กระบือ
มกอช.รุกพัฒนามาตรฐานการเลี้ยงสัตว์ครบวงจร หนุนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดันแปลงใหญ่ ส่งเสริมเกษตรกรรวมกลุ่มเลี้ยงกระบือเพิ่มขีดความสามารถสินค้าเกษตรปศุสัตว์ พร้อมเตรียมผลักดันมาตรฐานฟาร์มเลี้ยงควบคุมระบบการผลิตให้ได้มาตรฐานสากล นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า กระบือนับว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจชนิดหนึ่งของไทย มีช่องทางการตลาด แต่เกษตรกรที่เลี้ยงส่วนใหญ่จะเป็นเกษตรกรรายย่อย หากได้รับการพัฒนาการจัดการฟาร์มให้ดี โดยเพิ่มองค์ความรู้ด้านระบบการผลิต การเลี้ยง และการจัดการฟาร์ม เช่น การเตรียมพืชอาหารสัตว์ การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม การผสมพันธุ์สัตว์/การคัดเลือกและปรับปรุงพันธุ์ และการป้องกันโรค ก็จะสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภค เพิ่มขีดความสามารถด้านการผลิตและการค้าได้มากขึ้น จากความสำคัญดังกล่าว มกอช.จึงแผนที่จัดทำร่างมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มกระบือเนื้อ และแนวปฏิบัติในการใช้มาตรฐานสินค้าเกษตรขึ้น เพื่อเป็นมาตรฐานที่จะช่วยควบคุมระบบการผลิตตั้งแต่ระดับฟาร์มรวมกับองค์กรภาคีเครือข่าย เพื่อหารือและแ
เมื่อเร็วๆ นี้ นายธนิตย์ เอนกวิทย์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานกระบือแห่งชาติ ครั้งที่ 22 ในงานวันเกษตรภาคอีสาน ประจำปี 2561 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 27 มกราคม 2561 ภายใต้คำขวัญ “ควายไทยเอกลักษณ์ของชาติ สืบสานปณิธานพ่อ” เพื่อเป็นการดำเนินการกระตุ้นส่งเสริมการเลี้ยงกระบือ ตลอดจนสร้างขวัญกำลังใจให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือทั่วประเทศ ณ อุทยานเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยขอนแก่น นายธนิตย์ เอนกวิทย์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า รัฐบาลเห็นความสำคัญอาชีพการเลี้ยงกระบือของเกษตรกรทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกิจกรรมประกวดกระบือระดับชาติ ที่จัดต่อเนื่องมาจนถึงครั้งที่ 22 ทำให้เกษตรกรได้รับความรู้ในการพัฒนาอาชีพ และกระบือไทยได้รับการพัฒนาทำให้ มีขนาดและน้ำหนักมากขึ้นจากเดิม รวมทั้งสามารถคงเอกลักษณ์ของควายไทย จากภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้า และความร่วมมือในการพัฒนาทั้งภาครัฐและเกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือไ ด้เป็นอย่างดี “การจัดงานกระบือแห่งชาติในครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมให้การพัฒนาการเลี้ยงกระบือของประเทศเป็นไปอย่างกว้างขวาง มีป
กรมปศุสัตว์มุ่งสนองพระราชดำริตามรอยเบื้องพระยุคลบาท โดยสนับสนุนและส่งเสริมเกษตรกรในโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรพอเพียง และเกษตรผสมผสานตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร อีกทั้งสนับสนุนการบริหารจัดการโครงการฯ โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วม โดยเน้นให้เกิดชุมชนหรือหมู่บ้านที่มีส่วนร่วมในการกำกับดูแลกันเองในชุมชนนั้นๆ หวังสร้างความเข้มแข็งชุนชนอย่างยั่งยืน ตลอดจนส่งเสริมการใช้แรงงานจากโค-กระบือและส่งเสริมการใช้ปุ๋ยคอกเพื่อลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วย คุณวีรชาติ เขื่อนรัตน์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของโครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามระราชดำริ คือเพื่อช่วยให้เกษตรที่ยากขนทั่วประเทศได้มีโค-กระบือใช้แรงงาน และเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร เป็นการช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ โดยการให้บริการเกษตรกร มี 5 วิธี คือ 1.