การปลูกผัก
วันนี้ได้รับการเชิญชวนจาก คุณขจรศักดิ์ เบ็ญชัย อาชีพทนายความ และอดีต ส.อบจ. สกลนคร เขตอำเภอวานรนิวาส และทำการเกษตร ปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ ให้เดินทางไปชมแปลงปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ในพื้นที่บ้านห้วยแสง ตำบลหนองแวง อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร สิ่งที่น่าสนใจเพราะเป็นคนรุ่นหนุ่มสาว หลังเรียนจบมักจะทำงานราชการ แต่กลับมาปลูกพืชผัก ส่งขายรายได้เลี้ยงครอบครัวและเป็นรายใหญ่ของสกลนคร จุดนัดพบกันอยู่ที่หน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร คุณขจรศักดิ์ เบ็ญชัย ได้ให้เกียรติขับรถมารับ ในเช้าวันนี้ วันที่อากาศขมุกขมัว ท่ามกลางอากาศที่เปื้อนฝุ่น พี เอ็ม 2.5 (PM 2.5) รุนแรง ในสภาวการณ์ฝุ่นละออง ต้องสวมเครื่องกันฝุ่น เพื่อความปลอดภัย จากสภาพที่เห็นในปัจจุบัน สภาพแล้งร้อนเริ่มรุมเร้าและมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ หลังจากเตรียมตรวจสอบอุปกรณ์ครบ คุณขจรศักดิ์ ทนายความที่ชื่นชอบการเกษตรเป็นผู้ทำหน้าที่สารถีเอง มุ่งหน้าไปตามถนนสายสกลนคร-อุดรธานี ราว 30 นาที หลุดออกมาจากตัวเมืองสกลนคร เข้าสู่เขตอำเภอพรรณานิคม มองสองฟากฝั่งข้างถนน มีบางช่วงจะพบกับคลองชลประทานจากเขื่อนน้ำอูน เห็นน้ำในคลองไหลรินเอื่อยๆคาดการณ์ว่าน่าจะมี
เทคโนโลยีการสื่อสารในปัจจุบันเป็นการสื่อสารที่รวดเร็วมาก ความเปลี่ยนแปลงนี้สามารถทำให้บางสิ่งบางอย่างที่เคยใช้ในสมัยก่อนต้องถูกทิ้งภายในระยะเวลาไม่นาน ดังจะเห็นธุรกิจกล้องถ่ายภาพและฟิล์มที่ดำรงอยู่ร้อยกว่าปีล่มสลายภายในไม่กี่ปีที่มีกล้องถ่ายรูประบบดิจิตอล โทรเลขที่เคยเฟื่องฟูก็ต้องยกเลิกไปเมื่อหลายปีก่อน และตู้โทรศัพท์ที่เคยมีอยู่มากมายอยู่ตามที่สาธารณะต่างๆ ก็ถูกทอดทิ้งด้วยระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ ผู้เขียนอยู่ในกลุ่มสื่อสารในระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่ มีกลุ่มต่างๆ มากมายเกี่ยวกับการเกษตร พบว่ามีคนส่วนหนึ่งที่เป็นมนุษย์เงินเดือนอยากกลับมาทำการเกษตรที่บ้าน แต่ความฝันของเขายังไม่เป็นจริง เพราะมีปัจจัยต่างๆที่ยังไม่พร้อม มีคนที่ออกจากมนุษย์เงินเดือนมาทำเกษตรต้องประสบความผิดหวังหลายราย แต่คนที่ประสบความสำเร็จก็มีอยู่จำนวนหนึ่ง คุณเอ๋ หรือ คุณมนธิดา อยู่หนู แห่งสวนแม่หอมแดง เป็นชาวจังหวัดราชบุรีโดยกำเนิด จบปริญญาตรี ด้านคหกรรมศาสตร์ ได้เข้าทำงานในบริษัทโรงงานอาหารแห่งหนึ่งในจังหวัดราชบุรี ในตำแหน่งพนักงานแผนกพัฒนาผลิตภัณฑ์ จนกระทั่งปี 2546 วันหนึ่งเห็นแม่บ้านอายุ 60 ปี ได้เกษียณอายุจากโรงงาน ป้าแม
