จังหวัดอุดรธานี
ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะลงพื้นที่ดำเนินงานโครงการยุวชนสร้างชาติ โอกาสนี้ ดร. ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย และผู้บริหาร นักวิจัย ร่วมลงพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา ณ จังหวัดอุดรธานี ทั้งนี้ วว. โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ นำผลงานวิจัยและพัฒนาเกษตรปลอดภัย ที่สามารถใช้ได้จริงทั้งในเชิงสังคมและเชิงพาณิชย์ ร่วมจัดแสดงนิทรรศการและถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่กลุ่มเป้าหมาย ดังนี้ 1.แจกฟรี! ต้นกล้าเบญจมาศสายพันธุ์ใหม่ จำนวน 1,000 ต้น และนิทรรศการผลสำเร็จการปรับปรุงพัฒนาสายพันธุ์เบญจมาศ ที่มีศักยภาพในการต้านทานโรค ดอกใหญ่ ก้านแข็งแรง พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยี สนับสนุนส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจ เพื่อลดปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์สายพันธุ์ของต่างประเทศ เพิ่มศักยภาพการแข่งขันและการส่งออกผลผลิตไม้ดอกไม้ประดับของไทยในตลาดโลก พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการละเมิดลิขส
ดร. ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นายสายันต์ ตันพานิช รองผู้ว่าการกลุ่มวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ ดร. อาภากร สุปัญญา รองผู้ว่าการกลุ่มยุทธศาสตร์และจัดการนวัตกรรม ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพิ่มปริมาณและผลผลิตมะม่วงนอกฤดู ที่กลุ่มสหกรณ์ผู้ปลูกมะม่วงนอกฤดูกุดหมากไฟ อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี ซึ่งมีสมาชิก 150 สวน รวมพื้นที่ในการเพาะปลูกจำนวน 22,000 ไร่ ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 ณ จังหวัดอุดรธานี ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า เทคโนโลยีฯ ดังกล่าว วิจัยและพัฒนา โดย ศูนย์เชี่ยวชาญเกษตรสร้างสรรค์ วว. สามารถช่วยให้เกษตรกรเพิ่มผลผลิตได้มากขึ้นกว่าเดิม 1-2 เท่า ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนสำคัญ คือ การเพิ่มจำนวนยอดอ่อน ด้วยการฉีดพ่นสารทางใบด้วยสารผสมของเอพีฟอนกับไทโอยูเรียหลังการตัดแต่งกิ่ง ซึ่งวิธีเดิมจะใช้ไทโอยูเรียเพียงอย่างเดียว แต่การผสมเอทีฟอนลงไปจะช่วยให้เกิดยอดอ่อนได้ง่ายและเพิ่มยอดได้ 40-70% เมื่อยอดมากขึ้นจำนวนตาดอกก็เพิ่มมากขึ้นด้วย การเพิ่มจำน
ดร. บัณฑิต ฝั่งสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เป็นประธานเปิดงาน “OTOP i style (OTOP Innovation Style) 4 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” และร่วมกิจกรรมปรุงเมนูเด็ด “เปาะเปี๊ยะสวรรค์” ที่นำผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการมาใช้เป็นวัตถุดิบ ได้แก่ หมูทุบอบลำไย และน้ำเสาวรสสด ในวันพุธที่ 11 กันยายน 2562 เวลา 14.00 น. ณ บริเวณชั้น 1 ศูนย์การค้า เซ็นทรัล พลาซ่า จังหวัดอุดรธานี ทั้งนี้ วว. มีวัตถุประสงค์ในการจัดงานดังกล่าวเพื่อพัฒนาโอท็อปยุคใหม่ โดยเปลี่ยนจากโอท็อปแบบดั้งเดิม มาเป็นโอทอปที่เน้นการนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ เพื่อสร้างมูลค่าและความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ มุ่งเน้นให้ผลิตภัณฑ์สะท้อนถึงความคิดในเชิงภูมิปัญญา การดึงเสน่ห์จากวัฒนธรรมพื้นบ้านมาสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม (Value Added) หรือมีการสร้างสรรค์คุณค่า (Value Creation) ที่สอดคล้องกับความต้องการของผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง การจัดงาน OTOP i style ที่จังหวัดอุดรธานีในครั้งนี้ มีผู้ประกอบการมาร่วมจัดแสดง และจำหน่ายสินค้าทั้งหมด 40 ราย จาก 14 จังหวัด แบ่งเป็นกลุ่มอาหารและ
