กรมป่าไม้
เครือซีพี – มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท และมูลนิธิพุทธรักษา มอบวัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือป้องกัน–ดับไฟป่า หนุนภารกิจเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติฯ ร่วมแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าภาคเหนือ เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐ และผู้บริหารสูงสุดสายงานด้านบริหารกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้แทนมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท พร้อมด้วยมูลนิธิพุทธรักษา สนับสนุนวัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือดับไฟป่า รวมมูลค่า 1,000,000 บาท ให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานดับไฟป่า ชุดปฏิบัติการพิเศษเหยี่ยวไฟ ศูนย์บัญชาการควบคุมไฟป่า (ส่วนหน้า) ภาคเหนือ กรมป่าไม้ และศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าภาคเหนือ สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยมี นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ และนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาการอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นผู้รับมอบ ณ กรมป่าไม้ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ นายจอมกิตติ ศิริกุล ในฐานะกรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนา
กรมป่าไม้ ร่วมกับ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เชิญชวนป่าชุมชนทั่วประเทศเข้าร่วมประกวดรางวัลคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ประจำปี 2566 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเงินรางวัล 200,000 บาท เปิดรับสมัครป่าชุมชนเข้าร่วมกิจกรรมแล้วตั้งแต่วันนี้ จนถึง 28 กุมภาพันธ์ 2566 ป่าชุมชนที่สนใจสามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ เว็บไซต์กรมป่าไม้ www.forest.go.th และเว็บไซต์ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) www.ratch.co.th หรือติดต่อขอรับใบสมัครได้ที่ “สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ทั่วประเทศ” และสำนักจัดการป่าชุมชน โทร. 02-561-4292 ต่อ 5654 รางวัลคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ประจำปี 2566 ดำเนินการโดยบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และกรมป่าไม้ ภายใต้โครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ประกอบด้วยรางวัลรวม 16 รางวัล มูลค่าเงินรางวัลรวม 1.4 ล้านบาท ได้แก่ 1. รางวัลคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ชนะเลิศระดับประเทศ จะได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ป้ายประกาศเกียรติคุณ และเงินกองทุนอนุรักษ์ป่าชุมชน 200,000 บาท 2. รางวัลคนร
“สัก” เป็นไม้เศรษฐกิจที่มีความสำคัญ นิยมปลูกในรูปแบบสวนป่ามากที่สุดชนิดหนึ่งของประเทศไทย สวนป่าสักแห่งแรกของประเทศไทยมีขึ้นที่จังหวัดแพร่ เริ่มปลูกครั้งแรกในปี พ.ศ. 2449 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตอบสนองต่อความต้องการใช้ไม้สักในประเทศและส่งออก ปัจจุบันมีการปลูกสักกันอย่างกว้างขวาง ในอดีต ภาครัฐเป็นหน่วยงานหลักที่ปลูกสัก ได้แก่ กรมป่าไม้ และองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ต่อมาได้มีการส่งเสริมให้เกษตรกรหรือประชาชนทั่วไปปลูกสร้างสวนป่าสักกันในหลายจังหวัดทั่วประเทศ ทั้งในรูปแบบ “สวนป่า” การปลูกผสมกับพืชเกษตร การปลูกหัวไร่ปลายนา และปลูกเป็นแนวขอบเขตพื้นที่ “สัก” เป็นต้นไม้ที่มีศักยภาพในการแตกหน่อหลังจากตัด ความสามารถในการแตกหน่อจะดีมากหลังจากการตัดสักออกจากพื้นที่ทั้งหมดหรือการตัดหมด (clear cut) และการเติบโตของหน่อสักจะมีค่าสูงกว่าการแตกหน่อในสวนป่าที่ตัดขยายระยะ (thinning) ด้วยเช่นกัน เนื่องจากอาหารที่สะสมอยู่ในรากเดิม ความสามารถในการแตกหน่อจะแตกต่างกันตามอายุ สภาพแวดล้อม และฤดูกาลในการตัดฟัน การสืบพันธุ์ด้วยการแตกหน่อ นอกจากจะทำให้สักโตเร็วแล้ว ยังลดค่าใช้จ่ายในเรื่อง ค่ากล้าไม้ การเตรียมพื้นที่ ร
กรมป่าไม้ ร่วมกับ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประกาศผลการประกวดป่าชุมชนตัวอย่าง ประจำปี 2563 ป่าชุมชนบ้านปง จังหวัดแพร่ ได้รับรางวัลป่าชุมชนชนะเลิศระดับประเทศ ถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้วยความเข้มแข็งและศักยภาพของชุมชนที่เชื่อมโยงการจัดการป่าเข้ากับความมั่นคงด้านอาหารและน้ำ คุณภาพชีวิตของชุมชน รวมทั้งมีความตระหนักในการป้องกันและตั้งรับปรับตัวการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การนี้ คุณวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลป่าชุมชนชนะเลิศ และรองชนะเลิศระดับประเทศ รวม 4 รางวัล พร้อมทั้งรางวัลชนะเลิศและรองชนะเลิศประเภทป่าชุมชนดีเด่นด้าน “ป่าชุมชน รักษ์น้ำ รักษ์ป่า พัฒนาชีวิต” จำนวน 3 รางวัล ในปีนี้ ป่าชุมชน บ้านกุดหมากไฟ จังหวัดอุดรธานี ได้รับรางวัลชนะเลิศป่าชุมชนดีเด่นด้าน “ป่าชุมชน รักษ์น้ำ รักษ์ป่า พัฒนาชีวิต” คุณอดิศร นุชดำรงค์ อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า วันนี้การขับเคลื่อนงานตามภารกิจของกรมป่าไม้ หัวใจสำคัญคือ ความร่วมมือของพี่น้องประชาชน ซึ่งงานตามนโยบายของรั
ชื่อสามัญ : เทพทาโร (Safrol laurel) ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cinnamomum porrectum (Roxb.) Kosterm. วงศ์ : LAURACEAE “…เต็งแต้วแก้วกาหลง บานบุษบงส่งกลิ่นอาย หอมอยู่ไม่รู้หาย คล้ายกลิ่นผ้าเจ้าตราตรู มลิวันพรรณจิกจวง ดอกเปนพวงร่วงเรณู หอมมาน่าเอ็นดู ชูชื่นจิตรคิดวนิดา” (บทเห่เรือ พระนิพนธ์เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร) “จวง” หรือ “จวงหอม” เป็นไม้หอมที่มีการกล่าวถึงตั้งแต่โบราณกาล ผู้เขียนเคยได้ยินแต่ชื่อ และไม่เคยรู้มาก่อนว่า จวง หรือ จวงหอม ที่คนใต้เรียกนั้นคือต้นเดียวกับ “เทพทาโร” นั่นเอง เมื่อเดือนก่อนที่จะมีการปิดเมือง ผู้เขียนมีโอกาสได้ไปเห็นต้นใหญ่ๆ ที่จังหวัดชุมพรโดยบังเอิญ รู้สึกตื่นเต้น และแปลกใจเป็นอย่างมากที่ต้นใหญ่ขนาดนี้ยังมีหลงเหลืออยู่อีก เพราะส่วนใหญ่แล้วจะโดนโค่นไม่เหลือแม้แต่ตอ และราก… ณ เวลานี้ เทพทาโร เป็นสมุนไพรไทยในจำนวน 22 ชนิด ที่อยู่ใน “ภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์” ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข เนื้อไม้ที่มีกลิ่นหอม จึงเป็นที่นิยมในการนำมาแกะสลัก ทำของใช้ ของตกแต่งบ้าน ส่วนเศษไม้ที่เหลือก็นำมากลั่นน้ำมันหอมระเหย เมื่อขยี้ใบ หรือถากต้นและเปลือก ดมดูจะมีกลิ่นมิ้นต์ หรือกลิ่นน
มีโอกาสเดินทางไปที่กรมป่าไม้โดยได้รับเชิญให้ไปร่วมงาน “ค้นหาป่าชุมชนต้นแบบพลังขับเคลื่อนสู่เป้าหมายการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ในโครงการ “คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน” ประจำปี 2563” กรมป่าไม้ ร่วมกับบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ดำเนินงานมา 13 ปี เพื่อขยายผลรองรับเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ป่าชุมชน 10 ล้านไร่ ด้วยการจัดตั้งป่าชุมชนให้ได้ 15,000 แห่ง ภายใน 5 ปีนับตั้งแต่ปี 2562-2566 เป้าหมายดังกล่าวยังเป็นการตอบสนองต่อเป้าหมาย การพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ 15 ในการปกป้อง ฟื้นฟู และสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศบกอย่างยั่งยืน การจัดประกวดป่าชุมชนตัวอย่างประจำปี 2563 ในโครงการ “คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน” เพื่อเฟ้นหาป่าชุมชนที่จะเป็นต้นแบบในการจัดการป่าอย่างยั่งยืน เป็นวิธีหนึ่งที่นำมาใช้เพื่อขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายการเพิ่มพื้นที่ป่าชุมชน 10 ล้านไร่ ในปีนี้ได้กำหนดแนวคิด “ป่าสร้างน้ำ” เป็นประเด็นหลักของกิจกรรม และเป็นกรอบในการสรรหาป่าชุมชนที่มีความเข้มแข็งในการดูแลฟื้นฟูป่าจนระบบนิเวศสมบูรณ์ เป็นแหล่งผลิตน้ำหล่อเลี้ยงชุมชนไม่ให้ขาดแคลนแม้ในสถานการณ์ที่สังคมส่วนใหญ่ประสบปัญหาภัยแล้ง โดยมี คุณนันทนา บุญยานัน
กรมป่าไม้ร่วมกับบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประกาศผลการประกวดป่าชุมชนระดับประเทศ ประจำปี 2562 ในโครงการ คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน โดยป่าชุมชนบ้านปี้ จังหวัดพะเยา คว้ารางวัลป่าชุมชนชนะเลิศระดับประเทศถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และป่าชุมชนบ้านแม่ขมิง จังหวัดแพร่ ได้รับรางวัลชนะเลิศป่าชุมชนดีเด่นด้าน “ป่าชุมชน: สืบสาน รักษา ต่อยอด สร้างสุขปวงประชา” โดยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบรางวัล การประกวดป่าชุมชนระดับประเทศ เป็นกิจกรรมในโครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ที่ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2551 เป็นประจำทุกปี ภายใต้ความร่วมมือของบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และกรมป่าไม้ และนับเป็นโครงการต้นแบบความร่วมมือภาครัฐและเอกชน ที่มุ่งส่งเสริมการสร้างจิตสำนึกด้วยแนวคิดการปลูกป่าในใจคน และขับเคลื่อนงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ในรูปแบบของป่าชุมชน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า กรมป่าไม้เป็นหน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบการปกป้องดูแลรักษาป่าไม้ของประเทศ โ
เมื่อวันที่ 16 เมษายน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พ.ร.บ. ป่าไม้ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2562 ความว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตรา พ.ร.บ. ขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา โดยมีสาระสำคัญคือ มาตรา 4 ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของ มาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. 2484 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 106 /2557 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ ลงวันที่ 21 ก.ค. 2557 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา 7 ไม้ชนิดใดที่ขึ้นในป่าจะให้เป็นไม้หวงห้ามประเภทใด ให้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา สำหรับไม้ทุกชนิดที่ขึ้นในที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดิน ไม่เป็นไม้หวงห้าม หรือไม้ที่ปลูกขึ้นในที่ดิน ที่ได้รับอนุญาตให้ทำประโยชน์ตามประเภท หนังสือแสดงสิทธิที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ให้ถือว่าไม่เป็น ไม้หวงห้าม” มาตรา 5 ให้ยกเลิก มาตรา 14 ทวิ แห่ง พ.ร.บ ป่าไม้ พ.ศ. 248
กรมป่าไม้ ร่วมกับจิตอาสาของ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เพิ่มอัตราการรอดของต้นกล้า ณ เขาพระยาเดินธง จ.ลพบุรี ชูโครงการ”ซีพีเอฟ รักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง” ต้นแบบฟื้นฟูป่าไม้ ประเดิมกิจกรรมแรกของปี 2562 เติมความชุ่มชื้นและเพิ่มธาตุอาหารให้ดินและต้นไม้ นายชาตรี รักษาแผน ผู้อำนวยการส่วนอำนวยการ สำนักส่งเสริมการปลูกป่า กรมป่าไม้ เปิดเผยว่า ปัจจุบันป่าไม้ในหลายพื้นที่ของประเทศไทยยังต้องได้รับการฟื้นฟู โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ภัยแล้งที่ส่งผลกระทบต่ออัตราการรอดของต้นไม้ แม้ว่าภาครัฐจะมีการดำเนินการอย่างเต็มที่ในการฟื้นฟูป่าไม้ แต่มีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ จึงต้องอาศัยความร่วมมือของภาคเอกชนโดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ร่วมฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าไม้ ช่วยให้ป่าคืนสู่สภาพสมบูรณ์เร็วขึ้น ตามยุทธศาสตร์ของรัฐบาลที่มีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ป่าให้ได้เป็น 40% ของพื้นที่ประเทศ “โครงการซีพีเอฟ รักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง” เป็นโครงการฟื้นฟูป่าที่ร่วมมือในลักษณะ 3 ประสาน คือ ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ถือเป็นต้นแบบในการพัฒนางานด้านป่าไม้ และเป็นต้นแบบการฟื้นฟูป่าไม้ใน
ในงานประชุมวิชาการ สวทช. ประจำปี 2562 (NAC2019) ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสมาคมที่เกี่ยวข้องกับไม้เศรษฐกิจ รวม 12 หน่วยงาน เปิดตัว “กลุ่มพัฒนาอุตสาหกรรมไม้เศรษฐกิจครบวงจร” ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมไม้เศรษฐกิจครบวงจร ให้เป็นเครื่องมือตัวใหม่ในการพัฒนาประเทศที่จะสร้างรายได้ปีละ 2-4 ล้านล้านบาท ดร. ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า ปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ทำให้โลกหันมาให้ความสำคัญกับการเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ และนำไม้จากแหล่งที่จัดการอย่างยั่งยืนมาใช้ประโยชน์ ความต้องการไม้ในตลาดโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและมีแนวโน้มเช่นนี้ไปอีกนาน การเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น ชีวมวลยิ่งเร่งอัตราความต้องการใช้ไม้ของโลกให้เร็วและมากขึ้น ในขณะที่ประเทศไทยปลูกต้นไม้ได้โตกว่าเขตอบอุ่น 5-7 เท่า และภาคเกษตรของไทยกำลังประสบปัญหาหลายด้าน การปรับเปลี่ยนไปปลูกไม้เศรษฐกิจเป็นทางเลือกที่มีความเหมาะสมที่สุดที่จะช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ
