที่ดิน ศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ และอีกหลายหน่วยงาน ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกทุเรียน เงาะ มังคุด หรือลองกอง ผสมผสานและส่งเสริมการปลูกและผลิตในระบบเกษตรดีที่เหมาะสม หรือ GAP (Good Agricultural Practice) เพื่อให้ได้ผลไม้คุณภาพ
สำหรับใครที่กำลังมองหาไอเดียการทำแปลงปลูกผักแบบง่ายๆ แต่มีความแข็งแรง ทนทานสูง แล้วใช้ต้นทุนในการทำไม่สูงมาก ครั้งนี้เทคโนโลยีชาวบ้านมีไอเดียการทำ “แปลงปลูกผักด้วยอิฐบล็อก” แบบไม่ต้องก่อปูน สามารถทำเองได้คนเดียวแบบสบายๆ โดยไอเดียการทำแปลงปลูกผักนี้ ได้มาจากเจ้าของช่อง TikTok : chumpol_diary วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ 1. อิฐบล็อก 2. ท่อ PVC ขนาด 4 หุน 3. ค้อน วิธีทำ 1. เริ่มจากการจัดเตรียมพื้นที่สำหรับที่จะทำแปลงปลูกให้เรียบสม่ำเสมอกัน โดยขนาดความยาวและกว้างของแปลง สามารถทำได้ตามความสะดวกของแต่ละพื้นที่ 2. จากนั้นนำอิฐบล็อกมาวางเรียงกันให้เป็นแถวเสมอกัน 3. ใช้ท่อ PVC ขนาด 4 หุน ตัดเป็นท่อนให้ได้ขนาดความสูงเท่ากับอิฐบล็อก 1 ก้อน 4. นำท่อ PVC ที่ตัดได้ความยาวที่เหมาะสมแล้ว ใช้ค้อนตอกเข้ารูของอิฐบล็อกเพื่อยึดอิฐบล็อกแต่ละก้อนแทนการก่อปูน วิธีนี้จะทำให้อิฐบล็อกเกาะติดกันแน่น ลดปัญหาแปลงปลูกเอง เป็นวิธีที่ทำง่าย แต่แข็งแรง ใช้ต้นทุนต่ำ สามารถนำท่อ PVC เหลือทิ้งมาใช้ได้ แถมเวลาจะรื้อถอนก็ทำได้ง่าย อิฐบล็อกไม่เสียหาย สามารถนำไปทำอย่างอื่นได้ต่อ เผยแพร่ออนไลน์ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2568
ในวันที่สภาพแวดล้อมกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จากการทำเกษตรเชิงเดี่ยวและการใช้สารเคมีต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน “ดิน” ซึ่งเป็นหัวใจของการผลิตอาหารในประเทศไทยกลับเสื่อมโทรมลงอย่างน่าเป็นห่วง มีในหลายพื้นที่ของประเทศประสบปัญหาดินแข็ง ดินทราย น้ำไม่ซึม รากพืชเดินไม่ได้ ส่งผลให้ผลผลิตลดลงทุกปี ขณะที่เกษตรกรต้องเพิ่มปริมาณปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลงเพื่อให้ได้ผลผลิตเท่าเดิม ในท่ามกลางความเปราะบางของผืนดินนี้ มีเสียงของคนรุ่นใหม่ที่ลุกขึ้นมาชวนให้ “เริ่มต้นใหม่กับธรรมชาติ” เสียงของ คุณเจน-เจนนิเฟอร์ อินเนส-เทเลอร์ หรือที่รู้จักกันดีในช่องทางออนไลน์ “น้องเจนทำฟาร์ม” อินฟลูเอนเซอร์สาวผู้ขับเคลื่อนแนวคิด “เกษตรฟื้นฟู” (Regenerative Agriculture) ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ด้วยเป้าหมายไม่ใช่เพียงปลูกให้ได้ผลผลิต แต่คือการปลูกเพื่อให้ธรรมชาติมีชีวิตอีกครั้ง เกษตรฟื้นฟู คืออะไร? ทำไมต้องเริ่มตอนนี้ คุณเจน เล่าว่า “เกษตรฟื้นฟู” คือแนวทางการทำเกษตรที่ไม่เพียงเลิกใช้สารเคมี แต่ไปไกลกว่านั้น คือการคืนชีวิตให้ระบบนิเวศในดินกลับมาทำงานอีกครั้ง แนวคิดนี้เกิดจากการตระหนักว่าระบบการผลิตอาหารในปัจจุบัน กำลังทำลายทรัพยากรพื
เมื่อโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศ การลดก๊าซเรือนกระจกจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แม้แต่ในฟาร์มปศุสัตว์ที่เป็นแหล่งผลิตอาหารให้กับผู้คนทั่วโลก ก็ยังมีโอกาสนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ โดยเฉพาะการลดก๊าซมีเทนจากกระบวนการย่อยอาหารของวัว ซึ่งนอกจากจะเป็นอีกแนวทางในการลดภาวะโลกร้อนแล้ว ยังอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากอาหารและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการเลี้ยงสัตว์ได้อีกด้วย โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่การพัฒนาวิธีลดมีเทนที่ใช้ได้จริง มีต้นทุนเหมาะสม และไม่เพิ่มภาระให้กับเกษตรกรมากเกินไป คุณเอก-อัครพล ธนวัฒนาเจริญ CEO & Co-Founder ของ Locol Company เป็นหนึ่งในผู้ที่มองเห็นโอกาสนี้ จากประสบการณ์การทำงานที่ออสเตรเลีย สู่ความตั้งใจที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ลดก๊าซมีเทนสำหรับปศุสัตว์ไทย โดยเลือกศึกษาและนำสารจากโกโก้มาต่อยอดเป็นอาหารเสริมสำหรับวัว พร้อมพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับการใช้งานในฟาร์ม ทั้งวัวนมและวัวเนื้อ เป้าหมายไม่ได้หยุดอยู่เพียงการลดก๊าซเรือนกระจก แต่ยังมุ่งให้เกษตรกรได้รับประโยชน์จากการเลี้ยงสัตว์อย่างมีประสิทธิภาพ และเปิดโอกาสให้ภาคปศ
ปัจจุบันทั่วโลกกำลังเผชิญกับภาวะ “โลกเดือด” ซึ่งทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น จากภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ทำให้เกิดความแปรปรวนของธรรมชาติที่ควบคุมได้ยาก ทั้งปัญหาฝนทิ้งช่วง น้ำท่วมขัง ภัยแล้ง และความร้อนที่เพิ่มขึ้นทำให้พืชโตช้า การติดดอกและพัฒนาการตาดอกลดลง รวมถึงการสะสมอาหารในพืชลดลง นอกจากนี้ สภาพอากาศที่แปรปรวนเอื้อให้โรคพืช แมลง และวัชพืชแพร่พันธุ์ได้เร็วขึ้น ส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายต่อภาคการเกษตร การผลิตอาหาร และระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรง ปลูกพืชได้ทุกฤดูกาลด้วยนวัตกรรมโรงเรือนอัจฉริยะ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา วช. ครบรอบ “67 ปี วช. ต่อยอดองค์ความรู้ เชิดชูผลงานนักวิจัย ขับเคลื่อนอนาคตไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” รศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท หัวหน้าศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลไม้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และเป็นคณบดีคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้นำเสนอแนวคิดสู้โลกรวนด้วยนวัตกรรมโรงเรือนอัจฉริยะ ณ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กรุงเทพมหานคร รศ.ดร.พีระศักดิ์กล่าวว่า ปัจจุบันภาค
ปัญหาปุ๋ยเคมีแพง ทำให้เกษตรกรจำนวนมากหันใช้ปุ๋ยอินทรีย์จากมูลสัตว์ ปรับปรุงบำรุงดินกันมากขึ้น แต่ทุกวันนี้ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ส่วนใหญ่นิยมนำมูลสัตว์ไปใช้เป็นวัตถุดิบทำพลังงานก๊าซชีวภาพกันมากขึ้น ทำให้มูลสัตว์เข้าสู่ตลาดน้อยลง ไม่เพียงพอต่อการนำมาเป็นปุ๋ยเพาะปลูกพืช ดังนั้น กรมพัฒนาที่ดินจึงส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกปุ๋ยพืชสด ทดแทนการใช้ปุ๋ยมูลสัตว์ ทั้งนี้ ปุ๋ยพืชสดมีให้เลือกปลูกหลายชนิด ขึ้นอยู่กับสภาพดินแต่ละแห่ง หากเป็นดินดอนแนะนำให้ปลูกถั่วพร้า ถั่วมะแฮะ ถั่วพุ่ม ส่วนพื้นที่ลุ่มเป็นดินเค็ม ให้ปลูกโสนอัฟริกัน สำหรับพื้นที่ดินทรายควรปลูกปอเทือง เหมาะกับพื้นที่นาในภาคอีสาน ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่มีสภาพเป็นดินปนทราย ปอเทืองเป็นพืชตระกูลถั่วชนิดหนึ่งที่ขึ้นได้ดีทั้งพื้นที่ดอนและที่ลุ่มไม่มีน้ำขัง เป็นพืชที่ทนความแห้งแล้งได้ในดินเลว สามารถสร้างธาตุอาหารได้เอง โดยเฉพาะไนโตรเจน จึงปลูกเป็นพืชที่ใช้เป็นปุ๋ยพืชสดได้ดีกว่าพืชอื่น อีกทั้งปอเทืองปลูกได้ถึง 2 ครั้ง คือ เริ่มปลูกตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมจนถึงปลายเดือนสิงหาคม และปลูกหลังการทำนาประมาณเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน การนำปอเทืองมาปลูกเป็นปุ๋ยพืชสดและไ
บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “น้ำส้มมะปี๊ดเข้มข้น” ต่อยอดมะปี๊ด ผลไม้ตระกูลส้มที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยรสเปรี้ยวและกลิ่นหอมเฉพาะตัวจากจังหวัดจันทบุรี สู่ผลิตภัณฑ์ที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้สัมผัสเสน่ห์ของผลไม้พื้นถิ่นไทยในรูปแบบใหม่ พร้อมสะท้อนแนวทางการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตทางการเกษตร ผ่านการรับซื้อผลผลิตจากวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ที่ดอยคำให้การดูแล เพื่อเชื่อมโยงผลผลิตจากชุมชนสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และตลาดผู้บริโภค “มะปี๊ด” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ส้มจี๊ด” เป็นผลไม้ตระกูลส้มขนาดเล็ก เมื่อสุกจะมีสีเหลืองอมส้ม โดดเด่นด้วยรสเปรี้ยวจัดจ้าน กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ สำหรับชาวจันทบุรี มะปี๊ดเป็นวัตถุดิบที่มีบทบาทในวิถีอาหารท้องถิ่น โดยนิยมนำมาใช้ปรุงรสอาหารแทนมะนาว อาทิ น้ำพริกเกลือ (น้ำจิ้มซีฟู๊ด) อาหารทะเล เครื่องดื่มที่ต้องการรสเปรี้ยวหอมเป็นพิเศษ ดอยคำ จึงนำเอกลักษณ์ของมะปี๊ดมาต่อยอดเป็น “น้ำส้มมะปี๊ดเข้มข้น” โดยรับซื้อผลผลิตจากวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ที่ดอยคำดูแล เพื่อนำมาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มโอกาสให้ผลไม้พื้นถิ่นเป็นที่รู้จักในวงกว้าง แนวทางดังกล่าวสะท้อนกา
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและความกังวลเรื่องความมั่นคงทางพลังงาน ประเทศไทยเริ่มให้ความสำคัญกับพลังงานทดแทนและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำมากขึ้น หลายภาคส่วนมีการส่งเสริมองค์ความรู้และการปลูกพืชพลังงานอย่างจริงจัง ไผ่นับเป็นอีกพืชที่มีศักยภาพสูง เนื่องจากเติบโตเร็ว ให้ชีวมวลปริมาณมาก สามารถนำไปใช้เป็นพลังงานทดแทนได้ อีกทั้งยังมีความสามารถในการกักเก็บคาร์บอน ช่วยลดก๊าซเรือนกระจก ฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว และเพิ่มความสมดุลให้ระบบนิเวศ จึงนับเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนในระยะยาว คุณประสาน สุขสุทธิ์ อดีตหัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดสระแก้ว และเจ้าของสวนไผ่โป๋ยแจ่ม บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ เป็นตัวอย่างของเกษตรกรยุคใหม่ ที่มองไผ่ในมิติของธุรกิจครบวงจร ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป ไปจนถึงการสร้างมูลค่าเพิ่ม ทำให้สามารถสร้างรายได้จากไผ่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน คุณประสานเล่าว่า เริ่มปลูกไผ่มาตั้งแต่ปี 2547 หรือกว่า 20 ปีแล้ว ก่อนหน้านั้นเคยทำทั้งพืชไร่และไม้ผล โดยเฉพาะส้มโชกุน ควบคู่กับการรับราชการ แต่พบว่าพืชหลายชนิดต้องใช้เงินลงทุนสูง ต้องดูแลใกล้ชิด แล
กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกหยิบยกมาถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง ทั้งในเวทีวิชาการ ภาคเกษตรกร ไปจนถึงรัฐสภา สำหรับอนุสัญญา UPOV 1991 ที่หลายฝ่ายมองว่าเป็น “โอกาส” ในการยกระดับนวัตกรรมการเกษตรไทยสู่สากล แต่อีกหลายภาคส่วนกลับมองว่านี่คือ “การเสียเปรียบ” ครั้งใหญ่ที่จะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของเกษตรกรและปากท้องของคนทั้งประเทศ วันนี้ เทคโนโลยีชาวบ้าน มีโอกาสได้พูดคุยกับ อาจารย์โจน จันได ผู้ก่อตั้งศูนย์พันพรรณ ชายผู้ยืนหยัดในการรวบรวม กักเก็บ และแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์พืชพื้นบ้านเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารให้เกษตรกรไทยมานานกว่า 24 ปี ว่ามีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ และทำไมภาคประชาชนจึงออกมาคัดค้าน เปิดแนวคิด ‘โจน จันได’ ทำไม “เมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน”คือทางรอด และความมั่นคงสูงสุดในชีวิตเกษตรกร เมื่อพูดถึงคุณค่าของเมล็ดพันธุ์ดั้งเดิม หลายคนอาจมองเพียงเรื่องของความล้าสมัยหรือผลผลิตที่ไม่ได้มากมายเหมือนพันธุ์พาณิชย์ แต่สำหรับ อาจารย์โจน จันได เมล็ดพันธุ์พื้นบ้านเหล่านี้ไม่ใช่แค่เครื่องมือทำมาหากิน แต่คือ “ความมั่นคงในชีวิต” วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกมุมมองของชายผู้เชื่อมั่นว่า เมล็ดพันธุ์คือสมบัติส่วนรวม
ในวันที่โลกเกษตรเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งสภาพภูมิอากาศที่คาดเดายาก ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และการแข่งขันทางการตลาดที่เข้มข้น การทำเกษตรให้ประสบความสำเร็จ จึงไม่ใช่แค่ปลูกเป็นหรือเลี้ยงเก่งเท่านั้น แต่ต้องรู้จักใช้เทคโนโลยี เพิ่มมูลค่าผลผลิต มองหาโอกาสทางธุรกิจ และปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลง หากคุณกำลังมองหาแนวคิดใหม่ๆ ที่นำไปต่อยอดได้จริง งาน “เทคโนโลยีชาวบ้าน NEXT MOVE เกษตรไม่เหมือนเดิม” ชวนมาเปิดประสบการณ์เรียนรู้จากเกษตรกรตัวจริง นักวิชาการ และผู้ประกอบการที่ลงมือทำจนเกิดผลลัพธ์ พร้อมเติมไอเดียใหม่ให้กับอาชีพเกษตร ในวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ณ อาคารข่าวสด และมติชนอคาเดมี จตุจักร กรุงเทพฯ งานนี้ออกแบบมาให้มากกว่าการนั่งฟังสัมมนา เพราะผู้เข้าร่วมจะได้ทั้งความรู้จากผู้มีประสบการณ์ การลงมือทำในเวิร์กช็อป การแลกเปลี่ยนมุมมองกับคนในแวดวงเกษตร และโอกาสพบผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปทดลองใช้หรือต่อยอดเป็นธุรกิจได้จริง ตั้งแต่การแปรรูปสมุนไพร การเลี้ยงชันโรง การปลูกวานิลลา ไปจนถึงเทคโนโลยีไบโอชาร์และตลาดคาร์บอนเครดิต ซึ่งล้วนเป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนทรัพยากรและความรู้ให้กลายเป็นโอกาสใหม่ท
ปรากฏการณ์เอลนีโญ กำลังกลับมาเป็นประเด็นที่ทั่วโลกต้องจับตามองอีกครั้ง หลังองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือ NASA เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมสำรวจโลกที่ตรวจพบความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของมหาสมุทรแปซิฟิก ทั้งอุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น ระดับน้ำทะเลที่เปลี่ยนแปลง และการลดลงของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กในทะเล ซึ่งล้วนเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการก่อตัวของปรากฏการณ์เอลนีโญที่อาจมีความรุนแรงเป็นประวัติการณ์ในปี 2569 ข้อมูลจากสำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือ NOAA ซึ่ง NASA อ้างถึง ณ เดือนตุลาคม 2569 ระบุว่า มีความเป็นไปได้ถึง 83% ที่เอลนีโญซึ่งกำลังก่อตัวจะเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2493 หรือในรอบกว่า 70 ปี ปรากฏการณ์ดังกล่าวไม่เพียงส่งผลต่ออุณหภูมิของมหาสมุทรเท่านั้น แต่ยังสามารถเปลี่ยนแปลงทิศทางลม รูปแบบการกระจายตัวของฝน และสภาพอากาศในหลายภูมิภาคทั่วโลก โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรมที่ต้องพึ่งพาปริมาณน้ำฝนและสภาพภูมิอากาศในการเพาะปลูก อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 83% เป็นการประเมินความเป็นไปได้ ณ ช่วงเวลาที่รายงาน ไม่ได้หมายความว่าเอลนีโญปี 2569 ได้รับการยืนยัน
ปัจจุบันกล้วยไข่กำลังกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่น่าจับตามองของประเทศ มีพื้นที่ปลูกเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความต้องการจากตลาดต่างประเทศขยายตัว ซึ่งมีคำสั่งซื้อจำนวนมาก โดยกล้วยไข่เป็นกล้วยผลขนาดเล็ก นิยมบริโภคแบบผลสด มีรสชาติหวานหอมเป็นเอกลักษณ์ กล้วยไข่สามารถปลูกได้เกือบทุกพื้นที่ของประเทศไทย และที่สำคัญคือ เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตได้ตลอดทั้งปี ทำให้กล้วยไข่กลายเป็นพืชที่มีความยืดหยุ่นสูงทั้งด้านการปลูกและการตลาด แหล่งผลิตสำคัญของประเทศไทยในปัจจุบัน 5 อันดับแรก ได้แก่ จังหวัดตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ จันทบุรี และเพชรบุรี ทำไม “ตลาด” ถึงหลงรักกล้วยไข่ไทย กล้วยไข่ไทยได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ผู้บริโภคชาวจีน ด้วยจุดเด่นด้านรสชาติที่หวานหอม กินง่าย ไม่เลี่ยน อีกทั้งยังเป็นผลไม้ที่สามารถจัดการปลูกในระบบปลอดภัย ใช้สารเคมีน้อยมากหรือแทบไม่ใช้เลย สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและความปลอดภัยทางอาหาร ข้อมูลการค้าพบว่า ประเทศที่นำเข้ากล้วยไข่จากไทยมากที่สุดคือ สาธารณรัฐประชาชนจีน คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 70% รองลงมาคือฮ่องกง 30% ขณะที่กล้วยหอมซึ่งได้รับความนิยมใ
ปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์ โดยเฉพาะเศษอาหารและผลไม้ที่เน่าเสีย นับเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของการจัดการขยะในชุมชน เนื่องจากเมื่อขยะเหล่านี้เกิดการย่อยสลาย จะปล่อยสารระเหยที่ก่อให้เกิดกลิ่นรบกวน ยิ่งในสภาพอากาศร้อนและชื้น ปัญหาดังกล่าวอาจยิ่งรุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน ล่าสุด ทีมนักวิจัยจากประเทศจีนได้พัฒนานวัตกรรม “ฝาถังขยะพลังงานแสงอาทิตย์” ที่อาศัยพลังงานจากแสงแดดร่วมกับวัสดุตัวเร่งปฏิกิริยาเคมี เพื่อช่วยสลายสารบางชนิดที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นไม่พึงประสงค์ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าจากภายนอกในการกระตุ้นกระบวนการทำงานของวัสดุ ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่น่าสนใจในการนำพลังงานสะอาดมาประยุกต์ใช้กับระบบจัดการขยะในอนาคต เปลี่ยนแสงแดดเป็นพลังงาน จัดการกลิ่นขยะด้วยนวัตกรรมทางเคมี งานวิจัยดังกล่าวนำโดย จินหลง หวัง (Jinlong Wang) จากมหาวิทยาลัยครูหัวจง (Central China Normal University) ประเทศจีน โดยมีเป้าหมายพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถลดสารก่อกลิ่นซึ่งเกิดขึ้นระหว่างกระบวนการย่อยสลายของขยะ โดยเฉพาะขยะประเภทเศษอาหารที่พบได้ทั่วไปตามครัวเรือนและพื้นที่สาธารณะ หัวใจสำคัญของนวัตกร
จากกระแสข่าวการจดทะเบียนคุ้มครองกะเพราใหม่ 4 สายพันธุ์ของบริษัทเอกชน ที่สร้างความกังวลว่า “กะเพรา” พืชผักคู่ครัวไทยจะกลายเป็นสิทธิของบริษัทหรือไม่ และเกษตรกรยังสามารถปลูก เก็บเมล็ดพันธุ์ และนำไปใช้ประโยชน์ได้ตามปกติหรือเปล่า ประเด็นนี้ทำให้สังคมหันมาสนใจขอบเขตการคุ้มครองพันธุ์พืชตามกฎหมาย ตลอดจนสิทธิของเกษตรกรและการอนุรักษ์ทรัพยากรพันธุกรรมพืชของไทยมากขึ้น ในรายการ “สนทนายามเช้า” คุณนารากร ติยายน ศิษย์เก่า KU 46 ได้เชิญ คุณธิดากุญ แสนอุดม ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช กรมวิชาการเกษตร และ ผศ.ดร.ชัชมาศ กาญจนอุดมการ หัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักเขตร้อน ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มาร่วมอธิบายข้อเท็จจริงทั้งด้านกฎหมายและกระบวนการปรับปรุงพันธุ์ ตั้งแต่ที่มาของกะเพราพันธุ์ใหม่ การเพิ่มจำนวนชุดโครโมโซม ไปจนถึงข้อกังวลเรื่องการผสมข้ามสายพันธุ์ เพื่อทำความเข้าใจว่า การคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่มีขอบเขตเพียงใด และเกี่ยวข้องกับกะเพราที่เกษตรกรปลูกอยู่ทั่วไปอย่างไร คุณธิดากุญ แสนอุดม ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่
