จังหวัดเชียงราย
ในสถานการณ์ที่ทั่วโลกกำลังเผชิญกับพิษจากโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) จนบอบช้ำ ไม่เพียงแต่ยอดผู้ติดเชื้อที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่ทั้งประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนาต่างเจอศึกหนักด้วยก็คือ ผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน เพราะความต้องการปัจจัยพื้นฐานอย่างอาหาร ยารักษาโรค และเครื่องมือเวชภัณฑ์พุ่งสูงขึ้น จนเป็นเหตุให้สินค้าขาดตลาดและมีราคาสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว กลับเข้าสู่ยุค “เงินทองคือมายา ข้าวปลา คือของจริง” จุดแข็งของประเทศไทยคือเป็นประเทศเกษตรกรรม จนถูกยกให้เป็นครัวของโลก “น้ำ” จึงเป็นปัจจัยการผลิตสำคัญต่อการสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศและการส่งออกไปทั่วโลก ทว่าตั้งแต่ปลายปี 2562 จนถึงปัจจุบัน ฤดูแล้งมาเยือนเกษตรกรชาวไทยเร็วและคาดว่าจะนานกว่าทุกปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบทำให้ภาพรวมผลผลิตทางการเกษตรของชาติลดลง “การบริหารจัดการน้ำ” จึงเป็นหัวใจของความยั่งยืนเพื่อรับมือในทุกวิกฤต โควิด-19 ผลักความต้องอาหารโลกพุ่ง ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจการเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งอย่างเห็นได้ชัด คือท
สทนช. ลงนามบันทึกความเข้าใจฯ ร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง บูรณาการความร่วมมือโครงการวิจัยร่วมบริหารจัดการน้ำแก้ไขอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ลุ่มน้ำสาย – น้ำรวก ระหว่างไทยและเมียนมา พร้อมนำเทคโนโลยีทันสมัยปรับใช้เพื่อความยั่งยืน หวังความสำเร็จของโครงการช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน 2 ประเทศ เม่ื่อวันที่ 27 มกราคม 2563 ดร. สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) โครงการวิจัยร่วมเพื่อการบริหารจัดการน้ำข้ามพรมแดนด้านอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ลุ่มน้ำสาย-น้ำรวก ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา (Joint assessment of Thailand and Myanmar on flood and drought for transboundary water resources management) ร่วมกับ รองศาสตราจารย์ ดร.ชยาพร วัฒนศิริ อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ณ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ดร. สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า การลงนามความร่วมมือระหว่างสองหน่วยงาน เพื่อดำเนินโครงการวิจัยร่วมเพื่อการบริหารจัดการน้ำข้ามพรมแดนด้านอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ลุ่มน้ำสาย-น้ำรวก ระห
นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงานร่วมต้อนรับ นายอับดุล สารีเต๊ะ อายุ 45 ปี พนักงานขับรถเก็บขยะขององค์การบริหารส่วนตำบลสะกำ อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี โดยออกวิ่งจาก อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี ถึง จังหวัดเชียงราย ผ่าน 55 จังหวัด รวมระยะทาง 4,200 กิโลเมตร ซึ่งได้วิ่งมาราธอนมาตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 เพื่อเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคเงินตามโครงการ “เราทำดีเพื่อพ่อ จิตอาสาน้ำใจไทย สู่จังหวัดชายแดนใต้” โดยระดมเงินสนับสนุนซื้ออุปกรณ์การแพทย์ช่วยเหลือโรงพยาบาลชุมชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และอำเภอชายแดนสงขลา ได้แก่ โรงพยาบาลนาทวี จังหวัดสงขลา โรงพยาบาลยะหริ่ง และโรงพยาบาลมายอ จังหวัดปัตตานี ทั้งนี้ ธ.ก.ส. ได้ร่วมสมทบทุน จำนวน 62,300 บาท พร้อมร่วมอำนวยความสะดวกในการวิ่งมาราธอนตลอดระยะเส้นทาง ณ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ บางเขน เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2563
