Featured ปศุสัตว์

จากอาชีพเสริมสู่ธุรกิจโคขุนครบวงจร บทเรียนความสำเร็จ “สไมล์ บีฟ” ผลิตเนื้อพรีเมียม ป้อนตลาดต่อเนื่อง

“โคขุน” ไม่ได้เป็นเพียงการเลี้ยงสัตว์เพื่อจำหน่าย แต่คือธุรกิจที่ต้องอาศัยทั้งความรู้ด้านการเลี้ยง การจัดการฟาร์ม และความเข้าใจตลาดอย่างลึกซึ้ง หนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนภาพความสำเร็จได้ชัดเจน คือ คุณสานน กันรัมย์ เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อและประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท สไมล์ บีฟ จำกัด ที่สามารถพัฒนาอาชีพเสริมในอดีต ให้กลายเป็นธุรกิจโคขุนครบวงจร ที่ตลาดให้การยอมรับ

จากการรวมกลุ่มเกษตรกรที่เข้มแข็ง มีการควบคุมมาตรฐานการผลิตในทุกขั้นตอน ส่งผลให้ฟาร์มสามารถผลิตเนื้อโคขุนคุณภาพ ป้อนตลาดได้อย่างต่อเนื่อง และสร้างรายได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

พลิกเกมเลี้ยงโคเนื้อ สู่ธุรกิจโคขุนครบวงจร

คุณสานน เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีเลี้ยงโคเนื้อสายพันธุ์อเมริกันบราห์มันสายพันธุ์แท้ ต่อมาประมาณปี 2557 มีโอกาสรู้จักกับเพื่อนเกษตรรายอื่นๆ ที่มีการเลี้ยงโคขุนและยังไม่มีทิศทางการทำตลาดที่จัดเชน ช่วงนั้นจึงได้ตัดสินใจที่จะเรียนรู้ในเรื่องของการทำตลาดโคขุน และสร้างกลุ่มขึ้นมาเพื่อให้สามารถผลิตเนื้อส่งตลาดได้อย่างต่อเนื่อง 


“ในระยะแรกเจออุปสรรคบ้างแต่สู้ไม่ถอยครับ พอสู้มาเรื่อยๆ ทำให้เนื้อโคขุนในกลุ่มของผมเป็นที่รู้จักมากขึ้น และสามารถตีตลาดทั้งร้านอาหารและตลาดออนไลน์มาได้จนถึงเวลานี้ ซึ่งโคขุนที่ผมเลี้ยงเพื่อจำหน่าย ก็จะเน้นเป็นโคลูกผสมชาโรเลส์กับโคลูกผสมแองกัสเป็นหลัก ซึ่ง 2 สายพันธุ์นี้ เมื่อผลิตออกมาแล้ว คุณภาพเนื้อค่อนข้างที่จะดี และใช้ระยะเวลาการขุนอยู่ที่ 6-8 เดือน โดยเราจะไม่เลี้ยงให้มีอายุมาก หรือเกิน 3 ปี เพื่อที่จะได้เป็นโคหนุ่มที่มีเนื้อนุ่ม” 

โครงสร้างดี อาหารถึง วัคซีนครบ

เบื้องหลังโคขุนคุณภาพ

คุณสานน เล่าต่ออีกว่า ในขั้นตอนของการเลี้ยงโคเนื้อลูกผสมชาโรเลส์และโคเนื้อลูกผสมแองกัสนั้น จะมีการแบ่งพื้นที่การเลี้ยงที่ค่อนข้างชัดเจน โดยนำแม่พันธุ์ที่ได้อายุเหมาะสมมาผสมกับน้ำเชื้อของพ่อพันธุ์ต่างประเทศที่ต้องการ หลังจากผสมติดรอแม่โคตั้งท้อง 9 เดือนจนครบกำหนด และออกลูกโคมาเรียบร้อยแล้ว จะเลี้ยงลูกโคให้มีโครงสร้างที่ดี จนกว่าจะมีอายุได้ประมาณ 1 ปี 6 เดือน จากนั้นนำโคเนื้อที่เป็นตัวผู้มาทำการขุน ส่วนโคตัวเมียจะใช้เป็นแม่พันธุ์ทดแทน

“การสร้างเป็นโคขุนให้ได้เนื้อที่มีคุณภาพ ผมจะให้อาหารข้นที่เป็นสูตรที่ทางฟาร์มคิดค้นไว้ และเสริมด้วยฟางหรือหญ้าที่หาได้ตามฤดูกาลมาเสริมให้โคขุนกิน ซึ่งอาหารข้นที่ผมให้โคขุนกินจะมีเปอร์เซ็นต์โปรตีนอยู่ที่ 12 ให้กินเฉลี่ยต่อตัวต่อวันอยู่ที่ 7-8 กิโลกรัม ขุนสลับกับฟางไปเรื่อยๆ จนผ่านไป 6-8 เดือน โคเนื้อมีน้ำหนักตั้งแต่ 500 กิโลกรัมขึ้นไป จะนำเข้าโรงเชือดเพื่อจำหน่ายเนื้อ” 