จับตามังคุดนอกฤดูภาคใต้ ปี 2569 ปริมาณ 22,000 ตัน เริ่มส่งสัญญาณราคาดี หลังสวนมังคุดโซนเทือกเขาบรรทัด จ.พัทลุง ทยอยออกดอก อีก 3 เดือนให้ผลผลิตตรงกับช่วงปีใหม่ 2570 ต่อเนื่องเทศกาลตรุษจีน พ่อค้าคนกลางจากนครศรีธรรมราชและ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แห่เข้าหาสวนเจรจาซื้อขายล่วงหน้าเหมายกสวน ด้านชาวสวนคาดมีโอกาสทำราคาหลักร้อยบาทต่อกิโลกรัม นายภูวเดช วุฒิวงศ์วัฒ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา (สสก. 5) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำข้อมูลไม้ผลเศรษฐกิจภาคใต้ ปี 2569 ครั้งที่ 3 ซึ่งมีการรวบรวมข้อมูลเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการไม้ผลเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ โดยคณะทำงานย่อยเพื่อพัฒนาระบบข้อมูลและโลจิสติกส์ภาคใต้ ระบุว่า ภาคใต้มีพื้นที่ปลูกมังคุดประมาณ 230,685 ไร่ ลดลง 0.12% จากปีก่อนที่มีพื้นที่ปลูก 230,966 ไร่ ในจำนวนนี้เป็นพื้นที่ให้ผลผลิตแล้วประมาณ 224,503 ไร่ หรือ 139,396 ตัน สำหรับผลผลิตมังคุดนอกฤดูปี 2569 คาดว่ามีปริมาณอีกประมาณ 22,000 ตัน แหล่งข่าวจากเจ้าของสวนมังคุด อ.กงหรา จ.พัทลุง เปิดเผยว่า ขณะนี้มังคุดในพื้นที่ภาคใต้เริ่มออกดอก
“เมล็ดพันธุ์” เป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตพืชของเกษตรกร ทั้งด้านต้นทุน คุณภาพผลผลิต และความมั่นคงทางการเกษตร ปัจจุบัน กรมวิชาการเกษตรใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 เป็นกฎหมายหลักในการส่งเสริมการพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ อนุรักษ์และคุ้มครองพันธุ์พืชพื้นเมืองเฉพาะถิ่น รวมถึงคุ้มครองสิทธิของเกษตรกรและชุมชนมานานกว่า 20 ปี กรมวิชาการเกษตรวางแผนปรับปรุงกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืชของไทยให้ทันสมัยและสอดคล้องกับกติกาสากล คือ อนุสัญญาระหว่างประเทศเพื่อการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ (UPOV 1991) มาตั้งแต่ ปี 2567 มีการรับฟังความเห็นในกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย (Focus groups) กว่า 8 ครั้งทั่วประเทศ แต่ทุกครั้งจะเกิดการต่อต้านจากภาคประชาสังคมจนไม่สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ บนเวทีเสวนาเรื่อง “ผ่าร่าง พ.ร.บ. พันธุ์พืชใหม่ : UPOV 1991 ปลดล็อกนวัตกรรม หรือจำกัดสิทธิเกษตรกร?” ซึ่งจัดโดยสมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คุณธิดากุญ แสนอุดม ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช กรมวิชาการเกษตร ได้สะท้อนประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการคุ้มครองพันธุ์พืชไทย ดังนี้ จุดบอดของ พรบ.คุ้มครองพันธุ์พื
มะรุม จัดเป็นพืชผักพื้นบ้านของไทย มีประโยชน์อเนกประสงค์ ทั้งทางด้านอาหาร ยา และอุตสาหกรรม เป็นไม้ยืนต้นที่โตเร็ว ทนแล้ง ปลูกง่ายในเขตร้อน อาจจะเติบโตมีความสูงถึง 4 เมตร และออกดอกภายในปีแรกที่ปลูก โดยทั่วไปต้นมะรุมสามารถปลูกได้ในสภาพไร่ คนเมืองที่มีพื้นที่จำกัด สามารถปลูกต้นมะรุมใส่กระถางข้างบ้านหรือปลูกในวงซีเมนต์ โดยมีเทคนิคการปลูกและบำรุงรักษาที่เหมาะสมเพื่อให้ติดฝักและใบสำหรับประกอบอาหารและเป็นยาตามที่ต้องการ สภาพปลูกในกระถางข้างบ้าน ดินปลูกเป็นปัจจัยสำคัญมาก ต้องมีอินทรียวัตถุมาก แต่ควรให้อุ้มน้ำได้ดี ไม่แน่นและไม่หลวมจนเกินไป ส่วนภาชนะที่จะปลูกต้องใหญ่พอ ขนาดกระถางตั้งแต่ 20 นิ้วขึ้นไป หรือหากเป็นวงซีเมนต์ควรมีขนาดตั้งแต่ 