News

ปูทางเกษตรไทยสู่ตลาดโลก! ผนึกข้อมูลทั้งประเทศ One Data Thailand สร้างระบบตรวจสอบย้อนกลับรับ EUDR

สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA จัดงาน “EUDR Thailand 2026 : ขับเคลื่อนการค้าเกษตรไทยสู่มาตรฐานโลก” พร้อมประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง 11 หน่วยงานภาครัฐ เพื่อพัฒนา EUDR One Data Thailand เชื่อมข้อมูลตลอดห่วงโซ่อุปทาน สู่ระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตรไทยมาตรฐานสากล รองรับกฎระเบียบ EUDR ของสหภาพยุโรป ทั้งนี้ได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.นพพร ลีปรีชานนท์ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยมี นายชวลิต ชูขจร ประธานกรรมการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร ผู้บริหารหน่วยงานภาคีเครือข่ายเข้าร่วมแสดงความยินดีและเป็นสักขีพยานภายในงาน ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

รศ.ดร.นพพร ลีปรีชานนท์ รองผู้อำนวยการ สกสว. เปิดเผยว่า กฎระเบียบ EU Deforestation Regulation (EUDR) ไม่ใช่เพียงกฎการค้าใหม่ของยุโรป แต่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่กำหนดอนาคตความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก ที่กำหนดให้สินค้า 7 กลุ่ม ได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน โค ไม้ กาแฟ โกโก้ และถั่วเหลือง ต้องสามารถพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้มาจากพื้นที่ตัดไม้ทำลายป่า ผลิตถูกต้องตามกฎหมาย และมีระบบตรวจสอบย้อนกลับแหล่งผลิตที่ชัดเจน การพัฒนาเครื่องมือและโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล เพื่อรองรับข้อกำหนดดังกล่าว จึงเป็นกลไกสำคัญในการรักษาความสามารถทางการแข่งขันและโอกาสทางการค้าของประเทศ

อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ การปฏิบัติตามข้อกำหนด EUDR จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นพิกัดแปลงผลิต หลักฐานสิทธิในที่ดิน แผนที่ป่า หรือการจัดทำเอกสาร Due Diligence Statement (DDS) ซึ่งหากขาดระบบกลางที่เชื่อมโยงข้อมูลอย่างเป็นมาตรฐาน จะเป็นการเพิ่มภาระงานและต้นทุน รวมถึงเสี่ยงต่อการสูญเสียโอกาสทางการค้า โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยและเกษตรกรต้นน้ำอย่างเลี่ยงไม่ได้ สกสว. จึงได้จัดสรรงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมผ่าน ARDA ในฐานะหน่วยบริหารและจัดการทุน (PMU) ด้านการเกษตร เพื่อขับเคลื่อนการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยรองรับ EUDR

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการ ARDA กล่าวว่า ตลอดปี 2568 ARDA ได้สนับสนุนทุนวิจัยเร่งด่วนจำนวน 9 โครงการ ครอบคลุมการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับระดับประเทศ การจัดทำฐานข้อมูลพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตร การศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้อง การวิเคราะห์ตลาดส่งออก และการเตรียมความพร้อมแก่เกษตรกรและผู้ประกอบการไทย เพื่อรองรับการบังคับใช้กฎระเบียบ EUDR หนึ่งในความสำเร็จสำคัญคือการพัฒนา National EUDR Single Window (NESW) หรือแพลตฟอร์มกลางระดับประเทศผ่านเว็บไซต์ eudrthai.com ซึ่งเชื่อมโยงข้อมูลสำคัญสำหรับการจัดทำเอกสาร Due Diligence Statement (DDS) และการตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตรไว้ในระบบเดียว ช่วยลดภาระด้านข้อมูลของผู้ประกอบการ โดยปัจจุบันมีผู้ใช้งานแล้วกว่า 111 ราย


ความสำเร็จของแพลตฟอร์ม NESW ส่งผลให้ไทยได้รับการยอมรับจากสหภาพยุโรปโดยตรง เมื่อคณะกรรมาธิการยุโรปด้านสิ่งแวดล้อม (DG ENV) ได้เชิญไทยนำเสนอระบบดังกล่าวบนเวที Multi-stakeholder Platform ครั้งที่ 40 ซึ่งเป็นเวทีหารือระดับโลกด้านสิ่งแวดล้อม สะท้อนบทบาทของไทยในฐานะหนึ่งในประเทศที่มีความพร้อมด้านระบบตรวจสอบย้อนกลับ และการเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐมากที่สุดประเทศหนึ่งในภูมิภาค

นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปยังได้ประกาศมาตรการผ่อนปรนชุดใหม่ หรือ “April Package” ซึ่งเปิดโอกาสให้ประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ (Low Risk) ได้รับการลดภาระด้านการประเมินความเสี่ยงในการส่งออกสินค้าเข้าสู่ตลาดสหภาพยุโรป สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเร่งพัฒนาระบบข้อมูลกลางและกลไกตรวจสอบย้อนกลับของประเทศไทย เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและความเชื่อมั่นจากคู่ค้าระหว่างประเทศในระยะยาว

ความก้าวหน้าดังกล่าวทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในประเทศต้นแบบของภูมิภาคเอเชียด้านการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตรระดับประเทศ และเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการค้าเกษตรไทยสู่ระดับสากล จากการเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรรายสำคัญของโลก สู่การเป็นผู้นำด้านการบริหารจัดการข้อมูลและความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทาน รองรับการค้าเกษตรยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน สิ่งแวดล้อม และการตรวจสอบย้อนกลับตลอดกระบวนการผลิต

สำหรับงาน “EUDR Thailand 2026 : ขับเคลื่อนการค้าเกษตรไทยสู่มาตรฐานโลก” ได้จัดให้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง ARDA และ 10 หน่วยงาน ประกอบด้วย กรมปศุสัตว์ กรมป่าไม้ กรมพัฒนาที่ดิน กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช การยางแห่งประเทศไทย สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ เพื่อร่วมกันพัฒนา “EUDR One Data Thailand” ฐานข้อมูลกลางของประเทศที่เชื่อมโยงข้อมูลตลอดห่วงโซ่อุปทานบนมาตรฐานเดียวกัน โดยบูรณาการข้อมูลสำคัญ 4 กลุ่ม ได้แก่ ข้อมูลเกษตรกรและแปลงปลูก ข้อมูลที่ดินและภูมิสารสนเทศ ข้อมูลป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ และข้อมูลการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน เข้าสู่แพลตฟอร์มเดียวกันอย่างครบวงจร

เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่ต้นแบบการบริหารจัดการข้อมูลเพื่อการค้าเกษตรที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาค โดยเป้าหมายสำคัญในระยะถัดไปคือ การขยายการใช้งานระบบ NESW ให้ครอบคลุมผู้ประกอบการและเกษตรกรในห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรทุกระดับ เพื่อรองรับการบังคับใช้กฎระเบียบ EUDR อย่างเต็มรูปแบบ โดยผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดใหญ่จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2569 ขณะที่ผู้ประกอบการรายเล็กและรายย่อยได้รับการขยายระยะเวลาถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 นอกจากนี้ ภายในงานยังมีนิทรรศการและเวทีเสวนา EUDR Watch 2026 เพื่ออัปเดตกฎระเบียบ EUDR ล่าสุด และแนวโน้มการค้าระหว่างประเทศ โดยผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างความเข้าใจและเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการไทยในการรักษาและขยายโอกาสทางการค้าในตลาดสหภาพยุโรป  

การจัดงาน EUDR Thailand 2026 จึงไม่ใช่เพียงเวทีประกาศความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการวางรากฐาน “EUDR One Data Thailand” เพื่อยกระดับระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตรของประเทศทั้งระบบ สร้างความเชื่อมั่นให้คู่ค้าระหว่างประเทศ รักษาโอกาสทางการค้ามูลค่ากว่า 64,900 ล้านบาทต่อปี และผลักดันประเทศไทยจาก “ผู้ส่งออกสินค้าเกษตรรายสำคัญของโลก” สู่ “ศูนย์กลางระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตรของอาเซียน” พร้อมก้าวสู่การเป็นต้นแบบด้านการค้าเกษตรยั่งยืนในระดับโลก รองรับมาตรฐานการค้าสมัยใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาอย่างยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน

Related Posts