การเกษตร
การเกษตรแม่นยำสูง เป็นลักษณะการทำเกษตรรูปแบบใหม่ที่แพร่หลายในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น แต่ในเมืองไทยยังมีความรู้ ความเข้าใจ เรื่องนี้ในวงจำกัด ผู้เขียนเห็นว่าหากมีการเผยแพร่ข้อมูลและนำมาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกร ทำให้เกิดการผสมผสานองค์ความรู้ของเกษตรกรไทยเข้ากับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นและราคาไม่แพง เป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบเกษตรกรรม จากเดิมที่เคยต้องเหนื่อยยากอาบเหงื่อต่างน้ำ ผลผลิตไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับดินฟ้าอากาศ เป็นการทำเกษตรกรรมแบบรู้เขารู้เรา เปิดโอกาสให้เกษตรกรประสบความสำเร็จมากขึ้น สามารถเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้ มีสุขภาพแข็งแรง ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด การเกษตรแม่นยำสูง หรือ Precision Agriculture คือการนำเทคโนโลยีมาใช้ในงานเกษตรกรรม และนำข้อมูลที่ได้รับนั้น มาบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกหรือปศุสัตว์อย่างเหมาะสม เทคโนโลยี Internet of Things (IoT) อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง, Big Data ข้อมูลจำนวนมหาศาล, Machine Learning การเรียนรู้ของเครื่อง, Artificial Intelligence (AI
คุณขจรเกียรติ รักพานิชมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ข้อมูลว่า การบริหารจัดการพื้นที่ภาคการเกษตรในจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้นำนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยใช้ Agri-Map หรือ Agricultural Map For Adaptative Management คือ แผนที่เกษตรเพื่อการจัดการเชิงรุก ซึ่งรวบรวมข้อมูลภูมิศาสตร์และข้อมูลประกอบอื่นๆ เช่น ดิน น้ำ พืช ประมง ขอบเขตการปกครองการใช้ประโยชน์ที่ดิน ประชากร ทะเบียนเกษตรกร การตลาด และโลจิสติกส์ ซึ่งจะบูรณาการข้อมูลพื้นฐานด้านเกษตรจากทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การใช้งาน Agri-Map มีแนวคิดที่จะช่วยให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงข้อมูลด้านการเกษตร แผนที่ความเหมาะสมของการปลูกพืช (Zoning ดิน น้ำ พืช) ปัจจัยการผลิต พื้นที่ในและนอกเขตชลประทาน แหล่งน้ำผิวดินและใต้ดิน โดยมีการวิเคราะห์ข้อมูลทำเป็นแผนที่รายจังหวัด จากข้อมูลขอบเขตการปกครอง การใช้ที่ดินในปัจจุบัน พื้นที่ปลูกพืชเศรษฐกิจ พื้นที่ที่เหมาะสมและไม่เหมาะสมกับพืชเศรษฐกิจรายชนิดที่ปลูกในปัจจุบัน แหล่งน้ำ ผิวดิน/บ่อบาดาลในปัจจุบันและแผนการพัฒนาแหล่งน้ำ ระหว่างปี 2560-2570 ซึ่งเป็นประโยชน์ด้านการบริหารจัดการด้านเกษต
ตามสถิติของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รายงานว่า ในปี พ.ศ. 2561 จีดีพี (GDP : GROSS Domestic Product) หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ มีมูลค่า 15 ล้านล้านบาท ส่วนในภาคเกษตรกรรมเพียง 7 แสนล้านบาท เท่านั้น ซึ่งในทางตรงข้ามเมื่อมองมาที่แรงงานภาคการเกษตรกลับมีจำนวนมากถึง 1 ใน 3 ของแรงงานทั้งหมดของประเทศ หรือจำนวน 12.4 ล้านคน ข้อมูลที่ผมนำมาเสนอนี้ ภาครัฐจะต้องใส่ใจอย่างจริงจัง เพื่อนำไปใช้วางแผนการพัฒนาการเกษตรไทยในอนาคต ขณะเดียวกันยังสามารถนำไปใช้ในการแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องและเกิดประโยชน์ ขอขอบคุณ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งอยู่ภายในบริเวณใกล้เคียงกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน เขตจตุจักร รายงานว่า ปี พ.ศ. 2561 สถานการณ์การปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และประมง มีรายละเอียดดังนี้ ข้าว มีเกษตรกรประกอบอาชีพการทำนา 3.7 ล้านครัวเรือน พื้นที่เพาะปลูก 67 ล้านไร่ ผลผลิตรวมทั้งฤดูนาปีและนาปรัง 31 ล้านตันข้าวเปลือก ผลผลิตเฉลี่ย 446 กิโลกรัม ต่อไร่ ปริมาณการส่งออก 10 ล้านตันข้าวสาร มูลค่าส่งออก 1.5 แสนล้านบาท และใช้บริโภคภายในประเทศ 11 ล้านตันข้าวสาร ข้าวเป็นพืชที่อ่อนไหว
ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การแข่งขันทางการค้า การพัฒนาทางด้านการขนส่ง-สัญจร ตลอดจนการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงของสังคมเมือง ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้จังหวัดขอนแก่นก้าวเข้าสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ หรือ “Smart City” นับแต่อดีต ขอนแก่นเป็นจังหวัดที่มีความเข้มแข็งทางด้านเกษตรกรรมหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ฯลฯ หรือแม้แต่งานหัตถกรรมที่สวยงามและประณีตอย่างผ้าไหม จนถึงตอนนี้สิ่งเหล่านั้นก็ยังคงรักษาคุณภาพ มาตรฐานอยู่ แล้วยังคงสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และความภาคภูมิใจให้กับชาวเมือง เมื่อความเจริญของสังคมเมืองก้าวเข้ามา การเป็นสังคมเกษตรกรรมของผู้คนในยุคสมัยใหม่ต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อให้สอดคล้องและเหมาะสมกับสภาพการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ ลองไปฟังมุมมองจาก คุณทรงพันธ์ จันทร์สว่าง เกษตรจังหวัดขอนแก่น คุณทรงพันธ์ กล่าวว่า สำหรับขอนแก่นเป็นจังหวัดที่มีกิจกรรมทางการเกษตรที่มีความหลากหลาย ดังนั้น เมื่อพูดถึงภาพรวมของเกษตรจังหวัดจึงมีความหลากหลายมิติ สิ่งที่พิสูจน์ได้ถึงความหลากหลายคือ ถ้ามองดูลักษณะรูปจากแผนที่ของจังหวัดขอนแก่นแล้ว ด้านบนของจังหวัดประกอบด้วย อำเภอบ้านฝาง อุบลรัตน์ หนองเรือ
ร้านค้าของชาวบ้านใกล้โรงเรียนมีไม่กี่ร้าน บ้างร้านเป็นเพิงไม้สร้างอย่างง่ายๆ บางร้านใหญ่หน่อยเป็นบ้านชั้นเดียว ส่วนมากเป็นบ้านไม้ ของที่ขายเป็นของใช้ของกินในครัวเรือนคุณภาพต่ำ ร้านขายก๋วยเตี๋ยวมีอยู่ 2 หรือ 3 ร้านที่อยู่ไม่ไกลจากโรงเรียน แต่พวกเราไม่ค่อยไปกินกันเพราะส่วนใหญ่กินข้าวที่โรงอาหาร จะมีบ้างในวันเสาร์อาทิตย์ที่เบื่ออาหารจากโรงอาหารหนีไปกินร้านก๋วยเตี๋ยวอยู่ติดถนนลูกรัง เวลากินต้องคอยระวังเสียงรถยนต์ที่ผ่านว่าจะเป็นรถของอาจารย์หรือเปล่า เนื่องจากเราไม่ได้ขออนุญาตออกมา เรื่องรสชาติคงไม่ต้องบรรยายว่าเป็นเช่นไร เป็นก๋วยเตี๋ยวหมูที่ต้มหมูชิ้นใหญ่แล้วหั่นใส่ ส่วนเส้นก๋วยเตี๋ยวนั้นถ้าวันไหนโชคดีเจ้าของร้านออกไปซื้อที่เขาขวางกลับมาก่อนเที่ยงก็จะได้กินเส้นที่นุ่ม แต่ส่วนใหญ่เจอเส้นค้างคืนก็จะได้กินเส้นแข็ง ใส่พริกปรุงให้เผ็ดก็กินได้ ร้านค้ามีให้เลือกหลายร้าน ถ้าเดินไปยังหมู่บ้านเขาส้ม ห่างไปถึง 2 กิโลเมตร ขนมที่ขาดไม่ได้ก็คือข้าวเกรียบกุ้งถุงใหญ่สีแดงแป๊ดด้วยสีผสมอาหารมากกว่าสีแดงจากตัวกุ้ง ข้าวเกรียบที่มีความเหนียวมากกว่าความกรอบ เนื่องจากมันมีปริมาณมากและราคาถูก เราจึงปฏิเสธไม่ได้
ฉลองครบรอบ 40 ปี ของการดำเนินกิจการเครื่องจักรกลการเกษตรในประเทศไทย บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำนวัตกรรมเกษตรเพื่ออนาคต ผ่านการจัดงาน KUBOTA Showcase 2018 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Power of Agri-Innovation” หรือ “พลังแห่งนวัตกรรมเกษตร” ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย งาน KUBOTA Showcase 2018 งาน KUBOTA Showcase 2018 ครั้งที่ 1 ถูกจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-2 กันยายนนี้ ณ อิมแพคเมืองทองธานี ฮอลล์ 5 ภายในงานได้จัดแสดงนวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรแม่นยำอย่างครบวงจร ทั้งพืชข้าวและพืชไร่ ที่ล้ำสมัยจากคูโบต้าประเทศญี่ปุ่น เปิดประสบการณ์เกษตรยุค 4.0 ให้แก่ผู้เข้าเยี่ยมชมงาน นายสมศักดิ์ มาอุทธรณ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้จัดงาน “KUBOTA Showcase 2018” ขึ้น เพื่อจัดแสดงนวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรแม่นยำอย่างครบวงจร ทั้งพืชข้าวและพืชไร่ นำเสนอการใช้งานเทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตรที่เหมาะสมกับการเพาะปลูกพืชในแต่ละชนิด และเป็นการรวบรวมเทคโนโลยีนวัตกรรมการทำเกษตรแม่นยำที่ล้ำสมัยจากคูโบต้าประเทศญี่ปุ่นมาโชว์ในงาน ซึ่งถือเป็น
อยู่ว่างๆ เพราะเกษียณอายุ เลยมีเวลาฟังวิทยุมากขึ้น ส่วนใหญ่ ถ้ามีการวิจารณ์เศรษฐกิจของประเทศแล้ว มักจะพูดถึงการเกษตร ว่าผลผลิตข้าวของเราต่ำกว่าประเทศอื่นได้แค่ 30 ถัง ต่อไร่ หรือพื้นที่การเกษตรเราเล็กเกินไป ทำให้เกษตรกรซึ่งเป็นประชาชนส่วนใหญ่ยากจน จากหัวข้อข่าวความคิดเห็นเหล่านี้ เป็นแรงบันดาลใจให้รื้อฟื้นความคิดเห็นเล็กๆ น้อยๆ จากความจำเก่าๆ ออกมา พูดถึงผลผลิตการเกษตรแล้ว เวลาสอบถามเกษตรกร มักจะบอกผลผลิตให้ต่ำๆ และต้นทุนสูง เพื่อที่รัฐบาลจะได้ให้ความช่วยเหลือ แต่ความเป็นจริงแล้ว ถ้าแบ่งเกษตรกรออกเป็นพื้นที่ในเขตชลประทาน พื้นที่อุดมสมบูรณ์ภาคกลาง กับพื้นที่ในเขตน้ำฝนภาคอีสานและภาคเหนือ กับพื้นที่ประสบภัยธรรมชาติคือน้ำท่วมประจำ จะเห็นว่าเกษตรกรในเขตชลประทาน ปลูกข้าวได้ผลผลิตสูง เพราะน้ำอุดมสมบูรณ์ ได้ผลผลิตร่วม 80 ถัง ต่อไร่ขึ้นไป แต่พื้นที่ในเขตน้ำฝน โดยเฉพาะที่ปลูกข้าวหอมมะลิหรือข้าวเหนียว ผลผลิตอาจจะต่ำกว่าเขตชลประทาน แม้พันธุ์ข้าวหอมมะลิหรือข้าวเหนียว ซึ่งลักษณะพันธุ์จะให้ผลผลิตต่ำ แต่ให้คุณภาพของเมล็ดดี จำหน่ายได้ราคาสูง น่ารับประทาน ไม่ว่าจะเป็นพืชอะไร มักจะเป็นแบบนี้ คืออะไรที่ให
นายไพศาล สังข์มงคล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท กล่าวว่า การดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลในเรื่องการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ ด้วยการพัฒนาและสร้างคนรุ่นใหม่เข้าสู่ภาคการเกษตรนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญที่ สสก.1 มีการดำเนินงานมาอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ที่เน้นใช้องค์ความรู้ในเรื่องของเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการประกอบอาชีพนั้น ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยยกระดับพัฒนาการทำเกษตรในยุคปัจจุบันให้ก้าวไปสู่การทำเกษตรยุค 4.0 ได้อย่างแท้จริง