23 ธันวาคม 2562 จ. เชียงราย — บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมกับ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท เดินหน้าส่งมอบโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียนต่อเนื่องสู่ปีที่ 30 มุ่งมั่นสร้างเสริมสุขภาพอนามัยแข็งแรงของเด็กและเยาวชนไทยอย่างยั่งยืนกว่า 150,000 คน ใน 824 โรงเรียนทั่วประเทศ ตลอด “3 ทศวรรษ” ของโครงการฯ (ปี 2532 – ปัจจุบัน) นอกจากจะเป็นแหล่งผลิตไข่ไก่เพื่ออาหารกลางวันให้นักเรียนอย่างเพียงพอแล้ว ยังช่วยพัฒนาให้โรงเรียนเป็นทั้งแหล่งเรียนรู้และส่งเสริมทักษะด้านการเกษตร สร้างความมั่นคงทางอาหารในโรงเรียนและชุมชน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ปีนี้ โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน พร้อมมอบโรงเรือนไก่ไข่และอุปกรณ์การเลี้ยงให้กับโรงเรียนบ้านดู่ (สหราษฎร์พัฒนาคาร) อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นโรงเรียนลำดับที่ 779 และอีก 45 โรงเรียน โดยมี นายภาษเดช หงส์ลดารมภ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธี และ นายอดิเรก ศรีประทักษ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร ซีพีเอฟ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และพนักงานบริษัทฯ ร่วมมอบโครงการ นายภาษเด
วันจันทร์ที่ 23 ธันวาคม 2562 เวลา 10.00 น. นายภาษเดช หงส์ลดารมภ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีมอบโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ประจำปี 2562 ในโอกาสดำเนินงานครบรอบ 3 ทศวรรษ ให้กับโรงเรียนบ้านดู่ (สหราษฏร์พัฒนาคาร) และอีก 45 โรงเรียน โดย นายสมบูรณ์ ธรรมลังกา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 1 เป็นตัวแทนรับมอบฯ ร่วมกับผู้อำนวยการโรงเรียน คณะครู และนักเรียน โดยมี นายอดิเรก ศรีประทักษ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ คณะผู้บริหารและพนักงานบริษัท มอบโครงการฯ ณ โรงเรียนบ้านดู่(สหราษฎร์พัฒนาคาร) อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ซีพีเอฟ ร่วมกับ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดำเนินโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน มาตั้งแต่ปี 2532 มี เป้าหมายเพื่อร่วมแก้ปัญหาทุพโภชนาการของเด็กเและเยาวชนในชนบทและถิ่นทุรกันดาร จนถึงปี 2562 มีจำนวนโรงเรียนที่ร่วมโครงการทั้งสิ้น 824 แห่ง ส่งผลโดยตรงต่อเด็กและเยาวชนมากกว่า 150,000 คน
วันจันทร์ที่ 23 ธันวาคม 2562 เวลา 10.00 น. นายภาษเดช หงส์ลดารมภ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย จะเป็นเป็นประธานในพิธีมอบโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ประจำปี 2562 ในโอกาสดำเนินงานครบรอบ 3 ทศวรรษ ให้กับโรงเรียนบ้านดู่ (สหราษฏร์พัฒนาคาร) และอีก 45 โรงเรียน โดยนายสมบูรณ์ ธรรมลังการ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 1 เป็นตัวแทนรับมอบฯ ร่วมกับผู้อำนวยการโรงเรียน คณะครู และนักเรียน โดยมี นายอดิเรก ศรีประทักษ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ คณะผู้บริหารและพนักงานบริษัท มอบโครงการฯ ณ โรงเรียนบ้านดู่ (สหราษฎร์พัฒนาคาร) อ.เมือง จ.เชียงราย ซีพีเอฟ ร่วมกับมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดำเนินโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน มาตั้งแต่ปี 2532 มีเป้าหมายเพื่อร่วมแก้ปัญหาทุพโภชนาการของเด็กเและเยาวชนในชนบทและถิ่นทุรกันดาร จนถึงปี 2562 มีจำนวนโรงเรียนที่ร่วมโครงการทั้งสิ้น 824 แห่ง ส่งผลโดยตรงต่อเด็กและเยาวชนมากกว่า 150,000 คน
จังหวัดเชียงราย กำหนดจัดงาน “มหกรรมสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัย” ซึ่งจัดระหว่าง วันที่ 11-15 กรกฎาคม 2562 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เวลา 11.00-21.00 น. นายภาษเดช หงส์ลดารมภ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จังหวัดเชียงราย เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงในการผลิตสินค้าเกษตร เนื่องจากมีสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสมเอื้อต่อการเป็นแหล่งพัฒนาพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ สามารถผลิตอาหารและสินค้าเกษตรที่สำคัญ มีพืชเฉพาะถิ่นที่มีคุณภาพได้มาตรฐานระดับสากล เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ ข้าวเหนียวเขี้ยวงู ชา กาแฟ สับปะรดภูแล/นางแล ลำไย ลิ้นจี่ ส้มโอเวียงแก่น ปลานิล โคเนื้อ และโคนม ปัจจุบัน จังหวัดเชียงราย มีพื้นที่เพาะปลูกทางการเกษตรมากเป็นอันดับหนึ่งของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน โดยมีพื้นที่ 3,726,667 ไร่ คิดเป็น ร้อยละ 51.5% ของพื้นที่ทั้งหมด (พื้นที่ทั้งหมดจังหวัดเชียงราย 7,240,121 ไร่) เป็นพื้นที่ปลูกข้าว 1,407,286 ไร่ พืชไร่ 1,111,006 ไร่ พืชสวน 905,40 ไร่ และอื่นๆ 1,208,374 ไร่ (ข้อมูลการใช้ที่ดิน กรมพัฒนาที่ดิน 2558-2559) และสามารถผ
สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงราย จัดงานเทศกาลข้าวเชียงราย ประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ 3-5 กรกฎาคม 2562 ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย การจัดงานครั้งนี้ ชูแนวคิด “ถิ่นชาวนาเชียงราย อัตลักษณ์ข้าวไทย” เพื่อสนองรับนโยบายรัฐแก้ไขปัญหาข้าว ส่งเสริมการตลาดข้าวเชียงรายแบบครบวงจร และเดินหน้าส่งเสริมการรับรู้รับทราบและเข้าใจด้วยการประชาสัมพันธ์ข้าวเชียงราย จังหวัดเชียงรายมีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ทั้งระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการปลูกข้าว ซึ่งเป็นพืชเฉพาะถิ่นที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั่วโลกได้แก่ ข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียวเขี้ยวงู สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงรายเล็งเห็นความสําคัญและบทบาทของข้าวในฐานะพืชเศรษฐกิจสำคัญของจัังหวัดที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร จึงกำหนดยุทธศาสตร์การผลิตและพัฒนาการตลาดข้าวของจังหวัดเชียงรายอย่างครบวงจร สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงราย กรมส่งเสริมการเกษตร จัดเทศกาลข้าวเชียงราย ประจำปี 2562 เพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการผลิตและการตลาดข้าวของจังหวัดเชียงราย และต้องการสร้าง เครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านเทคโนโลยี นวัตกรรมการผลิต และการแปรรูปข้าวให้กับกลุ่
กรมส่งเสริมการเกษตร เกษตรจังหวัดเชียงราย และ ศูนย์การค้าเดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์ ร่วมจัดงานเทศกาลข้าวเชียงราย 2562 เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่ความโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของข้าวเชียงรายให้เป็นกระแสนิยมกับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนเชื่อมโยงการตลาด ส่งเสริมการจำหน่าย และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าว จ.เชียงราย ภายในงานได้รับเกียรติจาก รต.ดร.สมสวย ปัญญาสิทธิ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยนายพรศักดิ์ นันตะรัตน์ เกษตรจังหวัดเชียงราย และนางสาวสุฐิตา โชติจุฬางกูล ผู้อำนวยการ ฝ่ายวางแผนยุทธศาสตร์องค์กร ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก โดยมี โศภิดา กาญจนรินทร์ (นิ้ง ) Miss Thailand Universe 2018 ร่วมทำพิธีเปิดงาน นอกจากนี้ยังมี ไฮไลท์พิเศษ เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปี 13 หมูป่า ทางเกษตรจังหวัดเชียงราย ได้นำข้าวอินทรีย์จากทุ่งนาพื้นที่รับน้ำถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน มาแปรรูปเป็นเส้นผัดไทยแปรรูปจากข้าวไรส์เบอรี่ ข้าวกล้อง ข้าวเหนียวดำ ปรุงเป็นผัดไทยกุ้งสดจานยักษ์ พร้อมแจกฟรีให้ประชาชนได้ชิมมากกว่า 5,000 จาน อีกด้วย พบกับนิทรรศการความผูกผ
การเป็นอำเภอที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของจังหวัดเชียงราย มีความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำ ภูเขา ป่าไม้ ตลอดจนยังติดกับแม่น้ำโขง จึงทำให้ “เวียงแก่น” มีสภาพทางธรรมชาติที่เอื้อต่อการปลูกพืช ไม้ผล ได้อย่างมีคุณภาพ โดยเฉพาะการปลูกส้มโอของชาวบ้านที่พัฒนาคุณภาพได้มาตรฐาน กลายเป็นไม้ผลเศรษฐกิจสำคัญส่งขายต่างประเทศ คุณนงนุช โสดาภูมิ เกษตรอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า มีพื้นที่ปลูกส้มโอทั้งหมด 5,300 ไร่ พันธุ์ส้มโอที่ปลูกเป็นการค้ามี 3 ชนิด คือ ทองดี ขาวใหญ่ และเซลเลอร์ ลักษณะพื้นที่ปลูกแบบพื้นราบ สามารถแยกเป็นสวนที่ให้ผลผลิตประมาณ 3,000 ไร่ และในจำนวนนี้ พื้นที่ 2,000 ไร่ จะปลูกพันธุ์ทองดี อีก 600 ไร่ เป็นขาวใหญ่ และเซลเลอร์ จำนวน 400 ไร่ โดยมีผลผลิตเฉลี่ย 2,000 กิโลกรัม ต่อไร่ ทางด้านคุณภาพส้มโอเวียงแก่น ได้พัฒนาปรับปรุงมาโดยตลอด จากครั้งแรกที่เริ่มปลูกจะได้รสฝาด ขม จนมาถึงทุกวันนี้ชาวสวนส้มโอมีฝีมือการปลูกที่เก่งมาก บริหารจัดการเทคโนโลยีการให้ปุ๋ย การตัดแต่งกิ่ง การป้องกันศัตรูพืช โรคพืช ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้รสชาติมีความอร่อยถูกปากผู้บริโภค โดยเฉพาะชาวต่างประเทศที่ติดอกติดใจเจาะจ