จังหวัดอุดรธานี ร่วมมือ ซีพีเอฟ อบรมผู้เลี้ยงหมูรายย่อย สร้างภูมิคุ้มกันโรค ASF ในสุกร นับเป็นจังหวัดที่ 14 ของภาคอีสาน มีเกษตรกรสนใจเข้าร่วมอบรม 170 คน อย่างคึกคัก จากนโยบายการเตรียมพร้อมและรับมือโรค ASF ในสุกรที่กำลังเป็นวาระแห่งชาติขณะนี้ ปศุสัตว์จังหวัดอุดรธานี ร่วมกับ บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เอ็มเอสดี แอนิมัล เฮลธ์ (ประเทศไทย) จำกัด ส่งเสริมความรู้เรื่องโรค ASF ในสุกร ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงรายย่อยในจังหวัดอุดรธานี เพื่อร่วมป้องกัน เฝ้าระวัง รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายจากโรค ASF ป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจทั้งทางตรงและทางอ้อมต่ออุตสาหกรรมปศุสัตว์ในระดับจังหวัดและระดับประเทศ นายสิธิชัย จินดาหลวง รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรม เรื่อง “เข้าใจ รู้ทัน ร่วมป้องกันโรค ASF ในสุกร” กล่าวว่า การจัดอบรมให้ความรู้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูรายย่อยครั้งนี้ จะช่วยกระตุ้นให้เกษตรกรเจ้าของฟาร์มขนาดเล็กตื่นตัว ตระหนักถึงผลกระทบของโรคและร่วมกันเฝ้าระวัง รวมถึงเตรียมความพร้อมในการป้องกันอย่างเข้มแข็ง “จังหวัดอุดรธานี ได้ติดตามส
นางสาวทัศนีย์ เมืองแก้ว รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะทำงานพัฒนาคุณภาพข้อมูลด้านพืชภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 1/2562 เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2562 ได้ให้การรับรองข้อมูลพืชเศรษฐกิจที่สำคัญใน 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ขอนแก่น สุรินทร์ บุรีรัมย์ ชัยภูมิ นครราชสีมา มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี และศรีสะเกษ) ประกอบด้วย ข้าวนาปี (ปีเพาะปลูก 2561/62) มีเนื้อที่เพาะปลูก 20 จังหวัด รวม 36,892,659 ไร่ เนื้อที่เก็บเกี่ยว 32,883,508 ไร่ ผลผลิตรวม 11,731,482 ตัน ผลผลิตเฉลี่ยต่อเนื้อที่เก็บเกี่ยว 357 กิโลกรัม/ไร่ (ณ ความชื้น 15%) เมื่อเทียบกับปีเพาะปลูก 2560/61 พบว่า เนื้อที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ร้อยละ 1 ส่วนเนื้อที่เก็บเกี่ยวและผลผลิตเฉลี่ยต่อเนื้อที่เก็บเกี่ยวลดลงประมาณ ร้อยละ 2 ส่งผลให้ผลผลิตรวมลดลง ร้อยละ 4 เนื้อที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องมาจากภาครัฐมีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2561/62 จึงทำให้มีการนำที่นารกร้
เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2562 องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) จัดงาน “ตลาดสินค้าเกษตรคุณภาพ อ.ต.ก. จังหวัดอุดรธานี” ยกทัพสินค้าเกษตรคุณภาพจากจังหวัดต่างๆ ทั่วภูมิภาค กว่า 40 ร้านค้า ร่วมจัดแสดงและจำหน่าย หวังเพิ่มช่องทางตลาดเกษตรกร เชื่อมโยงผลผลิตทางการเกษตรระดับภูมิภาค พร้อมต่อยอดสินค้าสู่ความต้องการผู้บริโภค นายสิธิชัย จินดาหลวง รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ประธานเปิดงานฯ กล่าวว่า จังหวัดอุดรธานี ถือว่าเป็นศูนย์กลางการค้าที่มีศักยภาพ มีความเติบโตของเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้สามารถรองรับการลงทุน การกระจายสินค้าที่หลากหลายในระดับภูมิภาค การจัดงาน “ตลาดสินค้าเกษตรคุณภาพ อ.ต.ก. จังหวัดอุดรธานี” ครั้งนี้ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ได้ส่งเสริมการตลาดเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า และช่องทางการจำหน่ายสินค้าเกษตรสู่ผู้บริโภคโดยตรง รวมทั้งสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพจากทั่วภูมิภาคที่นำสินค้ามาร่วมจัดแสดงและจำหน่าย ซึ่งจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร และยังเป็นการสร้างโอกาสในการเรียนรู้ให้เกษตรกรผลิตสินค้าให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ยังจะทำให้เกษตรกรได้เรี
นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า โครงการ “เกษตรปลอดภัย” ในจังหวัดมีความก้าวหน้าขึ้นตามลำดับ จนปัจจุบันเกิดกลุ่มเกษตรกรในเครือข่ายเกษตรปลอดภัยแล้ว 15 กลุ่ม ในภาคอีสานตอนบนตามเป้าหมาย ครอบคลุมอุดรธานี หนองคาย หนองบัวลำพู เลย และบึงกาฬ ภายใต้โครงการดังกล่าวที่มุ่งผลิตอาหารปลอดภัยให้ได้อย่างกว้างขวาง บ้านโคกล่าม-แสงอร่าม ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นแบบปิดทองหลังพระฯ ก็ได้เข้าร่วมด้วย โดยการรณรงค์ให้เกษตรกรหันมาผลิตข้าวและปลูกผักปลอดภัยเพื่อป้อนตลาดที่มีความต้องการสูง นางหม่วย ดอนศรีโคตร ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนภูธารา กล่าวว่า บ้านโคกล่าม-แสงอร่าม ตำบลกุดหมากไฟ อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี เป็นพื้นที่ต้นแบบของโครงการปิดทองหลังพระ ที่เข้ามาพัฒนาต่อยอดอ่างเก็บน้ำห้วยคล้ายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทำให้สามารถทำการเกษตรได้ทั้งปี นอกจากนี้ ยังประสานงานให้หน่วยงานราชการมาให้ความรู้ สอนอาชีพด้านต่างๆ ตามความสนใจของเกษตรกร บ้านโคกล่าม-แสงอร่าม มีวิสาหกิจกลุ่มโรงสีข้าวร่วมกันผลิตข้าวปลอดภัยเพื่อจำหน่ายในตลาดนัดเกษตรปลอดภัย ซึ่งต่อมา นายวัฒนา พุฒิชาติ ได้เปิดนโยบายให้โรงพยาบาลเป็นแหล่ง
ผู้สื่อข่าวจังหวัดอุดรธานี รายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายสิธิชัย จินดาหลวง รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานพิธีลงนามความร่วมมือการจัดการมูลฝอยติดเชื้ออุดรธานี โดยมี นายอิทธิพล ตรีวัฒนสุวรรณ นายกเทศมนตรีเทศบาลนคร (ทน.) อุดรธานี นพ.สามิต ประสันนาการ สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี นายจำลักษ์ กันเพ็ชร์ ท้องถิ่นจังหวัดอุดรธานี และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 22 แห่ง เข้าร่วมประชุม ที่ศูนย์ประชุมอุดรดุษฎี โรงแรมเจริญ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี นายสิธิชัยกล่าวว่า อปท. มีหน้าที่ต้องจัดการขยะมูลฝอยและขยะมูลฝอยติดเชื้อ ต้องกำกับดูแลให้ถูกหลักสุขาภิบาล โดยเฉพาะขยะติดเชื้อที่มีความสำคัญมาก มีกฎหมายและกำกับกระทรวงชัดเจน อปท. จะต้องทำเป็นข้อบัญญัติหรือเทศบัญญัติ เพื่อเข้ามากำกับดูแลอย่างใกล้ชิด ผู้เข้ามาเก็บขนขยะติดเชื้อจะต้องถูกตรวจสอบมีระบบที่ถูกต้อง จึงจะได้รับอนุญาตจาก อปท. นั้นๆ เพื่อควบคุมมาตรฐาน และตรวจติดตามจากต้นทางถึงปลายทาง นายอิทธิพลเผยว่า ทน.อุดรธานี ได้ใช้งบประมาณดำเนินโครงการ “เตาเผาขยะติดเชื้อ” เพื่อจัดการขยะมูลฝอยติดเชื้อที่เกิดขึ้นในชุมชนและสถานพยาบาลในเขต ทน.อุดรธานี