เกษตรกรบ้านบางท่าข้าม อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมตัวกันปลูกผัก เป็นกลุ่มที่เข้มแข็ง มีตลาดนำส่งผักใน 14 จังหวัดภาคใต้ และที่เทสโก้ โลตัส ภายใต้การบริหารจัดการร่วมกันในรูปแบบเกษตรแปลงใหญ่ ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ วางแผนปลูกอย่างเป็นระบบ สร้างรายได้ให้เกษตรกรกว่า 15,000 บาท ต่อราย ต่อเดือน พิสูจน์ความสำเร็จแนวทางการทำเกษตรแปลงใหญ่ ที่ใช้การตลาดนำการผลิต นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เริ่มส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่มาตั้งแต่ปี 2559 ครอบคลุมทุกกลุ่มประเภทสินค้า สำหรับชุมชนบางท่าข้าม หมู่ที่ 3 ตำบลท่าข้าม อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นชุมชนเกษตรกรผู้มีอาชีพการปลูกพืชผัก ซึ่งเกษตรกรได้จัดตั้งเป็นแปลงใหญ่พืชผัก ในปี 2560 มีสมาชิกจำนวน 62 ราย พื้นที่ปลูก 360 ไร่ ในขณะนั้น เกษตรกรได้ขายผลผลิตยังตลาดทั่วไป และมีพ่อค้ามารับซื้อผลผลิต ต่อมาในปี 2561 กรมส่งเสริมการเกษตร ได้มีการประสานเชื่อมโยงการตลาดพืชผักแปลงใหญ่กับ บริษัท เทสโก้ โลตัส และได้ตกลงซื้อขายผลผลิตพืชผัก จำนวน 5 ชนิด ได้แก่ คะน้า กวางตุ้ง กวางตุ้งไต้หวัน ผักบุ้ง และมะระจีน ส่
“แก้วพะเนาว์ ออร์แกนิค ฟาร์ม” ซึ่งตั้งอยู่บ้านเลขที่ 2 หมู่ที่ 2 ตำบลนาภู อำเภอยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม ของ “ปลิว” หรือ คุณพงษ์พัฒน์ แก้วพะเนาว์ ซึ่งเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ ในโครงการ “Young Smart Farmer” ปัจจุบัน คุณปลิว อายุ 26 ปี เขาเรียนจบปริญญาตรี สาขาส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ความจริง พ่อแม่เขาไม่มีใครสนับสนุนให้ลูกทำอาชีพเกษตรกรรม เพราะมองว่าอาชีพเกษตรกรรมมีอนาคตที่ลำบาก แต่เขากลับมองเห็นความยั่งยืนของอาชีพนี้ หากสามารถพัฒนาความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เข้ามาใช้ในการทำงาน คุณปลิว บอกว่า การทำการเกษตรให้ประสบความสำเร็จ ต้องอาศัยพื้นฐานความรู้เรื่องการวิเคราะห์ดิน ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นมาก เพราะเกษตรกรต้องรู้เข้าใจดินก่อน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับพืชผลที่ลงทุนไป นอกจากนี้ ต้องเรียนรู้เข้าใจเรื่องตลาดทั้งในประเทศและส่งออก หากจำเป็นต้องค้าขายกับต่างประเทศในอนาคต จึงยิ่งต้องยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรมากขึ้น ความสำเร็จในเส้นทางอาชีพเกษตรกรรมในวันนี้ คุณปลิว บอกว่า เขาได้รับแรงบันดาลใจจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในเรื่องความพอเพียง โดยน
ขึ้นชื่อว่า ผัก เป็นแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามิน เกลือแร่ต่างๆ เช่น วิตามินบี 2 บี 6 กรดโฟลิก แมกนีเซียม แคลเซียม ธาตุเหล็ก ทองแดง โพแทสเซียม โดยเฉพาะวิตามินนั้น มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น เบตาแคโรทีน หรือวิตามินเอ ซี และอี ช่วยชะลอความเสื่อมร่างกายและผิวพรรณเต่งตึง สดใส ป้องกันโรคหัวใจ โรคต้อกระจกโดยเฉพาะในผู้สูงอายุ โรคข้อเสื่อม เพิ่มภูมิต้านทานโรค และป้องกันโรคความดันโลหิตสูง ส่วนแคลเซียม ป้องกันโรคกระดูกพรุน ธาตุเหล็กป้องกันโรคโลหิตจาง เส้นใยอาหารในพืชมีสารเฉพาะที่เรียกว่าสารพฤกษเคมี สามารถป้องกันโรคมะเร็งได้หลายชนิด องค์การอนามัยโลก แนะนำว่าอาหารที่กิน และจะช่วยป้องกันโรคได้จะต้องมีผักผลไม้อย่างน้อยวันละ 400 กรัมขึ้นไปหรือต้องกินปีละ 146 กิโลกรัม/คน เฉลี่ยเดือนละ 12 กิโลกรัม ดังคำกล่าวที่ว่า “กินผักดีกว่า ถูกกว่าค่ายารักษาโรค และอร่อยกว่ากินยา” หลายคนที่รักสุขภาพ และกินผักเป็นประจำอยู่แล้ว โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่เขตเมืองทั้งใน กทม. และตามเมืองใหญ่ๆ ในต่างจังหวัด มีความสนใจอยากปลูกผักกินเอง เพราะมั่นใจในความปลอดภัย และลดรายจ่ายซื้อกับข้าว ได้กินผักสดตัดมาใหม่ๆ แต่
เกษตรกรรม เป็นกิจกรรมการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และประมง แต่การเลือกทำเพียงกิจกรรมเดียว จะมีความเสี่ยงค่อนข้างสูงที่จะไม่ได้รับผลผลิตเมื่อต้องประสบกับภัยสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ แต่ถ้าเลือกทำ “เกษตรผสมผสาน” คือมีตั้งแต่ 2 กิจกรรมขึ้นไป มีการวางแผนการผลิต ใช้ปัจจัยผสมผสานเพื่อลดต้นทุนการผลิต ความเสี่ยงก็ลดลง ในสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจแปรปรวนเกษตรผสมผสานจึงเป็นทางเลือกในการยกระดับรายได้เพื่อนำไปสู่การดำรงชีพที่มั่นคง วันนี้จึงนำเรื่อง เกษตรผสมผสาน วิถีพอเพียง บนพื้นที่ 2 ไร่ ที่สิงห์บุรี มาบอกเล่าสู่กัน คุณยศพนธ์ ทัพพระจันทร์ เกษตรจังหวัดสิงห์บุรี เล่าให้ฟังว่า จังหวัดสิงห์บุรีมีพื้นที่การเกษตร 418,781 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ทำนา 377,826 ไร่ พื้นที่ปลูกพืชไร่ 11,002 ไร่ พื้นที่ปลูกพืชสวน เช่น ปลูกไม้ผล พืชผัก 26,895 ไร่ พื้นที่เลี้ยงสัตว์ 1,189 ไร่ และพื้นที่ประมง 1,869 ไร่ ประชากรส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกรรม ทั้งทำการเกษตรเชิงเดี่ยว ทำไร่นาสวนผสม หรือเกษตรผสมผสาน เกษตรผสมผสาน เป็นงานเกษตรที่ทำตั้งแต่ 2 กิจกรรม ขึ้นไป เพื่อลดความเสี่ยง โดยได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปฏิบัติตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ให้วางแผนการปลูกและ
คุณธีร์วศิษฐ์ วงค์ปัญญา เจ้าของ ไร่ปลูกฝัน หมู่ที่ 9 ตำบลออนกลาง อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงที่ผันชีวิตมาทำเกษตรกรรมเป็นอาชีพ สามารถสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญความสุขที่เขามีก็เต็มเปี่ยมล้นใจด้วยเช่นกันทีเดียว คุณธีร์วศิษฐ์ เมื่อได้เรียนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ได้มีโอกาสเข้าทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศอยู่ระยะหนึ่ง ต่อมาบริษัทเกิดปัญหาทำให้ต้องปิดกิจการลง ทำให้เขาต้องถูกเลิกจ้างจากบริษัทในขณะนั้นทันที จึงได้กลับมาอยู่บ้านและมีความคิดที่อยากจะสร้างอาชีพอิสระเป็นของตนเอง โดยไม่กลับไปเป็นลูกจ้างเหมือนที่เคย ในช่วงแรกที่เริ่มวิถีชีวิตเกษตรกรใหม่ๆ เขายังจับต้นชนปลายไม่ค่อยถูกมากนัก โดยเน้นผลิตผักสวนครัวเพียงอย่างเดียว ที่เป็นชนิดเดียวตลาดยังไม่สอดคล้อง ต่อมาจึงเป็นกังวลในเรื่องของตลาด จึงได้ตัดสินใจสำรวจตลาด เพื่อวางแผนผลิตให้ตรงกับกลุ่มลูกค้า โดยเน้นทำการค้าแบบตลาดนำ โดยไม่ปลูกพืชตามใจตนเอง ทำให้เขามีการปลูกพืชหลากหลายมากขึ้น และที่สำคัญตลาดมีความต้องการอีกด้วย จัดโซนปลูกพืชให้ชัดเจน ในเรื่องของการทำสวนที่เป็นอาชีพสำหรับสร้างรายได้ของคุณธีร์วศิษฐ์นั้น
ผักกูด จัดอยู่ในตระกูลเฟิร์น และปลูกครั้งเดียวเก็บเกี่ยวได้ตลอด แถมยังปลอดสารพิษ จึงเป็นที่ต้องการของตลาด และสร้างรายได้งามตลอดทั้งปี เนื่องจากนำมาปรุงเป็นอาหารได้หลายเมนู เหมือนอย่างเช่น นายชง นาคิน อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 71/1 หมู่ที่ 8 ตำบลนาชุมเห็ด อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นคนชื่นชอบในการปลูกผักพื้นบ้านไว้กินเอง ส่วนที่เหลือก็จะแจกและขาย โดยเฉพาะการปลูกผัดกูด ในสวนยางพารา และปาล์มน้ำมัน ที่นำมานานกว่า 20 ปีแล้ว ในเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ ซึ่งเป็นพืชผักที่ดูแลไม่ยาก ประกอบกับจังหวัดตรังมีฝนตกตลอดทั้งปี จึงแทบไม่ต้องให้น้ำ โดยให้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยอินทรีย์ เดือนละ 2 ครั้ง ก็เพียงพอแล้ว ทั้งนี้ หลังจากดูแลผักกูดรุ่นแรกไปแค่ 6 เดือน ก็สามารถเก็บยอดขายได้แล้ว และยังสามารถเก็บเกี่ยวไปได้ตลอด เนื่องจากผักกูดจะมีการขยายพันธุ์ด้วยสปอร์ ทำให้ยิ่งนานวันผักกูดก็ยิ่งเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ โดยคุณลุงจะเก็บเกี่ยวยอด 1 วัน เว้น 2 วัน ได้ผลผลิตครั้งละไม่ต่ำกว่า 20-30 กิโลกรัม เพื่อนำไปขายในราคากิโลกรัมละ 20-25 บาท ซึ่งมีพ่อค้าคนกลางมารับถึงบ้าน หรือแบ่งขายเป็นมัดละ 10 บาท ที่ตลาดประชารัฐต้นน