ประกอบการส่งเสริมให้มีการบริหารจัดการและขับเคลื่อนชุมชนโดยคนในชุมชนเองนั้น ส่งผลให้เกิดการพัฒนาเป็นไปตามความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง สำหรับการดำเนินการทั้งหมดนี้ก็มุ่งหวังให้คนรุ่นใหม่มีความรู้ความสามารถในการทำการเกษตร ก่อให้เกิดความยั่งยืนในการประกอบอาชีพการเกษตร การพึ่งพาตนเอง และการแข่งขันทางการค้าในอนาคต โดยการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็น Young Smart Farmer เพื่อนำความรู้ที่ได้มาพัฒนาตนเอง เชื่อมโยงจนเกิดเครือข่าย Young Smart Farmer ทุกภาคของประเทศต่อไป โดยในส่วนของ สสก.เขต 1 ซึ่งรับผิดชอบ 9
นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีการสั่งงานผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ถึงผู้บริหารและเพื่อนข้าราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าในช่วงวันหยุดนี้ ผมขอมีส่วนร่วมในการคิดแนวทางการทำงานเพื่อดูแลช่วยเหลือเกษตรกรไทยของเรา ดังนี้ ๑.ในช่วงนี้นอกจากสินค้าผลผลิตทางการเกษตรที่กำลังเป็นที่สนใจของคนทั่วประเทศ เช่น ยางพารา ข้าว พืชเกษตรและผลไม้ต่างๆ แล้ว สิ่งที่เป็นรากฐานสำคัญของการเกษตรบ้านเราคือ การจัดหาหรือพัฒนาแหล่งน้ำหรือการหาน้ำให้มีประจำพื้นที่แก่เกษตรกร คนไทยเราผูกพันกับแหล่งน้ำมาโดยตลอด จนมีคำกล่าวที่ว่าในน้ำมีปลาในนามีข้าวจึงขอให้ท่านอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ได้พิจารณารวบรวมข้อมูลแหล่งน้ำขนาดเล็กเช่น บ่อหรือสระที่กรมฯได้ไปดำเนินการไว้ในพื้นที่ต่างๆว่า ครอบคลุมพื้นที่เกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยของ ปชช.มากน้อยเพียงใด ที่ไหนบ้างโดยแยกเป็นรายจังหวัดหรือรายภาคคร่าวๆก็ได้ เพื่อให้เห็นภาพว่าพื้นที่ใดมีแหล่งน้ำเพียงพอแล้วหรือไม่อย่างไป ขณะนี้ กษ.และ กยท.มีนโยบายให้ชาวสวนยางลดพื้นที่ปลูกยางหรือปลูกพืชอื่นๆแซมสวนยางหรือปรับเปลี่ยนไปประกอบอาชีพอื่นๆ ซึ่งเป็นนโยบายที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการไว้แล้
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 4 รุกนโยบายเกษตรอินทรีย์ เร่งขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการประจำปี 2561 เดินหน้าพื้นที่บูรณาการ 3 อำเภอเป้าหมาย คือ อำเภออุบลรัตน์ อำเภอพล และอำเภอภูผาม่าน จ.ขอนแก่น ด้านเกษตรกรพร้อมร่วมมือเต็มที่ มั่นใจ เชื่อมโยงตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ของจังหวัดได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าจากการขับเคลื่อนเพื่อดำเนินงานโครงการเกษตรอินทรีย์ ตามนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในส่วนของจังหวัดขอนแก่น ได้มีการประชุมคณะทำงานพัฒนาเกษตรอินทรีย์จังหวัด ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 4 จังหวัดขอนแก่น (สศท.4) เข้าร่วมประชุมเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 ณ ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น มีการคัดเลือกพื้นที่บูรณาการใน 3 พื้นที่ ได้แก่ ตำบลบ้านดง อำเภออุบลรัตน์ ตำบลหนองแวงโสกพระ อำเภอพล และ ตำบลภูผาม่าน อำเภอภูผาม่าน เนื่องจากเกษตรกรมีความพร้อมที่จะทำเกษตรอินทรีย์มากที่สุด สำหรับแผนปฏิบัติการได้แบ่งเกษตรกรเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มขั้น 1 คือ กลุ่มริเริ่มใหม่ กลุ่มขั้น 2 คือ กลุ่มที่พร้
