จังหวัดระยอง
บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอลจำกัด (มหาชน) หรือ GC จับมือกับพันธมิตร และปฐม ออร์แกนิก ลิฟวิ่ง แถลงความร่วมมือ “โครงการ Rayong Organic Living” โดยใช้องค์ความรู้ ผสมผสานภูมิปัญญาไทยแบบดั้งเดิม รวมไปถึงการนำนวัตกรรม และเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ในการพัฒนาและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ไทย ภายใต้แนวคิด Organic และ Circular Living โดยมีรากฐานการผลิตจากวัตถุดิบอินทรีย์พื้นถิ่นในพื้นที่เขาห้วยมะหาด แหล่งธรรมชาติและต้นน้ำที่สำคัญของจังหวัดระยอง ได้แก่ หญ้าคาเร่วหอม ว่านสาวหลง ผักบุ้งทะเล ขิง ใบบัวบก มะนาว และตะไคร้ นำมาเพาะปลูกด้วยเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ กลุ่มหอมมะหาด จังหวัดระยอง และต่อยอดด้วยการแปรรูปวัตถุดิบโดยวิสาหกิจชุมชนกลุ่มลุฟฟาลา ชุมชนหนองแฟบ จังหวัดระยอง เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก จำนวน 4 ชนิด ได้แก่ แชมพู สบู่เหลว ครีมบำรุงผิว และสบู่ล้างมือ โดยรายได้จากการจำหน่ายสินค้าทุกชนิด 10% มอบกลับคืนให้เกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนฯ เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนอยู่ได้อย่างยั่งยืน ตามแนวทาง GC Circular Living รวมทั้งสนับสนุนการใช้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นายรัฐศาสตร์ ชิดชู รองผู้ว่าราชการจัง
ทีมวิจัยนาโนเทค สวทช. ลงพื้นที่วัดปากน้ำ (สมุทรคงคาราม) จังหวัดระยอง ในโครงการ “เทคโนโลยีสารเคลือบนาโนเพื่อการอนุรักษ์อาคารศาสนสถาน” ดูความก้าวหน้าจากการต่อ ยอดใช้ประโยชน์จากนาโนเทคโนโลยีสู่สารเคลือบพื้นผิว ลดการเกิดคราบสกปรก ตะไคร่น้ำ และเชื้อรา เพิ่มความคงทนและสวยงาม ลดต้นทุนการดูแลรักษาอาคารศาสนสถาน หนุนการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ดร. ภาวดี อังค์วัฒนะ รองผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า นาโนเทคมีพันธกิจหลักในการดำเนินการวิจัยและพัฒนาด้านนาโนเทคโนโลยีสู่ความเป็นเลิศ ซึ่งเราได้ให้ความสำคัญในการสร้างการรับรู้และเผยแพร่ผลงานวิจัยที่มีศักยภาพไปสู่กลุ่มเป้าหมายต่างๆ เพื่อให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ทั้งในเชิงพาณิชย์และสังคม สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยนาโนเทคเองให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาที่สามารถตอบความต้องการได้แบบ 360 องศา รอบด้านทุกมิติ ซึ่งในช่วงปี 2562 ที่ผ่านมา เราถ่ายทอดผลงาน 39 โครงการ ให้กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างๆ รวม 30 หน่วยงาน สร้างผลกระทบทางเศรษฐ
วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ Eastern Economic Corridor of Innovation (EECi) จัดการประชุม kick-off โครงการข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) สำหรับโครงการระบบครุภัณฑ์โรงงานต้นแบบไบโอรีไฟ เนอรี ตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง ซึ่งโครงการดังกล่าวฯ ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต (คณะกรรมการ ค.ป.ท.) ให้เข้าร่วมโครงการข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ประจำปีงบประมาณ 2563 โดยมีผู้สังเกตการณ์ที่ได้รับการคัดเลือกรายชื่อจากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เข้าร่วมประชุมด้วย การจัดตั้งโรงงานต้นแบบไบโอรีไฟเนอรีในเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมฐานชีวภาพของประเทศ ตามนโยบาย BCG Economy ของรัฐบาล ซึ่งเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจ 3 ส่วน ประกอบด้วย เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) โดยใช้องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อขับเคล
มูลนิธิเอสซีจี โดย นายมงคล เฮงโรจนโสภณ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี พร้อมด้วย นางสาวน้ำทิพย์ สำเภาประเสริฐ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารแบรนด์และกิจการเพื่อสังคม ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี และคุณปรเมษฐ ไชยรัตน์ ผู้อำนวยการ Sustainable Development ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ร่วมส่งมอบ นวัตกรรมป้องกันโควิด-19 แบบเคลื่อนที่ (Mobile Isolation Unit) ให้โรงพยาบาลระยอง เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อให้กับบุคลากรทางการแพทย์ของจังหวัดระยอง โดยนวัตกรรมนี้ช่วยตอบโจทย์การใช้งานในรูปแบบต่างๆ ด้วยระบบควบคุมความดันอากาศที่มีประสิทธิภาพ เเละระบบกรองอากาศระดับ HEPA ที่ช่วยกรองอากาศให้สะอาด ปลอดภัยต่อบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย โดยโครงสร้างทุกชิ้นมีความแข็งแรงและใช้พลาสติกที่มีคุณภาพสูงเป็นส่วนประกอบหลัก จึงสามารถติดตั้งและเคลื่อนย้ายได้อย่างสะดวกรวดเร็ว โดยมีนายยุทธพล องอาจอิทธิชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นางสุทธาทิพย์ หวังสีศิริเพชร รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระยอง และ นายแพทย์ไชยสิทธิ์ เทพชาตรี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลระยอง เป็นตัวแทนรับมอบ ทั้งนี้ นวัตกรรมป้องกันโควิด-19 แบบเคลื่อนที่ดังกล่าว ประ
ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี นำโดย นายไพศาล เล็กสกุลชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาบตาพุดโอเลฟินส์ จำกัด พร้อมด้วยผู้บริหารจากธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี เดินหน้าป้องกันชุมชนให้ห่างไกลจากเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยมอบน้ำยาฉีดพ่นฆ่าเชื้อ จำนวน 3,000 ลิตร ให้กับ 3 เทศบาล ได้แก่ เทศบาลเมืองมาบตาพุด เทศบาลตำบลมาบข่าพัฒนา และเทศบาลตำบลบ้านฉาง ในจังหวัดระยอง เพื่อนำไปใช้ทำความสะอาดฆ่าเชื้อในสถานที่สาธารณะ โดยมี นายถวิล โพธิบัวทอง นายกเทศมนตรีเมืองมาบตาพุด นายสุชิน พูลหิรัญ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านฉาง และ นายสุกิจ จันทร์มณี นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลมาบข่า เป็นผู้รับมอบ นายไพศาล เล็กสกุลชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัทมาบตาพุดโอเลฟินส์ จำกัด ในธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี กล่าวว่า “น้ำยาฆ่าเชื้อเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็นอย่างมากในขณะนี้ เนื่องจากเทศบาลต้องใช้ในการฉีดพ่นฆ่าเชื้อตามสถานที่สาธารณะต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อให้กับชุมชน และยังเป็นการดูแลสุขอนามัยและความปลอดภัยให้กับคนในชุมชนอีกด้วย ดังนั้น บริษัท มาบตาพุดโอเลฟินส์ จำกัด จึงได้นำสาร Sodium Hypochlorite ที่มีอยู่ในโรงงานมาปรับค่าความเข้มข้นให้เหมาะกับ
จากมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ตามแนวทาง Social Distancing ทำให้ประชาชนต้องอยู่บ้าน เพื่อลดโอกาสเสี่ยงในการติดโรคโควิด -19 และควบคุมการแพร่ระบาดให้อยู่ในวงจำกัด วิกฤติโควิด –19 จึงเป็นบททดสอบของทุกอาชีพในเวลานี้ วิสาหกิจชุมชนในจังหวัดระยองก็เช่นกัน วิกฤติดังกล่าวส่งผลให้การท่องเที่ยวต้องหยุดชะงัก การจับจ่ายใช้สอยของประชาชนลดลง กิจกรรมต่างๆของโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดระยองซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักก็น้อยลง รายได้ของวิสาหกิจชุมชนจึงลดลงตามไปด้วย สมาคมเพื่อนชุมชน ยังคงเป็นตัวกลางประสานความช่วยเหลือวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดระยอง ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการเพื่อนชุมชน-ธรรมศาสตร์โมเดล ให้สามารถพึ่งตนเองได้อย่างมั่นคง แม้รายได้จะลดลง แต่ก็สามารถปรับตัวได้ เพราะในวิกฤติยังมีอโอกาสเสมอ นายวริทธิ์ นามวงษ์ นายกสมาคมเพื่อนชุมชน กล่าวว่า สมาคมเพื่อนชุมชนเป็นเพียงฟันเฟืองหนึ่งในการพัฒนาสร้างอาชีพให้มั่นคง แต่วิสาหกิจชุมชนต้องพัฒนาและต่อยอดความรู้ความสามารถที่ได้รับไปปรับใช้กับกิจการของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการปรับรูปแบบผลิตภัณฑ์ หรือการหาตลาดและช่องทางการขายใหม่ๆ ของวิสาหกิจช
เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2563 สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง (สสก.3) นำสื่อมวลชนเยี่ยมชมความสำเร็จขนุนแปลงใหญ่ ตำบลหนองเหียง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี หนึ่งในวิสาหกิจชุมชนที่มีการบริหารจัดการสินค้าเกษตรโดยยึดหลักตลาดนำการเกษตรอย่างครบวงจร ส่งออกจีน และยุโรป สร้างรายได้แก่ชุมชน เตรียมขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ขนุนหนองเหียง นายดำรงฤทธิ์ หลอดคำ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง (สสก.3) เปิดเผยว่า อำเภอพนัสนิคม มีเกษตรกรผู้ปลูกขนุนในพื้นที่เกือบทุกตำบล และปลูกมากในพื้นที่ตำบลหนองเหียง โดยปลูกอย่างจริงจังเป็นอาชีพสามารถส่งจำหน่ายเป็นรายได้หลักและรายได้เสริมเป็นอย่างดี ที่สำคัญเป็นขนุนคุณภาพ ตั้งแต่ขนาด ปริมาณ เนื้อผิว และรสชาติ เป็นที่ยอมรับของตลาด เกษตรกรมีการจัดการด้านการตลาดอย่างเด่นชัด ผลผลิตส่วนใหญ่ส่งออกต่างประเทศ ทั้งในรูปแบบผลสดและแบบแกะเนื้อแช่แข็ง ส่วนผลอ่อนขนาดเล็กที่ไม่ได้คุณภาพจะนำมาแปรรูป โดยผลสุกได้นำมาแปรรูป อาทิ ขนุนลอยแก้ว ขนุนเชื่อมอบแห้ง แยมขนุน เป็นต้น ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่างมาก “สสก.3 จังหวัดระยอง