การให้ยืมเพื่อการผลิต 2.การให้เช่าซื้อ 3.การให้ยืมพ่อพันธุ์โค-กระบือ 4.การให้เช่าเพื่อใช้แรงงาน และการให้บริการอื่นๆ นอกจากนี้คุณสมบัติของเกษตรกรที่จะเข้าร่วมโครงการธนาคารโค-กระบือ มีดังนี้ 1.เป็นการเกษตรกรมีสัญชาติไทยอา
กรมปศุสัตว์เดินหน้าสานต่อโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ “ในหลวง ร.9” ส่งมอบแม่โคเนื้อให้บริการเกษตรกรรายย่อยเลี้ยงแล้วกว่า 84,377 ตัว กระบือ 36,336 ตัว เพิ่มช่องทางสร้างอาชีพเสริมรายได้ ลดความเสี่ยงอาชีพเกษตรเชิงเดี่ยว นายวีรชาติ เขื่อนรัตน์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เผยความคืบหน้าการดำเนินโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ (ธ.ค.ก.) ว่า ตามที่กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 มาตั้งแต่ปี 2522 รวมระยะเวลากว่า 38 ปี กระทั่งปัจจุบันกรมปศุสัตว์ได้ให้บริการและให้ความช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยแล้วกว่า 250,000 ราย โดยส่งมอบแม่พันธุ์โคเนื้อของธนาคารฯให้เกษตรกรรายย่อยเลี้ยงแล้ว จำนวน 84,377 ตัว ขณะเดียวกันยังมีการให้บริการแม่พันธุ์กระบือแก่เกษตรกร 36,336 ตัว ซึ่งครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ปี 2561 นี้ ธนาคารฯตั้งเป้าส่งมอบแม่พันธุ์โค-กระบือให้แก่เกษตรกรรายย่อยเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 9,000 ตัว ซึ่งต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขข้อกำหนดของโครงการฯ และคาดว่าจะมีลูกโค-
วันที่ 22 พ.ย. นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าฯอุทัยธานี เป็นประธานแถลงข่าว เทศกาลควายไทย ครั้งที่ 7 สนามประกวดสัตว์ แยกวัดอุทัย–วัดสิงห์ จ.อุทัยธานี โดยมีนายอภิชาต สุวรรณชัยรบ ปศุสัตว์จังหวัดอุทัยธานี กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานเทศกาลควายไทย ครั้งที่ 7 วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และพัฒนาสายพันธุ์กระบือ จึงได้กำหนดกิจกรรมการประกวดโคกระบือ ต่อเนื่องมาตลอด ณ ปัจจุบันนี้ การประกวดแบ่งเป็น กระบือทั่วไป และกระบือลุ่มน้ำสะแกกรัง การประกวดโคเนื้อพันธุ์อเมริกันบราห์มัน ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประกวดไก่แสมดำ และไก่เหลืองหางขาว ประกวดเขาวัว–เขาควาย แข่งขันกระบือน้ำหนักมากที่สุด นิทรรศการด้านปศุสัตว์เฉลิมพระเกียรติฯ นิทรรศการสัตว์มีชีวิต โชว์สัตว์พันธุ์ดี เช่น กระบือ โคเนื้อ ไก่พันธุ์เมืองป้องกันโรค และนิทรรศการด้านพืชอาหารสัตว์ ภายในงานจัดให้ฝึกการอบรมถ่ายทอดความรู้ด้านปศุสัตว์แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนทั่วไป นักเรียน นักศึกษา เห็นความสำคัญในอาชีพเกษตร ในฐานะผู้ผลิตอาหารและการเป็นครัวของโลกต่อไป นา
เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม นายไพศาล พัฒนเดชกุล หัวหน้าด่านกักกันสัตว์อุบลราชธานี นำกำลังเข้าตรวจยึดรถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว อุบลราชธานี ขณะบรรทุกกระบือจำนวน 7 ตัว โดยมีนายจตุพร สารทิศ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 126 หมู่ 4 ต.นาแวง อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี เป็นคนขับ พร้อมแสดงตัวเป็นเจ้าของ ที่บริเวณ 4 แยกไฟแดง อ.กุดข้าวปุ้น จ.อุบลราชธานี ตรวจสอบเบื้องต้นพบมีเอกสารนำสัตว์ออกมาจากตลาดนัดค้าสัตว์ชมพูบุตร จ.ร้อยเอ็ด สิ้นสุดปลายทางที่ ต.ลือ อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ ซึ่งเป็นการเคลื่อนย้ายสัตว์ไปยังพื้นที่จังหวัดอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ฝ่าฝืนมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงได้ยึดของกลางทั้งหมดส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน สภ.กุดข้าวปุ้น ดำเนินคดี ซึ่งนายจตุพร สารทิศ รับว่าไปซื้อกระบือมาจาก จ.ร้อยเอ็ด ตัวละ 4 หมื่นบาท และจะนำไปจำหน่ายต่อในเขตจังหวัดอุบลราชธานี ด้านนายไพศาล พัฒนเดชกุล หัวหน้าด่านกักกันสัตว์อุบลราชธานี กล่าวว่า ปัจจุบันนี้น้ำโขงมีระดับที่สูงมาก จึงเป็นการสะดวกต่อการที่จะลักลอบนำกระบือข้ามส่งขา
จังหวัดศรีสะเกษ มีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบสูงสลับทุ่งนา มีภูเขาและป่าไม้อยู่ทางตอนใต้ และพื้นที่จะค่อยๆ ลาดลงสู่ทิศเหนือและทิศตะวันตก สภาพดินเป็นดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำดี โดยมีพื้นที่ทำการเกษตรทั้งหมด 3,551,970 ไร่ เหมาะแก่การปลูกพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ พื้นที่ส่วนใหญ่ใช้สำหรับทำนา โดยในปีเพาะปลูก 2557/2558 มีพื้นที่ปลูกข้าว รวม 3,065,798 ไร่ แยกเป็นพื้นที่ปลูกข้าวเจ้านาปี (ข้าวหอมมะลิ) 2,910,161 ไร่ ผลผลิต 1,207,528 ตัน พื้นที่ปลูกข้าวเหนียว 109,910 ไร่ ผลผลิต 49,222 ตัน และพื้นที่ปลูกข้าวนาปรัง 45,727 ไร่ ผลผลิต 30,496 ตัน ผลผลิตรวมทั้งสิ้น 1,287,246 ตัน พร้อมทั้งยังเป็นแหล่งเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ยางพารา มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ฯลฯ จากการทำนาที่เห็นกันได้จากยุคปัจจุบัน จะมีการนำเครื่องทุ่นแรงต่างๆ เข้ามาช่วยเพื่ออำนวยความสะดวกทำให้การทำนาเป็นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งการใช้กระบือเพื่อการไถนาแบบสมัยก่อนนั้นนับว่าหาได้น้อยเต็มที อาจจะไม่มีให้เห็นเลยก็ว่าได้ ทำให้คนสมัยใหม่อาจเห็นการทำนาในลักษณะนี้จากหนังสือหรือภาพวาดในสมัยก่อนเท่านั้น วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้เลี้ยงโค กระบือ บ้
ณ ที่ทำการกลุ่มธนาคารโค กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ บ้านเพีย-โพนก่อ ต.หนองบัวสิม อ.คำตากล้า จ.สกลนคร น.ส.เยาวนิตย์ บุรีรักษา ปศุสัตว์สกลนคร เป็นประธานพิธีมอบกระบือ ในโครงการธนาคารโค กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ โดยมี นางสาว จิราพร เบิกบานดี นายอำเภอคำตากล้า ร่วมเป็นสักขีพยาน โดยปศุสัตว์สกลนครได้รับกระบือเพศเมีย จำนวน 165 ตัว จากโครงการธนาคารโคกระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ เพื่อนำไปช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่บ้านเพีย หมู่ 6 และบ้านโพนก่อ หมู่ 7 ต.หนองบัวสิม จำนวน 65 ราย และกลุ่มธนาคาร โค กระบือ บ้านไทยเจริญ หมู่ 10 ต.นาแต้ จำนวน 100 ราย ซึ่งเป็นกระบือยืมเลี้ยงเพื่อการผลิต โดยมีเงื่อนไขว่า เมื่อลูกกระบือตัวแรกมีอายุครบ 18 เดือน ให้ส่งลูกกระบือตัวที่เกิดถัดไป และแม่กระบือที่ยืมเลี้ยงครบ 5 ปี แล้วจะมอบให้เป็นกรรมสิทธิ์ของเกษตรกรผู้ยืม ก่อนที่จะมอบกระบือแก่เกษตรกร ได้กล่าวคำสัตย์ปฏิญาน ว่าจะไม่ขายไม่ฆ่ากระบือ หากผิดสัญญาขอให้มีอันเป็นไป จากนั้น ได้มอบเครื่องอัดฟาง จำนวน 2 เครื่อง มอบโรงปุ๋ยอินทรีย์ ชมการสาธิตหมักหัวอาหารสัตว์ การฝึกควายไถนา เป็นต้น น.ส.เยาวนิตย์ บุรีรักษา ปศุสัตว์
พิษณุโลกจัดประกวดควายไทยงาน “มหกรรมควายยักษ์ เมืองสองแคว” ครั้งที่ 2 รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานเปิดงานประกวดควายไทย ภายใต้ชื่องาน “มหกรรมควายยักษ์ เมืองสองแคว” ครั้งที่ 2ที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งมีควายเข้าร่วมประกวดทั้งหมด 100 ตัว จาก 16 จังหวัด วันที่ 14 พฤษภาคม ที่บริเวณสนามฟุตบอล มหาวิทยาลัยนเรศวร ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก นายทศพร ศรีศักดิ์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานเปิดงานประกวดควายไทย ภายใต้ชื่องาน “มหกรรมควายยักษ์ เมืองสองแคว” ครั้งที่ 2 โดยมี นายศรีโรจน์ นิมมานพัชรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ดร. สุชาติ เมืองแก้ว รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมพิธี ท่ามกลางเกษตรกรที่นำควายเข้าร่วมประกวดและประชาชนทั่วไปกว่า 1,000 คน ผศ. ดร.ชนินทร์ อัมพรสถิร คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า งาน “มหกรรมควายยักษ์ เมืองสองแคว” ครั้งที่ 2 นี้ จัดขึ้นภายใต้โครงการบริการวิชาการ “ฟื้นฟูควายไทย ให้ยิ่งใหญ่ในอาเซียน: ระบบการผลิตและโอกาสทางการตลาด” ประจำปีงบประมาณ 2
อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา มีพื้นที่ประมาณ 1,163,687 ไร่ ตอนล่างเป็นทิวเขาสูง ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน และ “ป่าสงวนแห่งชาติป่าครบุรี” ตอนบนเป็นที่ราบสูงลาดเอียง บางส่วนเป็นที่ราบลุ่มขนาดเล็ก มีลำน้ำแชะและลำน้ำมูลไหลผ่าน ประชาชนประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำไร่มันสำปะหลังง อ้อย ข้าวโพด และปศุสัตว์ เลี้ยงกระบือ หรือควาย พบมากในตำบลจระเข้หิน ทำให้เกิดแนวคิดผลักดันเป็นชุมชนกระบือแหล่งสำคัญของจังหวัด ล่าสุด พศวีร์ สมใจ ปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับ สุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ นายอำเภอครบุรี สุขสวัสดิ์ ทองน้อย ปศุสัตว์อำเภอครบุรี และเกษตรกร เปิดตัวชุมชนกระบือของอำเภอครบุรี พร้อมจัดกิจกรรม “ขี่ควายลงทุ่ง ได้ปุ๋ยลงนา” ที่บ้านตลิ่งชัน หมู่ที่ 11 ตำบลจระเข้หิน อำเภอครบุรี โดยจูงควายลงนาข้าวที่ว่างเว้นจากการทำนา ให้ควายหากินในท้องนาและขับถ่ายมูลบนนาข้าวเพื่อเป็นปุ๋ยคอกสำหรับเพาะปลูกในฤดูกาลหน้า “สุขสวัสดิ์” กล่าวว่า ตำบลจระเข้หิน มีเกษตรกรเลี้ยงกระบือมากถึง 124 ราย มีกระบือกว่า 600 ตัว ในจำนวนนี้เป็นกระบือที่ได้รับมอบจากโครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกรตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเ
