Exclusive Featured

ชาวมหาสารคามเก็บ ‘ฝักเพกาตากแห้ง’ สมุนไพรขมคุณค่าสูง ส่งขายจีนกิโลกรัมละ 150 บาท

ผู้เขียน : คัคน ญานะวงศ์ษา

ในยุคที่หลายคนมองหาอาชีพเสริมและช่องทางสร้างรายได้ใหม่ๆ “พืชพื้นบ้าน” ที่เคยถูกมองข้าม อาจกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ใครหลายคนคาดไม่ถึง

วันนี้ เทคโนโลยีชาวบ้าน จะพาไปทำความรู้จักกับเรื่องราวของ “คุณวิภารัตน์ พลเสนา (คุณแอ๋ว)” หญิงแกร่งเจ้าของธุรกิจรับซื้อและแปรรูป “เพกา” สมุนไพรไทยพื้นบ้าน ที่สามารถต่อยอดสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน สร้างรายได้หลักแสนบาทต่อปี

คุณวิภารัตน์ พลเสนา (คุณแอ๋ว)

จุดเริ่มต้นจาก “ศูนย์” ที่ไม่มีใครมองเห็นค่าของ “เพกา”

ก่อนจะมาถึงจุดนี้ คุณแอ๋วไม่ได้เริ่มต้นจากเพกา แต่ทำธุรกิจสมุนไพรทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นมะกรูด ดอกอัญชัน กระเจี๊ยบ หรือ ตะไคร้ เป็นต้น ซึ่งถือเป็นสินค้าที่มีอยู่ในตลาดอยู่แล้ว จนกระทั่งมีโอกาสได้รู้จัก “เพกา” จากการติดต่อของลูกค้ารายหนึ่ง ที่ต้องการสินค้าส่งออกไปยังประเทศจีน จุดนั้นเองที่ทำให้เธอเริ่มมองเห็น “โอกาส” ในสิ่งที่คนอื่นมองข้าม


แม้ในช่วงแรกจะยังไม่มีความรู้ ไม่มีประสบการณ์ และไม่แน่ใจในตลาด แต่ด้วยความกล้าลอง เธอเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ ด้วยการหาซื้อเพกาจากชาวบ้าน และทดลองนำมาตากแห้ง

จากเสียงดูถูก…สู่แรงผลักดัน

การเริ่มต้นธุรกิจใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อเป็นสิ่งที่คนรอบตัวไม่เข้าใจ คุณแอ๋วเล่าว่า ในช่วงแรกที่นำเพกามาตากแห้งเต็มบ้าน หลายคนมองว่าเธอ “เสียสติ” หรือทำเรื่องไร้สาระ เพราะในประเทศไทยแทบไม่มีใครนิยมแปรรูปเพกาในลักษณะนี้

แต่ความเป็นจริง เพกาเป็นสมุนไพรไทยที่มีคุณค่าทางยา เพียงแต่คนไทยยังไม่รู้จักการนำไปใช้ในรูปแบบที่หลากหลาย คุณแอ๋วจึงเริ่มศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม ว่าต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน นำเพกาไปทำอะไร และค้นพบว่า เพกาถูกนำไปแปรรูปเป็น “ชาสมุนไพร” ซึ่งเป็นที่นิยมในประเทศเมืองหนาว

ตลาดต่างประเทศที่ “ต้องการจริง”

ประเทศในแถบเอเชียตะวันออก เช่น จีน ไต้หวัน เกาหลี และญี่ปุ่น มีวัฒนธรรมการดื่มชาเป็นประจำ โดยเฉพาะในช่วงอากาศหนาว เพกาจึงกลายเป็นวัตถุดิบสำคัญที่ถูกนำไปใช้ เนื่องจากมีสรรพคุณช่วยขับเสมหะ และดูแลระบบทางเดินหายใจ

ปัจจุบัน ลูกค้าชาวจีนมีการสั่งซื้อเพกาจากคุณแอ๋วครั้งละ 4–5 ตัน ผ่านการขนส่งแบบตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งถือเป็นออร์เดอร์ขนาดใหญ่สำหรับธุรกิจชุมชน โดยลูกค้าจะรู้ช่วงฤดูกาลของเพกาในประเทศไทย และเข้ามาสั่งซื้อในช่วงเวลาที่เหมาะสมทุกปี

ธุรกิจตามฤดูกาล แต่รายได้ไม่ธรรมดา

“เพกา” หรือที่หลายคนเรียกว่า “ลิ้นฟ้า” เป็นพืชสมุนไพรไทยพื้นบ้าน จัดเป็นไม้ยืนต้นในวงศ์แคหางค่าง พบได้ทั่วไปในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมักขึ้นตามป่าเบญจพรรณและป่าชื้น

ลักษณะเด่นของเพกา คือ เป็นไม้ยืนต้นสูงประมาณ 5–15 เมตร ใบขนาดใหญ่ ดอกออกเป็นช่อ และมี “ฝักยาวคล้ายดาบ” ซึ่งเมื่อแก่จะแตกออก ภายในมีเมล็ดแบนมีปีก นอกจากจะนิยมนำฝักอ่อนมารับประทานแล้ว เพกายังถูกใช้เป็นสมุนไพร โดยมีสรรพคุณ เช่น ช่วยขับเสมหะ แก้ไอ และมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการปลูกเพกา

เพกาเป็นพืชที่ “ปลูกง่าย โตไว และทนทาน” เหมาะกับเกษตรกรไทยอย่างมาก โดยมีลักษณะการปลูกดังนี้

 ดิน

  • สามารถปลูกได้ในดินหลายประเภท
  • เหมาะที่สุดคือ ดินร่วน หรือดินร่วนปนทราย
  • ต้องมีการระบายน้ำดี ไม่แฉะหรือน้ำขัง
น้ำ
  • ต้องการน้ำในระดับ “ปานกลาง”
  • ช่วงต้นกล้าควรรดน้ำสม่ำเสมอ
  • เมื่อโตแล้วสามารถ ทนแล้งได้ดี
สภาพอากาศ
  • ชอบแดดจัด
  • นิยมปลูกช่วงต้นฤดูฝน เพื่อให้ต้นตั้งตัวได้ดี

วิธีปลูกเบื้องต้น 

  • เพาะเมล็ดในถุงเพาะก่อน ประมาณ 1–2 เดือน
  • ย้ายลงแปลงปลูก ระยะห่างประมาณ 4×4 เมตร
  • ใส่ปุ๋ยคอกช่วยบำรุงดิน
  • ดูแลช่วงแรก หลังจากนั้นต้นจะเติบโตเองตามธรรมชาติได้ดี 

เพกาเป็นพืชที่มีฤดูกาลชัดเจน โดยจะเก็บเกี่ยวได้ในช่วงพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ (ประมาณ 3-4 เดือนเท่านั้น) หลังจากนั้นฝักเพกาจะแห้งและแตกเองตามธรรมชาติ ทำให้ไม่สามารถเก็บมาจำหน่ายได้ แม้จะมีระยะเวลาทำเงินสั้น แต่กลับสามารถสร้างรายได้จำนวนมากในช่วงเวลานั้น

โครงสร้างรายได้โดยประมาณ

  • รับซื้อเพกาแบบฝัก : 3 ฝัก 1 บาท (ขึ้นอยู่กับขนาด)
  • รับซื้อแบบแปรรูป : ไม่เกิน 100 บาท/กิโลกรัม
  • ราคาขาย : 100-150 บาท/กิโลกรัม
  • กำไรเฉลี่ย : 70,000-90,000 บาท/ตัน
  • ปริมาณการผลิต : 3-5 ตัน/ปี

เรียกได้ว่าเป็นธุรกิจที่ใช้ต้นทุนไม่สูง แต่สร้างผลตอบแทนคุ้มค่า

ขั้นตอนการแปรรูปที่ต้อง “ใส่ใจทุกจุด”

แม้จะดูเป็นงานง่าย แต่การแปรรูปเพกาให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานส่งออก ต้องอาศัยความละเอียดในทุกขั้นตอน

  1. คัดเลือกฝักเพกาที่ “แก่พอดี”
  2. นำมาตากแดดประมาณ 6-7 วัน
  3. แกะเมล็ดออกจากฝัก
  4. ตากซ้ำอีก 3-4 วันจนแห้งสนิท

สินค้าเพกาที่ส่งออกจะต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด หากไม่ได้มาตรฐาน อาจถูกตีกลับทันที

“ไม่มีคู่แข่ง” มีแต่เครือข่าย

สิ่งที่น่าสนใจของธุรกิจนี้ คือแทบไม่มีการแข่งขันในเชิงตัดราคา ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะทำงานในรูปแบบ “เครือข่าย” หากสินค้าไม่เพียงพอ ก็สามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนกันได้ จึงทำให้บรรยากาศของธุรกิจเป็นไปในลักษณะ “พาร์ตเนอร์” มากกว่าคู่แข่ง

อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของคุณแอ๋ว คือการใช้ Facebook เป็นเครื่องมือในการทำตลาด จากคนที่ไม่รู้จักการขายออนไลน์ กลายเป็นเจ้าของธุรกิจที่มีลูกค้าต่างประเทศ เพียงเพราะเริ่มต้น “โพสต์ขาย” และเรียนรู้จากลูก การเข้าถึงกลุ่มลูกค้า และการสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ ทำให้เธอมีโอกาสขยายธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว

บทเรียนธุรกิจ ที่ใช้ได้กับทุกอาชีพ

ในโลกของการค้าขายที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน หลายคนอาจมองว่าความสำเร็จต้องมาจากเงินทุน โอกาส หรือคอนเน็กชัน แต่สำหรับคุณแอ๋ว เจ้าของธุรกิจเพกาส่งออก เธอพิสูจน์ให้เห็นว่า “หัวใจ” ของการทำธุรกิจนั้นเรียบง่ายกว่าที่คิด

ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีในเส้นทางนี้ สิ่งที่ทำให้เธอยืนอยู่ได้ ไม่ใช่แค่สินค้า แต่คือ “ความซื่อสัตย์” ที่มีต่อลูกค้า เพราะการค้าขายที่ยั่งยืน ไม่ได้จบแค่การขายครั้งเดียว แต่คือการทำให้ลูกค้ากลับมาอีกครั้งด้วยความเชื่อมั่น

คำพูดจึงเป็นอีกสิ่งสำคัญที่เธอยึดถือ “ซื้อจริง ขายจริง” ไม่พูดเกินจริง ไม่สร้างความคาดหวังที่เกินสินค้า เพราะเมื่อคำพูดชัดเจน ความสัมพันธ์ทางธุรกิจก็ชัดเจนตามไปด้วย

คุณแอ๋วยังเล่าต่อว่า ในขณะเดียวกัน การรักษามาตรฐานสินค้าให้สม่ำเสมอ คือสิ่งที่ทำให้ธุรกิจเดินต่อได้ในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อต้องส่งออกไปต่างประเทศที่มีการตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด ความใส่ใจในรายละเอียดจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็น

จากวันที่ใครหลายคนมองว่าเป็นเรื่องแปลก การเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ โดยเฉพาะโซเชียลมีเดีย ก็กลายเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเล็กๆ สามารถเข้าถึงลูกค้าระดับนานาชาติได้

“เพกา” โอกาสใหม่ของเกษตรกรไทย

เรื่องราวของคุณแอ๋ว เป็นตัวอย่างของการมองเห็นโอกาสในสิ่งเล็กๆ และสามารถต่อยอดไปสู่ธุรกิจที่สร้างรายได้จริงจากพืชพื้นบ้านที่หลายคนมองข้าม วันนี้ “เพกา” กลายเป็นสินค้าส่งออกที่มีมูลค่า และเป็นอีกหนึ่งช่องทางสร้างรายได้ให้กับชุมชน ในโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็ว โอกาสไม่ได้อยู่ที่ว่า “มีอะไรใหม่” เสมอไป แต่อยู่ที่ว่า “เรามองเห็นคุณค่าในสิ่งเดิมได้หรือไม่”

สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม ต้องการสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการรับซื้อเพกาตากแห้ง แปรรูปส่งร้านสมุนไพรต่างๆ หรือการสั่งซื้อ สามารถติดต่อได้ผ่านช่องทางนี้ Facebook : วิภารัตน์ พลเสนา  หรือเบอร์โทร : 096-918-5936

Related Posts