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงโครงการจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรม ในพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาประแสร์ ว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบริเวณลุ่มน้ำประแสร์ ให้มีเพียงพอสำหรับส่งน้ำให้พื้นที่เพาะปลูกในเขตโครงการ และเพิ่มผลผลิตต่อไร่ โดยมีพื้นที่ชลประทานครอบคลุมเขตอำเภอวังจันทร์ อำเภอเขาชะเมา และอำเภอแกลง ของจังหวัดระยอง ซึ่งที่ผ่านมา โครงการฯ มีแหล่งน้ำต้นทุนที่เพียงพอทั้งภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรม มีสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าด้วยระบบท่อพร้อมทั้งหัวจ่ายน้ำสู่แหล่งน้ำสาธารณะ แต่ยังไม่มีระบบแพร่กระจายน้ำสมบูรณ์ที่จะเข้าถึงทุกแปลงของเกษตรกรโดยตรง ดังนั้น กรมชลประทาน โดยสำนักงานจัดรูปที่ดินและจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรมที่ 19 ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของระบบชลประทานระดับไร่นา (On Farm Irrigation) จึงได้ดำเนินการก่อสร้างโดยการเชื่อมท่อส่งน้ำย่อยเข้ากับท่อส่งน้ำหลักเพื่อส่งน้ำเข้าสู่แปลงของเกษตรกร ช่วยให้เกษตรกรลดค่าใช้จ่ายในการสูบน้ำจากแหล่งน้ำสาธารณะได้ จากการติดตามของ สศก. เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์โครงการฯ พบว่า มีพื้นที่ได้
SMART FARM หรือ เกษตรอัจฉริยะ คือการทำเกษตรยุคใหม่ ยุคดิจิทัลไทยแลนด์ 4.0 ด้วยการนำเทคโนโลยี เครื่องจักรและนวัตกรรมต่างๆ ที่มีความแม่นยำสูงเข้ามาใช้ในการทำงาน ที่สำคัญต้องปลอดภัยทั้งต่อเกษตรกร สิ่งแวดล้อมและผู้บริโภค โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยในการเพิ่มผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (อะกรีเทค) ภายใต้ สวทช. ได้ริเริ่มโครงการ “การถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการเกษตรในเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม” โดยนำร่องกับเกษตรกรชาวสวนทุเรียน กลุ่มปรับปรุงคุณภาพทุเรียนวังจันทร์ อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง นางสาววิราภรณ์ มงคลไชยสิทธิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (อะกรีเทค) มีบทบาทหน้าที่หลักในการนำผลงานวิจัยจาก สวทช. และพันธมิตรมาต่อยอดสู่การใช้งานจริงในพื้นที่ และถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชนอย่างทั่วถึง โดยใช้กลไกความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้เกิดการปฏิรูปภาคเกษตรด้วยเทคโนโลยีและพัฒนาความเข
ดร. ธวัชชัย อุ่ยพานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษารู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้ทำความร่วมมือกับมูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงดำรงตำแหน่งเป็นองค์ประธานมูลนิธิฯ ด้วยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มีภารกิจหลักคือ การจัดการศึกษาวิชาชีพและผลิตกำลังคนระดับฝีมือ ระดับเทคนิค และระดับเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานและให้ได้มาตรฐานระดับสากล พันธกิจสำคัญประการหนึ่งคือ การวิจัย สร้างนวัตกรรม จัดการองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาอาชีพ และคุณภาพชีวิตของประชาชน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มีความพร้อมเป็นอย่างยิ่ง ในการสนับสนุนการดำเนินโครงการมือเทียม เพื่อสมาชิกมูลนิธิสายใจไทย ทั้งนี้ วิทยาลัยการอาชีพแกลง จังหวัดระยอง ได้จัดสร้างและพัฒนามือเทียมเพื่อผู้พิการชนิดมือกล (Bionic Hand) ซึ่งสามารถใช้งานกับผู้พิการทางมือมาระดับหนึ่งแล้ว และสามารถพัฒนาให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น มีความสวยงามเสมือนจริง และมีค่าใช้จ่ายในการประดิษฐ์ลดลง นอกจากนี้ ยังมีสถานศึก