เกษตรกรรม เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน อาจเรียกได้ว่าอยู่ในสายเลือดของคนไทยทุกคนก็ว่าได้ เพราะอย่างน้อยผู้ที่อาศัยอยู่ยังต่างจังหวัด ก็จะต้องเห็นการทำกสิกรรมของเกษตรกรในทุกสาขา เพื่อเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับครอบครัว และยังสร้างแหล่งของอาหารเลี้ยงคนทั้งในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศอีกด้วย จึงทำให้เป็นงานในความฝันของใครหลายๆ คน ที่จะได้ทำอาชีพทางด้านนี้ เพราะไม่เพียงได้อยู่กับธรรมชาติ แต่กลับสร้างความสุขให้กับผู้ได้ทำอาชีพด้านนี้อีกด้วย เหมือนเช่น คุณธีร์วศิษฐ์ วงค์ปัญญา เจ้าของ ไร่ปลูกฝัน หมู่ที่ 9 ตำบลออนกลาง อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงที่ผันชีวิตมาทำเกษตรกรรมเป็นอาชีพ สามารถสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญความสุขที่เขามีก็เต็มเปี่ยมล้นใจด้วยเช่นกันทีเดียว จากหนุ่มออฟฟิศ ผันชีวิตเป็นเกษตรกร คุณธีร์วศิษฐ์ หนุ่มคลื่นลูกใหม่ไฟแรง วัย 27 ปี เล่าให้ฟังว่า เมื่อได้เรียนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ได้มีโอกาสเข้าทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศอยู่ระยะหนึ่ง ต่อมาบริษัทเกิดปัญหาทำให้ต้องปิดกิจการลง ทำให้เขาต้องถูกเลิกจ้างจากบริษัทในขณะนั้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดสกลนครเริ่มเก็บเกี่ยวข้าวขึ้นยุ้งฉางหรือนำไปขายแล้ว ต่อมาไม่ได้ทิ้งที่นาให้เปล่าประโยชน์จึงพากันหันมาปลูกผักนานาชนิดส่งขายตลาดโดยมีพ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อถึงที่ เช่นเดียวกับเกษตรกรบ้านพังขว้าง ต.พังขว้าง อ.เมือง จ.สกลนคร ซึ่งถือเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ชาวบ้านทำนาเก็บเกี่ยวเสร็จได้ไถดินกลบ จากนั้นเปลี่ยนเป็นแปลงผักหว่านเมล็ดพันธุ์ หมั่นใส่ปุ๋ย รดน้ำ กำจัดวัชพืช ใช้เวลาเดือนกว่าๆ ก็พร้อมขายแล้ว นายสมัย ฐานทองดี อายุ 66 ปี เกษตรกร กล่าวว่า ปีนี้สภาพอากาศหนาวเย็นกำลังดีตนและเพื่อนบ้านไม่ยอมทิ้งที่นาหลังเก็บเกี่ยวเสร็จให้ไร้ประโยชน์ จึงลงมือปลูกผักขาย สำหรับตนปลูกผักกาดขาว ผักกวางตุ้ง และพริก ซึ่งสภาพอากาศเย็นเหมาะเป็นอย่างมาก เนื่องจากผักเจริญเติบโตดีได้ราคาและปลอดสารพิษ โดยใช้น้ำบาดาล รดเช้าเย็น ขณะนี้ราคาผักกำลังดี มีคนมารับซื้อถึงที่ เช่น ผักกาดขาว พริกหยวก ขายกิโลกรัม ละ 12 บาท ส่วนผักกวางตุ้ง กิโลกรัมละ 15 บาท ในแต่ละวันจะนำออกมาจำหน่าย ไม่ต่ำกว่าวันละ 10 ถุง ถุงละ 12 กิโลกรัม 1,000-1,400 บาท และอาจมีเว้นช่วงไปเนื่องจากต้องปรับไปปลูกพืชอื่