คุณสานน เล่าเสริมว่า ฟาร์มจะไม่เน้นให้เนื้อมีไขมันแทรก แต่จะเน้นการขุนให้เนื้อมีความนุ่ม เมื่อผ่านการขุนแล้วอายุโคหนุ่มต้องไม่เกิน 24 เดือน หรือ 3 ปี ขุนด้วยสูตรอาหารที่ประกอบไปด้วยกากงา กากปาล์ม กากถั่วเหลือง มันเส้น ข้าวโพด และอื่นๆ 

ด้านการดูแลสุขภาพโคเนื้อ ฟาร์มมีโปรแกรมวัคซีนที่ชัดเจนและเป็นระบบ โดยวัคซีนหลักๆ จะเป็นวัคซีนป้องกันเรื่องปากเท้าเปื่อย และที่ต้องเน้นเป็นสำคัญคือการถ่ายพยาธิให้กับโคทุกตัวภายในฟาร์ม พร้อมทั้งมีการตรวจเช็กคุณภาพทุกครั้งเมื่อเข้าโรงเชือด เพื่อให้เนื้อที่ผลิตออกมามีความปลอดภัยก่อนถึงมือผู้บริโภค 

จากฝ่าด่านตลาด สู่โคขุนดรายเอจพรีเมียม

เพิ่มมูลค่าเนื้อคุณภาพ ขายได้หลายช่องทาง 

สำหรับการทำตลาดเพื่อจำหน่ายเนื้อโคขุน คุณสานน บอกว่า ช่วงแรกที่ได้มาปรับเปลี่ยนเลี้ยงโคขุน การทำตลาดค่อนข้างที่จะเป็นอุปสรรค เพราะสินค้ายังไม่ได้เป็นที่รู้จักมากนัก ต้องมีการนำสินค้าไปเสนอขายตามร้านอาหาร และร้านค้าชั้นนำอีกหลายแห่งเป็นเวลาถึง 2 ปี แต่เมื่อจับทางตลาดและความต้องการของผู้บริโภคได้แล้ว ผลิตภัณฑ์จึงได้รับการยอมรับและสามารถสร้างรายได้มาจนถึงวันนี้

เมื่อจับทิศทางตลาดได้ ผลิตภัณฑ์เนื้อโคขุนของฟาร์มจึงได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในจุดเด่นสำคัญคือการนำเนื้อโคขุนที่ผ่านการเชือดแล้วมาทำดรายเอจ (Dry-Aged) เพื่อพัฒนาคุณภาพสินค้าให้เป็นเนื้อที่มีคุณภาพมากขึ้น และที่สำคัญช่วยส่งเสริมให้เนื้อมีเอกลักษณ์ทั้งในเรื่องของกลิ่นและรสสัมผัสที่ดี 

เนื้อโคขุนที่ผ่านการดรายเอจราคาจำหน่ายให้กับลูกค้าประจำอยู่ที่กิโลกรัมละ 700-850 บาท ส่วนลูกค้าทั่วไปจำหน่ายอยู่ที่กิโลกรัมละ 1,000-1,200 บาท และด้วยระบบขนส่งในปัจจุบันที่ทันสมัยมากขึ้น จึงทำให้การจำหน่ายแบบตลาดออนไลน์สะดวกและเป็นอีกช่องทางการสร้างรายได้ที่ดี

“นับว่าตั้งแต่ทำมาก็ถือว่าประสบผลสำเร็จ เราเองก็พัฒนาการเลี้ยง การทำให้เนื้อมีคุณภาพยิ่งๆ ขึ้นไป พร้อมทั้งมีการทำวิจัยต่างๆ เพื่อให้การเลี้ยงโคขุนตอบโจทย์ต่อความต้องการของตลาด ขอให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่า เนื้อโคขุนของเรามีความใส่ใจทุกขั้นตอนการผลิต และกลุ่มเรารักษามาตรฐานการเลี้ยงที่มีคุณภาพ”

ความสำเร็จของคุณสานนสะท้อนให้เห็นว่า การเลี้ยงโคขุนให้ประสบความสำเร็จ ต้องเดินควบคู่ทั้งคุณภาพการผลิตและการตลาด หากทำอย่างเป็นระบบ โคขุนไม่ใช่แค่การเลี้ยงสัตว์ แต่คือธุรกิจที่สร้างมูลค่าได้อย่างยั่งยืน

สำหรับท่านใดที่สนใจในเรื่องของการเลี้ยงโคเนื้อ หรือต้องการพูดคุยเกี่ยวกับสินค้าที่มีคุณภาพ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณสานน กันรัมย์ ฟาร์มตั้งอยู่ที่ 119/1 หมู่ที่ 7 ตำบลเดิมบาง อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี หมายเลขโทรศัพท์ 035-960-193, 081-879-8012

Related Posts