การเลี้ยงแพะ
ปัจจุบันแพะกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเพื่อเลี้ยงเป็นสัตว์เศรษฐกิจ โดยเกษตรกรบางรายมีพื้นที่เพียง 1 งานก็สามารถเลี้ยงได้จนประสบผลสำเร็จเกิดเป็นรายได้ไม่น้อยทีเดียว หรือหากต้องการเลี้ยงให้ครบวงจรมากขึ้นเกษตรกรบางรายจากเดิมที่เคยปลูกพืชเชิงเดี่ยวก็ได้แบ่งพื้นที่บางส่วนมาทำการเลี้ยงแพะ พร้อมทั้งจัดสรรพื้นที่สำหรับปลูกหญ้าและพื้นที่เดินเล่นให้กับแพะ จึงทำให้สัตว์รู้สึกผ่อนคลายมีสุขภาพที่ดีและเจริญเติบโตเป็นที่ต้องการของตลาด คุณกมลทิพย์ เกียรติเจริญศิริ อยู่บ้านเลขที่ 38-29 ถนนธานี ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้มองเห็นความต้องการของตลาดที่รับซื้อแพะอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เธอนำแพะมาเลี้ยงเป็นอาชีพทำเงิน พร้อมทั้งแบ่งพื้นที่อย่างลงตัวในเรื่องของการทำแปลงหญ้าเอง ส่งผลให้ประหยัดต้นทุนการผลิตและมีผลกำไรจากการเลี้ยงแพะได้เป็นอย่างดี คุณกมลทิพย์ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนเริ่มแรกก่อนที่จะมาเลี้ยงแพะเหมือนเช่นทุกวันนี้ ได้ซื้อลูกหมูเข้ามาขุนให้ได้ขนาดตามที่ตลาดต้องการ จากนั้นจึงส่งขายให้กับพ่อค้าที่มารับซื้อ แต่เมื่อทำมาระยะหนึ่งต้นทุนในเรื่องของค่าอาหารมีราคาสูงขึ้น ทำให้ไม่มีผลกำไรจา
ยางพารา และปาล์มน้ำมัน นับเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่สร้างรายได้หลักของจังหวัดกระบี่ ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ราคายางพาราและปาล์มน้ำมันผันผวนขึ้นลงตามภาวะเศรษฐกิจโลก เกษตรกรขายผลผลิตได้ในราคาที่ลดลง 30-80% ส่งผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกรอย่างมาก ประชากรร้อยละ 60 ของจังหวัดกระบี่ นับถือศาสนาอิสลาม ปลูกยางพารา ปาล์มน้ำมัน และเลี้ยงแพะ ครัวเรือนละ 3-5 ตัวเพื่อการบริโภค ใช้ประกอบพิธีทางศาสนา และวัฒนธรรมอยู่แล้ว แต่แพะที่เลี้ยงมีลูกน้อยและมีอัตราการตายสูง เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่เลี้ยงแพะแบบปล่อย หรือผูกล่าม ไม่มีโรงเรือน ไม่มีแปลงหญ้า ขณะที่ปริมาณความต้องการใช้แพะในจังหวัดกระบี่มีมากกว่าผลผลิตที่มีอยู่ในพื้นที่ จึงต้องนำเข้าแพะจากนอกพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลทางศาสนา เนื่องจากจังหวัดกระบี่ มีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลขึ้นในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ประกอบกับ เนื้อแพะ นมแพะ เป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพของผู้บริโภค และตลาดมีความต้องการสูง นายชวน ภูเก้าล้วน นายกสภาการศึกษา จังหวัดกระบี่ (เป็นองค์กรที่สภาประชาชนจัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550) จึงเกิดแนวคิดใช้พื้นที่สวนยางและส
“เอนก เหล่าธรรมทัศน์” รมว.การอุดมศึกษาฯ เยือนมหา’ลัยแพะ ยกเป็นต้นแบบสถาบันอุดมศึกษาขับเคลื่อนท้องถิ่นตามนโยบายขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันของรัฐบาล ชูเป็นมหาวิทยาลัยของภาคประชาชนที่เกิดจากความพยายามของคนในพื้นที่จริง ๆ สร้างงาน สร้างเงินให้คนกระบี่ เตรียมถอดความสำเร็จเพื่อขยายผลสู่พื้นที่อื่น พร้อมชมงานวิจัย ของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) หนุนผลิตสัตว์เศรษฐกิจเมืองกระบี่ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ตรวจเยี่ยมมหา’ลัยแพะนานาชาติ กระบี่ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 ณ ศรีผ่องฟาร์ม ฟาร์มสาธิตเลี้ยงแพะสภาการศึกษาจังหวัดกระบี่ บ้านน้ำจาน ต.กระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการการดำเนินงานของมหา’ลัย และโครงการความร่วมมือในการนำผลงานวิจัย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ในการขับเคลื่อน Model แพะใน จ.กระบี่ และแพะในพื้นที่ภาคใต้เพื่อความยั่งยืน โดยมี ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รมว.อว. นายสำราญ รอดเพชร ผู้ช่วย รมว.อว. ศาสตราจา
แพะ เป็นอีกหนึ่งสัตว์เลี้ยงที่ปัจจุบันได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยผู้เลี้ยงส่วนใหญ่แบ่งเนื้อที่จากที่เคยปลูกพืชเพียงอย่างเดียว มาเลี้ยงแพะพร้อมกับปลูกแปลงหญ้าอาหารสัตว์ไว้ให้สัตว์ได้กิน ทำให้การเลี้ยงนอกจากลดต้นทุนได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังเกิดรายได้ที่สามารถทำเป็นอาชีพเสริมหรือหลักได้ เพราะแพะเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย เมื่อตั้งท้องใช้ระยะเวลาไม่นานสามารถผลิตลูกออกมาให้ผู้เลี้ยงได้รวดเร็ว และคืนเงินลงทุนให้กับผู้เลี้ยงได้ไม่ยาก คุณอิทธิพงศ์ วงศ์พนม ทำฟาร์มแพะอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลกระเบื้อง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เขาจบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิชาสัตวศาสตร์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้มายึดการเลี้ยงแพะเป็นอาชีพเสริม โดยนำวิชาความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ ทำให้การเลี้ยงแพะและงานทางการเกษตรอื่นๆ ของเขา สามารถทำควบคู่ไปกับงานประจำได้เป็นอย่างดี แม้มีงานประจำ ก็ทำเกษตรเสริมควบคู่ได้ คุณอิทธิพงศ์ เล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันทำงานประจำเป็นนักวิชาการอยู่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เมื่อทำงานมาได้สักระยะหนึ่งเห็นพื้นที่นาของครอบครัวยังว่างอยู่ ยังไม่ไ
วันนี้ 5 มีนาคม 2563 นายอนุชา ยาอีด เกษตรจังหวัดกระบี่ เป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูการผลิตใหม่ ปี 2563 ณ ศูนย์เครือข่ายการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรของ นายเอกสิทธิ์ ศรีรักษ์ หมู่ที่ 1 ตำบลเหนือคลอง อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ โดยมี นางอัจฉรา บุญนิยม นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการรักษาราชการแทนเกษตรอำเภอเหนือคลอง กล่าวรายงาน นายอนุชา ยาอีด เกษตรจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกษตรกรเกิดความตระหนักในการทำการเกษตร ซึ่งต้องมีการใช้เทคโนโลยีและข้อมูลในการผลิตทางการเกษตร นำไปสู่การลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พัฒนาคุณภาพผลผลิต และเชื่อมโยงสู่การตลาด ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับชุมชน สร้างความรู้ความเข้าใจกับเกษตรกรในพื้นที่ให้ได้เรียนรู้จากผู้ร่วมอาชีพเดียวกันที่ประสบผลสำเร็จ ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีเกษตรกรเป็นกลุ่มเป้าหมายควรพิจารณาว่าเกษตรกรต้องมีความรู้อะไรบ้าง เช่น สถานการณ์ฤดูแล้ง ควรมีองค์ความรู้เรื่องการบริหารจัดการน้ำและการวางแผนการผลิต เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ อีกทั้งการแข่งขันด้าน
ในยุคนี้แพะเป็นอีกหนึ่งสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญในการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร เพราะมีการเลี้ยงกันมากขึ้นในหลายพื้นที่ ทำให้เกษตรกรบางรายมีการปรับเปลี่ยนจากสมัยก่อนที่ทำเกษตรเชิงเดี่ยว มาปรับเปลี่ยนเป็นเกษตรผสมผสานด้วยการเลี้ยงสัตว์เสริมเข้าไปในพื้นที่ ซึ่งแพะเป็นหนึ่งสัตว์เลี้ยงที่เกษตรกรต้องการนำมาเลี้ยงในพื้นที่ เพราะการเลี้ยงไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มาก และที่สำคัญผลิตลูกพันธุ์ให้ได้ไว จึงทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงมีแนวทางการเลี้ยงไปแตกต่างกันไป ตามความถนัดและการตลาดที่ต้องการจะส่งแพะเพื่อจำหน่าย คุณฮีม ไกรพันธุ์ อยู่บ้านเลขที่ 225/5 หมู่ที่ 6 ตำบลชายนา อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นผู้ที่มีความสนใจในการเลี้ยงแพะ โดยครอบครัวมีความชำนาญในเรื่องของการทำปศุสัตว์อยู่แล้วคือ การเลี้ยงโค จากนั้นนำแพะเข้ามาเลี้ยง จึงทำให้เกิดรายได้หลากหลายช่องทาง ซึ่งการเลี้ยงแพะของเขาจะเน้นผลิตเป็นสายพันธุ์แท้ ส่งผลให้เวลาจำหน่ายสามารถได้ราคาที่สูงขึ้น คุณฮีม เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเลี้ยงโคเนื้อเป็นอาชีพหลักของครอบครัว ต่อมาลูกชายรู้สึกสนใจในเรื่องของการเลี้ยงแพะ จึงได้ซื้อเข้ามาเลี้ยงภายในฟาร์มประมาณ 3-4 ตัว
กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ แพะ แกะ โคกเจริญ อำเภอโคกเจริญ จังหวัดลพบุรี เกิดจากการรวมตัวของผู้เลี้ยงแพะ แกะ ในพื้นที่ ปัจจุบัน มีสมาชิก 38 ราย มีพ่อพันธุ์ 31 ตัว แม่พันธุ์ 1,331 ตัว แยกเป็นแพะขุน 211 ตัว ที่เหลือจะเป็นแกะ และแพะเล็ก 420 ตัว รวมแพะทั้งกลุ่มทั้งสิ้น 1,995 ตัว โดยการเลี้ยงแพะของกลุ่ม สามารถแบ่งประเภทการเลี้ยงได้ 2 ประเภท คือ 1. เลี้ยงเพื่อขุน และ 2. เลี้ยงเพื่อเป็นพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ คุณศักดา พานสายตา ประธานกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ แพะ แกะ โคกเจริญ กล่าวว่า หลังจากเกิดวิกฤตภัยแล้งในพื้นที่ ส่งผลให้สมาชิกเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยก่อนหน้านี้ เกษตรกรในอำเภอโคกเจริญส่วนใหญ่ทำอาชีพหลัก คือการปลูกพืชไร่ อาทิ ข้าวโพด และมันสำปะหลัง แต่ด้วยวิกฤตภัยแล้ง ทำให้ผลผลิตพืชไร่ไม่ดี จึงหันมาเลี้ยงแพะเป็นรายได้เสริม “นอกจากแพะเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่ายแล้ว สภาพพื้นที่ของอำเภอโคกเจริญยังมีความเหมาะสม เพราะมีสภาพที่แห้งแล้ง ซึ่งแพะชอบและสามารถเจริญเติบโตได้ดี” “ก่อนหน้านี้มีเกษตรกรในพื้นที่เพียง 2 ราย เท่านั้น ที่เลี้ยงแพะอยู่แล้ว เมื่อเกิดวิกฤตภัยแล้งจึงได้เชิญชวนเพื่อนบ้านให้เลี้ยงแพะดู เนื
เขตทุ่งครุหรือที่คนรุ่นเก่าจะคุ้นเคยในชื่อบางมด นอกจากจะมีส้มบางมดที่เลื่องชื่อ เป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในย่านนี้แล้ว ใครจะรู้บ้างว่าเขตทุ่งครุนั้นยังมีของดีที่ขึ้นชื่อไม่แพ้ส้มบางมดอีกสิ่งหนึ่ง นั่นคือ “แพะ” ซึ่งนับได้ว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่ชาวชุมชนทุ่งครุนิยมเลี้ยง เนื่องจากบริเวณนี้ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ซึ่งตามความเชื่อของศาสนาอิสลาม ถ้าเด็กเกิดมาใหม่จะต้องรับขวัญเด็กโดยการแจกทานเนื้อแพะ ชาวบ้านจึงนิยมเลี้ยงทั้งแพะนมและแพะเนื้อ และนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนนี้อย่างมาก “แพะ” จึงเป็นสัตว์เศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่สร้างชื่อเสียงให้กับเกษตรกรในเขตทุ่งครุ เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะในซอยพุทธบูชา 36 เขตทุ่งครุได้รวมตัวกันตั้งเป็น “กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ทุ่งครุ” มีบทบาทสำคัญและเป็นศูนย์กลางในการนำเสนอข่าวสาร รวมถึงให้ความรู้สำหรับผู้สนใจด้านการเลี้ยงแพะ สายพันธุ์ รวมถึงการจัดจำหน่าย ต่อมาในปี 2554 ได้มีการรวมกลุ่มสมาชิก 35 คนในนามกลุ่มวิสาหกิจชุมชนดารุ้ลอิบาดะห์ พัฒนาและต่อยอดแปรรูปผลิตภัณฑ์จากนมแพะอีกหลายชนิด เช่น สบู่ ครีมอาบน้ำ โลชั่นบำรุงผิว น