80 เซนติเมตร การบำรุงเริ่มต้นที่ควรเติมปุ๋ยมูลสัตว์ โดยเฉพาะมูลวัว ตั้งแต่เริ่มปลูก ผสมกับปุ๋ยสูตรเสมอเล็กน้อยในทุกๆ 1 เดือน ควรเติมปุ๋ยมูลสัตว์อย่างต่อเนื่อง ให้ปุ๋ยสูตรเสมออย่างบางๆ ประมาณ 2 สัปดาห์ครั้ง น้ำเป็นอีกปัจจัยหนึ่งขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะรดน้ำโดยวิธีใด เพื่อให้ดินชุ่มอยู่เสมอ เมื่อเริ่มออกดอก ควรปรับปุ๋ยเป็น 13-13-21+สูตรเสมอ ปุ๋ยสูตรควรให้น้อยแต่บ่อยครั้
นายสุนทร มีจำนงค์ เกษตรกรวัย 70 ปี จังหวัดอุบลราชธานี มีแนวคิดริเริ่ม “ฝากเงินไว้กับต้นไม้” ภายใต้แนวคิดว่า “ต้นไม้” คือ “สินทรัพย์” ประเภทหนึ่ง การปลูกต้นไม้ ช่วยสร้างรายได้และเงินออมระยะยาว ทั้งเป็นบำเหน็จบำนาญยามสูงวัย และเป็นมรดกแก่ลูกหลานได้ ลงทุนทำสวนป่าไม้โตเร็ว ภายใต้แนวคิด “ขายแล้วซื้อใหม่” นายสุนทรใช้เงิน 640,000 บาท ลงทุนปลูกยูคาลิปตัสบนเนื้อที่ 300 ไร่ ในพื้นที่อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อต้นไม้โตจึงขายที่ดินพร้อมต้นยูคาลิปตัส ในราคา 9 ล้านบาท จากนั้นย้ายถิ่นฐานไปซื้อที่ดินแห่งใหม่ในพื้นที่อำเภอเดชอุดม เพื่อปลูกสวนป่าแบบวนเกษตร ตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยปลูกผสมผสานทั้งไม้ป่า พืชเกษตรและทำปศุสัตว์ นายสุนทรแบ่งพื้นที่ปลูกไม้โตเร็วคือ ไม้ยูคาลิปตัส พร้อมปลูกไม้โตช้า เช่น สัก ประดู่ พะยูง ยางนา ฯลฯ เพื่อเป็นการออมเงินกับต้นไม้ เมื่อไม้เติบโตได้ขนาดที่เหมาะสมสามารถขายสร้างรายได้แล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงจากการปลูกพืชเกษตรที่ราคาไม่แน่นอนอีกด้วย หลักการดูแลจัดการสวนป่า นายสุนทรแบ่งพื้นที่ สร้างสวนป่าเพื่อการอนุรักษ์ และสวนป่าเพื่อเศรษฐกิจ โดยลงทุนปลูกยูคาลิปตัส
บอนสี เป็นอีกหนึ่งไม้ประดับใบที่ผ่านยุคผ่านสมัย ในวงการไม้ดอกไม้ประดับในบ้านเรามาหลายทศวรรษทีเดียว จะเห็นได้จากในช่วงไม่กี่ปีมานี้มีเกษตรกรหน้าใหม่เกิดขึ้นอยู่เสมอ ยิ่งช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระบาดในระยะแรกนั้น ถือเป็นจุดเริ่มต้นให้กระแสของบอนสีเป็นที่รู้จักของมือสมัครเล่นด้วยเช่นกัน สาเหตุที่บอนสียังเป็นที่นิยมและไม่ตกกระแสและยืนหยัดมาได้จนถึงทุกวันนี้นั้น เกิดจากเกษตรกรมีการพัฒนาสายพันธุ์อยู่เสมอ จึงทำให้ในวงการมีลูกไม้ใหม่ให้ลูกค้าได้เลือกซื้อตลอดเวลา คุณประเสริฐ เข้มแข็ง เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ได้เข้ามาในวงการบอนสี โดยช่วงที่นำไม้เข้ามาปลูกนั้นเพียงเพราะความชื่นชอบเท่านั้น จากนั้นเรียนรู้การพัฒนาสายพันธุ์จนเกิดความชำนาญ จึงทำให้ภายในสวนมีลูกไม้ใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ชนิดที่ว่ามีผู้สนใจและอยากจะได้ไม้จากภายในสวนของเขา จนไม่คาดคิดว่าสิ่งที่ทำด้วยความชอบจะสามารถเป็นงานที่สร้างรายได้ และสวนของเขาเป็นที่รู้จักของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ จุดเริ่มต้นปลูกบอนสี เพราะความชื่นชอบ คุณประเสริฐ เล่าให้ฟังว่า เดิมทีมีอาชีพค้าขายเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวสร้างรายได้หลัก ซึ่งในระหว่างนี้ก็จะปลูกบอนสีไปด้
